ช่างทำผมทุกๆ คนใน UK ต้องตัด ‘ทรงแอฟโฟร่’ เป็นสหราชอาณาจักรเปลี่ยนหลักสูตรการทำผมระดับชาติใหม่ให้ครอบคลุมความงามที่หลากหลายทางชาติพันธุ์มากขึ้น

- Advertisement -

ตอนนี้ช่างทำผมอาชีพทุกคนในสหราชอาณาจักร ต้องเรียนรู้การตัดและจัดการ ‘ผมทรงแอฟโฟร่’ เพื่อให้ตรงกับ ‘มาตรฐานอาชีพระดับชาติสาขาช่างผม’ ที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างความครอบคลุมความงามทุกชาติพันธุ์

‘Afro-textured hair’ หรือ ‘ผมที่มีพื้นผิวแบบแอฟโฟร่’ – เป็นรูปแบบของผมที่ส่วนใหญ่จะเห็นได้บ่อยในชาวแอฟริกัน โอเชียเนีย ฯลฯ มีลักษณะเด่นคือเส้นผมที่หนา และงอกขึ้นมาแบบเป็นเกลียวจากโคนผม โดยผมรูปแบบนี้จะมีความหนาแน่นเกาะตัวกันมากกว่าผมตรง หรือผมหยักศกทั่วไป ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดการที่แตกต่างออกไปในการตัดแต่ง และดูแล นับว่าเป็นลักษณะผมที่ท้าทายต่อช่างทำผมอย่างมาก

โดยจากบทวิเคราะห์ของ ‘National Occupational Standard (NOS)’ หรือ องค์กรมาตรฐานอาชีพระดับชาติ พบว่า ในหลาย ๆ สถาบันหรือสถานที่ที่มีการสอนเกี่ยวกับการจัดการทรงผม ไม่ได้มีการกำหนดหรือตั้งคุณสมบัติไว้ว่าผู้เรียนจะต้องเรียนรู้การตัดแต่งผม ‘แอฟโฟร’ ทำให้จำนวนผู้ที่เชียวชาญระดับมืออาชีพในการตัดแต่งทรงผมให้ประชาชนที่มีลักษณะผมแบบนี้ นั้นน้อยกว่าช่างผมที่เชี่ยวชาญในการตัดผมรูปแบบอื่น ๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ

ในเดือนมิถุนายนนี้ NOS จึงได้ปรับปรุงแนวปฏิบัติของสายอาชีพช่างผมเสียใหม่ ให้ครอบคลุม และรองรับผู้ที่มีผมแบบแอฟโฟร่มากขึ้น ซึ่งต้นเรื่องที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือ “Bristish Beauty Counsil” หรือ สภาความงามแห่งอังกฤษ ที่ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานอุตสาหกรรมผมและความงาม (Habia) ตั้งแต่ปี 2019 เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขข้อปฏิบัติพวกนี้

การไว้ผมแอฟโฟร่นั้น เริ่มต้นมาจากช่วงยุค 50s เป็นทรงผมแห่งการทำลายขนบความงามในสมัยนั้น เพราะชาวผิวดำถูกสอนไว้ว่าทรงผมหยิกของพวกเธอนั้นเป็นทรงที่ไม่สวย ทำให้มีผู้หญิงผิวดำมากมายทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทรงผมของพวกเธอยืดตรงตามบรรทัดฐานสังคม แต่กลายปล่อยผมเป็นทรงแอฟโฟร่นั้นเหมือนเป็นการโอบรับทรงผมที่หยิกฟูของคนดำให้มันหยิกฟูใหญ่โตขึ้นไปอีก เหมือนเป็นการปฏิเสธบรรทัดฐานของคนขาวที่หลอกลวงคนดำให้เกลียดชังผมของตัวเอง และเชิดชูให้เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของพวกเธอ

ย้อนกลับไปในสมัยที่มีการค้าทาสชาวผิวดำ ทาสเหล่านั้นถูกสั่งให้โกมผมออก เพื่อลบล้างวัฒนธรรมเดิม และให้พวกเขาดู “กลมกลืน” กับวัฒนธรรมใหม่ ซึ่งก็คือวัฒนธรรมของคนผิวขาวที่มีผมตรง จนมีความคิดที่ว่า “ผมตรง=เรียบร้อย” เรื่อยมาจนในปี 2015 มีผู้หญิงผิวดำหลายคนถูกไม่รับเข้าทำงาน ด้วยเหตุผลของชุดความคิดที่ว่าผมที่หยิกฟูของพวกเธอนั้น “ไม่สุภาพเรียบร้อย” ทำให้พวกเธอต้องไปยืดผมธรรมชาติของเธอให้ยืดตรง เพื่อให้บริษัทหรือนายจ้างต่าง ๆ รับเธอเข้าทำงาน

อย่างที่ที่สหราชอาณาจักรมีการจัดตั้งกลุ่ม ‘Halo Collective’ ขึ้นมา โดยเป็นกลุ่มของเยาวชนผิวดำ 30 คนที่เคยถูกคุณครูสั่งให้พวกเธอเปลี่ยนทรงผมแอฟโฟร่ของพวกเธอ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันไปบังเพื่อนคนอื่น ๆ ในห้องเรียน พวกเธอได้สร้าง ‘Halo Code’ ขึ้นมาเพื่อเรียกร้องให้กฎหมายของสหราชอาณาจักรได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าจะปกป้องคนผิวดำให้สามารถไว้ทรงผมธรรมชาติของพวกเธอได้ โดยไม่ต้องถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

ในปี 2017 มีผลการสำรวจพบว่ามีร้านเสริมสวยอยู่ถึง 35,704 ร้านที่สหราชอาณาจักร แต่มีเพียง 302 ร้านเท่านั้นที่สามารถตัดแต่งทรงผมแบบแอฟโฟร่ได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จึงนับได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวในอีกวงการที่มีความน่าสนใจ และสร้างความครอบคลุมทั้งในเชิงสังคมและวัฒนธรรม ยอมรับในความงามที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพราะทรงผมของคนผิวดำนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ทรงผม แต่มันคือรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่พวกเธอแบกรับมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

#AfroHair #HairDiscrimination
#BlackBeauty #BlackCulture
#Hairdressing #NOS

Content by Alexis to your Mimi
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ : https://bit.ly/38MAJn4

อ้างอิง
Mirror: https://bit.ly/3dOFtLq
Glamourmagazine: https://bit.ly/3k4a5Nh
Hji: https://bit.ly/2UvZ6B7
Lovetoknow: https://bit.ly/3dPG13Z
ภาพ: https://bit.ly/3hu8dM1
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
กันตพงศ์ เชี่ยวพิมลพร
กันตพงศ์ เชี่ยวพิมลพร
นักหาทำอันดับหนึ่งที่คิดว่าจะยังคงหาทำต่อไปและตามหาตัวเองไปเรื่อยๆ เชื่อว่าเสียงของทุกคนมีความหมาย(วะวะว๊าว) เวลาว่างชอบทำตัวให้ไม่ว่าง(แฮ่)