แค่เพื่อนร่วมงานค่ะเธอ (แฟนเผลอแล้วเจอกัน) เมื่อที่ทำงานเป็นสถานที่โรแมนติก จน 40% ของการนอกใจแฟนเกิดขึ้นที่ออฟฟิศ และมันอาจทำลายชีวิต (แต่หลาย ๆ คนก็คิดว่าคุ้มค่า)

- Advertisement -

เมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตทำงาน เราต่างต้องสวมหมวกเป็น ‘Professional’ หรือ ความเป็นมืออาชีพ สิ่งนี้ไม่ได้ถูกสั่งสอนให้รั้วโรงเรียนหรือมหา’ลัย แต่เราต้องทำให้ได้ทันทีเมื่อเป็นพนักงาน หลักการทั่วไปของความเป็นมืออาชีพมีอยู่ไม่กี่ข้อ เรื่องที่ 1 คือต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกให้ได้ เรื่องที่ 2 คือต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ นอกจากนั้นก็อาจจะแตกย่อยไปที่เสื้อผ้าหน้าผม กาลเทศะ ลำดับขั้น ระบบระเบียบที่ต้องเคารพกัน และสุดท้าย ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์ที่วางอยู่พอดีเป๊ะบนเส้นเบลอ ๆ ของชีวิตส่วนตัวและเรื่องงาน เป็นเพื่อนหรอ ก็ไม่ใช่ เป็นคนแปลกหน้าเหรอ ก็ไม่เชิง ความหมิ่นเหม่นี้เองที่ทำให้การตกหลุมรักคนในที่ทำงาน เป็นเหมือน Task ที่พนักงานคนหนึ่งอาจจะเคยผ่านมาสักครั้งในชีวิต แม้บรรยากาศในที่ทำงานจะท็อกซิก เจ้านายจะจิกหัว แต่การมีใครสักคนให้แอบสบตาในเวลาที่หวั่นไหว ก็ชุบชูหัวใจมนุษย์เงินเดือนได้ไม่น้อย

- Advertisement -

อะไรมันเอื้อให้ความรักเกิดในที่ทำงานบ้าง มีคำอธิบายหลายชุดที่บอกว่าความผูกพันนี่แหละที่เป็นบ่อเกิดความรัก แล้วความผูกพันระหว่างเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศมันก็ช่างมากมาย เอาง่าย ๆ การทำงาน 8 ชั่วโมงคือเวลา 1 ใน 3 เราแทบไม่พบเจอใครโดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่ใช้เวลารถติดมากกว่าเวลานอนในแต่ละคืนด้วยซ้ำ นอกจากเวลาและการเจอหน้ากันบ่อย ๆ แล้ว การเอาชนะอะไรยาก ๆ มาด้วยกันคือส่วนผสมชั้นยอดของการเป็นเรา แล้วความเห็นอกเห็นใจรักใคร่กลมเกลียวก็เกิดขึ้นได้เพราะว่าชีวิตในวัยทำงานมันช่างครบถ้วนในรสชาติ ก้าวผ่านงานยาก ๆ ยังทำมาแล้ว ทำไมจะก้าวข้ามเส้นเพื่อนร่วมงานไปสู่คนรักไม่ได้ล่ะ !!

#SPECTROSCOPE: แค่เพื่อนร่วมงานค่ะเธอ (แฟนเผลอแล้วเจอกัน)

เมื่อที่ทำงานเป็นสถานที่โรแมนติก จน 40% ของการนอกใจแฟนเกิดขึ้นที่ออฟฟิศ และมันอาจทำลายชีวิต (แต่หลาย ๆ คนก็คิดว่าคุ้มค่า)

แม้ 1 ใน 5 ของพนักงานในวิจัยชิ้นนี้จะบอกว่าการเดตเพื่อนร่วมงานมันโคตรไม่มืออาชีพเลยว่ะ แต่สถิติเดียวกันนี้จาก Forbes กลับบอกว่ามีคนจำนวนมากกว่าที่ไม่สนใจ และยินดีที่จะตกหลุมรักพร้อมไปกับการตกนรกในที่ทำงาน สถิตินี้รายงานว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างเคยอยู่ในสถานะจีบ ๆ กับเพื่อนร่วมงานมาก่อน และ 43% ถึงขั้นมีความสัมพันธ์ที่จริงจังจนแต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน ที่น่าสนใจกว่านั้นคือบางคนไม่ได้แค่เฟลิร์ตกับเพื่อนร่วมงานในขณะที่ยังโสด เพราะ 40% มีความสัมพันธ์ลับ ๆ แบบที่เรียกได้ว่า
‘นอกใจ’ แฟนด้วย

จากข้อมูล เรียกได้ว่าพนักงานบริษัทรักกันโครมครามราวกับเฟอร์รารี่ที่ไม่เคยคิดเบรก แบบนี้ก็ไม่น่ามีปัญหานี่นา แต่ความจริงแล้ว มีความสัมพันธ์ในที่ทำงานจำนวนมากที่เกิดขึ้นในความลับ แม้มันจะไม่เคยเงียบสนิทเพราะเสียงลือในออฟฟิศที่ดังสนั่นจนกลุ่มตัวอย่าง 60% บอกว่าเคยได้ยิน ‘เรื่องซุบซิบ’ ว่าใครในที่ทำงานคบกัน (แล้วคนก็ชอบฟังมากซะด้วย)

#รักแบบลับๆทำไมมีใจก็เปิดเผยดิ – 1 ใน 3 ของคู่รักในที่ทำงานเดียวกัน ไม่บอกเจ้านายว่าคบกันอยู่

ข้อมูลที่น่าสนใจจากสถิติระบุว่า 35% ของคู่รักในที่ทำงาน ไม่บอกใครว่ากำลังคบกันอยู่ เหตุผลสนับสนุนที่น่าสนใจอาจเป็นเพราะ ในสถิติเดียวกันนี้บอกว่าคนทำงานรู้ตัวว่าการเดตมันกระทบเพอร์ฟอร์แมนซ์ในการทำงานแบบสุดๆ กระทบมากขนาดไหน ก็ถึงกับที่ว่า 57% ของคนทำงานตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ามันกระทบ ก็แหม ถ้ามันเคยทำให้เราอยากออกจากบ้านมาทำงานได้ ทำไมมันจะทำให้เราอยากเทงานไม่ได้ ก็ไม่อยากมาเจอหน้ากันในที่ทำงานอะ ผิดหรอ แม้การเดตกันในที่ทำงานจะทำให้พนักงานอย่างน้อย 5% เคยต้องทิ้งงานไปพร้อมกับทิ้งเธอเพราะทนพิษบาดแผลจากการเลิกรากันไม่ไหว แต่รายงานก็บอกว่าการมีความรักในที่ทำงานนอกจากกระตุ้นหัวใจแล้ว ยังกระตุ้นเพอร์ฟอร์แมนซ์ด้วย เพราะ 12% ของคนวัยทำงานอยากทำงานมากขึ้นเมื่อมีแฟนในที่ทำงาน 

ประเด็นคือ 12% น่ะมันคงเป็นตัวเลขน้อยนิดเมื่อเทียบกับผลกระทบต่องานเมื่อเลิกรา เรื่องนี้ HR เองก็รู้ เจ้านายเองก็ทราบ ว่าความสัมพันธ์โรแมนติกในที่ทำงานมันสร้างความปั่นป่วนหัวใจให้ชาวออฟฟิศขนาดไหน ที่ทำงานหลาย ๆ ที่จึงประกาศห้ามคบกันในที่ทำงาน และมันก็กลายไปเป็นพล็อตซีรีส์หลาย ๆ เรื่องที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของคู่รักที่ต้องเก็บซ่อนไว้ เพราะงานต้องมาก่อน

