Mark Bryan – ชายอเมริกันวัย 61 ปี พังทลายพรมแดนแฟชั่นสวมใส่กระโปรงและส้นสูงออกจากบ้านทุกวันมากว่า 5 ปีแล้ว

- Advertisement -

เพราะเรื่อง ‘เพศ’ และ ‘วัย’ ไม่สามารถจำกัดสไตล์การแต่งตัวพวกเราได้

หลาย ๆ คนอาจเคยเห็นภาพของเขาคนนี้ ชายผู้ใส่กระโปรงและส้นสูงในชีวิตประจำวัน โดยเขาได้ถ่ายรูปตัวเองกับลุคสุดสับลงในไอจี พร้อมบอกความรู้สึกแสนมั่นใจในการที่จะทำลายพรมแดนของการแต่งตัวออกจากกรอบของเพศแบบชายหญิง จนตอนนี้มีคนตามอินสตาแกรมของเขาหลักแสนแล้ว โดยล่าสุด เขาถูกจับตามองอีกครั้งกับการที่มีภาพใส่กระโปรงฟูฟ่องสีมรกตเด่นจรัส ถ่ายโดย ‘Interview Magazine’ ขณะที่เขากำลังเดินสับ ๆ อยู่

SPECTRUM OF HUMAN: Mark Bryan – ชายอเมริกันวัย 61 ปี พังทลายพรมแดนแฟชั่นสวมใส่กระโปรงและส้นสูงออกจากบ้านทุกวันมากว่า 5 ปีแล้ว

“สำหรับผม เสื้อผ้าไม่มีเพศ ผมชอบใส่กระโปรง เสื้อผ้าไม่อนุญาตให้ผมคละเพศเข้าด้วยกัน ผมต้องการที่จะมีลุคที่ดู ‘เป็นผู้ชาย’ เหนือเอวขึ้นไป และมีลุคที่ไร้เพศใต้เอวของผม ทั้งหมดมันคือเสื้อผ้าที่ไม่มีเพศ”

ไบรอันคนนี้ประกอบอาชีพวิศวกรหุ่นยนต์ และโค้ชของทีมฟุตบอลท้องถิ่น เขาเป็นชาวอเมริกันที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมันกับภรรยา โดยเขาเผยความประทับใจแรกต่อการอยากใส่รองเท้าส้นสูงมานานแสนนานตั้งแต่ที่เขาได้เดทกับผู้หญิงคนหนึ่งในช่วงวัยรุ่นแล้ว เพราะเขารู้สึกว่าส้นสูงทำให้เธอดูสง่ามาก ตลอดจนเขาพบว่าในตลาดเสื้อผ้านั้น เสื้อผ้าผู้หญิงจะมีความหลากหลายกว่า เขาเลยปิ๊งไอเดีย มันจะสนุกกว่าไหมถ้าเขาไม่ต้องแต่งตัวตามที่บรรทัดฐานสังคม

“อย่างสีกางเกงผู้ชาย ตัวเลือกของคุณจะมีไม่มากนัก: ดำ เทา น้ำเงิน น้ำตาล และมันไม่มีลายพิมพ์เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นกระโปรง คุณสามารถเลือกสีแดง เขียว ฟ้าสว่าง ลายดอกไม้ ลายสัตว์ต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย รองเท้าก็เหมือนกัน มันมีหลากรูปแบบหลากสไตล์ แล้วคุณก็ยังสามารถใส่รองเท้าเปิดส้นในวันที่อากาศดีได้อีกด้วย” และนี่ที่ทำให้เขาเอนจอยกับแฟชั่นในแบบที่เขาอยากเป็น ซึ่งหลังจากนั้นหลาย ๆ คนก็มักคิดว่า “เวลาคนดูรูปของผม เขามักจะคิดว่าผมเป็นเกย์แน่ ๆ”

ทำไมเวลาผู้ชายใส่กระโปรงถึงต้องถูกมองว่าเป็นเกย์? – ‘Sarah Fenstermaker’ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาได้กล่าวไว้ว่า มันเป็นเพราะว่าเรื่องชุดความคิดที่ว่าการที่ผู้ชายใส่กระโปรงนั้นเป็นการบั่นทอนพลังของเพศชาย โดยผู้ชายด้วยกันเอง พวกเขาต้องละทิ้งคนเหล่านั้นเพื่อยังคงพลังของเพศชายไว้อยู่ ด้วยการมองคนเหล่านั้นเป็นเกย์ไปซะ เธอยังให้เหตุผลเพิ่มว่า เพราะการเป็นเกย์นั้นถูกมองว่าไม่เป็น “ผู้ชาย” เพราะผู้ชายนั้นจะไม่แสดงความเป็นผู้หญิงหรือ “ออกสาว” ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงไม่ใช่เกย์ทุกคนที่จะออกสาว หรือเลสเบี้ยนทุกคนจะทำตัวเป็นผู้ชาย (อีกประเด็นที่น่าสนใจที่คนหลาย ๆ คนสังเกตว่า ในปัจจุบันเมื่อผู้ชายสเตรทแต่งตัวใส่กระโปรง มักจะได้รับการยอมรับมากกว่ากลุ่มเกย์เมนที่แสดงออกทางเพศในเชิงออกสาวอยู่ดี)

แต่รู้ไหม? – ในความเป็นจริงนั้น การที่คนเราใส่กระโปรงนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณในหลากหลายชาติ เช่น กรีก โรมัน อียิปต์ อินเดีย สกอตแลนด์ เป็นต้น ด้วยการนำหนังสัตว์ที่ล่ามาผูกติดกับเอวเพื่อเป็นเครื่องนุ่งห่ม การที่ผู้ชายใส่กางเกงนั้นเริ่มตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 ในยุโรปหลังจากที่จักรวรรดิโรมันล่มสลาย และฝ่ายอัศวินยุโรปนั้นใส่กางเกงเพราะว่าต้องขี่ม้าไปรบ (แน่นอนว่าผู้ชายนั้นเป็นฝ่ายออกรบ) การที่ผู้ชายใส่กางเกงเลยหมายความว่า พวกเขานั้นมีอำนาจทางสังคมมากกว่า

แล้วทำไมพอผู้หญิงใส่กางเกงบ้างถึงเป็นเรื่องปกติ? – ในสมัยยุควิคตอเรียนั้น มีผู้หญิงถูกเชิญให้ออกนอกร้านอาหาร เพราะเธอใส่ชุดทักซิโด้ หรือแม้กระทั่งเคยมีผู้หญิงถูกผู้ชายปาหินใส่ เพียงเพราะพวกเธอใส่กางเกงบลูมเมอร์ออกมาข้างนอก ต่อมาช่วงยุค 80s ‘John Molloy’ ได้เขียนหนังสือชื่อว่า ‘The Woman’s Dress for Success Book’ เขาได้บอกว่า การที่ผู้หญิงใส่เสื้อผู้ชาย ก็ไม่สามารถทำให้เธอมีอำนาจเทียบเท่าผู้ชายได้ เพราะนั้นเหมือนกับ “เด็กผู้ชายที่ลองใส่เสื้อของพ่อพวกเขา มันน่ารัก และดูไม่มีอำนาจ” ซึ่งแม้นี่จะเป็นประวัติศาสตร์ที่นานแล้ว แต่ภาพจำและนัยยะทางเพศยังฝังลึกในเสื้อผ้ามาตลอด

“ผู้ชายใส่กระโปรงนั้นจะได้รับการยอมรับมากกว่าผู้ชายใส่ส้นสูง”

ในกรณีของไบรอันนี้นอกจากเรื่องกระโปรงแล้ว สิ่งที่หนักหน่วงคือ ภาพของผู้ชายที่ใส่ส้นสูง ซึ่งรองเท้าส้นสูงปรี้ดนั้น มักไม่เคยถูกทำลายความหมายของมันที่ผูกติดกับความเป็นหญิงมาอย่างช้านาน ถามว่าไบรอันแคร์ไหม ไม่! เขารักมัน และพร้อมที่จะแสดงออกโดยใส่ส้นสูงไปทำงานมากว่า 5 ปีแล้ว และเขายังแนะนำผู้ชายที่อยากใส่ส้นสูงด้วยว่า ขอแค่กล้า และ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีรองเท้าที่สวมใส่สบาย และแน่นอนว่ามันต้องมีสไตล์”

‘ผู้ชาย’ และ ‘ส้นสูง’ – น่าแปลกที่ในปัจจุบัน ผู้ชายที่ใส่รองเท้าส้นสูงนั้นไม่ได้รับการยอมรับ ทั้ง ๆ ที่ส้นสูงนั้นเริ่มแรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้ชาย เริ่มต้นในปลายยุคศตวรรษที่ 16 ผู้ชายใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อล็อคตัวเองไว้บน ‘โกลน’ ทำให้ทรงตัวได้ดีตอนยิงธนูในขณะขี่ม้า โดยตอนแรกส้นสูงเป็นของชนชั้นล่าง จนเหล่าขุนนางได้เพิ่มความสูงของส้นสูง เพื่อบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมที่สูงกว่า

ต่อมาในยุค 1630s แฟชั่นของผู้หญิงเริ่มนำความเป็นผู้ชายมาใส่ เช่น การตัดผมสั้น ใส่หมวก หรือการใส่ส้นสูง จนปลายศตวรรษที่ 17 ส้นสูงของผู้หญิงเริ่มมีความโค้งเรียวมากขึ้น และเปิดให้เห็นปลายนิ้วเท้า ในขณะที่รองเท้าผู้ชายนั้น ส้นจะค่อย ๆ ต่ำลง และในปี 1740 ผู้ชายก็ไม่ใส่รองเท้าส้นสูงกันแล้ว และมันได้กลายเป็นแฟชั่นของผู้หญิงไป

“ทั้งหมดทั้งมวลนี้ การที่มีแรงผลักดันจากภายในนั้นทำให้ผมมีความมั่นใจในการใส่เสื้อผ้าที่ไม่ต้องเป็นไปตามบรรทัดฐานของสังคม มันสร้างความมั่นใจและกำลังในการรับมือกับความกดดันจากการทำงานด้วย”

เสียงจากไบรอันที่ปัจจุบันเขายังแข็งแรง เขาเป็นคุณตาของหลานทั้ง 4 และแต่งงานกับภรรยาของเขามา 11 ปีแล้ว “ภรรยาผมก็ชอบแนะนำว่าวันนี้ผมควรใส่อะไรดี ส่วนลูกผม เธอหวังว่าสักวันจะได้ยืมส้นสูงของผมไปใส่บ้าง”

สามารถติดตามอินสตาแกรมของเขาได้ที่: https://bit.ly/3bvHKuk

#MarkBryan #ManInSkirts
#ManInHighHeels #ClothesHaveNoGender

Content by Kantapong Chiewpimolporn
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ : www.spectrumth.com/

อ้างอิง
Interviewmagazine: https://bit.ly/3bvumq6
Boredpanda: https://bit.ly/2OdeGPm
Livescience: https://bit.ly/38ndRL0
Racked: https://bit.ly/3l0zFkl
Lovetoknow: https://bit.ly/3quoJNk
BBC: https://bbc.in/3kYdMCe
ภาพ: @markbryan911, Interview Magazine
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer