We’re not your fucking joke’s materials พวกเราไม่ใช่วัตถุดิบในการสร้างมุกตลกของพวกคุณ

- Advertisement -

“Gentleman, Smart, Sense of Humor”

วิชาการด้วย ฮาด้วย คลายเครียดดีค่ะ

สนุกมากครับ 55”

ชอบเรื่องโจ๊กมากๆค่ะ เขียนเล่าอีกนะคะ

เขียนได้ดีมากครับ เหมือนได้อ่านต่วยตูนยุคก่อนๆ อย่าซีเรียสกับมุกตลกกันมากนักนะครับ

วิชาการเกินไปก็ไม่ชวนติดตามครับ

เก็บมุกไปเล่นวงเหล้ามั่งดีกว่า เออ มึงอยากเป็นทูตมั้ย

มุกเลสเบี้ยนผมซื้อครับ

อ่านแล้วมีความสุขค่ะ

บางเรื่องก็เอาฮาบ้างเถอะ จะดราม่าอะไรไปซะหมด

เรื่องขำๆ อย่าซีเรียสไปทุกเรื่องค่ะ

คอมเม้นท์ให้กำลังใจจากผู้ติดตามเพจทูตนอกแถวด้านบนคือทัศนคติของคนในสังคมไทยส่วนหนึ่งที่มีต่อมุกตลกเกี่ยวกับอัตลักษณ์และเพศวิถีของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ

คำนิยาม เลสเบี้ยน หมายถึงผู้หญิงที่มีเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกัน การที่ผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า ผมเป็นเลสเบี้ยนครับ เพราะผมไม่ชอบผู้ชาย ผมชอบผู้หญิงเท่านั้น ด้วยน้ำเสียงขบขัน นั้นมีความหมายว่าอย่างไร ผู้พูดอาจไม่ได้คิดอะไรเลย แต่ผู้ฟังที่เป็นเลสเบี้ยนย่อมรู้สึกว่าไม่ตลก

มากไปกว่านั้น เมื่อหลายเดือนก่อน ผู้ชายคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง ก็ได้เล่นมุกกับเพื่อนผู้ชายของเขาว่า 

พวกทอมกับดี้ มีมดลูก ธรรมชาติสร้างมา พอเจอหำที่ใช่เดี๋ยวก็หาย

 โดยมีเพื่อนคอลัมนิสต์ชื่อดังออกมายืนกรานว่ามันเป็นเพียงมุกตลกในวงเหล้าของพวกผู้ชายเท่านั้น และคำถามที่ตามมาคือ ซีเรียสกันทำไม? หยุมหยิมอะไรกันหนักหนา?

นอกจากนี้ มุกทูตติ่ม ที่มาจากเพจทูตนอกแถว ที่เมื่อผวนคำแล้วจะหมายถึงอากัปกิริยา ทิ่มตูด ซึ่งแปลความหมายได้ว่า หากจะเลื่อนตำแหน่ง ต้องยอมให้ทิ่มตูดก่อน และแม้ว่าคนพูดจะอ้างว่าเป็นมุกตลกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงมีผู้คนจำนวนมากที่เผชิญกับ  Power Harassment จากเจ้านายหรือผู้มีตำแหน่งสูงกว่า เพื่อแลกกับตำแหน่งหน้าที่การงาน หากไม่ทำตามก็จะถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน มีชายรักชายจำนวนมากถูกข่มขืนโดยเพื่อนร่วมงาน  มีหญิงรักหญิงจำนวนมากถูกข่มขืนเพื่อให้หายเป็นเลสเบี้ยน

มุกตลกข่มขืน หรือมุกตลกเหยียดเพศ คืออะไร?

มุกตลกข่มขืน (Rape Joke) หรือ มุกตลกเหยียดเพศ (Sexist Joke) หมายถึง มุกตลกที่สร้างมาจากเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืน และการเหยียดอัตลักษณ์ทางเพศ หรือเพศวิถีของกลุ่มคนต่างๆ เช่น มุกทูตติ่ม ในเพจทูตนอกแถว

มีคนถามว่ากว่าจะได้เป็นทูตนานไหม ต้องทำอะไรบ้าง

ก็มีเรื่องขำๆมาเล่าว่า สมัยยังหนุ่มวันหนึ่งมีผู้ใหญ่ระดับสูงเรียกไปพบ

นี่ คุณอยากเป็นทูตไหม?

โอ้ อยากสิครับท่าน

หน่วยก้านดี เป็นทูตได้ แต่ก่อนจะเป็นทูตได้ ต้องทูตติ่มก่อนนะ

แฮ่ะๆ พอดีวันนี้ไม่ค่อยสบาย ขอกลับบ้านก่อนครับผม

เรื่องโจ๊กของพวกเรา อย่าซีเรียส

หรือตัวอย่างจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการนักเขียนที่เคยเล่นมุกตลกข่มขืนเอาไว้ในโพสต์ของคอลัมนิสต์ชื่อดังท่านหนึ่งว่า

เชื่อซ้ายตีกะหรี่เถอะ ทอมกับดี้น่ะ ตราบใดที่มีมดลูก ธรรมชาติเค้าจัดสรรมาแล้ว เจอหำที่ใช่ หายทุ้กคน 555”

หรือกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปของผอ.โรงเรียนดัง กระทำอนาจารลวนลามเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ก็มีผู้ชายจำนวนหนึ่งเล่นมุกตลกว่า

ในเสื้อมีมดอยู่หรือเปล่า ผอ.เลยช่วยขยี้ให้”  

ข้อแก้ตัวที่ผอ.บอกว่าช่วยซ่อมคอมเฉยๆ จะฟังขึ้นทันที ถ้าเด็กผู้หญิงในคลิปเป็นปัญญาประดิษฐ์ แล้วระบบปฏิบัติการขัดข้อง เลยต้องล้วงควักเข้าไปซ่อมให้

มุกตลกเหล่านี้ถูกแสดงออกในที่สาธารณะอยู่ตลอดเวลา ทั้งในพื้นที่ออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งคนจำนวนมากไม่เคยตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ามุกเหล่านี้จะไปส่งผลอะไรต่อคนกลุ่มอื่นๆ บ้าง ตัวอย่างของคนที่ไม่ตระหนักว่ามุกตลกเหล่านี้มีความไม่เป็นธรรมอย่างไร และยังพยายามหาเหตุผลและความชอบธรรมให้กับการเล่นมุกเหล่านี้ เช่น

คือผมว่าพวกคุณน่าจะคิดอะไรได้มากกว่านี้นะครับ เพราะอย่างนึงเลยที่ผมเบื่อคนรุ่นนี้คือ take a joke ไม่เป็น

คำตอบของข้อนี้คือ คนรุ่นนี้ไม่ได้ Take a Joke ไม่เป็น แต่พวกเขาตระหนักว่า มุกตลกแบบไหนที่เค้ายอมรับได้ และแบบไหนที่ยอมรับไม่ได้ มุกตลกที่เต็มไปด้วยทัศนคติเหยียดเพศและสนับสนุนความรุนแรงทางเพศ คือมุกตลกที่คนรุ่นใหม่ซึ่งตระหนักถึงการกดทับทางเพศจากสังคมปิตาธิปไตย ย่อมจะเป็นมุกที่ไม่ตลกและขมขื่นสำหรับคนที่มีประสบการณ์การถูกกดทับทางเพศ ดังนั้น มุกตลกเหล่านี้จึงไม่ถูก Take เหมือนที่คนรุ่นก่อนรับเอาไปเป็นเรื่องขำขันได้อย่างไม่ตระหนักรู้ว่ามันส่งผลอย่างไรต่อทัศนคติเหยียดเพศในสังคมบ้าง

ถามจริงนะ คุณคิดว่า ทําไม Comedian ทุกๆวันนี้ มีผช มากกว่า ผญ ? เพราะว่า Joke หรือ Humor ส่วนมาก base อยู่กับความ Dark ความ Suffering ของมนุษย์ และเรา มนุษย์สามารถ ใช้ Tool หรือเสียงหัวเราะ มาพลิกแพลงความรู้สึกตรงนั้นมาเป็น และ มันคือสีสันอีกด้านนึงของมุกตลก

ทำไม Comedian ถึงมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ข้อนี้อาจไม่ใช่ว่าผู้หญิงเล่นตลกไม่เป็น ปัจจัยที่ทำให้นักแสดงตลกหรือนักพูดเดี่ยวไมโครโฟนมีจำนวนผู้ชายมากกว่า อาจเป็นเรื่องของโอกาสในการได้แสดงในวงการที่เต็มไปด้วยผู้ชาย ซึ่งผู้หญิงถูกกีดกันออกไปเพราะอคติทางเพศ หรืออาจเป็นไปได้ว่า ผู้หญิงไม่สามารถที่จะเล่นมุกตลกข่มขืนหรือเหยียดเพศได้เพราะพวกเธอหลายคนอาจเคยมีประสบการณ์การถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน ในขณะที่ผู้ชายไม่เคยมีประสบการณ์หรือตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้และ Take everything as a joke มองว่าทุกอย่างเป็นวัตถุดิบในการทำงานเท่านั้น ไม่สามารถตระหนักได้ถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นจากการสร้างมุกตลกที่มาจากเรื่องราวเกี่ยวกับการกดทับทางเพศของคนอื่นในสังคม รวมถึงผู้ชายที่เล่นมุกตลกเหล่านี้ บางส่วนอาจเป็นผู้ที่กระทำสิ่งเหล่านั้นเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางเพศทางวาจาหรือร่างกาย หรือกระทั่งเป็นผู้ข่มขืนเพศหญิงหรือเพศหลากหลาย ดังนั้นผู้ชายที่สามารถเล่นตลกด้วยมุกข่มขืนหรือเหยียดเพศ ก็คือหนึ่งในผู้กระทำหรือสนับสนุนการกระทำเหล่านี้ ภายใต้ระบอบปิตาธิปไตย ในฐานะผู้กดขี่นั่นเอง

ตลก เป็นอะไรที่ Subjective คุณไม่มีสิทธ์มาตัดสินใครว่าอะไรตลกไม่ตลก เหมือนกับที่ว่าคุณไม่สามารถห้ามความคิดคนอื่น และ ถ้าคุณ respect ใน democracy คุณก็ควรจะเก็บไปทบทวนเหมือนกัน

เราไม่สามารถห้ามความคิดคนอื่นได้ แต่เราสามารถแสดงออกได้ว่าความคิดของคนเหล่านั้นไม่สมควรถูกยอมรับ ควรถูกตำหนิ หรือกระทั่งไม่สนับสนุนให้มีพื้นที่ในทางสาธารณะอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นความคิดที่อันตรายต่อคนอื่นๆ ในสังคม เช่น เป็นความคิดที่สนับสนุนความรุนแรง เพราะแม้แต่สังคมประชาธิปไตย ความคิดบางอย่างที่จะนำไปสู่ความรุนแรงต่อผู้คนในสังคม ก็ยังถูกนิยามว่าเป็นความคิดที่ไม่ควรสนับสนุน 

เช่น นิยามความหมายของ Hate Speech ที่บ่งบอกว่า การพูดที่สนับสนุนให้เกิดความรุนแรงคือการพูดแห่งความเกลียดชัง และแม้แต่กฎหมายก็ยังมีข้อกำหนดเอาไว้ ดังนั้นผู้พูดหรือผู้เล่นมุกตลกที่มี Respect ในสังคมประชาธิปไตย ก็ย่อมต้องเก็บไปทบทวนว่า คำพูดหรือการแสดงออกทางความคิดของตน มีผลกระทบกับคนกลุ่มใดบ้างหรือไม่ เพราะในสังคมประชาธิปไตย ชีวิตของคนทุกกลุ่มย่อมสำคัญและมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน สังคมจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร หากคนกลุ่มหนึ่งยังนำเรื่องราวที่เจ็บปวดของคนอีกกลุ่มมาใช้เป็นมุกตลกเพื่อให้คนในกลุ่มตัวเองได้หัวเราะขำขันไปกับมัน

การอ้างเสรีภาพในการที่จะพูดอะไรก็ได้ และให้คนที่ถูกกดทับต้องยอมรับ อดทนอดกลั้น เป็นการเคารพประชาธิปไตย แต่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนชายขอบของสังคมใช่หรือไม่ เป็นคำถามที่อยากให้คนที่อ้างเสรีภาพในการพูดอะไรก็ได้ลองทบทวนดูบ้าง

ไม่ใช่ว่าทุกคน ต้อง ชอบ LGBTQ ผมเองก็มีเพื่อน เป็น Gay แต่เค้าก็ Take a joke เป็นไม่เหมือนพวกคุณ และที่สําคัญเค้าก็เป็นเพื่อนสนิทผมด้วย Do I hate him for being gay ? No ? but if he is an asshole then I hate him for being an asshole”

ข้ออ้างเรื่องมีเพื่อนที่เป็น LGBT ในชีวิตจริง หรือมีเพื่อนเป็นคนชายขอบในด้านต่างๆ เช่น คนผิวสี คนชาติพันธุ์ แล้วจะทำให้เข้าใจคนกลุ่มนี้มากกว่าหรือนำเอาการยอมรับมุกตลกเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ มาใช้ในการโต้แย้งว่าตนเองไม่ได้เหยียด มักเป็นข้ออ้างที่ผู้กระทำหรือสนับสนุนการเหยียดนำมาใช้เสมอ แต่ในทางตรงกันข้าม  การที่เพื่อนสนิทที่เป็น LGBT ยอมรับมุกตลกพวกนี้ อาจหมายถึงการไม่อยากจะมีปัญหา และอยากทำตัวให้กลมกลืนกับสังคมที่เหยียดเพศ การหัวเราะไปกับมุกตลกเหยียดเพศ เหยียดผิว ในหลายๆกรณีก็เป็นการพยายามเอาตัวรอดของคนที่ถูกกดขี่ การที่เขาไม่ออกมาพูดว่ามันคือปัญหา เพราะในสังคมที่ไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้ ยิ่งพูดออกมา ย่อมมีปัญหาเพิ่มขึ้น เพราะจากกรณีที่เกิดขึ้นในเพจทูตนอกแถว ก็เป็นที่ชัดเจนว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนตั้งคำถามถึงสิ่งนี้ ก็จะมีคนจำนวนมากออกมาพูดว่า คุณคิดมากไป หยุมหยิม ไร้สาระ ซีเรียสไป และถูกตีตราว่าเป็นพวก Over PC หรือพวกศีลธรรมสูงส่ง  ทั้งๆ ที่คนที่ออกมาทักท้วงหลายคน ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์จากความรุนแรงทางเพศหรือถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศทั้งสิ้น

ท่านทูตไปล้อเลียน หรือ ด่าอะไรเสียหายกับ Lesbian ไหม ?”

ผู้ชายบางคนพยายามจะอธิบายมุกตลกเลสเบี้ยนนี้ว่า ท่านทูตไม่ได้ด่าเลสเบี้ยนให้เสียหาย แต่ท่านทูตเองก็ไม่ตระหนักว่ามีเลสเบี้ยนจำนวนมากถูกลบอัตลักษณ์ด้วยการข่มขืนหรือถูกเลือกปฏิบัติจากสังคมเพราะไม่เชื่อในวิถีทางเพศของพวกเธอ การนำมุกผู้ชายเป็นเลสเบี้ยนมาใช้คือการมองว่าเรื่องเลสเบี้ยนเป็นแค่วัตถุดิบที่คนสามารถขำขันกันได้ โดยที่คนเหล่านั้นไม่เคยสนใจว่า เลสเบี้ยนจำนวนมากในโลกนี้ต้องเผชิญกับความเกลียดชังและความรุนแรงจากสังคมที่มีบรรทัดฐานรักต่างเพศอย่างไรบ้าง มุกเลสเบี้ยนอาจไม่ได้สร้างความเสียหายทางตรงต่อชีวิตของเลสเบี้ยน แต่มันเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมความคิดในสังคมให้มองเรื่องการเป็นเลสเบี้ยน คือเรื่องขำขัน โดยเฉพาะเมื่อมันถูกบอกเล่าโดย ผู้ชายตรงเพศรักต่างเพศ (Cisgender Heterosexual Male) นิยามความหมายของคำว่าเลสเบี้ยน ยิ่งดูขบขันสำหรับผู้ฟังจำนวนมากที่ไม่เข้าใจเรื่องวิถีทางเพศ

ผมเป็น x และผม ชอบ y ไม่ชอบ x” มันก็ยอมรับได้แบบเดียวกันกับประโยคที่ว่า  “ผมเป็น M และผมชอบ F ไม่ชอบ M” ประโยคนี้เป็นจริงเท่าๆกับผมเป็น L และผมชอบ F ไม่ชอบ M” แบบที่เจ้าของเพจบอกครับ

การที่ผู้ชายคนนึงพูดว่า ผมเป็นผู้ชาย ผมมีความชอบผู้หญิง ไม่ชอบผู้ชาย ถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสังคมกระแสหลัก ยึดถือบรรทัดฐานรักต่างเพศ คือชายตรงเพศชอบหญิงตรงเพศ หรือหญิงตรงเพศชอบชายตรงเพศ  แต่ถ้าเมื่อไหร่ผู้ชายคนนึงพูดว่า ผมเป็นผู้ชาย  ผมชอบผู้ชาย ไม่ชอบผู้หญิง สังคมจะเริ่มมีคำถามว่า คุณเป็นเกย์หรือ และตามมาด้วยการเลือกปฏิบัติตีตราต่างๆ

และถ้าผู้ชายคนนั้นบอกว่า ผมชอบผู้หญิง ผมเกลียดผู้ชาย ผมคือเลสเบี้ยน และสังคมพากันหัวเราะให้กับมุกตลกนี้ เพราะรู้ว่าผู้พูดไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นจริงๆ การเป็นเลสเบี้ยนของผู้ชายคนนี้จึงไม่จริง และทำให้การที่ผู้ชายคนนึงจะลุกมาบอกว่าตัวเองเป็นเลสเบี้ยน จึงกลายเป็นเรื่องขำขันไป ส่งผลให้เพศวิถีแบบเลสเบี้ยนถูกมองว่าเป็นเรื่องตลกสำหรับผู้ชายตรงเพศหรือผู้หญิงตรงเพศหลายๆ คน นอกจากนี้ยังผลิตซ้ำภาพเหมารวมว่าเลสเบี้ยนทุกคนต้องเกลียดผู้ชาย ทั้งๆที่จริงแล้ว ไม่ใช่เลสเบี้ยนทุกคนที่จะเกลียดผู้ชาย การผลิตซ้ำภาพเหมารวมเช่นนี้ ยิ่งไปสนับสนุนให้ผู้ชายจำนวนมากอยากเอาชนะหรือใช้อำนาจกับเลสเบี้ยน และในบางกรณีสามารถนำไปสู่อาญชากรรมที่มาจากความเกลียดชัง (Hate Crime) หรือการข่มขืนเพื่อเปลี่ยนวิถีทางเพศ (Correcive Rape) อีกด้วย

คำถามสำคัญจึงมีอยู่ว่า ทำไมเพศวิถีแบบเลสเบี้ยนถึงกลายมาเป็นมุกขำขันให้กับเหล่าชายตรงเพศและหญิงตรงเพศ ทำไมเราไม่เคยเห็นมุกที่เลสเบี้ยนพูดว่า ฉันเป็นผู้ชาย เพราะฉันชอบแต่ผู้หญิง ฉันจึงเป็นผู้ชายตรงเพศ??  สิ่งนี้ไม่เคยตลกสำหรับเลสเบี้ยน เพราะอะไร

ความพยายามแทนสมการ แทนค่า X Y มากมายในประโยคข้างต้นของผู้ชายที่เข้ามาอธิบาย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า ไม่มีชีวิตจิตใจของกลุ่ม LGBT อยู่ในเรื่องเล่าทำนองนี้ พวกเขามองเห็นคนเป็นแค่สมการ หลักตรรกศาสตร์ที่สามารถคิดตามได้ด้วยเหตุผล แต่ไม่มีประสบการณ์ของผู้คนที่ถูกกดทับอยู่ในประโยคเหล่านั้นเลย ทุกอย่างถูกปัดตกไปด้วยข้อเท็จจริงทางตรรกะศาสตร์ที่เป็นเรื่องของตัวเลข จำนวนค่า สมการ และมันช่างร้างไร้ความรู้สึกหรือความเจ็บปวดของคนที่อยู่ร่วมสังคมกับพวกเขา

ทำไมหลายคนที่เรียกร้องประชาธิปไตย เข้าใจปัญหาโครงสร้างทางการเมือง

แต่ไม่สามารถเข้าใจเรื่องเพศได้ และมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ไร้สาระ

มองข้ามๆไปก็ได้ อย่าซีเรียส

สิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากๆ ในการทำความเข้าใจเรื่องความไม่เป็นธรรมทางเพศ คือความสามารถในการจินตนาการถึงความเจ็บปวดและชีวิตที่ต้องต่อสู้ของคนที่มีประสบการณ์การถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ ถูกเลือกปฏฺิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ 

ผู้เขียนเห็นว่าความไม่สามารถจินตนาการถึงประสบการณ์การถูกกดทับทางเพศ นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากไม่เข้าใจ ไม่ตระหนักว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีผลอย่างไรและเกี่ยวข้องอย่างไรกับคนกลุ่มที่ลุกออกมาทักท้วงแสดงความไม่เห็นด้วยกับมุกตลกข่มขืนและเหยียดเพศเหล่านี้ เมื่อไม่สามารถจินตนาการได้ว่ามุกเหล่านี้คือมุกที่มาจากการที่คนๆ นึงถูกข่มขืนล่วงละเมิดทางเพศ มุกตลกข่มขืนก็จึงเป็นความขำขันที่ช่วยให้คลายเครียดจากการงานได้ หรือเมื่อไม่สามารถจินตนาการว่าตัวเองอาจตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนหรือเหยียดเพศ มุกตลกข่มขืนหรือเหยียดเพศก็เป็นแค่เรื่องเล่าขำๆเรื่องหนึ่งในวงเหล้าที่ไม่กระทบอะไรกับใคร 

นอกเหนือจากการไม่สามารถจินตนาการถึงประสบการณ์การถูกกดทับทางเพศได้แล้วนั้น ผู้เขียนคิดว่า การเติบโตมาในสังคมชายเป็นใหญ่ ถูกหล่อหลอมความคิด การกระทำ การปฏิบัติซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน ก็เป็นส่วนที่สำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากไม่เข้าใจเรื่องความเป็นธรรมทางเพศ แม้ว่าจะมีความเข้าใจเรื่องระบอบการเมืองการปกครองเป็นอย่างดี มองเห็นความไม่เป็นธรรมทางสังคมในมิติใหญ่ๆ แต่เมื่อเป็นหน่วยย่อยในชีวิตประจำวัน พวกเขาจะมองไม่เห็น เพราะมันได้ฝังรากลึกลงไปในทุกๆ ย่างก้าวของชีวิต 

การปลูกฝังวัฒนธรรมเหยียดเพศนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่แรกคลอดและต่อเนื่องจนตาย ความคิดแบบเหยียดเพศนั้นฝังอยู่ในทุกๆสถาบัน ในครอบครัว ระบบการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบบกฎหมายและนโยบายของรัฐ ศาสนาและจารีต ความเชื่อและคำสอนต่างๆ ทำให้คนๆ หนึ่งสามารถที่จะกลายมาเป็นคนเหยียดเพศได้ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม คนจำนวนมากจึงไม่สามารถจะสลัดความคิดเหยียดเพศนั้นออกไปจากความคิดและการกระทำของตัวเองได้ ซึ่งไม่ว่าจะสมาทานระบอบการปกครองประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ภายในวิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่แทบทั้งสิ้น 

ผลกระทบต่อคนที่มีความหลากหลายทางเพศจากมุกตลกเหยียดเพศ

คำ ผกา เคยกล่าวไว้ในบทความที่เธอเขียนถึงมุกตลก เจอหำที่ใช่ก็หาย เอาไว้ว่า 

 “เมื่อเราเจอคำพูดเช่นนี้ หลายคนอาจจะบอกว่า เออ ปล่อยพวกไดโนเสาร์ไปเหอะ วันหนึ่งก็สูญพันธุ์ แต่ภายใต้มุกตลกราคาถูกนี้มันมีเหตุการณ์ที่คนเพศทางเลือก เกย์ ทอม ดี้ กะเทย ถูกข่มขืน ถูกฆ่า ถูกทำร้ายร่างกายด้วยความเกลียดชังจำนวนมาก และบรรดาคนที่ไปข่มขืน ทำร้ายร่างกายไปจนถึงเข่นฆ่าคนเพศทางเลือก ก็มาจากการที่พวกเขาเห็นว่าเพศทางเลือกคือความวิปริต วิตถาร คือการฝืนธรรมชาติ คือการทรยศต่อพระเจ้า เป็นมลทินต่อมวลมนุษย์ และมันช่างคุกคาม สั่นคลอนอานุภาพแห่งจู๋และหำอันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสร้างความเป็นธรรมให้กับการข่มขืน หรือ rape culture”

มุกตลกเลสเบี้ยนเจอหำที่ใช่ก็หาย หรือมุกทูตติ่ม มุกผู้ชายสายเหลือง หรือมุกตลกเหยียดเพศอื่นๆ ดูเผินๆก็แค่มุกตลกคลายเครียด แต่ในความเป็นจริงมุกเหล่านี้สามารถหล่อหลอมและสนับสนุนแนวคิดเหยียดเพศ การเลือกปฏิบัติทางเพศ และการกระทำความรุนแรงทางเพศต่อคนในสังคมได้ เพราะเมื่อคนจำนวนมากไม่เป็นว่ามันคือปัญหา เป็นทัศนคติที่ถูกบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา นั่นย่อมทำให้คนที่เป็นผู้กระทำอ้างความชอบธรรมและแรงสนับสนุนเหล่านี้มากระทำความผิดต่อคนที่มีความหลากหลายทางเพศหรือคนที่มีอำนาจน้อยกว่าได้

Sujata Moorti ผู้อำนวยการของวิทยาลัย  Middlebury College’s gender, sexuality and feminist studies program เคยกล่าวเกี่ยวกับมุกตลกข่มขืนเอาไว้ว่า

“If you make a joke about it, one can trivialize it.”

ถ้าคุณเล่นมุกตลกเกี่ยวกับการข่มขืน การข่มขืนนั้นย่อมถูกทำให้เป็นเรื่องหยุมหยิมไร้สาระ

คนที่มีความหลากหลายทางเพศจำนวนมากในโลกนี้ ล้วนตกอยู่ในสภาวะของการต่อสู้ที่จะมีชีวิตอยู่ในสังคมที่บรรทัดฐานรักต่างเพศถูกบอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นสภาวะปกติที่ควรจะเป็น พวกเราต่อสู้กับการถูกข่มขืนเพื่อเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศหรือวิถีทางเพศของพวกเรา (Corrective Rape) พวกเราหลายคนถูกบังคับแต่งงานให้หายเป็นเกย์เป็นเลสเบี้ยนเป็นนอนไบนารี่ พวกเราหลายคนถูกฆ่าตายเพียงเพราะเป็นคนข้ามเพศ (Hate Crime) พวกเราถูกห้ามไม่ให้เข้าประเทศเพียงเพราะคำนำหน้าของเราไม่ตรงกับเพศสภาพ พวกเราถูกบอกว่าเป็นโรคจิต ถูกบังคับบำบัด เพียงเพราะพวกเราไม่ได้มีเพศวิถีที่ตรงกับเพศกำเนิด  พวกเราถูกปฏิเสธการจ้างงาน เพียงเพราะเราไม่ได้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแบบที่สังคมกำหนด 

พวกเราไม่เคยรู้สึกตลกกับการถูกเลือกปฏิบัติและถูกใช้ความรุนแรง พวกเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ความเศร้า และโกรธแค้นที่สังคมมองเห็นเราเป็นแค่มุกตลกให้กับผู้ชายและผู้หญิงที่ถูกยอมรับจากสังคมแบบรักต่างเพศ

เพราะมุกตลกข่มขืนหรือเหยียดเพศไม่ใช่เรื่องหยุมหยิมไร้สาระ แต่มันคือเรื่องราวจากคนที่ถูกกระทำความรุนแรง คือเรื่องราวของคนที่ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกตีตรา จากเพศวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศ และพวกเราไม่ใช่วัตถุดิบในการสร้างมุกตลกของใคร

ที่มา

มุกทูตติ่ม

https://www.facebook.com/alternativeambassador/posts/126862175893670

- Advertisement -

เพราะคำว่าเมื่อเจอหำที่ใช่หรือเปลี่ยนทอมซ่อมดี้ไม่ใช่เรื่องตลก https://adaybulletin.com/know-yuupen-rape-culture/51016

Comedians have long used rape as a punchline. https://www.washingtonpost.com/lifestyle/style/comedians-have-long-used-rape-as-a-punchline-the-me-too-era-is-changing-that/2018/11/08/54ffc888-dd5b-11e8-b3f0-62607289efee_story.html

- Advertisement -
ดาราณี ทองศิริ
ดาราณี ทองศิริ
นักสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิผู้หญิงและความหลากหลายทางเพศ สนใจขับเคลื่อนเรื่องเพศในมิติทางการเมือง สังคม ศิลปะและวัฒนธรรม เวลาว่างชอบท่องเฟซบุคกับกินปีกไก่นิวออลีนส์