Domestic Violence – ความรุนแรงในครอบครัวไทย

- Advertisement -

รู้ไหมว่าทุกๆ วัน บนโลกเรานั้น มีผู้หญิงและเด็ก ไม่น้อยกว่า 7 คนถูกทำร้ายร่างกาย ที่เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัว หรือ ‘Domestic Violence’ ซึ่งเหยื่อผู้โดนกระทำส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยเรียน ตั้งแต่อายุ 5-20 ปี โดยมากกว่าครึ่งถูกกระทำรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศ จากคนสนิท คนใกล้ตัว และในครอบครัวนี่เอง มารู้จักความรุนแรงแบบนี้ พร้อมย้อนดูสถิติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกัน

SPECTROGRAM: Domestic Violence – ความรุนแรงในครอบครัวไทย

ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ของโลก ผู้ชายใช้ความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง – องค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ประเทศไทยมีสถิติคดีความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง อยู่ในระดับท็อปเท็นของโลกอย่างต่อเนื่อง โดย 1 ใน 3 เป็นความรุนแรงทางด้านจิตใจ ซึ่งกลุ่มที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวและร้องขอความช่วยเหลือนั้น มีเพียงร้อยละ 17 จากทั้งหมด

โดยในปีที่ผ่านมา (2562) เกิดความรุนแรงในครอบครัว 1,376 เหตุการณ์ – จากการรวบรวมของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งพบว่า ในปีที่แล้วนั้นมีการดำเนินคดีเพียง 354 คดี เฉลี่ยแล้วมีการดำเนินคดีไม่ถึงครึ่งของจำนวนเหตุการณ์จริงทั้งหมด

มี 53% ถูกกระทำความรุนแรงโดยคู่รักหรือคนในครอบครัว – ผู้กระทำความรุนแรง ‘มากกว่าครึ่ง’ เป็นคนคุ้นเคยหรือบุคคลในครอบครัว โดยสถานที่เกิดเหตุเกิดมักจะเป็นในที่พักของผู้ถูกกระทำ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเภทข่าวข่มขืน และมีหลายกรณีที่อาศัยความไว้ใจเชื่อใจในการล่อลวงเหยื่อมาเพื่อกระทำการดังกล่าว

ความรุนแรงต่อ LGBT+ เกิดจากครอบครัวมากที่สุด – มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ศึกษาสถานการณ์ความรุนแรง การตีตรา และการถูกเลือกปฏิบัติ กลุ่มหญิงรักหญิงต้องเผชิญกับความรุนแรงประมาณ 11% กลุ่มชายรักชาย 13% และคนข้ามเพศ 34.8% โดยสถาบันที่กระทำความรุนแรงให้กับ LGBT+ มากที่สุดอันดับ 1 คือ ครอบครัว รองลงมา คือ สถาบันการศึกษาและที่ทำงาน

อายุ 15-19 ปี มีความเสี่ยงที่จะถูกกระทำรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศ – องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้สำรวจความถี่ของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง ใน 10 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย พบว่า 60.6% ของวัยเรียนมักจะถูกกระทำรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศ โดยคนใกล้ชิด คู่รักหรือแฟนมากที่สุด ซึ่งความรุนแรงในชีวิตคู่ในลักษณะดังกล่าว ยังพบมากในคู่รักหรือแฟนที่อยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานด้วย (Cohabiting)

ข่าวความรุนแรงอันดับ 1 คือ ฆ่ากันตาย – มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล รวบรวมจากข่าวจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ พบข่าวสามีฆ่าภรรยาสูงถึง 70% หรือกว่า 384 ข่าว รองลงมาคือ คู่รักทำร้ายกัน 90 ข่าว (44.5%) และพ่อแม่ทำร้ายลูก 23 ข่าว (18.8%) ด้วยการทุบตี โดยใช้ไม้ ใช้ค้อน เตะ ชก และใช้เชือกมัดกับต้นไม้

คนไทยส่วนมากไม่นิยมแจ้งความเมื่อมีความรุนแรง – จากการรวบรวมข้อมูลของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พบว่า ปี 2558 มีจำนวน 983 เหตุการณ์ ปี 2559 มีจำนวน 902 เหตุการณ์ ปี 2560 มีจำนวน 1,349 เหตุการณ์ ปี 2561 มีจำนวน 1,423 เหตุการณ์ และปี 2562 มีจำนวน 1,376 เหตุการณ์ โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมานั้น มีการดำเนินคดีเพียง 1 ใน 4 ของจำนวนเหตุการณ์จริงเท่านั้น

เหตุผลส่วนใหญ่ที่ผู้หญิงยอมอดทนต่อความรุนแรงในครอบครัว มีดังนี้

1. หวังว่าเขาจะเปลี่ยนได้ – ทุกครั้งที่สถานการณ์ความรุนแรงคลี่คลาย ผู้ชายมักจะบอกกับผู้หญิงว่า “จะกลับตัว จะไม่ใช้ความรุนแรงอีก ขอให้เห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ผู้ชายเคยทำดีมาก่อน” ทำให้ผู้หญิงมีความหวัง คิดว่าผู้ชายจะปรับตัว ประกอบกับความรักความผูกพัน ทำให้ยอมที่จะทนอยู่ต่อไป

2. กลัวลูกมีปมด้อย – เมื่อมีครอบครัว มีลูก ผู้หญิงมักจะคิดว่าถ้าไม่มีพ่อ ลูกจะมีปมด้อย ขาดความอบอุ่น ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของลูกในอนาคต รวมถึงหากปรึกษาพ่อแม่ พ่อแม่ก็มักจะบอกให้แก้ไขปัญหาโดยการอดทน อดทนเพื่อลูก

3. รักษาความเป็นครอบครัว – ตั้งแต่อดีตผู้หญิงมักถูกสอนให้ดูแล ปรนนิบัติสามี หากเลิกราจากสามีแล้วกลายเป็นหม้ายจะถูกสังคมมองไม่ดี เป็นผู้หญิงที่ไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ อีกทั้งการปลูกฝังความเป็นครอบครัวในอุดมคติ ที่จะต้องประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก ยิ่งทำให้ผู้หญิงยอมอดทนต่อความรุนแรงต่อไป

4. คิดว่าความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัว – เมื่อเกิดปัญหาต้องอดทนไว้ ตามค่านิยม ‘ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า’ ทำให้ผู้หญิงอดทน ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็จะไม่ยอมบอกใครว่ามีความรุนแรงในครอบครัว

5. กลัวเลิกกันแล้วไม่มีเงินเลี้ยงดูลูก – ผู้หญิงหลายคนเมื่อแต่งงานแล้ว ลาออกจากงานเพราะสามีอยากให้ดูแลลูก ทำงานบ้าน แต่เมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว อยากเลิก แต่ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินสำรอง ทำให้ไม่กล้าเลิกกับสามี เพราะกลัวจะไม่มีเงินเลี้ยงดูตัวเอง ไม่มีเงินเลี้ยงดูลูก

จะเห็นได้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวนั้น มีเรื่องอำนาจความสัมพันธ์เข้ามากดทับกัน ซึ่งผู้ที่ถูกกระทำมักเก็บสิ่งนี้ไว้อย่างเจ็บปวด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ #StopDomesticViolence

อ้างอิง
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
มูลนิธิชายหญิงก้าวไกล
มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ
TCIJ: https://bit.ly/37Y1HFF
Thairath: https://bit.ly/30h0t5z
WMP: https://bit.ly/36PTfYU
ภาพ: https://bit.ly/2QUOvM0
#Spectrogram #DataDigest
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer