ผู้หญิงอินเดียกำลังเผชิญกับปัญหาจาก การที่ใช้ยาแบบผิด ๆเพื่อให้มีผิวขาวขึ้น เปิดบทความสารคดี ‘White lies’ ของ CNN ตีแผ่เรื่อง ‘ค่านิยมความขาว’ กับปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่พบเจอ จากการใช้ครีมผสม ‘สเตียรอยด์เบต้าเมทาโซน’

- Advertisement -

‘White lies’ คือชื่อซีรีส์บทความสารคดีที่น่าสนใจของ CNN ที่ตั้งมาเพื่อสังเกตเรื่องราวของ ‘การพยายามทำผิวให้ขาว’ จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อเปิดเผย ต้นตอการขับเคลื่อนการ ‘เหยียดสีผิว’ (Colorism) อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ และค่าใช้จ่ายที่แต่ละบุคคลและชุมชนต้องเสียไป ซึ่งหนึ่งในซีรีส์ชุดนี้คือ ‘‘Fairness mania’ is fueling a dangerous drug dependence in India’ เรื่องราวของ ‘ค่านิยมความขาว’ ในประเทศอินเดีย

โดยบทความนี้เล่าเรื่องราวของ ‘Soma Banik’ (โซมา บานิค) พนักงานรัฐอายุ 33 ปีจากชานเมืองโกลกาตา หนึ่งในคนที่เคยต้องเจอกับเรื่องราวโหดร้ายที่มาจาก ค่านิยม ‘ยิ่งขาวยิ่งดี’ เมื่อตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น เธอได้รับข้อความจากคนแปลกหน้าที่ชื่อว่า ‘Janet James’ (แจเนต เจมส์) ที่ส่งมาให้เธอผ่านแพลตฟอร์ม Quora เมื่อปี 2018 ว่า “ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณ”

เจมส์บอกว่า เธอได้ใช้ครีมผิวขาวที่มีส่วนผสมของสเตรอยด์ ‘Bethamethasone’ มากว่าสองปีแล้ว และได้เจอกับผลข้างเคียงที่น่าสลด “เมื่อไรที่ฉันหยุดใช้ ผิวของฉันจะคัน และก็จะมีตุ่มเล็กๆ ขึ้นมา” เจมส์รู้จักบานิคจากบล็อคที่เล่าเรื่องราวจากการใช้สเตียรอยด์ครีมของเธอ เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเธอเอง บานิคก็ตอบกลับในทันที ว่าเธอต้องการให้ใครซักคนบอกเธอให้เจมส์ “หยุดใช้มันเดี๋ยวนี้”

‘เบตาเมทาโซน’ (Bethamethasone) ที่ว่าเป็นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะประสิทธิภาพสูง มักใช้รักษาสภาพผิวที่หลากหลาย อย่างโรคสะเก็ดเงินและโรคเรื้อนกวาง โดยผลข้างเคียงอย่างหนึ่งที่อาจเกิด คือผิวที่ขาวขึ้น ครีมที่ผสมของเบตาเมทาโซนนั้นจริง ๆ แล้วควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น และมักจะต้องซื้อพร้อมใบสั่งยา แต่ในอินเดีย จากข้อมูลที่ทาง CNN ได้รู้มาจากแพทย์และผู้ใช้ทั่วประเทศ ครีมเหล่านี้ มักถูกใช้ในแบบผิด ๆ ในฐานะสารปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่เป็นผู้หญิง

ย้อนไปในปี 2003 เมื่อตอนที่บานิคอายุ 14 เพื่อนบ้านได้เล่าให้แม่ของเธอฟัง ว่าลูกของเขา ‘ได้ประโยชน์’ มากมายจากการมีผิวขาวด้วยครีมตัวใหม่ “ลูกเธอก็จะขาวได้เหมือนกันนะ” พวกเขาบอก หวังว่าบานิคได้มีโอกาสที่ดีที่สุดที่จะเป็นได้ ในประเทศอินเดีย ที่ความขาวของสีผิวนั้นถูกมองว่าน่าถวิลหา และเกี่ยวโยงกับการไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งแม่ของเธอรับคำแนะนำ และบานิคก็เริ่มใช้ครีมสเตียรอยด์นี้

“เธอดูดีนะ” คือสิ่งที่เพื่อนของบานิคบอกหลังจากที่เธอใช้ครีมตัวนี้ แต่เมื่อผ่านไปไปได้ 2 เดือน เธอก็เริ่มรู้สึกเหมือนถูกเผาไหม้ทุกครั้งที่อยู่ใต้แสงแดด แต่เธอก็ยังยอมรับเรื่องนี้ได้ โดยพยายามคิดว่ามันเป็นหนึ่งในกระบวนการสู่ความขาว ‘ถ้าไม่เจ็บ ก็ไม่ขาวผ่องหรอกนะ’ (No Pain, No Fairness) แต่ในเช้าวันหนึ่งที่เธอลืมทาครีม ในหลายชั่วโมงต่อมามีสิวขึ้นที่คางของเธอทันที แม้จะรีบทาครีมได้อย่างทันท่วงที แต่บานิคก็เริ่มมีอาการคันตลอดเวลา ในไม่ช้าเธอก็เป็นสิว และหนึ่งปีหลังจากนั้น ก็เริ่มมีขนเริ่มงอกขึ้นทั่วใบหน้าของเธอ ซึ่งเธอใช้เวลากว่า 6 ปีกว่าจะเลิกใช้ยาตัวนี้ได้

ค่านิยมความขาวที่พาไปสู่ปัญหาสุขภาพ – นอกจากเรื่องราวประสบการณ์ของบานิคแล้ว บทความสารคดีนี้ ยังพูดไปถึงเรื่องสวัสดิการสุขภาพ และการเข้าถึงยาอันตรายเหล่านี้ในอินเดีย ที่แม้ว่าจะมีผู้ที่ได้รับผลเสียจากเรื่องนี้มากมายแต่ก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งหมอหลายๆ คนก็ออกมาเตือนว่าเมื่อใช้ยาที่มีส่วนผสมนี้แล้ว มันจะไม่สามารถหยุดใช้ได้ เพราะเมื่อหยุดใช้ก็จะมีอาการเห่อแดง การปะทุของสิวทั่วหน้า และผดผื่นคันต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวหนังพัง และอ่อนไหวในระยะยาว

และถึงแม้ว่าผลกระทบของยานี้จะมีให้เห็นเยอะแยะมากมาย (ทาง CNN ได้แปะรูปประกอบไว้ในบทความ) แต่ว่าก็ยังคงไม่มีการควบคุมยาตัวนี้อย่างเข้มงวด ทีมงาน CNN ที่ลงพื้นที่ไปยัง ในเมืองทางเหนือของเดลี เมืองโกลกาตาทางตะวันออก เมืองอาเมดาบัดทางตะวันตก และเมืองไฮเดอราบัดทางตอนใต้ของอินเดีย ก็ยังพบว่าพวกเขาสามารถซื้อยาได้จากร้านสะดวกซื้อทั่วไปกว่า 16 ร้าน ถึงแม้ว่าบางรัฐจะมีการปิดกั้นการขายประมาณนึง แต่ก็ยังคงสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากอยู่ดี

#Colorism – หรือ ‘การเหยียดสีผิว’ (คนละอย่างกับ Racism ที่โฟกัสที่สีของผิวไม่รวมถึงเชื้อชาติ) คือประเด็นหลักที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์นี้คือ บทความพาเราไปดู เรื่องนี้ผ่านประกาศหาคู่ทางหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่เหล่า ‘เจ้าบ่าวที่ค่อนข้างเพรียบพร้อม’ มักจะประกาศหาแต่เจ้าสาว ที่มีผิวขาวผุดผ่อง หนึ่งในรากของปัญหานี้ ที่เจาะจงทำให้ ‘ผู้หญิง’ หลายๆ คนในอินเดียหันเข้าหาวิธีการขาวแบบทางลัด รวมทั้งยกตัวอย่างเคสน่าเศร้าที่เกิดการจากการเหยียดสีผิว

อย่างในปี 2014 ในเมืองคุรุคราม ผู้หญิงคนหนึ่งได้ฆ่าตัวตาย โดยพี่น้องของเธอบอกกับนักข่าวว่า ‘เธอเหนื่อยหน่ายเต็มทนกับการถูกเหยียดสีผิวจากสามีของเธอ’ และในปีถัดมา ก็ยังมีครูจากเมืองโกลกาตา ที่จุดไฟเผาตัวเอง โดยก่อนตายก็มีการรายงานว่าเธอบอกว่า การที่ต้องทนถูกเหยียดหยามเรื่องผิวของเธอ และที่ต้องถูกบอกว่าจะไม่มีใครแต่งงานด้วยหรอก คือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจทำมัน

ถ้าจะขยายความตรงนี้ ส่วนนึงที่ทำให้ผู้หญิงอินเดียรู้สึกดันว่าต้องขาวเพื่อให้ได้แต่งงาน นั่นก็เป็นเพราะสังคมอินเดียนั้นเป็นสังคมชายเป็นใหญ่อย่างเข้มข้นที่คาดหวังว่า ผู้หญิงนั้นควรต้องแต่งงาน เป็นภรรยาที่ดีของสามี ถ้าไม่ได้แต่งงานนั้นก็ยังคงถูกตีตราว่าผิดแปลกอยู่ บ้างก็ว่าอีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อลดโอกาสในการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เพราะอัตราการคุกคามทางเพศในอินเดียนั้นสูงมาก โดยเฉพาะต่อผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน (เครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าจะสามารถบอกได้ว่าผู้หญิงคนไหนแต่งงานแล้ว)

ผู้หญิงอินเดียนั้นมีบทบาทน้อยกว่าผู้ชายมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และการเมือง และงานหลาย ๆ อย่างก็ไม่เปิดให้ผู้หญิงได้ทำ การแต่งงานกับสามีที่ดี จึงดูเหมือนเป็นทางออกผู้หญิงหลายคนที่ไม่ได้มีทางเลือกที่มากมายนัก แต่นอกเหนือไปจากเรื่องการแต่งงานแล้วการมีผิวที่ขาวกระจ่างตามกรอบสังคม ก็มีส่วนในการเพิ่มโอกาสในชีวิต หน้าที่ การงาน ให้พวกเธอด้วย

กลับมาที่เรื่องราวของบานิค เมื่อเธอตัดสินใจเลิกใช้ครีมตัวนี้ได้ในที่สุด แต่ระหว่างทางนั้นเธอก็ต้องพบเจอกับผลกระทบที่ตามมามากมายทั้งในแง่สุขภาพ สภาพผิวที่เปลี่ยนไป จนต้องเผชิญการเหยียดหยามจากคนรอบข้าง อย่างประโยคนี้ที่ติดอยู่ในหัวของเธอเป็นเวลานาน – “ความมั่นใจในตนเองของฉันลดลง ฉันจำได้ว่าได้ยินเพื่อนร่วมชั้นคุยกันว่าฉันดูแย่กว่าหมูได้ยังไง”

เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เราเห็นว่าค่านิยมความขาวที่หลาย ๆ สังคมได้สร้างขึ้นมา เพื่อขายสินค้า หรืออื่น ๆ นั้นส่งผลในหลายแง่มุม ทั้งในแง่ของสุขภาพ และสภาพจิตใจ ที่อาจส่งผลกระทั่งถึงชีวิตของหลาย ๆ คน โดย ‘‘Fairness mania’ is fueling a dangerous drug dependence in India’ คือบทความแรกของซีรีส์ ‘White Lies’ ที่คาดว่าจะมีเรื่องราวว่าด้วย ‘การพยายามขาว’ ของอีกหลาย ๆ ประเทศปล่อยออกมาให้อ่านกันอีกต่อไป

(อ่านบทความในซีรี่ส์นี้ได้ที่: https://cnn.it/3wUqTL0 )

#Whitelies #CNN #Bethamethasone
#ColorisminIndia #WomeninIndia

สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
CNN: https://cnn.it/3wPkFvE
ภาพ: Ranita Roy for CNN
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/