STOP ASIAN HATE เป็นคนเอเชีย = ไม่ปลอดภัย สถิติความรุนแรงจากความเกลียดชังต่อคนเอเชีย พุ่งสูงขึ้นกว่า 150 % (กว่า 3,800 เคส)ในอเมริกา

- Advertisement -

TW: Racism, Xenophobia, Violence, White Supremacy, Hate Crimes

#StopAsianHate แฮชแท็กต่อต้าน Hate Crimes หรือ ‘อาชญากรรมที่มีเหตุจากความเกลียดชังต่อคนเอเชีย’ กำลังถูกใช้ในตอนนี้เพื่อส่งเสียงของคนเอเชียน-อเมริกัน ที่โดนคุกคามอย่างหนักขึ้นหลังจากเหตุการณ์ Covid 19 ซึ่งมีผลจากอิทธิพลความเชื่อแบบ White Supremacy และแนวคิด Xenophobia

แฮชแท็กนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ ‘โรเบิร์ต แอรอน ลอง’ ชายผิวขาววัย 21 ปี ได้เข้ากราดยิงที่สปา 3 แห่งในรัฐแอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวมถึง 8 คน โดย ‘6 ใน 8 ผู้ที่เสียชีวิตนั้น เป็นชาวเอเชีย และ 7 คนมีเพศกำเนิดเป็นหญิง ทำให้หลาย ๆ คนมองว่าการฆาตกรรมในครั้งนี้อาจจะเป็นความรุนแรงมีผลมาจากความเกลียดชังในคนเอเชีย ‘อย่างมีนัยยะสำคัญ’ อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเบื้องต้น ทางตำรวจบอกว่า มูลเหตุของการกระทำนั้นยังไม่แน่ชัด และอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่อง ‘เชื้อชาติ’ ก็ได้

แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือ ‘การเหยียดและคุกคาม ที่มีจากความเกลียดชังต่อชาวเอเชียน-อเมริกัน’ มีสถิติพุ่งสูงเพิ่งถึง 150% ในปีที่ผ่านมา หลังการระบาดของ Covid19 ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน (California State University’s Center, 2020) ซึ่งทำให้ชาวเอเชียในต่างแดนโดยเฉพาะในอเมริกาต้องเผชิญกับความหวาดกลัวอย่างหนักมาโดยตลอด การฆาตกรรมที่ดูเหมือนจะเฉพาะเจาะจงไปที่คนเอเชียและผู้หญิงในครั้งนี้ จึงเป็นประเด็นที่ไม่สามารถถูกมองเป็นอาชญากรรมธรรมดาได้

เคสการใช้ความรุนแรงจากความเกลียดต่อชาวเอเชียน-อเมริกันนั้น ถูกรายงานเมื่อปีก่อนกว่า 3,800 เคส ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถูกรายงาน โดยจากผลสำรวจ กว่า 1,710 เคสแสดงให้เห็นถึง การคุกคาม ทารุณในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘การคุกคามทางวาจา’ (Verbal Harrassment) ที่เกิดขึ้นสูงเป็นอันดับหนึ่ง (69.6%) การผลักไสไม่แยแส (Shunning) เป็นอันดับสอง (23%) และอื่น ๆ เช่น การทำร้ายร่างกาย, การไอหรือถ่มน้ำลายใส่, การเหยียดในที่ทำงานและแพลตฟอร์มออนไลน์, การกีดกันในสถานประกอบการและขนส่งสาธารณะ ตลอดจนเรื่องการทำลายทรัพย์สิน (Stop AAPI Hate Reporting Center, 2020)

#HateCrime – หรือ ‘อาชญากรรมที่มาจากการเกลียดชัง’ เป็นการก่ออาชญากรรมที่มีแรงจูงใจมาจากอคติ และความเกลียดชังต่อบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่ตัวบุคคล แต่เฉพาะเจาะจงไปที่กลุ่มคนที่มีลักษณะ หรือ ภาพเหมารวม (Stereotype) บางอย่างที่แตกต่าง หรือขัดต่อความเชื่อของผู้กระทำไม่ว่าจะจาก เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา เพศวิถี ชนชั้น ฯลฯ อย่างประเด็นของคดีนี้ที่หลาย ๆ คนมองว่าเป็น Hate Crime ที่มีแรงจูงใจมาจากความเกลียดชังในคนเชื้อชาติเอเชีย

‘นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิด Hate Crime ขึ้น’ – เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นาย วิชัย รัตนภักดี ชายอเมริกันเชื้อชาติไทยอายุ 84 ปี ถูกทำร้ายโดยหนุ่มผิวดำชายอเมริกันวัย 19 ปี ด้วยการผลักกระแทกพื้นถนนจนถึงแก่ชีวิตเกิดเป็น #JusticeForVichai และ #Asiansarehuman ที่ปลุกกระแสการเรียกร้องความยุติธรรมขึ้นมา (อ่านเพิ่มเติม: https://bit.ly/3tvUUOa)

นอกจากนี้ยังมีเคสอื่น ๆ อย่างเช่น คนไทยในลอนดอนที่โดยชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกาย หรือหญิงเอเชียที่นิวยอร์กที่โดนทำร้ายร่างกายกลางถนน โดยทั้งคู่ถูกกล่าวหาและเหยียดว่าเป็นพาหะไวรัสโคโรน่า หรือแม้กระทั่งล่าสุดเมื่อเช้านี้ ก็มีคลิปเหตุการณ์ที่หญิงชาวเอเชีย วัย 76 ถูกชายผิวขาวต่อยจนตาบวม ที่รัฐซานฟรานซิสโก (https://bit.ly/3lzL6Qr) ซึ่งจากภาพที่เห็นในคลิปทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า ทำไมตำรวจเลือกให้ความช่วยเหลือ ชายผิวขาวผู้กระทำ (โดนเหยื่อตีหัวแตกเพื่อป้องกันตัว) แต่กลับเพิกเฉยต่ออาการบาดเจ็บของหญิงชาวเอเชียผู้ถูกกระทำ นี่แสดงให้เห็นถึงความเกลียดชังและเลือกปฏิบัติต่อชาวเอเชีย ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เว้นแม้แต่จากคนบางส่วนของภาครัฐเองใช่หรือไม่?

