เมื่อความรักสวนทางฝันแบบ ‘American Dream’ ชมภาพรักนอกขนบโดยศิลปินเควียร์อเมริกันสะท้อนสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แค่ชายหญิงชนชั้นกลาง

- Advertisement -

เพราะความรักไม่ได้มีแค่ชายหญิง
เพราะความรักไม่ได้มีแค่ชนชั้นกลาง

นี่คือภาพถ่ายมุมมองของความรักที่สื่อกระแสหลักมักไม่ค่อยนำเสนอว่า ‘โรแมนติก’ ‘มีค่า’ และ ‘น่าเอาแบบอย่าง’ โดยภาพของผู้คนเหล่านี้ถูกบันทึกจากหลาย ๆ รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา บางส่วนในอัลบั้มนี้มาจากโร้ดทริปกว่าสามเดือนที่ตัวศิลปินเดินทางทั่วอเมริกากว่า 9,000 ไมล์ เพื่อถ่ายภาพของประชากรหลากหลายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศซึ่งไม่ใช่แค่ในเมืองเท่านั้น สะท้อนเรื่องราวของผู้คน ความรัก การสร้างครอบครัวในสังคมอเมริกัน ที่อาจจะไม่เป็นเหมือนความฝันแบบ ‘American Dream’

SPECTRUM OF HUMAN: Catherine Opie – ศิลปินเควียร์ผู้เสนอความรักนอกขนบสะท้อนสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แค่ชายหญิงชนชั้นกลางในแบบ ‘American Dream’

“ที่จริงแล้วงานของฉันมันเรียบง่าย ซึ่งไม่จำเป็นต้องแอบซ่อนเจตนา (agenda) ของมันเอาไว้ มันเกี่ยวกับ ‘สถานที่’ และ ‘อัตลักษณ์’ ว่ามันส่งถึงกันอย่างไรบ้าง และรวมถึง (มันส่งผลถึง) ตัวฉันเอง (อย่างไร) ด้วย”

นี่คือเสียงจาก ‘แคทเธอรีน โอปี้’ เป็นศิลปินและอาจารย์มหาลัยจากรัฐโอไฮโฮ ผู้ทำงานภาพถ่ายแนว ‘สารคดี’ (Documentary) ผสม งาน ‘คอนเซ็ปต์’ (Conceptual) โดยงานของโอปี้ถูกแสดงทั้งในประเทศและระดับนานาชาติมาแล้ว กับภาพถ่ายที่ว่าด้วยความสัมพันธ์อันซับซ้อนของตัวเอง และของผู้คนอื่น ๆ ที่ต่างล้วนปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ร่วมด้วยกับแหล่งที่อยู่ ตัวโอปี้จึงเป็นอีกศิลปินคนหนึ่งที่โด่งดังในฐานะคนทำงานศิลปะที่เสนอภาพถ่ายบุคคล (portraiture) และภาพถ่ายทางทัศนียภาพ (landscape) ที่สะท้อนปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

ภาพถ่ายบุคคลของโอปี้นั้น มีตั้งแต่ภาพเดี่ยว ภาพคู่ ภาพหมู่ รวมหรือไปถึงในสเกลของฝูงชน โดยงานหนึ่งที่โด่งดังของโอปี้คือการตะลุยถ่ายภาพความสัมพันธ์ของผู้คน ของคนที่มีความหลากหลาย โดยแบบของเขา ก็คือเพื่อน ๆ และคนในชุมชน LGBT และ Queer ชุมชนคนรักเครื่องหนัง ชุมชนของ S/M (ซาดิสน์/มาร์โซคิสต์) ชุมชนคนรักการสักลาย เป็นต้น ภาพถ่ายของโอปี้จึงเป็นภาพที่นำเสนอถึงกลุ่มคนชายขอบที่ไม่ค่อยถูกนำเสนอและให้ค่าในสื่อกระแสหลักอเมริกาสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในมุมมองความรักที่ผู้คนในชุมชนเหล่านี้มักถูกมองว่า อยู่ตรงกันข้ามกับศีลธรรมอันดีงามตามแบบฉบับของ ‘The Classic American Dream’

ความฝันแบบอเมริกันนี้กับความจินตนาการถึงชีวิตที่ดีขึ้นในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะการที่เชื่อว่าเราสามารถร่ำรวยขึ้นในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหากตั้งใจทำการทำงานมากพอ มักถูกนำเสนอไปพร้อม ๆ กับ ‘Normative Parenthood’ หรือภาพจำอุดมคติชนชั้นของชนชั้นกลางที่สร้างเนื้อสร้างตัวสู่การมีบ้าน มีรถ มีความสุข และครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งมักเป็นเรื่องเล่าของคู่รักต่างเพศชาย-หญิงเป็นหลัก ทำให้เห็นว่าอุดมคติครอบครัวในแบบอเมริกันดรีมนั้น ไม่เปิดพื้นที่ให้ความรักในเพศอื่น ๆ อย่างเท่าเทียม

TW: Violence, Self Harm, Blood
‘Cutting’ – คืองานหนึ่งของโอปี้ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง กับการที่เธอนำมีดมากรีดแผ่นหลังตัวเองเป็นรูปเด็กผู้หญิง 2 คนจับมือกัน มีบ้าน มีก้อนเมฆ มีนกโบยบิน ซึ่งก็สามารถบอกถึงอัตลักษณ์ทางเพศของคนที่ไม่ใช่แค่เพียงชายหญิงกับความฝันใฝ่ในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยโอปี้กรีดตัวเองเพื่อถ่ายภาพอีกครั้งบริเวณเหนือหน้าอกด้วยคำว่า “Pervert” (วิตถาร/วิปลาส) พร้อมใส่หน้ากากหนัง และปักเข็มลงบนแขนเรียงกันเป็นแนวยาวทั้งสองข้าง ซึ่งสะท้อนถึงตัวตนเรื่องเควียร์ ตลอดจนถึงสังคมของ BDSM ที่คนส่วนมากมักมองว่าเป็นพวกแปลกประหลาด (ดูภาพได้ที่: https://bit.ly/3wzqhZG) และภาพต่อมาอีกคือภาพที่โอปี้อุ้มและให้นมลูกชายคนเล็ก พร้อมหน้าอกของโอปี้คงเหลือเผยรอยแผลจากการกรีดไว้อยู่ (ดูภาพได้ที่: https://bit.ly/2RIQ3fs)

“ในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 คุณจะไม่เห็นภาพพอตเทรตที่ถ่ายทอดออกมาในลักษณะแบบนี้ มันมีความยั่วยวนที่มาจากความปรารถนาของฉันที่เกี่ยวกับชุมชนคนรักเครื่องหนัง การเป็นส่วนหนึ่งและสังสรรค์กับคนในชุมชนนี้นั้นสนุกมาก อย่างการไปคลับที่ร่างกายของเราได้เบียดเสียดใกล้ชิดกันและกัน – และแม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงโรคระบาด เราก็ยังสามารถเข้าถึงความรู้สึกว่า เราเชื่อมโยงถึงกันทั้งทางอารมณ์และการเมืองได้อย่างชัดเจน – มันมีความเร่าร้อนในนั้น” โอปี้กล่าวเสริมด้วยว่า “ฉันก็ภูมิใจที่ฉันกล้าพอที่จะเป็นตัวของตัวเองในช่วงเวลานั้น และฉันสามารถเผชิญหน้ากับความกลัวทั้งหมดที่อยู่รอบตัว ซึ่งนั่นหมายถึงเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน (Internal Homophobia) ที่ฝังอยู่ในตัวฉันเอง”

แรงบันดาลใจที่ส่งผลต่อสุนทรียศาสตร์ของโอปี้ – คำพูดของโอปี้ข้างต้นแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของเธอในขณะนั้น ที่ถูกหล่อหลอมมาโดยค่านิยมทางสังคม โดยการเกิดในครอบครัวอนุรักษณ์นิยม เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้โอปี้ทำงานศิลปะ เพื่อตั้งคำถามและสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ซึ่งจุดเริ่มแรกนั้นคือความประทับใจต่อภาพถ่ายของ ‘Lewis Hine’ นักสังคมวิทยาชาวอเมริกาที่ถ่ายภาพสะท้อนการใช้แรงงานเด็ก ในช่วงก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 โอปี้จึงขอของขวัญวันเกิดวัย 9 ขวบเป็นกล้อง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นการถ่ายภาพของเธอ

อีกคนที่เป็นแรงบันดาลใจของโอปี้นั่นคือ ‘August Sander’ ช่างภาพชื่อดังของเยอรมนี (1876-1964) ผู้ที่มีอิทธิพลอย่างมากของการถ่ายภาพบุคคลในยุคนี้ กับการจัดหน้าแบบให้อยู่ตรงกลางเฟรม และจัดแสงแบบสม่ำเสมอ โดยเป็นอีกคนที่บันทึกภาพที่สะท้อนชนชั้นที่โดนกดทับ จนรัฐบาลนาซีต้องการทำลายงานของเขาทิ้ง เพราะภาพที่เขาถ่ายนั้นไม่ตรงตามอุดมคติของชาวอารยัน

ช่วงเวลาที่ภาพของโอปี้นั้นถูกโชว์และเริ่มโด่งดัง คือไม่กี่ปีหลังจากการตีพิมพ์งานวิชาการเรื่องเพศ ‘Gender Trouble’ (1990) ที่เสนอ ‘ทฤษฎีเควียร์’ อันโด่งดังของ ‘Judith Butler’ นักปรัชญาและนักทฤษฎีชาวสหรัฐฯ ที่ทำให้การพูดเรื่องเควียร์นั้นแพร่หลายไปในหลายวงการ โดยเฉพาะการตั้งคำถามว่าการรณรงค์เพื่ออิสระของเกย์นั้น มักผูกเน้นแค่ในกลุ่มเกย์เม็นผิวขาวชนชั้นกลางเป็นหลัก งานศิลปะสามสิบปีของการสนับสนุนชุมชนเควียร์ของโอปี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนโดยใช้ศิลปะตั้งคำถามและวิพากษ์ต่อตำแหน่งแห่งหนของคนที่ไม่ใช่คู่รักชายหญิงในสหรัฐอเมริกาด้วย โดยเฉพาะประเด็นนี้:

#การนับรวมทุกกลุ่มคนและภาพแทนชนชั้นในสื่อที่นำเสนอความฝันแบบอเมริกัน – ในการคิดแบบสาย ‘Social Constructivism’ แน่นอนว่า ‘สื่อ’ มีผลต่อความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์อย่างแน่นอน เพราะสื่อเป็นสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลมากที่เข้ามา ‘ปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์’ ซึ่งสิ่งที่มักมีการวิจารณ์คือ สื่อของอเมริกานั้นเน้นย้ำเพียงแค่คู่รักต่างเพศ (ปัจจุบันแก้ไขมากขึ้น เช่น ทำหนังที่มีมิติแง่บวกต่อ LGBT+ มากขึ้น ตลอดจนนโยบายสนับสนุนความหลากหลายของเวทีออสการ์ เป็นต้น) และสื่ออเมริกันมักพูดถึงกลุ่มชนชั้นกลางชาวอเมริกัน กับการเน้นย้ำเรื่องราวของ white-collar (กลุ่มพนักงานออฟฟิศ ผู้บริหาร ฯลฯ) มากกว่ากลุ่มผู้คนที่เป็น blue-collar occupations (กลุ่มคนทำงานในโรงงาน งานก่อสร้าง ฯลฯ)

#สื่ออเมริกาในฐานะเน้นย้ำเรื่องบทบาทางเพศของชายหญิง – สื่อต่าง ๆ ของอเมริกานั้นเติบโตมากในช่วง 1950’s หรือยุคเติบโตทางเศรษฐกิจที่คนไม่เครียดกับสงครามโลกครั้งที่สอง เข้าสู่ยุคการใฝ่ฝันหาความพึงพอใจและความต้องการจากการได้มาซึ่งสินค้าและบริการ (a consumerist society) ธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงธุรกิจสื่อเพื่อการโฆษณาสินค้าและบริการด้วย โดยสื่อนั้นผลิตซ้ำบทบาททางเพศแบบเดิม ๆ ให้ชัดขึ้น เช่น โฆษณาสินค้าไฟฟ้าสู่ชีวิตที่ง่ายขึ้นในฐานะ “luxury & must-have items” ในชีวิตประจำวันที่ต้องมี เช่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องอบขนม ตู้เย็น ซึ่งจะถูกทำโฆษณาไว้ให้กับผู้หญิงที่ต้องเป็นแม่บ้าน ทำงานบ้าน ขณะที่ภาพแทนของผู้ชายคือการออกไปทำงานนอกบ้าน วิธีคิดของความฝันใหม่ที่ว่า ‘เราจะสำเร็จและรวยขึ้นได้ในโลกทุนนิยม หากขยันพอ’ จึงหยั่งรากลึกขึ้นไปอีก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วความหรูหราในชีวิตพวกนี้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะไปถึงได้จริง และมีคนส่วนหนึ่งที่ต้องเผชิญความ ‘ยากจน’ ที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างทางสังคม ไม่ใช่ตัวของพวกเขาอยู่

#สื่ออเมริกาและการเน้นย้ำเพียงชนชั้นกลาง – ในละครซิทคอมในอเมริกานั้น ก็จะวาดฝันเรื่องราวของคอรอบครัวแบบเดียว คือ ชนชั้นกลางแบบรักต่างเพศ และเสนอหน้าที่ที่ผู้ชายต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว (ซึ่งสร้างความกดดัน ห้ามล้มเหลว) และมักนำเสนอผู้หญิงให้เป็นเหมือนแม่พระ ผู้มีเหตุมีผล คอยเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ปลอบสามีด้วยเหตุผล ในเวลาที่สามีโกรธหรือเจ้าอารมณ์ ในทางตรงกันข้ามมักไม่นำเสนอครอบครัวของชนชั้นแรงงานที่กำลังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำ และในขณะที่ครอบครัวชนชั้นกลางมักถูกนำเสนอว่าฉลาด มีภูมิปัญญาที่ดี ครอบครัวชนชั้นแรงงานกลับถูกนำเสนอให้โง่เง่า เบาปัญญา เป็นตัวตลก ผู้ชายของครอบครัวแรงงานมักจะถูกนำเสนอเป็นคนขับรถ กรรมกรที่ล้มเหลวในทางการเงิน ในขณะผู้หญิงก็จะต้องเป็นแม่บ้าน ผู้ที่มักไม่ได้มีศีลธรรมตรงตามแม่บ้านแบบครอบครัวชนชั้นกลาง ซึ่งนอกจากนัยยะเรื่องสเตอริโอไทป์แล้ว ยังสะท้อนราวเป็นนิทานอีสปว่าชนชั้นล่างนั้นล้มเหลวเอง เพราะไม่ขยันและสะท้อนการมีอยู่ที่ดีกว่าของชนชั้นกลางในความฝันแบบอเมริกัน ซึ่งท่ามกลางความเหลื่อมล้ำที่หนักหนานี้ ซิทคอมพวกนั้นก็กลับเสนอชีวิตที่ ‘ไร้ความกังวล’ ใด ๆ ต่อความจริงอันเจ็บปวดของคนจน โดยเฉพาะช่วงระหว่างสงครามระหว่างเวียดนามที่หนี้สินของประเทศเพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อ ชนชั้นแรงงานวิตกกับราคาของที่แพงขึ้น ๆ โรงงานมากมายปลดคนออก คนจนมากมายต้องวอนขอข้าวฟรี ที่พักฟรี ความฝันแบบอเมริกันนั้นนับวันยิ่งไม่ใช่สิ่งที่คนคิดว่ามันเป็นระบบเศรษฐกิจที่เท่าเทียมสำหรับคนทุกคน

#การปรับตัวของสื่ออเมริกัน – ในช่วงสงครามเวียดนามที่ความตึงเครียดระหว่างความเหลื่อมล้ำ ชนชั้นแรงงานเริ่มถูกนำเสนอผ่านสื่อในทิศทางที่ดีขึ้น มีการพูดถึงปัญหาของชนชั้นแรงงานในซิทคอมบ้าง แต่ภาพสเตอริโอไทป์ผิด ๆ ก็ยังคงอยู่ เช่น ผู้ชายทำงาน ผู้หญิงเป็นแม่บ้าน คนจนเป็นพิษสุราเรื้อรัง พวกหัวรุนแรง มีปัญหาทางครอบครัว รวมถึงยุคนั้นที่ถึงแม้ข้างนอกเริ่มมีการเน้นย้ำถึงประเด็นทางสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น ๆ (เช่น การทำแท้งเสรี การเหยียดชาติพันธุ์ สิทธิคนรักเพศเดียวกัน ฯลฯ) ซิทคอมอเมริกาก็ยังเพิกเฉยไม่สะท้อนความจริงนี้

จากตอนที่ความฝันแบบอเมริกันเกิดขึ้นมา จนปัจจุบันนี้ สังคมอเมริกันนั้นกลับมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก และเศรษฐกิจก็ถดถอยอย่างมีนัยยะสำคัญ ไม่ได้มั่งคั่งทั่วถึงดั่งคำสัญญาในแบบฝันที่เคยถูกขายไว้ การตัดงบสาธารณะสุข สวัสดิการต่าง ๆ ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรนหาเงินรักษาเอง ตลอดจนเยาวชนมากมายต้องติดหนี้ที่กู้มาเรียน สื่อนั้นก็ยังคงไม่ได้นำเสนอเรื่องราวพวกนี้มากนัก เมื่อเทียบกับสัดส่วนสิ่งบันเทิงที่ทำมาตอบสนองกลุ่มชนชั้นที่อาจเป็นเหมือนลูกค้ากลุ่มใหญ่ของสื่อ เป็นกลุ่มที่มีเงินจ่ายเพื่อเข้าถึงทีวี สัญญาณอินเตอร์เน็ต ซื้อมือถือ และสินค้าบริการต่าง ๆ มากกว่า

ทั้งหมดทั้งมวลที่สื่ออเมริกายังไม่ได้เล่าออกมามากพอนี้ คือสิ่งที่ศิลปินโอปี้ได้พูดถึงผ่านงานภาพถ่ายของโอปี้ – “ฉันยังคงเดินไปรอบ ๆ กับกล้องของฉัน เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ของฉันกับโลกและที่ที่ฉันอาศัยอยู่” – เสียงของโอปี้ที่ปัจจุบันยังคงถ่ายภาพ เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสหรัฐอเมริกาต่อไป สามารถติดตามโอปี้ได้ที่ https://bit.ly/3xJKE7L

#HUMAN #CatherineOpie
#QueerLOVE #LGBTIQ
#Family #NormativeParenthood
#DIVERSITY#AmericanDream

อ้างอิง
art21: https://bit.ly/3u7Zy5w
miandn.com: https://bit.ly/3eI8RCP
Guggenheim.org: https://bit.ly/3eD5L30
Art Review: https://bit.ly/3e6SSiN
UCAL DEPARTMENT OF ART: https://bit.ly/3gQwImz
Lehmann Maupin: https://bit.ly/3eGLolv
MoMA: https://mo.ma/3aQk5UT
Queer Representation in the Media: https://bit.ly/3vAfVsb
กรุงเทพธุรกิจ: https://bit.ly/3xOBPcT
CLASS & HOW IT IS REPRESENTED ON TELEVISION: https://bit.ly/3nKAlvP
The American Dream of Authentic Personhood: Homosexuality, Class, and the Normative Individual in U.S. Queer Male Impostor Films (1970-2009): https://bit.ly/3udxCgF

อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่น ๆ: https://bit.ly/3hhRUzp
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน