UN เผยว่า ‘ผู้หญิงต้องทำงานบ้านมากขึ้นช่วงโควิด’ จากปัญหา ‘การผูกติดหน้าที่กับเพศ’ ที่ฝังรากลึกอยู่ในหลาย ๆ วัฒนธรรม

- Advertisement -

“แต่ทุกอย่างที่เราสู้มาตลอด 25 ปี ก็อาจจะหายไปหมดภายในแค่ปีเดียวจริง ๆ” คือคำพูดของรองผู้อำนวยการแห่ง UN Women ‘Anita Bhatia’ ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยหมายถึงเรื่องความเท่าเทียมทางเพศด้วยเหตุว่า ในยุคที่โรคระบาดจากไวรัสโควิด-19 กำลังครองเมือง (ซึ่งเรื่องนี้ลากยาวมาถึงปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ในทุกวันนี้ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก) ผู้หญิงกำลังเผชิญปัญหาการทำงานบ้านและการดูแลครอบครัวที่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ในอนาคต

จริง ๆ แล้ว แม้ก่อนโรคระบาดนี้ก็มีการประมาณการณ์ว่า ผู้หญิงทั่วโลกกลายเป็นฝ่ายที่ต้องจัดการงานบ้าน (หรือหลายสื่อต่างประเทศ มักเรียกว่า “Unpaid Job” ที่แฝงนัยยะว่า งานเหล่านี้ไม่ได้จ่ายค่าแรงให้ผู้กระทำแต่อย่างใด) ประมาณ 12 พันล้านชั่วโมงต่อวัน โดยวัดจากการนำชั่วโมงงานบ้านของผู้หญิงแต่ละคนมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยออกมา

และสถิติจากองค์การสหประชาชาติก็ได้เผยว่า ผู้หญิงจากทั่วโลกนั้นทำงานบ้านมากขึ้นกว่าเดิม โดยยืนยันจากจากแบบสำรวจและแบบสอบถามจากผู้หญิงทั่วโลก โดย 48% ของกลุ่มตัวอย่างในเม็กซิโก 76% จากชิลี 89% จากตุรกี 73% จากเนปาล 65% จากอินโดนีเซีย 66% จากฟิลิปปินส์ และ 68% จากประเทศไทย ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า “ช่วงโควิดนี้เป็นช่วงที่พวกเธอต้องทำงานบ้านหนักขึ้น” เมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่มีโรคระบาดดังกล่าว สถิตินี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาในพื้นที่แคบ ๆ เท่านั้น แต่เป็นถึงปัญหาระดับโลกอันเกี่ยวเนื่องกับการผูกโยงหน้าที่กับเพศนั่นเอง

ปรากฏการณ์นี้สื่อถึงอะไรอยู่? – สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำถึงความคาดหวังของสังคมต่อผู้หญิงเพื่อให้เป็นแม่เหย้าเรือน หรือ “Domestic Goddess” ที่ดี นั่นหมายความว่า เมื่อแบ่งอาณาเขตของพื้นที่และการทำงานชัดเจนแล้ว ผู้หญิงผู้ซึ่งถูกกำหนดให้ทำงานในบ้านก็จะต้องรับผิดชอบงานนั้น ๆ แม้ว่าปริมาณงานจะมากขึ้นแค่ไหนก็ตาม และต่อให้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปที่ผู้หญิงต้องทำงานนอกบ้านด้วย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานในบ้านก็ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้หญิงเป็นหลักอยู่ดี

#GenderStereotype – หรือ การเหมารวมจากเพศ คือหนึ่งในคำสำคัญที่รองผู้อำนวยการคนดังกล่าวได้ย้ำว่าจะปะทุอีกครั้งด้วยโควิด กล่าวโดยง่ายคือ แต่ไหนแต่ไรพื้นที่ของผู้หญิงถูกจำกัดให้อยู่แค่ในครัวเรือน (Household) เท่านั้น โดยผูกคำว่า “ผู้หญิง” กับ “แม่บ้าน” ไว้ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม มีนักประวัติศาสตร์ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า ครอบครัวที่จะมีภรรยาเป็นแม่บ้านอย่างเดียวได้ ก็มีแค่ครอบครัวชนชั้นกลางเท่านั้น ส่วนในชนชั้นแรงงาน ผู้หญิงที่ต้องทำงานบ้านก็ยังคงต้องทำงานข้างนอกด้วย เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจอยู่ดี ซึ่งเป็นเหมือนการทำงานซ้ำซ้อนสองงานในเวลาเดียว

“ใช่ และความจริงที่ว่าผู้หญิงหลายคนคงไม่ได้กลับไปทำงานข้างนอก ก็ยิ่งใกล้เข้ามาอีกนั่นแหละ” กล่าวโดยบาเธีย ยังยกตัวเลขเข้ามาเสริมอีกว่า “แค่เฉพาะในเดือนกันยายนปี 2020 ที่สหรัฐอเมริกา [ช่วงที่โควิดกำลังระบาดหนัก] ผู้ชายต้องออกจากงานประมาณ 200,000 คน แต่มาดูที่ผู้หญิงสิ ผู้หญิงต้องออกจากงาน 865,000 คนเลยนะ แล้วเรื่องนี้ก็อธิบายได้ง่าย ๆ เลยว่า พวกเธอต้องออกมาจัดการงานบ้าน เพราะไม่มี [สมาชิกในบ้านคนอื่น] จะช่วยพวกเธอแล้ว”

UN ยังได้กำชับเพิ่มเติมอีกว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็ไม่ต่างกับปัญหาในภาคส่วนอื่น ๆ แต่อย่างใด ที่โควิดไม่ได้เป็นตัวก่อให้เกิดปัญหา แต่เป็นตัวทำให้ปัญหาที่มีอยู่แต่เดิมทีกลับมาปะทุขึ้นต่างหาก” การเกิดโรคระบาดในครั้งนี้ นอกเหนือไปจากปัญหาของตัวมันเองแล้ว ก็ยังทำให้ปัญหาที่ยังไม่ได้ถูกพูดถึงอย่างเพียงพอ ต้องถูกนำกลับมาคิด ถก และอภิปรายซ้ำอีกรอบ เนื่องด้วยความรุนแรงที่ทับทวีจนเห็นได้ชัดขึ้นในแต่ละสังคม อย่างเรื่องนี้ที่ควรจะเป็นอีกวาระหนึ่งที่ทุกคนต้องหันกลับมามองอีกครั้งว่า งานบ้านควรเป็นงานของทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น

#Housewife #Covid
#DomesticGoddess
#StopGenderStereotype

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
BBC : https://bbc.in/3x7nZSw
Confucianism And Patriarchy : https://bit.ly/3x2w4rH
ภาพ: fontina / Getty / Katie Martin / The Atlantic
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณต ศรีนวล
ปณต ศรีนวล
ไม่ใช่นักเขียนประจำแต่เป็นนักคิดประจำที่เขียนบ้างบางครั้งเมื่องานประจำไม่ข้องแวะเวียน ไม่กินอาหารตะวันตกแต่ถ้าหลังตะวันตกก็ยังกินอาหารได้อยู่ ไม่ฝักใฝ่อำนาจนิยมเพราะสิ่งที่นิยมคือไม่ฝักใฝ่ในอำนาจ (she/her)