แต่ไม่ใช่สำหรับคนรุ่นใหม่ และคน Gen Z ในยุคก่อนการเดตกันในที่ทำงานอาจไม่เป็นมืออาชีพ อาจทำให้เจ้านายกังวล อาจทำให้ HR ปวดหัวและต้องหาทางออก แต่รายงานบอกว่าคนรุ่นใหม่พร้อมที่จะเดต จะจีบ จะคบ หรือแม้แต่จะมีความสัมพันธ์ชั่วคราว (Hook Up) กับคนในองค์กรเดียวกันได้มากขึ้น และหลาย ๆ องค์กรก็พร้อมรับมือกับสิ่งนี้มากขึ้นด้วย แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ดี และมันก็สอดคล้องกับ
เทรนด์การเดตของคนรุ่นใหม่ที่มองหาความสัมพันธ์ที่สะดวกสบายมากขึ้น ก็แหงล่ะ อะไรจะสบายไปกว่าที่ทำงานที่เอื้อให้คู่รักได้เจอกันใกล้ชิดกันตลอดเวลา ได้สร้างสิ่งดี ๆ ร่วมกัน รวมถึงข้ามผ่านอุปสรรคด้วยกันด้วย

มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร ความสัมพันธ์เกิดขึ้นได้ และการนอกใจก็คือการละเมิดข้อตกลงในความสัมพันธ์ที่ทำให้คู่รักแตกสลายมานักต่อนัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความรักในที่ทำงานเป็นเรื่องต้องห้าม ตราบใดที่ความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นบนความเคารพกันและกัน และเกิดขึ้นบนความยินยอมพร้อมใจของ
ทุกฝ่าย

อ่านทั้งหมดนี้จบแล้วจินตนาการว่าเราเป็นพนักงานกินเงินเดือนคนหนึ่งในเอเจนซี่ที่เป็นยูนิคอร์นแห่งยุค รูปสวยรวยทรัพย์และได้รับการนับหน้าถือตาจากคนรอบข้างในทุกที่ที่ไป มีคนข้างกายเป็นคู่รักที่
เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและชื่อเสียงเรียงนามจนเรียกได้ว่ากิ่งทองใบหยก ชีวิตที่ครบครันแบบนี้ช่างเป็นชีวิตในฝัน เราคงจินตนาการถึงบั้นปลายชีวิตที่ร่ำรวยจากการงานและความรักที่ประสบการณ์ความสำเร็จ Lucky in Game and Lucky in Love อย่างแท้จริง แต่วันหนึ่งที่บริษัทได้พาเราไปฉลองร่วมกันที่โรงแรมต่างจังหวัดแสนสวย ชีวิตที่งดงามก็พังทลายลงไปตรงหน้า เมื่อความลับดำมืดซึ่งก็คือ “ความสัมพันธ์แอบซ่อน” ในออฟฟิศที่เคยมิดชิด มันดันต้องเปิดเผยอย่างไม่ตั้งใจ

หากคุณเป็นหนึ่งในนั้นจะรู้สึกอย่างไร ?
ความสัมพันธ์ลับ ๆ จะมีค่าพอให้ทำลายความสำเร็จในฐานะคนทำงานได้ไหม ?
ชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวอยู่คนละฟากกันได้หรือเปล่า ถ้าชีวิตส่วนตัวเราเหลวแหลก แต่งานเราไร้เทียมทาน งานจะเพียงพอหรือเปล่า ?


นี่คือเรื่องย่อ ๆ ของซีรีส์ The Outing ทริปซ่อนชู้ ที่ออกอากาศผ่าน Viu ภายใต้ฉากหวือหวาในบรรยากาศยูโรเปี้ยน ในบรรยากาศแบบนั้น เรื่องราวแบบนั้น สำหรับหลาย ๆ คนอาจมองว่าเป็นเรื่อง
ไกลตัว แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด และบางทีคุณก็อาจจะตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนทางความสัมพันธ์เช่นตัวละครในเรื่องนี้ก็ได้

#OfficeRomance #Professionalism #DatingCulture #HookupCulture
#TheOutingSeries #ทริปซ่อนชู้ #ViuOriginal #Viuอ่านว่าวิว 


สามารถดูซีรีส์ได้ที่ https://bit.ly/48i8iJB


อ้างอิง

MIC: https://bit.ly/3uvKHaO

Ecnmy: https://bit.ly/3uu6RKB

Forbes: https://bit.ly/3ONkATy

BBC: https://bit.ly/3I3tDvF

#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

“กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ ทีมงานสงวนสิทธิ์ในการลบหรือดำเนินการตามสมควร กับความเห็นที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) หรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น”


- Advertisement -
Ms. Satisfaction
Ms. Satisfaction
Since it opened my eyes. I can't stop me, can't stop me, can't stop me