โสด โปรดทราบ (และเคารพกันด้วย) เมื่อ Single Shaming กำลังบีบให้คนมีคู่ทั้งที่เราโสดก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร

- Advertisement -

ผ่านวาเลนไทน์มาหยก ๆ ดอกไม้ยังไม่ทันเหี่ยวหย่อน ๆ สองข้างทางก็ยังเต็มไปด้วยเศษกุหลาบ สถานที่ที่เปิดเพลงรัก มื้อค่ำสุดโรแมนติก หรือแม้กระทั่งสติกเกอร์รูปหัวใจที่พาใจบางคนต้องแตกสลาย

- Advertisement -

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่โซเชียลมีเดียเติบโต เราก็ยิ่งมีโอกาสเห็นคนใกล้ตัว คนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งคนที่เราอาจไม่รู้จักเลยสวีตหวานกับแฟนบนอินเตอร์เน็ตเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล จนอาจต้องเปรย ๆ กับตนเองว่าอยากเป็นเหมือนตัวละครในภาพยนตร์รอมคอมเรื่อง Holidate ที่ขอมีแฟนเพียงในช่วงเทศกาล 

คงไม่มีความจำเป็นที่ต้องหานิยาม ความหมายหรือที่มาของเทศกาลเพื่อยืนยันกันว่า ‘วาเลนไทน์’ เป็นเทศกาลแห่งความรักหรือไม่ เพราะแท้จริงแล้วไม่ว่าจะเทศกาลใดพื้นที่ของคนโสดก็มีน้อยทุกที (ตัดพ้อ)

#Spectroscope: โสด โปรดทราบ (และเคารพกันด้วย)
เมื่อ Single Shaming กำลังบีบให้คนมีคู่ทั้งที่เราโสดก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์​ที่ใคร ๆ ก็ยื่นช่อดอกกุหลาบให้กัน ก็ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสังคมเรารักการอยู่เป็นคู่อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าแบรนด์ สินค้าต่าง ๆ ยิ่งรักความเป็นคู่กว่าใครเพื่อน จากผลสำรวจสถิติการตลาดวันวาเลนไทน์ของ Marilia Dimitriou บน Moosend Sitecore company พบว่า คนอเมริกาใช้เงินราว 160-170 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,000 บาทไปกับวันวาเลนไทน์ และใช้สูงถึง 192.8 ดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา (2023) ซึ่ง National Retail Federation (NRF) ระบุว่าของขวัญยอดนิยมคือขนม การ์ด ตามมาด้วยดอกไม้

รวมไปถึงเหล่า E-Commerce หรือการสั่งสินค้าทางออนไลน์ก็เติบโตอย่างมากในหมู่นักช็อป จึงไม่ใ่ช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นเหล่าแอปพลิเคชันสั่งสินค้าออนไลน์ทยอยทำแคมเปญสำหรับวันแห่งความรักนี้กันเป็นแถว

ในผลการศึกษาฉบับล่าสุดในปีนี้ของ YouGov ในนามของ VISA พบว่า

ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์ โดย 57% วางแผนซื้อของขวัญผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce รวมไปถึงบนเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์ ขณะที่อีกประมาณ 20% วางแผนซื้อของขวัญผ่านช่องทาง Sicial Commerce จาก Facebook Instagram LINE และ TikTok 

ไม่เพียงแต่ที่สหรัฐฯ แต่บ้านเราเองก็เป็นอีกประเทศที่จับจ่ายในวันวาเลนไทน์เป็นอย่างมาก จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดการณ์ว่า ในวาเลนไทน์ปีนี้จะมียอดจับจ่ายกว่า 2.52 พันล้านบาทซึ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนถึง 57.1% และเป็นยอดที่สูงที่สุดในห้าปีที่ผ่านมา

โดยคาดการณ์ว่าจะมีการจับจ่ายไปกับของขวัญ มื้ออาหารกับคนสำคัญ ดอกไม้และภาพยนตร์สักเรื่อง พอฟังผลสำรวจแบบนี้แล้ว เหล่านักธุรกิจก็คงต้องรีบจ้องกันตาเป็นมันว่าปีนี้คงเป็นอีกปีที่สินค้าขายดี จนนำมาสู่แคมเปญต่าง ๆ สำหรับคนมีคู่

ไม่ว่าจะเครื่องดื่ม 1 แถม 1 ตั๋วหนังราคาพิเศษ เซ็ตอาหารดินเนอร์ เซตช็อกโกแลตวาเลนไทน์ ไม่ว่าสินค้าหรือบริการใดก็ต้องพากันเร่งขยับในช่วงเทศกาลกันทั้งสิ้น จนบรรยากาศและกลิ่นอายของความรักเหล่านี้อาจทำให้คนโสด (บางคน) รู้สึกหดหู่ได้

พอร่ายเรียงถึงที่มาที่ไปของบรรยากาศดอกไม้เกลื่อนเมืองนี้แล้ว ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้รอบตัวของเรามีแต่คู่รักและความหวานหอมของความรักก็เป็นเพราะการตลาดเทศกาลในส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนใหญ่ ๆ ก็คงเป็นค่านิยมที่สังคมชี้ชวนให้มนุษย์มีคู่ หรือมีแฟนกันเป็นเรื่องปกติ

#พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรักกัน – ความโสดกลายเป็นความเศร้าและก็กลายเป็นเราที่ต้องโดนปลอบ

คำพูดคุ้นหูอย่าง “เดี๋ยวก็เจอคนที่ใช่” “ยังไม่มีแฟนอีกเหรอ” หรือ “คุณต้องเหงามากแน่ๆ ” ฟังเผิน ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นคำถามปนความปลอบใจที่พาเราให้หลงละเมออยู่ชั่วครู่ แต่แท้จริงแล้วคำพูดเหล่านี้อาจเข้าข่าย Single Shaming หรือ การตัดสินในเชิงลบเมื่อคนคนหนึ่งไม่ได้แฟนหรือคู่ครอง และไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมที่มองว่าเราควรจะต้องแต่งงานในวัยที่เหมาะสม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราอยู่ในอายุหรือวัยที่เหมาะแก่การมีครอบครัวแล้ว ประโยคเหล่านี้จะยิ่งพากันหมุนเวียนเข้าหูบ่อยครั้งจะเอือมระอา ซึ่งคุณไม่ได้แปลกที่จะมีความเบื่อหน่ายจากการโดนทักลักษณะนี้ เพราะจากผู้ตอบผลสำรวจ 1,000 ของ Match บริการหาคู่ในประเทศอังกฤษ พบว่ามีคนโสดถึง 59% ที่กล่าวว่าพวกเขารู้สึกพอใจกับสถานะของตัวเอง แต่คำพูดหรือทัศนคติของคนอื่นต่างหากที่คอยมารบกวนจิตใจ

นักจิตวิทยาคลินิก โจชัว แคลโปว (Joshua Klapow) แนะนำว่าเมื่อเจอคน Single Shaming เราต้องตระหนักว่าทำไมคำพูดเหล่านั้นถึงกระทบต่อจิตใจเรา เพราะเรารู้สึกไม่ดีกับการโสดหรือเปล่า ซึ่งการรู้สึกไม่ดีกับการโสดนั้นไม่ได้เป็นเพียงจิตใต้สำนึก หรือสิ่งที่อยู่ ๆ สมองก็รับรู้ได้ แต่มันเกิดมาจากองค์ประกอบรอบตัวที่สังคมพยายามบีบให้คนต้องมีคู่ตลอดเวลา ตั้งแต่คำถามถึงสเป็ก ความชอบ ไปจนถึงการแต่งงาน เสมือนว่าชีวิตนี้เราต้องมีเป้าหมายชีวิตในการมีคู่เสียอย่างนั้น

โจชัวแนะนำเพิ่มเติมว่า เราต้องระลึกไว้ว่าคำพูดเหล่านั้นมาจากคนอื่น ไม่ต้องนำมาตัดสินตัวเราเอง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องคุยไป โดยต้องพยายามอธิบายว่า ‘ทำไมเราถึงโสด’ 

ยิ่งไปกว่าความพยายามเข้าใจในตนเองและตัดบทสนทนานั้นไป คือเราทุกคนควรเริ่มทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า ‘มีคนที่เขาเลือกจะอยู่เป็นโสด’ และ ‘เขามีความสุขดี’ กับสิ่งนั้น เพื่อลดบทสนทนาน่าเอือมระอาที่เป็นการดูหมิ่นโดยใช่เหตุ

ด้านนักนโยบายผู้วางกรอบคิดให้กับสังคมก็เช่นเดียวกัน ย้อนกลับไปในปี 2486 ที่มีการเสนอเก็บ “ภาษีชายโสด” เพื่อผลักดันให้ชายไทยสมรสและมีบุตรสำหรับทดแทนพลเมืองที่ลดลงจากช่วงสงคราม 

“ชายโสดสมควรเสียภาษีให้แก่รัฐมากกว่าผู้ที่ไม่โสด และนอกจากนี้ หากผู้ใดได้ทำการสมรสแล้ว ก็ไม่ต้องเสียภาษีนี้ การเก็บภาษีทำนองนี้ย่อมจะทำให้ความเจริญให้แก่ชาติหลายประการ”

แม้ว่าจะมีการถกเถียงกันมากมาย แต่ท้ายที่สุดพรบ.นี้ก็คลอดออกมาเป็น ‘พระราชบัญญัติพาสีชายโสด พ.ศ. 2487’ และยกเลิกไปใน 327 วันหลังประกาศใช้ 

อย่างไรก็ตามภาษีคนโสด หรือหลากหลายนโยบายเพื่อกระตุ้นการมีบุตรของประเทศไทยก็ยังคงสืบมาจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้สมรส ผู้มีบุตร ฯลฯ จนอาจเรียกได้ว่าภาคนโยบายก็เป็นอีกส่วนที่ผลักดันให้คนต้องมีคู่

ณ ขณะที่เขียนอยู่มีชั่วครู่หนึ่งที่ตั้งใจจะหาข้อมูลข้อดีหรือผลวิจัยว่าการอยู่เป็นโสดนั้นดีกว่ายังไงมาเสนอให้ชม แต่มาจนถึงตอนนี้กลับคิดว่า เพียงแค่คุณหรือใครสักคนบนโลกนี้ต้องการเป็นโสด นั่นก็คือสิทธิของเรา ไม่จำเป็นต้องมีข้อดีเชิงเศรษฐกิจ จิตวิทยาหรืออะไรก็ตามมายืนยันข้อเท็จจริงที่ว่า ‘การเป็นโสดไม่ใช่เรื่องผิดอะไร’

วาเลนไทน์ผ่านไปแล้ว ใครที่โสดสตรองมาตลอดแล้วแอบหวั่น ๆ จากคลื่นความรักเมื่อวาน ก็ลองดู ‘ไมลีย์ ไซรัส’ ให้ชื่นใจว่าชีวิตโสดก็มีอะไรดี ๆ รออยู่ไม่น้อย แล้วการเป็นโสดก็ดีกว่าการอยู่ในความสัมพันธ์ท็อกซิกเป็นไหนๆ

I can take myself dancing
And I can hold my own hand
I can love me better than you can

#SingleShaming #SingleAwarenessDay #ValentinesDay

Content by Panita Pichitharuthai
Graphic by รัชณีกร จำรัสภูมิ

อ้างอิง

Bangkok Post: https://bit.ly/3uB9slO

HelloGiggles: https://bit.ly/3T2d7Tf 

Marketingoops: https://bit.ly/3uKg4yd

moosend: https://bit.ly/3T0a0Ll

ThaiPBS: https://bit.ly/3uKqhdY

Thairath: https://bit.ly/4bAXg5d

#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

“กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ ทีมงานสงวนสิทธิ์ในการลบหรือดำเนินการตามสมควร กับความเห็นที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) หรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น”

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน