บริทนีย์เผยพ่อเคยบังคับเข้ารพ.จิตเวช ซึ่งส่งผลให้เส้นประสาทเสียหายถาวร ผลจากภาวะ‘สมองขาดออกซิเจน’ขณะถูกขังในโรงพยาบาล ทำให้มีอาการไม่รู้สึกถึงร่างกายบางส่วน และปวดหัวหนัก

- Advertisement -

- Advertisement -

‘บริทนีย์ สเปียร์ส’ ได้ออกมาเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ‘เส้นประสาทของร่ายกายฝั่งขวาของฉันได้รับความเสียหาย ทำให้ฉันไม่รู้สึกถึงอวัยวะบางส่วน’ แม้ว่าเรื่องราวการถูกควบคุมภายใต้กฎหมายผู้พิทักษ์ของเธอจะจบลงเมื่อปีที่แล้ว (2021) และได้รับอิสรภาพคืนจากพ่อแท้ ๆ ที่คอยควบคุมชีวิตและทรัพย์สินของเธอมามากกว่า 13 ปี แต่ดูเหมือนบาดแผลจากการถูกทารุณกรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจนั้นยังคงอยู่กับเธอมาจนปัจจุบัน

“ฉันตื่นมาพร้อมกับมือสองข้างที่ชาจนฉันไม่รู้สึกอะไรเลยถึงสามครั้งใน 1 สัปดาห์ ฉันรู้สึกได้ถึงอาการเหน็บชาตั้งแต่ด้านซ้ายของร่างกายไปจนถึงต้นคอของฉัน และที่แย่สุด ๆ คือขมับของฉันมันปวดมาก ๆ เหมือนกับโดนผึ้งต่อย และมันน่ากลัวมาก ๆ” คือข้อความที่บริทนีย์ได้ออกมาอัพเดทถึงอาการป่วยของเธอผ่านโพสต์พร้อมคลิปวิดีโอเต้นในบ้านของเธอเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เธอยังกล่าวอีกว่าอาการเส้นประสาทเสียหายที่เธอกำลังประสบอยู่ เป็นผลมาจากการที่เธอถูก ‘บังคับ’ ให้อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชในช่วงที่เธออยู่ภายใต้การควบคุมชีวิตของพ่อเธอ ซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิ์ผู้พิทักษ์ในปี 2019 “ถ้าสมองของคุณไม่ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอก็จะทำให้เส้นประสาทเสียหายได้ สมองของคุณจะหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง บลา บลา บลา นั่นคือเรื่องราวเก่า ๆ ที่ฉันเจอล่ะ ตอนอยู่ในนั้นฉันไม่ค่อยจะได้หายใจจริง ๆ หรอก” เธอกล่าว

โดยอาการสมองขาดออกซิเจน (Cerebral hypoxia) เป็นอาการที่มีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงสมองอย่างไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถทำให้เซลล์สมองเสียหายได้เนื่องจากเซลล์สมองมีความเปราะบางมาก ๆ หากขาดออกซิเจนเพียง 5 นาทีก็สามารถส่งผลให้เซลล์สมองบางส่วนถูกทำลายได้ และหากขาดออกซิเจนเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม บริทนีย์เผยว่าการเต้นทำให้เธอไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากจากอาการดังกล่าว “มันเหมือนกับว่า จิตใจของฉันได้กลับไปหาตัวฉันตอนเด็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวของฉันอีกครั้งหนึ่ง และถึงแม้ว่าฉันจะไม่สามารถเต้นได้เหมือนสมัยก่อน แต่ฉันก็เชื่ออย่างสุดใจเลยว่ามันให้พลังแก่ฉัน” เธอยังกล่าวเสริมว่าอาการของเธอดีขึ้นเพราะ “ได้รับยาที่ช่วยให้ฉันรู้สึกว่าออกซิเจนได้ขึ้นผ่านต้นคอไปยังสมองของฉันจริง ๆ”

“ฉันสามารถลืมตาได้จริง ๆ แล้วตอนนี้ และฉันก็สามารถนั่งตัวตรง ๆ ได้อย่างถูกลักษณะด้วย ความพยายามในการก้าวผ่านความยากลำบากของฉันมันสำเร็จแล้ว ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันสามารถหายใจได้ ฉันรู้สึกว่าฉันฉลาดขึ้นก็เพราะตอนนี้ฉันหายใจได้ทั่วท้องจริง ๆ สักที พระเจ้า”

ก่อนหน้านี้ในปี 2021 เอกสารคำให้การของบริทนีย์ต่อชั้นศาลได้หลุดออกมา เผยว่าในปี 2019 เธอถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชอย่างไม่สมเหตุสมผล โดยเธอมองว่าเป็นการลงโทษที่ในฐานที่เธอปฏิเสธไม่ซ้อมการแสดง โดยเธอใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชหลังจากที่เธอยกเลิกการแสดงในลาส เวกัสและประกาศพักอย่างไม่มีกำหนด

“วันหนึ่ง ฉันเข้าไปซ้อมและฉันปฏิเสธที่จะเต้นท่าเต้นเพียงท่าเดียว ฉันจำได้ว่าอยู่ดี ๆ ทุกอย่างก็แปลก ๆ และเงียบไป ทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับโชว์ก็หายไปคุยกันหลังฉาก และเขาก็บอกฉันว่าฉันต้องถูกส่งตัวไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช และเขาสั่งให้ฉันโพสต์ลงอินสตาแกรมว่าที่ฉันต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะว่าพ่อฉันป่วย และฉันต้องได้รับการบำบัดรักษา ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วฉันไม่อยากไปด้วยซ้ำ” เธอกล่าวในวิดีโอที่พูดถึงการทารุณกรรมที่เธอต้องเจอในช่วง 13 ปีที่ผ่านมาก่อนจะลบไป

ในปัจจุบัน เธอสามารถกลับมาใช้ชีวิตที่มีอิสระเหมือนคนอื่น ๆ สามารถมีบัตร ATM ของตัวเองเป็นครั้งแรกหลังจากหลุดพ้นจากเงื้อมมือของพ่อเธอ สามารถเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ตามปกติหลังจากที่เธอต้องถูกขังในบ้านของเธอตลอดเวลา และตอนนี้เธอกล่าวเธอได้เป็น “คนอย่างแท้จริง” ก่อนที่เธอจะส่งข้อความสุดพิเศษถึงพ่อของเธอผ่านอินสตาแกรมว่า

“ฉันอยากจะให้คำว่า f-ck you อย่างงามกับคุณเลยล่ะค่ะ”

#BritneySpears #FreeBritney #Conservatorship

Content by Wattanapong Kongkijkarn

อ้างอิง:
MedlinePlus: https://bit.ly/3zVI5SZ
Page Six: https://pge.sx/3DSy7CO
Pink News: https://bit.ly/3WI8i12, https://bit.ly/3WLoVZA, https://bit.ly/3DMoPZf
ภาพ: ​​MEGA
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน