Neurosexism – วิทยาศาสตร์เหยียดเพศ

- Advertisement -

 

ผู้หญิงอารมณ์อ่อนไหวกว่าผู้ชาย

ผู้ชายเก็บอารมณ์ได้ดีกว่าผู้หญิง

ผู้หญิงดูแลคนได้ดีกว่าผู้ชาย” 

ผู้ชายใช้เหตุและผลมากกว่าผู้หญิง

ผู้ชายมีนิสัยรุนแรงมากกว่าผู้หญิง

 

คุณเคยพบเจอการอ้างเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เรื่องการทำงานของสมองในผู้ชายและผู้หญิงไหม? ซึ่งมันเหยียดเพศมากๆ เลย

 

Spectroscope: Neurosexism – วิทยาศาสตร์เหยียดเพศ

 

เมื่อปี 2010  ได้มีนักจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัย Melbourne ชื่อว่า

คอร์ดีเลีย ฟาย’ (Cordelia Fine) ได้เขียนหนังสื่อชื่อว่า ‘Delusions of Gender: The Real Science Behind Sex Differences’ หรือภาพมายาเรื่องเพศ: วิทยาศาสตร์แท้จริงเบื้องหลังความต่างระหว่างเพศเพื่อนำเสนอให้เห็นว่าในวงการวิทยาศาสตร์นั้น มีการตีความทำวิจัยที่มีฐานมาจากอคติทางเพศ นำไปสู่การอธิบายความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายแบบเหยียดๆ (เพศทางชีววิทยา) ซึ่งนิยามสิ่งนี้ได้ว่า ‘Neurosexism’  หรือการเหยียดเพศทางประสาทวิทยา

 

การเหยียดเพศทางประสาทวิทยาที่ตัวฉันพูดนั้นถึงคือ เหล่าอคติทางเพศที่สื่อนำเสนอทั้งแบบแยบยลและไม่แยบยลต่างๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดอคติต่อการออกแบบงานวิจัย การวิเคราะห์ และ การตีความหมายที่เต็มไปด้วยอคติทางเพศที่มีมาตั้งแต่ต้น ทำให้ท้ายที่สุดการศึกษาประสาทวิทยาจะไม่หลุดพ้นออกจากกรอบอคติทางเพศ และติดอยู่กับ Stereotypes ทางเพศแบบเก่าๆ” Cordelia กล่าว

 

อคติที่นักวิจัยรับมาจากความเชื่อที่ฝังรากลึก นำมาสู่การนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไปตีความผิดๆ อีกด้วย Cordelia ได้ยกตัวอย่างงานวิจัยที่ทำการศึกษาความต่างทางชีววิทยาของผู้ชายและผู้หญิงว่า เชิงสรีระนั้นมีอะไรต่างกันบ้าง แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์ที่มีอคติทางเพศได้นำข้อมูลนี้ไปคาดเดาอนุมาน สู่ผลการศึกษาที่มันมากเกินไปกว่าความเป็นจริงที่งานศึกษาได้อธิบายไว้ ซึ่งนำไปสู่การกระจายองค์ความรู้วิทยาศาสตร์แบบเหยียดๆ ต่อไปยังสื่อและงานวรรณกรรมต่างๆ

 

เช่น นักวิจัยคนที่อยู่ในวาทกรรมเรื่องชายเป็นใหญ่ งานวิจัยก็ถูกตีความสู่ผลลัพธ์ที่อธิบายว่าผู้หญิงอ่านแผนที่ไม่ได้เพราะมันไม่ได้มีอยู่ในธรรมชาติของเพศหญิงหรือผู้ชายซักผ้าไม่ได้เพราะสมองไม่ได้ตอบสนองต่อการกระทำแบบนั้นหรือผู้ชายหญิงขับรถแย่กว่าผู้ชายเป็นต้น

 

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ในปี 2005 นักปรัชญาที่มหาวิทยาลัย Old Dominion ในรัฐ Virginia ชื่อ ‘Robyn Bluhm’ ก็ได้ทำงานศึกษาเพื่อรวบรวมงานวิจัยในลักษณะนี้ โดยพบว่า – “มีนักวิจัยที่พยายามมากที่จะทำให้ผลลัพธ์งานวิจัย แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงอารมณ์อ่อนไหวกว่าผู้ชาย

 

โดยมีการยกตัวอย่างงานวิจัยหนึ่งชื่อ ‘Gender differences in the processing of disgust- and fear-inducing pictures: an fMRI study’ ที่จัดทำขึ้นที่ US National Library of Medicine National Institutes of Health ที่สรุปผลส่วนหนึ่งว่าผู้ชายนั้นตอบสนองทางอารมณ์ด้านความกลัวได้มากกว่าผู้หญิง

 

ไม่มีใครบอกว่านักประสาทวิทยาและนักวิจัยเป็นพวกอคติทางเพศ แต่การพิจารณางานศึกษาที่เริ่มด้วยอคติทางเพศนั้นจะทำให้สมการในการวิจัยนำมาสู่ผลที่เต็มไปด้วยการตีตรา

 

ซึ่งก็พวกเรารู้กันดีว่า เมื่อเราอ่านอะไรที่มีอ้างอิงคำว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มันมีอำนาจที่เป็นเหมือนจุด Full Stop โอเคนักวิจัยบอกงี้ คือใช่ คือถูก และไม่ต้องคำถาม นี่คืออันตรายของมัน เพราะหากข้อมูลนั้นมาจากนักวิจัยที่มีฐานคิดของโครงสร้างสังคมที่ตกผลึกอคติต่างๆ แล้วนั้น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นั้นก็จะส่งผลเสียอย่างมากต่อการสร้างความเชื่อผิดๆ ในคนที่เสพขอมูลเชิงวิทยาศาสตร์นั้นๆ

 

Cordelia Fine ก็ได้กล่าวสรุปไว้ว่า พฤติกรรมของคนที่แตกต่างกันนั้นมันไม่ได้เป็นเพียงเพราะเพศของสมอง แต่มีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ฮอร์โมน ความเครียด การเลี้ยงดู ค่านิยมทางสังคมที่แตกต่างกัน พร้อมเสริมให้คิดด้วยว่า

 

มันไม่มีสิ่งใดที่ตายตัวในสมองผู้ชายและผู้หญิง

ในสมองคนมันไม่มีอะไรตายตัวเลย

 

#Neurosexism

#การเหยียดเพศทางประสาทวิทยา

 

อ้างอิง

    • Vice: https://bit.ly/2Jf3mwj 

 

    • NY Times: https://nyti.ms/2WIKUUx
- Advertisement -

 

  • Psychology Today: https://bit.ly/2JiCI5s

#Spectroscope #WeScopeForYou

#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
นักเขียนที่อยากเขียนให้คนรู้สึกและเข้าใจ ความหลากหลายของมนุษย์ ศิลปะ สังคม และ วัฒนธรรม ผู้เชื่อในความลื่นไหลของมนุษย์สุดหัวใจ ในเวลาว่างเป็นหมอดู
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer