‘Wendy Carlos’ นักดนตรีและนักประพันธ์เพลงทรานส์คนสำคัญแห่งวงการดนตรีและภาพยนตร์

- Advertisement -

เนื่องในวันสุดท้ายของสัปดาห์แห่งการตระหนักรู้การมีอยู่ของคนข้ามเพศ (Transgender Awareness Week) วันนี้เราเลยจะชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับผู้หญิง ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งผู้บุกเบิกวงการดนตรีอิเล็กทรอนิก สกอร์หนังดังอีกหลายเรื่อง กับการต้องเผชิญความยากลำบากในฐานะผู้หญิงข้ามเพศ

SPECTRUM OF HUMAN: ‘Wendy Carlos’ นักดนตรีและนักประพันธ์เพลงทรานส์คนสำคัญแห่งวงการดนตรีและภาพยนตร์

ถ้าใครที่เคยดูหนังของคูบริกอย่าง ‘Clockwork Orange’ (1971), ‘The Shining’ (1980), และหนังในตำนานอย่าง ‘Tron’ (1980) ก็อาจจะคุ้นชินกับสกอร์ประกอบหนังที่เร้าอารมณ์ และเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้คือผลงานของ ‘Wendy Carlos’ (วินดี คาร์ลอส) นักดนตรีและนักประพันธ์เพลงหญิงชาวอเมริกัน วัย 82 ปี

เธอคือผู้บุกเบิกการใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิก ‘Synthesizer’ ที่นับเป็นการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการเพลงและการแสดง แต่นอกเหนือไปจากนั้น คาร์ลอสยังเป็นผู้หญิงข้ามเพศคนแรก ๆ ในวงการดนตรี ที่ก็ได้เผชิญกับความกระอั่กกระอ่วน และความลำบากใจอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะจากภาวะ ‘Dysphoria’ หรือจากแรงกดดันของสังคมอเมริกันในสมัยนั้น

คาร์ลอส เกิดในเมืองพอว์ทักเก็ต รัฐโรดไอแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นบุตรคนโตคนแรกของครอบครัวชนชั้นแรงงาน เธอเริ่มเรียนดนตรีมาตั้งแต่อายุได้ 6 ขวบ ซึ่งเป็นเวลาพร้อม ๆ กับที่เธอเริ่มเรียนรู้ว่าเพศจริง ๆ ของเธอนั้น คือ ผู้หญิง ไม่ใช่เพศตามร่างกายของเธออย่างที่สังคมพร่ำบอก

“ตอนนั้นฉันอายุราว ๆ 5 ไม่ก็ 6 … ฉันจำได้ว่าฉันเชื่อสุดหัวใจว่าฉันคือเด็กหญิงตัวเล็ก ฉันชอบผมที่ยาว เสื้อผ้าที่พวกผู้หญิงใส่ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมในตอนนั้นพ่อแม่ของฉันถึงมองไม่ออก” – นี่คือสิ่งที่คาร์ลอสให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเพลย์บอย หลังจากเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของเธอ

ถึงแม้ว่าจะรู้ตัวมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยเข้าใจถึงเพศสภาพของตัวเองอย่างถ่องแท้ หรือเปิดเผยมันออกมา จนกระทั่งคาร์ลอสได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยโคลอมเบียในปี 1962 ในสาขาการประพันธ์เพลง (Music Composition) และได้ลงเรียนวิชาเลือก “Transgender Issues” ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยทำให้เธอเข้าใจถึงตัวตนที่เธอเป็นมากขึ้น

โดยในช่วงเวลาเดียวกัน ระหว่างเรียน เธอได้เจอกับ ‘Robert Moog’ (โรเบิร์ต โม้ก) ซึ่งในภายหลังกลายมาเป็นเพื่อนร่วมงานคนสำคัญ โดย ‘เครื่องสังเคราะห์เสียงโม้ก’ หรือ Moog synthesizer ที่โม้กเป็นคนสร้างนั้นถูกนำมาใช้ในผลงานอัลบั้มแรกของเธอที่ชื่อว่า “Switched on Bach” (1968) ที่กลายเป็นกระแสฮือฮา จากความแปลกใหม่ของดนตรีคลาสสิกที่ผสมผสานกับเครื่องดนตรีชิ้นนี้

โดยก่อนออกอัลบั้มแรกนี้ เธอได้เริ่มเข้ารับคำปรึกษาจาก ‘Harry Benjamin’ (เฮนรี เบนจามิน) นักเพศศาสตร์ และนักรณรงค์สิทธิคนข้ามเพศรุ่นบุกเบิก เพื่อเริ่มต้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงร่างกาย (Transitioning) ให้ตรงกับสำนึกทางเพศของเธออย่างเงียบ ๆ ซึ่งรวมไปถึงการเทคฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง

ตอนที่เทคฮอร์โมนไปได้ 18 สัปดาห์ คาร์ลอสเคยเล่าว่า มีผู้หญิงคนนึง เดินเข้ามาหาเธอในคาเฟ่ แล้วตะโกน “คุณเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? คุณคืออะไร?” โดยคาร์ลอสมองเห็น “ความสยดสยองและหวาดกลัวอย่างมาก” ในสายตาของผู้หญิงคนนั้นที่มองมา

ในช่วงนั้น นอกเหนือจากเบนจามินแล้ว ก็มีแค่ ‘Rachel Elkind’ โปรดิวเซอร์คู่บุญของคาร์ลอส ที่รู้ว่าเธอคือผู้หญิงข้ามเพศ และรู้ว่าคาร์ลอสเริ่มเข้ากระบวนการเปลี่ยนแปลงร่างกายของเธอ มาอย่างลับ ๆ กว่า 3 ปี และใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงมา 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นช่วงปีที่คาบเกี่ยวของการร่วมมือของเธอกับคูบริกในหนังเรื่อง ‘Clockwork Orange’ ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็เริ่มค่อย ๆ เข้ารับการผ่าตัดยืนยันเพศ

ยุคสมัยนั้น ในอเมริกา ความเป็นอยู่ของคนข้ามเพศนั้นเป็นไปอย่างยากลำบากและอันตราย ในกลุ่มการต่อสู้เพื่อสิทธิเกย์และกลุ่มเฟมินิสต์หลาย ๆ กลุ่ม ก็ยังไม่ครอบคลุมไปถึงคนข้ามเพศ โดยมีเหตุการณ์ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย หรือฆ่าคนข้ามเพศอยู่นักต่อนัก คาร์ลอสก็เป็นอีกคนที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง จนเธอเองจำเป็นต้องหายไปจากหน้าสื่อและวงการดนตรีกว่า 7 ปี แต่ก็กลับมายืนหยัดและให้สัมภาษณ์อีกครั้ง

ในปี 1979 คาร์ลอสได้ออกมาเปิดตัวต่อสาธารณชนถึงอัตลักษณ์ทางเพศของเธอ ว่าเธอคือ ผู้หญิง คนหนึ่ง และเปลี่ยนชื่อในวงการจากชื่อเดิมมาเป็นชื่อที่บอกถึงตัวตนของเธอ ซึ่ง (เป็นที่ไม่น่าแปลกใจที่) กระแสตอบรับของสื่อต่าง ๆ ในตอนนั้น ออกมาไม่ค่อยดีสักเท่าไร เนื่องจากสังคมที่ยังไม่มีความเข้าใจ และความเกลียดชังในคนข้ามเพศที่ฝังรากลึก

“ฉันเสียเวลาในการเป็นศิลปิน ไปร่วมศตวรรษ”

“อืม, ฉันกลัว ฉันกลัวแบบสุด ๆ ไม่รู้เลยว่ามันจะมีผลยังไงบ้าง ฉันกลัวแทนเพื่อน ๆ ของฉัน กลัวว่าพวกเขาจะตกเป็นเป้าของความโกรธเคืองของผู้คนที่ตัดสินสิ่งที่ฉันทำไปแล้ว ทั้งในเชิงของศีลธรรมที่มองว่าฉันคือ ปีศาจ และในเชิงการแพทย์ที่มองว่าฉันป่วย ว่าฉันบิดเบือนทำร้ายร่างกายมนุษย์ในแบบที่ควรเป็น…. แต่ฉันก็เหนื่อยเกินกว่าจะโกหกแล้ว”

คาร์ลอสกล่าวหลังที่ออกมาเปิดเผยตัวตนของเธอผ่านสาธารณชน การที่เธอออกมาพูดเรื่องนี้ นั้นต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก ที่จะข้ามผ่านความกลัว ความเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียงานที่รัก หรือต้องเจอกับความเห็นที่เลวร้ายและการเลือกปฏิบัติ โดยหลังจากผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มา ปัจจุบันคาร์ลอสในวัย 82 ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในนักประพันธ์เพลงที่สำคัญที่สุดของวงการณ์ดนตรี

เรื่องราวของเธอนั้นน่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลาย ๆ คน และมากไปกว่านั้น ก็ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ไม่มีคนข้ามเพศคนไหนที่ควรต้องถูกกีดกัน หรืออยู่อย่างหวาดระแวงเพียงเพราะการเป็นตัวของตัวเองอีกแล้ว

Happy Transgender Awareness Week

#TransgenderAwarenessWeek
#Transvisibility #NoMoreTranphobia
#Transwomeniswomen

Content by Pani S
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Them: https://bit.ly/3kSN7rJ
Lgbtqnation: https://bit.ly/3FvGLXj
Pitchfork: https://bit.ly/3nwJ7in
Plastic Surgery By Lana Thompson: https://bit.ly/3x1Vo1v
Classicalmusicindy: https://bit.ly/3oIN03b
Irishtimes: https://bit.ly/3DzZ3Gn
Thepeople: https://bit.ly/3DKn5hG
ภาพ: Fotogramas
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/