#WhiteSupremacy – หรือความเชื่อที่ว่า ‘คนขาวเหนือกว่า (Superior) ทุกชนชาติ’ เป็นหนึ่งในต้นตอของปัญหาการเหยียดชาติพันธุ์ ควบคุม และข่มเหงคนอื่น ที่นำไปสู่หลายเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อชาติอื่น รวมถึงเหตุการณ์ Hate Crime ที่เรากำลังพูดถึงอยู่ — บทกลอน “The White Man’s Burden” – Rudyard Kipling เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้มุมมองของคนขาว ที่มองว่าการเข้าไป “ช่วย” ชนชาติอื่นถือเป็น “ภาระ” ของตนที่ต้องกระทำ ทั้งที่แท้จริงแล้ว การช่วยเหลือนั้นคือการเข้าไปเอาผลประโยชน์จากชาติอื่น โดยการมองว่าตนเองคือผู้อุปถัมภ์อุ้มชูอีกฝั่งที่ ‘อ่อนแอ’ กว่า จนเกิดเป็นมายาคติจากภายในว่าคนขาวสามารถเอารัดเอาเปรียบอีกชนชาติได้ต่างหาก

#Xenophobia – คือภาวะความเกลียดชังต่อคน ‘ต่างชาติ’ หรือ ‘ต่างถิ่น’ ที่แตกต่างจากตัวเอง ที่ลามไปถึงการเหยียดถึงความเป็นมนุษย์ของคนต่างชาติว่า ‘ต่ำ’ กว่าตน เป็นอีกประเด็นที่เป็นต้นตอของปัญหานี้ โดยคำว่า ‘xénos’ เป็นภาษากรีกโบราณ (ที่ผ่านการ romanise แล้ว) แปลว่า Stranger (คนแปลกหน้า) ฉะนั้น จากรากศัพท์นี้ จะเห็นได้เลยว่า มุมมองต่อคนต่างชาติในที่นี้ไม่ได้เป็นระนาบเดียวกับคนชาติเดียวกัน หรือพูดโดยง่ายว่า ไม่ได้เห็นเป็นคนเหมือนกัน โดย xenophobia นั้นเป็นผลพวงจากแนวคิดแบบคลั่งชาติ (Patriotrism) ที่ทำให้มองว่าคนอื่นที่มีอัตลักษณ์แตกต่างออกไปจากคนใน ‘ชาติ’ ไม่ได้เป็นคน ‘เหมือนกัน’ ที่ไม่สามารถเข้าใจได้ จนลามไปถึงความเกลียดชังในที่สุด

การเหยียดเอเชียในอเมริกานั้นมีมาตั้งแต่ ช่วงปี 1800s ที่ชาวเอเชียน-อเมริกันรุ่นแรก ๆ เริ่มย้ายมาตั้งหลักปักฐาน ที่ได้มีการออกกฎหมาย The Page Act และ The Chinese Exclusion Act of 1882 มาเพื่อกีดกันแรงงานชาวจีนไม่ให้เข้ามาในประเทศ ด้วยเหตุผลจากแนวคิดแบบชาตินิยมและความกังวลเกี่ยวกับการแย่งพื้นที่ในการทำงาน เมื่อผนวกรวมเหตุการณ์การระบาดของCovid 19 กับอคติทางเชื้อชาติ การเหยียดหยาม คุกคามที่ฝังรากลึกมาในสังคมอเมริกันนั้น ยิ่งกลายเป็นเหมือนตัวจุดชวนแห่งความเกลียดชังชั้นดี ที่นำไปสู่ความรุนแรงต่อชาวเอเชียน-อเมริกัน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ความรุนแรงจากความเกลียดชังในเชื้อชาตินั้นเป็นสิ่งที่เลวร้าย และยอมรับไม่ได้ ร่วมกันใช้ #StopAsianHate เพื่อส่งเสียงของพวกเราออกไป เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมแก่ผู้เสียหาย และเพื่อทุกคน ในฐานะ ‘มนุษย์’ ที่ต้องไม่มีใครอยู่เหนือกว่าใคร ไม่ว่าจะด้วย ชาติพันธุ์ ชนชั้น เพศ หรือ อัตลักษณ์อื่นๆ

#StopAsianHate #HateCrime #antiAsianprejudice
#Racism #Xenophobia #AsainsAreHuman
#AsianLivesMatter #StopAAPIHate

Content by Panita S, Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ : https://bit.ly/38MAJn4

อ้างอิง
VOA: https://bit.ly/3vFp7Mv
BBC: https://bbc.in/38UP7Kh
Now This: https://bit.ly/3s4NMIs
Secureservercdn: https://bit.ly/3vES1ws
Vice: https://bit.ly/3eTLJD8, https://bit.ly/3sc8oi1
Crimjournalthai: https://bit.ly/38Opxqf
Vox: https://bit.ly/3lzL6Qr
ภาพ: Leonard Ortiz, Orange County Register/SCNG
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer