แฟนบอลร่วม ‘คุกเข่า’ ต่อต้านการเหยียดผิว ที่หน้าภาพเหมือนของ 1 ใน 3 นักบอลผิวดำที่ถูกทอด้วยคำพูด ‘racist’ เพราะเตะลูกโทษพลาดใน #Euro2020Final

- Advertisement -

TW: Racism
เมื่อวานนี้ (13 ก.ค) ผู้ชุมนุมกว่าเจ็ดร้อยคนรวมตัวกันหน้าจิตรกรรมฝาผนังรูปนักบอล ‘มาร์คัส แรชฟอร์ด’ เพื่อคุกเข่าแสดงออกถึงการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ (Stand Up to Racism) หลังจากแรชฟอร์ดและนักเตะผิวดำอีกสองคนโดนด่าทอและเหยียดผิวเพราะไม่สามารถทำคะแนนในจุดโทษได้ ส่งผลให้ทีมชาติอังกฤษพ่ายแชมป์ในครั้งนี้

#Euro2020Final — ในนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลยูโร 2020 ระหว่างอังกฤษ – อิตาลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 ก.ค.) ทีมชาติอังกฤษพลาดแชมป์เนื่องจาก ‘Marcus Rashford’ (มาร์คัส แรชฟอร์ด) ‘Jadon Sancho’ (เจดอน ซานโช่) และ ‘Bukayo Saka’ (บูกาโย่ ซาก้า) สามนักเตะผิวดำพลาดในการทำคะแนนจากการยิงลูกโทษ ทำให้ทีมชาติอิตาลีคว้ารางวัลชนะเลิศไปด้วยคะแนนลูกโทษ 3 ประตูต่อ 2

- Advertisement -

การยิงจุดโทษไม่เข้าในครั้งนี้ ทำให้มีกลุ่มแฟนบอลของทีมชาติอังกฤษจำนวนมากพิมพ์ถ้อยคำด่าทอและเหยียดเชื้อชาติใส่นักเตะสามคนนี้อย่างรุนแรงผ่านทวิตเตอร์ อาทิ “Ni**ers ruined it for us” (ไอ้มื* ทำเราชวดแชมป์) และ “Italy and Argentina had no ni**ers in the teams, both win the cups. This is a lesson to learn no to put monkeys in a humans game” (อิตาลีกับอาร์เจนตินาไม่มีไอ้มื*ภายในทีม และทั้งคู่ต่างก็ได้แชมป์ นี่เป็นบทเรียนที่สอนให้รู้ว่าอย่าให้ลิงพวกนี้มาเล่นเกมกีฬาของมนุษย์) นอกจากนี้ยังมีแฟนบอลอีกหลายคนเข้าไปพิมพ์อิโมจิลิงที่เป็นสัญลักษณ์ที่กลุ่มคนเหยียดผิวมักจะใช้ใส่อินสตราแกรมของซาก้า พร้อมทั้งพิมพ์ขับไล่เขาออกจากประเทศ

จากพฤติกรรมที่ไม่น่าให้อภัย ทำให้ตำรวจนครบาลของลอนดอนได้ออกมาแถลงกับสื่อว่าจะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนความคิดเห็นพวกนี้บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งในตอนนี้ตำรวจนครบาลของลอนดอนได้ร่วมมือกับทวิตเตอร์ในการลบทวีตที่มีการเหยียดเชื้อชาติของนักเตะไปแล้วมากกว่า 1,000 ทวีต อีกทั้งได้ทำการระงับบัญชีเหล่านั้นอีกด้วย

ความคิดเห็นของหลาย ๆ ฝ่าย — ในด้านของผู้จัดการทีมอย่าง ‘Gareth Southgate’ (แกเร็ธ เซาธ์เกต) เองได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของแฟนบอลผ่านสื่อว่า “การกระทำนี้เป็นการกระทำที่ไม่น่าให้อภัยและไม่ใช่สิ่งที่พวกเขายึดมั่นและยืนหยัด” เนื่องจากก่อนหน้านี้ทีมชาติอังกฤษภายใต้การดูแลของเซาธ์เกธได้มีการคุกเข่าก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละครั้ง เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของความสามัคคีในการต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติและความไม่เท่าเทียมกัน ถึงแม้จะทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่แฟนบอลบางส่วนก็ตาม

ทางด้านของนักเตะ ‘มาร์คัส แรชฟอร์ด’ หนึ่งในนักเตะที่โดนแฟนบอลโจมตี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ของเขาว่า “ผมวิจารณ์ตัวเองได้ทั้งวันว่าลูกจุดโทษนั้นมันดีไม่พอ ลูกบอลมันน่าจะเข้าไป แต่ผมจะไม่มีวันขอโทษในสิ่งที่ผมเป็นและมาจากไหน” ซึ่งทางกัปตันทีมอย่าง ‘Harry Kane’ (แฮร์รี เคน) เองก็ได้ออกมาปกป้องลูกทีมของตนว่า “พวกเขาสมควรได้รับการสนับสนุน ไม่ใช่การเหยียดผิว หรือเหยียดหยาม หากคุณคิดจะสบประมาทใครก็ตามบนโซเชียลมีเดีย จะไม่ใช่แฟนบอลทีมชาติอังกฤษอย่างแน่นอน และเราก็ไม่ต้องการคุณเช่นกัน”

เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ในฐานะองค์ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ได้ออกมาพิมพ์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “ผมรู้สึกไม่สบายใจจากการเหยียดผิวที่มีเป้าหมายชัดเจนต่อผู้เล่นอังกฤษหลังผลการแข่งขันเมื่อคืนจบลง มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ผู้เล่นต้องอดทนต่อพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของคนกลุ่มนี้ พวกเราต้องหยุด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องความจะต้องออกมารับผิดชอบ”

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ FA จึงได้ออกแถลงการณ์ประณามแฟนบอลบางส่วนที่ได้ทำพฤติกรรมที่ไม่น่าให้อภัยอย่างการก้าวล่วงและไม่ให้เกียรตินักเตะ โดยเอฟเอได้แถลงว่าจะพยายามทำทุกทางเพื่อขจัดกลุ่มบุคคลซึ่งเลือกปฏิบัติออกจากวงการฟุตบอล และขอให้รัฐบาลดำเนินการอย่างรวดเร็ว รวมถึงนำเอากฎหมายเข้ามาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนนักเตะที่ถูกคุกคามในครั้งนี้

ทางด้าน ‘Boris Johnson’ (บอริส จอห์นสัน) นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรเองก็ออกมาประณามการเหยียดผิวในครั้งนี้ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของตนด้วยเช่นกัน โดยเขาได้กล่าวว่า “ทีมชาติอังกฤษสมควรได้รับการยกย่องเสมือนวีรบุรุษ ไม่ใช่การถูกเหยียดเชื้อชาติในโลกโซเชียลมีเดีย ผู้ที่กระทำการแบบนี้ควรจะละอายใจกันบ้าง”

ซึ่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จอห์นสันพร้อมด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติคนอื่นๆ ในรัฐบาลของเขา ถูก ‘Gary Neville’ (แกรี่ เนวิลล์) อดีตทีมชาติอังกฤษออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากจอห์นสันได้เพิกเฉยต่อคำขอให้ประณามแฟนบอลชาวอังกฤษที่โห่ใส่นักกีฬาที่คุกเข่าก่อนเริ่มการแข่งขัน

“นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ประชาชนของประเทศนี้จะโห่ผู้เล่นที่พยายามส่งเสริมความเท่าเทียมและต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ” เนวิลล์กล่าวกับสื่อ “จุดสำคัญของเรื่องนี้คือวงการฟุตบอลมีปัญหาในเรื่องนี้อย่างชัดเจน เป็นปัญหาในสังคมที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่ามันเป็นที่ยอมรับได้หากจะวิพากษ์วิจารณ์ผู้เล่นเพราะสีผิวของพวกเขา”

ประเด็นการเหยียดเชื้อชาติในวงการฟุตบอล — ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิวและเชื้อชาติ แต่สำหรับวงการฟุตบอลแล้วการเหยียดผิวเหมือนเป็นมะเร็งร้ายในวงการ จึงมีนักสังคมศาสตร์หลายคนได้แสดงความคิดเห็นว่า อาจจะเป็นเพราะเดิมกีฬาฟุตบอลถือกำเนิดขึ้นในชนชั้นแรงงานซึ่งเป็น ‘คนขาว’ และเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลง มีการโยกย้าย ทำให้มีคนอีกหลายหลายสัญชาติเขามาอยู่ในวงการนี้ จึงก่อให้เกิดการแบ่งแยกมาตั้งแต่ต้นว่าคนเชื้อชาติอื่นที่เข้ามาเล่นทีหลังเป็นคนนอก อยู่คนละระดับชั้น มีความแตกต่างจากผู้เล่นเดิมในวงการที่เป็นคนขาว

และหากเทียบระหว่างการเหยียดผิวในหมู่นักกีฬากับหมู่แฟนบอลแล้ว การเหยียดผิวในหมู่นักกีฬาจะมีสัดส่วนที่น้อยกว่า เนื่องจากการตัดสินในตัวบุคคลจะไปอยู่ที่ฝีเท้าและผลงานในสนามเป็นหลัก ทำให้ความรู้สึกแบ่งแยกในหมู่นักกีฬาน้อยลง ไม่ได้ชัดเจนและมีจำนวนมากเท่าการเหยียดผิวจากแฟนบอล (อาจารย์อาจินต์ ทองอยู่คง, อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา)

ล่าสุด แรชฟอร์ดได้ออกมาโพสต์ภาพการรวมตัวของคนหลายร้อยคนบริเวณหน้า Coffee House Cafe ที่วิธิงตัน โดยก่อนหน้านี้มีแฟนบอลจำนวนหนึ่งที่ไม่พอใจในผลการแข่งขันได้เข้าไปพ่นสีทับเพื่อทำลายรูปของแรชฟอร์ดบนผนัง ทำให้มีคนจำนวนกว่าเจ็ดร้อยคนไปรวมตัวกันและแปะข้อความให้กำลังใจเขา ซึ่งแรชฟอร์ดได้บอกว่าการออกมาต่อต้านการเหยียดผิวในครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกประทับใจจน “พูดไม่ออก”

เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นอีกครั้งที่ผู้ที่อยู่ในวงการฟุตบอลควรกลับไปคิดว่าจะทำยังไงให้ปัญหาของการเหยียดสีผิวและเชื้อชาติน้อยลงจนหมดไป เพื่อสร้างอนาคตของสังคมกีฬาที่ไม่กีดกันใครออกไป ไม่เป็นพิษต่อคนทุกคนในสังคม และเป็นการสนับสนุนกันผ่านความสามารถ ไม่ใช่อัตลักษณ์ภายนอก

#Euro2020Final
#Racisminfootball
#BlackLivesMatter
#Racism #England

Content by Tanyaporn Kesornsit
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ : https://bit.ly/38MAJn4

อ้างอิง
BBC: https://bbc.in/3yVsfVr
CNN: https://cnn.it/36uMQE3
NPR: https://n.pr/3r64BCY
The Guardian: https://bit.ly/3hCxROM
Thairath: https://bit.ly/3kdp7QS
Main Stand: https://bit.ly/3ee9CUH
ภาพ: Hundreds of protesters take the knee at Marcus Rashford mural / PA
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ธันยพร เกษรสิทธิ์
ธันยพร เกษรสิทธิ์
Fulltime เป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ที่ชอบเขียน Reserach Papers เกี่ยวกับ gender เป็นหลัก Japan เป็นรอง | Part time เป็นนัก (ชอบ) เขียน นักอ่าน และนักถ่ายภาพ