‘GUCCI’ กับเจ้าหญิงไม้ไผ่ฉบับใหม่ ผู้พบรักกับหญิงสาวในกรุงโตเกียว จากเจ้าหญิงคางุยะในนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น สู่การตีความแบบ ซิตี้ป็อปแฟนตาซีสุดเควียร์ ฉลอง 75 ปี ‘Gucci Bamboo’

- Advertisement -

“บนพระจันทร์เป็นยังไงบ้าง?”
“น่าเบื่อ”
“งั้นก็เหมือนกับที่นี่เลยสิ?”
“ถ้าเราอยู่ด้วยกัน พนันได้เลยว่าแม้บนพระจันทร์ก็คงสนุก”

แบรนด์ ‘GUCCI’ ได้ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาความยาว 5.31 นาที ฉลองครบรอบ 75 ปี “the bamboo top-handle bags” กระเป๋าหูไม้ไผ่อันเป็นเอกลักษณ์ของกุชชี่ โดยเล่าเรื่องราวร่วมสมัย ที่ปรับมาจากนิทานพื้นบ้านสุดคลาสสิกของญี่ปุ่น ‘Taketori Monogatari’ (The Tale of the Bamboo Cutter) ซึ่งเดิมทีเป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงจากดวงจันทร์ ‘คางุยะ’ ที่จุติมายังโลกมนุษย์ในกระบอกไม้ไผ่ และถูกรับเลี้ยงโดยตายายนักตัดไผ่คู่หนึ่ง

แต่ในครั้งนี้ กุชชี่ได้ตีความเทพนิยายเรื่องนี้แบบใหม่หมดจด ให้กลายเรื่องราวของการค้นหาตัวตน และความรักของ ‘คางุยะ’ กับ หญิงสาวคนหนึ่ง ที่เธอเจอเมื่อปรากฎตัวขึ้นบนโลกครั้งแรก พวกเธอใช้เวลาหนึ่งวันร่วมกัน ตะลอนไปทั่วกรุงโตเกียว รวมถึงพบเจอกับชายหนุ่มอีกคนที่ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ ทั้งหมดนี้ถูกเล่าผ่านวิชวลแนวซิตี้ป็อป กึ่งแฟนตาซีเหนือจริง ทิ้งให้คนดูได้ตกอยู่ในภวังค์อันเคลิบเคลิ้ม ที่ปนเปไปซึ่งความจริงและความฝัน

โดยเรื่องนี้มีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง
คือพวกเธอมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น เพราะ
“คางุยะต้องกลับไปสู่ดวงจันทร์ ก่อนรุ่งอรุณจะมาเยือน”

ในตอนท้ายของหนังสั้น คางุยะในคอสตูมกุชชี่เต็มคราบ ก็ได้ทิ้งกระเป๋า ‘GUCCI Bamboo 1947’ ไว้ให้กับหญิงสาวที่เธอรัก เป็นของต่างหน้า เป็นหลักฐานว่าเรื่องราวนี้ ตัวตนของคางุยะนั้น เคยมีอยู่บนโลกใบนี้จริง ๆ และเป็นการโปรโมทแบรนด์ไปในตัว โดยผลงานฝีมือ ‘Toshihiko Tanabe’ และ ‘Makoto Nagahisa’ ครีเอทีฟและผู้กำกับชาวญี่ปุ่นชิ้นนี้ ก็ดูจะได้รับคอมเมนต์ชื่นชมจากแฟน ๆ ทั้งต่างประเทศและในญี่ปุ่นอยู่มากทีเดียว

สำหรับตำนานเรื่องนี้ หลายคน อาจจะคุ้นเคย ผ่านตาจากการ์ตูนญี่ปุ่นหลาย ๆ เรื่อง หรือจากอนิเมชันชื่อดังอย่าง ‘Tales of Princess Kaguya’ ของสตูดิโอจิบลิ โดยเรื่องเล่าแบบสมัยดั้งเดิมนั้น สะท้อนให้เห็นความเป็นปิตาธิปไตยในญี่ปุ่นยุคนั้นค่อนข้างสูง ที่ ‘คางุยะฮิเมะ’ ถูกประคบประหงมปกป้องดั่งไข่ในหิน จนมีผู้ชายจากหลากเมืองมาสู่ขอ คางุยะในฉบับนิทานพื้นบ้าน จึงเป็นหญิงสาวที่ไม่ได้มีทางเลือกในชีวิตมากนัก

ในเทพนิยายสิ่งที่เธอทำได้นั้นมีเพียงพยายามหาวิธีทางต่าง ๆ เพื่อปฏิเสธการขอแต่งงานที่เธอไม่ยินยอม ยิ่งในเวอร์ชันของจิบลิยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าใครที่เคยดูก็อาจจะเสียน้ำตากันไปไม่มากก็น้อย นี่เลยทำให้เรามองว่าการตีความใหม่ในครั้งนี้กุชชี่ แม้จะมีตัวละครชายมาแบบงง ๆ แต่ก็เป็นการตีความที่คืนพลังการเป็นตัวของตัวให้เจ้าหญิงคางุยะ และสอดแทรก LGBT+ representation ไว้ได้อย่างน่าสนใจ สอดคล้องกับความพยายามของแบรนด์ที่อยากให้ครอบคลุมแก่ทุกคนมากขึ้น

“เมื่อวันรุ่งมาเยือน
ฉันต้องจากโลกใบนี้ไป
ฟังดูเหมือนเทพนิยายเลยนะ”

“แค่คิดว่าจะต้องจากเธอไป ความโศกเสียใจก็เอ่อล้นในหัวใจฉัน”
ดู ‘Kaguya by Gucci’ ได้ที่: https://bit.ly/3Qw8EnY

- Advertisement -

#KAGUYAbyGUCCI #PrincessKaguya
#QueerRepresentation

Content by Pani S.
Graphic by Napas

อ้างอิง
HRC: https://bit.ly/3w9LOdJ
EducationWeek: https://bit.ly/3dpskv1
ภาพ: Gucci

อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://spectrumth.com/
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/