เมื่อหัวนมผู้ชายเป็นเรื่องปกติ แต่หัวนมผู้หญิงกลับเป็นเรื่องอนาจาร

- Advertisement -

“นี่ ทำไมไม่ใส่เสื้อในล่ะ หัวนมโผล่หมดแล้ว”

เป็นที่รู้กันดีว่า ‘การเปลือยหัวนม’ เป็นหนึ่งในประเด็นถกเถียงยอดฮิตในระดับสากล เมื่อพูดถึงสิทธิเสรีภาพในเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิงในที่สาธารณะ ที่ว่าทำไมถึงมีแค่ผู้หญิงที่ต้องปิดหัวนม ในขณะที่ผู้ชายกลับเปิดได้เป็นเรื่องปกติ

อย่างเมื่อไม่นานมานี้ ‘วิคตอเรีย เด แองเจลิส’ (Victoria De Angelis) มือเบสจากวง Måneskin ก็ได้ออกมาพูดเรื่องความสองมาตรฐานในการเปิดเผยเรือนร่าง หลังสื่อสหรัฐฯ อนุญาตให้แก้มก้นของ ‘เดมีอาโน ดาวิด’ (Damiano David) นักร้องนำของวง Måneskin โชว์บนหน้าจอขณะแสดงในงาน VMAs 2022 ได้ แต่กลับเซ็นเซอร์หัวนมของวิคตอเรียเพราะถือเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ดูโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาไปเสียอย่างนั้น

SPECTROSCOPE: เมื่อหัวนมผู้ชายเป็นเรื่องปกติ แต่หัวนมผู้หญิงกลับเป็นเรื่องอนาจาร

ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีการรณรงค์มากมาย อย่างเช่น #FreeTheNipple และ ‘Do I Have Boobs Now?’ ที่ผลักดันการยอมรับทางกฎหมาย และทางวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้หญิงมีความเท่าเทียมในการแสดงออกได้เหมือนกับผู้ชาย โดยไม่ถูกตีตรา หรือคุกคาม เพียงเพราะพวกเธอเปิดเผยร่างกายของตนเอง

ซึ่งการไม่ยอมรับหัวนมผู้หญิงนี้ เป็นผลมาจากสองสิ่งหลัก ๆ ที่ฝังรากลึกในสังคม นั่นก็คือ ‘ปิตาธิปไตย’ และ ‘ทุนนิยม’ ที่ผสมผสานกันอย่างแนบแน่น โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็คงหนีไม้พ้นเรื่อง ‘การคิดค้น และพัฒนาชุดชั้นในสำหรับผู้หญิง’ ที่นำไปสู่ค่านิยมที่ว่า การใส่เสื้อชั้นใน และการปกปิดหน้าอกนั้นเป็นเรื่องที่ ‘ผู้หญิง’ จำเป็นต้องทำมากกว่าผู้ชายไปโดยปริยาย

‘หัวนม ทุนนิยม และปิตาธิปไตย’ – ในอดีตมีการกล่าวอ้างว่าการประดิษฐ์ชุดชั้นในนั้น มีขึ้นเพื่อสนับสนุนหน้าอกของพวกเธอ แต่ในเวลาต่อมาก็มีงานวิจัยมากมายออกมายืนยันว่า ‘แท้จริงแล้วผู้หญิงไม่จำเป็นต้องใส่บราตลอดเวลา’ ทว่าค่านิยมการใส่เสื้อในก็ยังถือเป็นบรรทัดฐานในหลาย ๆ สังคมอยู่เรื่อยมา

อย่างผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Franche-Comté ประเทศฝรั่งเศส ได้บอกไว้ว่า ‘หน้าอกตามธรรมชาติของผู้หญิงได้รับการสนับสนุนทางกายวิภาคที่พวกเธอต้องการโดยไม่ต้องมีบรามาช่วยรองรับ นอกจากนี้การใส่เสื้อชั้นในยังทำให้หน้าอกหย่อนยานได้จริง’

ในขณะที่ ‘ฌอง-เดนิส รูยง’ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัย Besançon ประเทศฝรั่งเศส ผู้ทำการศึกษาเกี่ยวกับหน้าอกผู้หญิงกว่า 15 ปี ก็ได้บอกในรายงานว่า ‘การสวมชุดชั้นในมีผลเสียมากกว่าผลดี ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ช่วยลดอาการปวดหลังแล้ว ยังทำให้กล้ามเนื้อที่รัดหน้าอกอ่อนแอลง และส่งผลให้เต้านมหย่อนคล้อยมากขึ้น’

นอกจากนี้ การออกแบบชุดชั้นในเองก็ยังเป็นไปตามมุมมองแบบชายเป็นใหญ่ (Male gaze) ที่ตั้งมาตรฐานว่าเรือนร่างรูปแบบใดถึงจะสวยงามและน่ามอง โดยหน้าอกนั้น ยังเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของความเป็นผู้หญิง และอำนาจที่พิลึกพิลั่นในสังคมชายเป็นใหญ่อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ หน้าอกจึงถูกแปะป้ายว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ทั้งยังถูกมองว่าเป็นเครื่องยั่วยุทางกามารมณ์ hyper-sexualised ในหลายวัฒนธรรม ซึ่งทำให้มีผู้ชายหลายคนมักจะยกข้ออ้างว่า หน้าอกผู้หญิงคือสิ่งที่ ‘กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ’ ของพวกเขาอย่าง ‘ห้ามไม่ได้’ และเป็น ‘ตัวกระตุ้น’ ให้เกิดการคุกคามพวกเธออยู่บ่อยครั้ง

ดังนั้นหากผู้หญิงต้องการจะอยู่รอดในสังคมปิตาธิปไตยนี้ พวกเธอจึงต้องจำนนกับบรรทัดฐานที่ผู้อื่นเป็นคนกำหนดไว้ ด้วยการสวมเสื้อชั้นในปกปิดหน้าอก และหัวนมด้วยบรา และหากพวกเธอเลือกจะ ‘โนบรา’ ก็จะถูกมองว่าเป็นอวดดี หัวรุนแรง หรือยั่วยวน และ ‘ร้องขอ’ การคุมคามต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นไปโดยปริยาย

ซึ่งข้อเท็จจริงเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า การปกปิดหัวนมด้วยบรา ต่างเป็นผลผลิตของทุนนิยม และลัทธิบริโภคนิยม ที่ต้องการตักตวงเงินจากเรือนร่างผู้หญิงในสังคมชายเป็นใหญ่ แม้การใส่ หรือไม่ใส่เสื้อชั้นในควรเป็นเรื่องของความเป็นอิสระของร่างกาย หาใช่บรรทัดฐานทางสังคมที่พร่ำบอกให้เพศหญิงต้องปฏิบัติ

‘หัวนมผู้หญิงในประวัติศาสตร์ไทย’ – หากอ้างอิงจาก ‘บันทึกจดหมายเหตุของลาลูแบร์’ จะพบว่า สตรีชาวสยามในสมัยอยุธยานิยม ‘ปล่อยตัวล่อนจ้อน’ ในขณะที่การเปลือยอกยังเป็นค่านิยมร่วมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ ทว่าเมื่อถึงยุคการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก ค่านิยมการปกปิดเรือนร่างของสตรีก็ได้เริ่มแผ่เข้าสู่เอเชีย รวมไปถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ต่อมา ในสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม ก็ได้มีกฏหมายควบคุมการแต่งกายให้เป็นไปในรูปแบบรัฐนิยม และ ‘แต่งกายให้สมกับเป็นอารยชน’ เพื่อเทียมเสมอกับชาติตะวันตก ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสิทธิเหนือเรือนร่างของสตรีที่ยังคงส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน

‘หัวนมผู้หญิง และความผิดทางกฎหมาย’ – ในหลาย ๆ ประเทศ เช่น อิรัก ซีเรีย ซูดาน โมร็อกโก ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ และบราซิล การที่ผู้หญิงเปลือยท่อนบนจนเห็นหัวนมนั้น ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โดยพวกเธอจะถูกปรับ จับกุม จำคุก หรือเฆี่ยนตี เพราะการเปลือยอกในที่สาธารณะนั้นถือว่าละเมิดศีลธรรมอันดี ในขณะที่ผู้ชายสามารถเดินเปลือยอกไปมาได้เกือบทุกแห่ง

‘ต้องการต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติทางเพศเหรอ? เปลือยอกสิ!’ – นี่คือข้อความที่ภาครัฐของคาตาโลเนีย ประเทศสเปน กำลังรณรงค์เพื่อยุติการทำให้ร่างกายผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ โดยพวกเขาได้จัดทำโฆษณาส่งเสริมสิทธิสตรีในการว่ายน้ำเปลือยในสระสาธารณะ หลังผู้หญิงหลายคนถูกห้ามไม่ให้เข้าใช้สระว่ายน้ำ

‘หัวนมผู้หญิง และการเซ็นเซอร์บนโลกออนไลน์’ – หัวนมผู้หญิงไม่เพียงเป็นเรื่องผิดกฎหมายหากแสดงออกในที่สาธารณะเท่านั้น แต่ยังถูกจำกัดการแสดงออกผู้หญิงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วย

ยกตัวอย่างเช่น แนวทางปฏิบัติสำหรับภาพเปลือยของ Instagram ระบุว่า “เราทราบดีว่าบางครั้งผู้คนอาจต้องการแชร์ภาพโป๊เปลือยที่มีลักษณะเป็นงานศิลปะหรือความคิดสร้างสรรค์ แต่เรามีเหตุผลหลายประการที่ไม่สามารถอนุญาตให้โพสต์ภาพโป๊เปลือยบน Instagram ได้” ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมไปยังหัวนมของผู้ชายแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีศิลปินและนักเคลื่อนไหวทุกเพศรวมตัวกัน เพื่อต่อต้านการเซ็นเซอร์หัวนมของผู้หญิง Instagram โดยผู้ใช้บัญชีที่มีชื่อว่า @Genderless_Nipples ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 70,000 คน ได้โพสต์ภาพหัวนมโดยไม่เปิดเผยว่าเป็นของชายหรือหญิง เพื่อเน้นย้ำว่าการเซ็นเซอร์หัวนมผู้หญิงนั้นน่าหัวเราะเพียงใด

ในตอนนี้ เส้นทางการเรียกร้องความเท่าเทียมในการเปิดเผยเรือนร่างของผู้หญิงในระดับสากลกำลังดำเนินต่อไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งปรากฎให้เห็นในรูปแบบของการยกเลิกกฎหมายที่กีดกันจากภาครัฐ การรณรงค์ต่าง ๆ จากภาคประชาชน หรือแม้แต่เทรนด์แฟชั่นใหม่อย่าง ‘Peekaboob’ ที่เหล่าดาราและคนดังมากมายออกมาแต่งกายแบบเปลือยท่อนบน โชว์หน้าอกของตนเอง ก็ถือเป็นมิติใหม่ที่สะท้อนให้เห็นว่า ค่านิยมการปกปิดหัวนมแบบเดิมไม่ได้ถูกยึดถือในยุคนี้อีกต่อไปแล้ว

ทว่าเมื่อหันกลับมามองในประเทศไทยจะพบว่า แม้จะมีการรณรงค์มากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา อย่าง #DontTellMeHowToDress #TellMenToRespect หรือ #MyBodyMyChoice แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังต่อต้าน หรือแสดงความคิดเห็นด้วยเจตนาคุกคาม ยกตัวอย่างเช่น ‘ถอดเลย รอดูอยู่นะ’ ให้เห็นอยู่เรื่อยมา

โดยการกระทำเหล่านี้ ไม่เพียงสะท้อนว่าคนไทยหลายคนไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งการคุกคามทางวาจาเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นว่าสังคมไทยยังมีสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้หญิงหลายคนอยู่ ซึ่งก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกหวาดกลัวที่จะเปิดเผยเรือนร่างของตัวเองตามที่ต้องการ

และในท้ายที่สุดแล้ว การทลายมาตรฐานหลายระดับที่ถูกสร้างขึ้นนี้ จึงไม่สามารถเริ่มขึ้นได้จากการ เสริมสร้างพลัง และความมั่นใจ ให้ผู้หญิงสามารถก้าวผ่านกรอบที่ถูกเขียนไว้ได้อย่างเดียว แต่ต้องเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนในสังคมในเรื่องสิทธิเสรีภาพในเนื้อตัวร่างกายควบคู่กันไป เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ที่ไม่ทำให้ใครรู้สึกอันตรายทุกย่างก้าวเพียงเพราะต้องการเป็นตัวเอง

#หัวนม #หน้าอกผู้หญิง
#ทุนนิยม #ชายเป็นใหญ่
#ปิตาธิปไตย #เปลือยหัวนม

Content by Natthapon T.
Edited by SPECTRUM’S EDITORIAL TEAM
Graphic by Napas

อ้างอิง
Grid: https://bit.ly/3AXxCr2
Mancunion: https://bit.ly/3R2Nm1v
Shethepeople: https://bit.ly/3e6oLKJ https://bit.ly/3ToRx9B
Interesting Engineering: https://bit.ly/3QZh2wp
Silpa-mag: https://bit.ly/3pWWTvb https://bit.ly/3pXnQ1R
Bustle: https://bit.ly/3AwCbY2
Brussels Times: https://bit.ly/3cq2mHX
New York Post: https://bit.ly/3TpJEAE
Page Six: https://pge.sx/3czl27R

อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://spectrumth.com/
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน