ฉากลูกชายซูเปอร์แมน ‘จอน เคนต์’ คัมเอาท์กับพ่อว่าเป็น ‘ไบเซ็กชวล’ ในคอมมิคเล่มล่าสุดสร้างความประทับใจให้แฟนทั่วโลก แม้จะยังคงมีกระแสความไม่พอใจอ้างว่า ‘มัน woke เกิ๊น’

- Advertisement -

- Advertisement -

“พ่อจะปกป้องลูก พ่อจะรักลูก แล้วพ่อจะยังคงเป็นพ่อของลูกตลอดไป”

นี่คือสิ่งที่ซูเปอร์แมนพูดกับ ‘จอน เคนต์’ (Jon Kent) ลูกชายของเขา หลังจากเขาได้คัมเอาท์ว่าเป็นไบเซ็กชวลในหนังสือคอมมิค ‘Superman: Son of Kal-El’ เล่มที่ 17 นับว่าเป็นโมเมนต์ที่แฟน ๆ ตั้งตารอคอยกันมาเป็นเวลานาน และซูเปอร์แมนก็ยอมรับในตัวตนของลูกชายเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย

โดยฉากการคัมเอาท์ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากซูเปอร์แมนทำภารกิจใน ‘Warworld’ สำเร็จและกลับมายัง ‘พิภพ’ (Earth) เขาได้พบว่าลูกชายของเขากำลังคบหากับนักข่าวหนุ่ม ‘เจย์ นากามูระ’ (Jay Nakamura) อยู่

แม้ว่าซูเปอร์แมนจะยอมรับในตัวตนลูกของเขาได้อย่างเต็มที่ แต่เขาเองก็กังวลว่าลูกของเขาจะไม่พร้อมเปิดอกคุยเรื่องนี้กับเขา ในหนังสือฉบับล่าสุด ทั้งคู่ได้คุยกันและจอนได้บอกกับพ่อของเขาว่าเขาเป็นไบเซ็กชวล และซูเปอร์แมนได้ตอบกลับว่า:

“ทุก ๆ วันในชีวิตของพ่อดีขึ้นตั้งแต่มีลูกอยู่ด้วย และการที่ลูกรักใครก็จะไม่ทำให้สิ่งนี้เปลี่ยนแปลงไป ใครก็ตามที่ทำให้ชีวิตของลูกดีขึ้นเขาคนนั้นก็เปรียบเสมือนฮีโร่ในสายตาของพ่อ”

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พ่อจะอยู่เคียงข้างลูกเอง…”

คำพูดของซูเปอร์แมนที่กล่าวกับลูกชายของเขาทำให้แฟน ๆ ทั่วโลกประทับใจและรู้สึกซาบซึ้งขนาดที่หลาย ๆ คนพูดเหมือนกันว่าฉากคัมเอาท์นี้เป็นเหมือนโลกทั้งใบของพวกเขา “ในฐานะเกย์ที่พ่อแม่รับได้ตอนคัมเอาท์ ซูเปอร์แมนฉบับนี้ยังทำให้ผมร้องไห้ได้อยู่ดี” ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งกล่าว

ก่อนหน้านี้ทาง DC Comics ได้ออกมาเปิดตัวว่า จอน เคนต์ เป็นไบเซ็กชวล เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2021 ซึ่งตรงกับวันคัมเอาท์แห่งชาติในอเมริกา (National Coming Out Day) และจอน เคนต์ได้เปิดตัวเป็นไบเซ็กชวลอย่างเป็นทางการในคอมมิคฉบับเดือนพฤศจิกายน 2021 หลังจากในเนื้อเรื่องได้เผยว่าเขาและ เจย์ นากามูระ กำลังพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่าเพื่อน

‘ทอม เทย์เลอร์’ (Tom Taylor) นักเขียนการ์ตูนเจ้าของเรื่องดังกล่าวได้ออกมาเผยว่า แม้ว่าทุกคนจะรู้ดีอยู่แล้วว่าซูเปอร์แมน หรือ ‘คลาร์ก เคนต์’ (Clark Kent) จะต้องยอมรับลูกชายของเขาได้อยู่แล้ว แต่การจะเขียนฉากคัมเอาท์นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “ฉากคัมเอาท์นี้ผมใช้เวลาเขียนนานเกือบ ๆ เท่ากับเวลาที่ผมใช้เขียนคอมมิคทั้งเล่มเลย” ทอมกล่าว

“ผมใช้เวลาอยู่หลายวันในการเขียน แก้ไข และปรับปรุงฉากที่มีเพียง 3 หน้านี้ให้ดีที่สุด แน่นอนว่าทุกคนคาดหวังให้ซูเปอร์แมนยอมรับลูกของเขาได้ทันทีที่รู้ แต่ผมไม่อยากจะเขียนฉากคัมเอาท์อันดาษดื่นเหมือนกับที่เราเห็นกันบ่อย ๆ” ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเล่าเรื่องผ่านมุมมองของซูเปอร์แมนในการพยายามหาทางที่ดีที่สุดให้ลูกของเขาคัมเอาท์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นพ่อที่ ‘เอาใจใส่ เชื่อมั่นได้ และ พร้อมที่จะมอบโอบกอดแห่งการยอมรับ’

แม้ว่าการคัมเอาท์ในครั้งนี้จะได้รับเสียงชมจากแฟน ๆ อย่างล้นหลามและต่างก็ลุ้นเอาใจช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่าง จอน และ เจย์ เป็นไปได้ด้วยดี แต่ก็ยังมีกระแสความไม่พอใจจากกลุ่มคนที่เกลียดชังคนรักเพศเดียวกัน (homophobes) หลังจากพวกเขาออกมาโวยวายบนโลกอินเตอร์เน็ตและอ้างว่าคอมมิคซูเปอร์แมนกำลังพยายาม ‘woke’ จนเกินไป

‘ดีน เคน’ (Dean Cain) เจ้าของบทบาทซูเปอร์แมนในซีรีส์ปี 1993 ‘Lois & Clark: The New Adventures of Superman’ ได้ออกมาพูดว่า “พวกเขาบอกว่า[การคัมเอาท์ของลูกชายซูเปอร์แมน] เป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ แต่ผมว่ามันเป็นการทำตามกระแสมากกว่า… ถ้าเขาทำแบบนี้เมื่อ 20 ปีก่อนก็อาจจะพูดว่ากล้าหาญได้ แต่ผมว่าการให้ซูเปอร์แมนต่อสู้เพื่อสิทธิชาวเกย์ในอิหร่านที่ลงโทษคนเป็นเกย์ด้วยการโยนพวกเขาลงมาจากตึกสูง ๆ มากกว่าถึงจะเรียกว่ากล้าหาญ”

อย่างไรก็ตาม ภาพแทนของ LGBTQ+ ในวงการคอมมิคและภาพยนตร์ฮีโร่นับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนคลับทั่วโลก ด้วยการนำเสนอภาพของฮีโร่ที่มีความหลากหลายออกไป และแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะมีเพศสภาพแบบไหน มีรสนิยมทางเพศอย่างไร สุดท้ายแล้วความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ก็ไม่ได้ถูกลบเลือนหายไปเพียงเพราะว่าเป็นไม่ได้ชอบเพศตรงข้ามตามขนบหนังฮีโร่เก่า ๆ นั่นเอง

#BisexualSuperman #Bisexual #LGBTQ

Content by Wattanapong Kongkijkarn
Graphic by

อ้างอิง:
Pink News: ​​https://bit.ly/3g1n3vz, https://bit.ly/3Gczzmx
Twitter: https://bit.ly/3GgFXZS
Variety: https://bit.ly/3O4Sdia
ภาพ: DC comics
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน