ร่วมเฉลิมฉลอง 43 ปี ในสัญญะของ ‘ธงรุ้ง’ จากสีสันหลากหลายอันงดงามในธรรมชาติ สู่ผืนผ้าโบกสะบัดพริ้วไหวให้ LGBT+ ทั่วโลก

- Advertisement -

ปี 2021 นี้ก็เป็นอีกปีแล้วของการครบรอบ 43 ปีของ ‘ธงรุ้ง-🏳‍🌈’ (Rainbow Flag/LGBT+ Pride Flag) ที่ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี 1978 โดยศิลปินและนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกัน  Gilbert Baker’  ซึ่งมันถูกใช้เพื่อสะท้อนตัวตนของคนที่มีความหลากหลายทางเพศให้ถูกมองเห็น และสะท้อนว่าสีสันที่แตกต่างหลากหลายนั้น สามารถกลมเกลียมอยู่ด้วยกันได้อย่างงดงาม

เพื่อเฉลิมฉลองเดือนไพร์ด์ปีนี้ เราจึงอยากพามาพูดถึงประวัติของธงรุ้งกันอีกครั้ง พร้อมชมภาพสวย ๆ ของภาพสเปกตรัมที่สะท้อนถึงทุกความหลากหลายทางเพศ อีกทั้งรำลึกถึงการต่อสู้ของ LGBT+ ที่ผ่านมา ทั้งอดีตและปัจจุบันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ธงรุ้งยังคงจะโบกสะบัดต่อไป เป็นสิ่งเตือนใจต่อกันและกัน เพื่อความภูมิใจในทุกตัวตน และส่งต่อความหวังความฝันถึงสังคมที่เท่าเทียมของคน 

Artistic Pride Month 2021: เฉลิมฉลอง 43 ปีของ ‘ธงรุ้ง’ ด้วยภาพสเปกตรัมโดยศิลปินชาวเยอรมนี ‘Gundula Blumi’ 

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกับธงรุ้งที่มี 6 สีที่ใช้กันในปัจจุบันนั่นคือ: ‘❤️🧡💛💚💙💜’ อย่างไรก็ดี ธงรุ้งอันแรกที่ย้อมด้วยมือนั้นประกอบไปด้วย 8 สี พร้อมความหมาย ชมพูสด-เพศวิถี แดง-ชีวิต ส้ม-การเยียวยา เหลือง-พลัง/แสงอาทิตย์ เขียว-ธรรมชาติ ฟ้าเทอร์ควอยซ์-เวทย์มนต์ ความวิเศษและศิลปะ น้ำเงิน-ความสงบ ม่วง-จิตวิญาณ 

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพราะจากสมัยนั้น สีชมพูและฟ้ามีราคาที่แพง อีกทั้งสีชมพูยังเคยถูกใช้เป็น ‘Pink Triangle’ ที่เป็นเครื่องหมายตีตราเกย์ในยุคนาซีด้วย ทำให้สองสีนั้นถูกทำให้หายไป ซึ่งธงแบบปัจจุบันนั้นถูกใช้ครั้งแรกในปี 1979 ในการประท้วงต่อการลอบสังหาร ‘Harvey Milk’ นักการเมืองคนแรกสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่าเป็นเกย์ จากนั้นเป็นต้นมาการใช้ธงรุ้งเวอร์ชั่น 6 สีก็ค่อย ๆ ถูกใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็มีการทำธงเวอร์ชั่นต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ไปพร้อม ๆ กับการสร้างธงเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ทางเพศอื่น ๆ อีกด้วย

เรื่องน่ารู้ของ ‘สายรุ้ง-🌈’ และ สัญลักษณ์แห่งความหวัง – ค.ศ. 1637 ‘René Descartes’ (เรเน่ เดคาร์ท) นักปรัชญาและนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสค้นพบว่า สายรุ้งนั้นเกิดจากแสงอาทิตย์ที่ถูกทำให้เป็นสีต่าง ๆ ที่ตามองเห็นได้ผ่านเม็ดฝน ซึ่งแน่นอนตอนยังเป็นเด็ก หลาย ๆ คนอาจเชื่อว่า ‘สายรุ้ง’ นั้นอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ มันคือ ‘ปรากฏการณ์เกี่ยวกับการมองเห็น’ ไม่ใช่ ‘วัตถุ’ และขึ้นอยู่กับมุมของผู้สังเกตด้วย ซึ่งในบางครั้งที่เราเห็นรุ้ง คนที่อยู่คนละตำแหน่งกับเราอาจมองไม่เห็นมัน

โดยคำว่า ‘Rainbow’ มาจากรากศัพท์ภาษาละติน ‘arcus pluvius’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘rainy arch’ (ซุ้มประตูโค้งสายฝน) โดยสมัยกรีกโรมันนั้นก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเทพทิดาแห่งสายรุ้ง ที่ชื่อ ‘Iris’ ด้วย ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่า ‘iridescent’ ด้วยซึ่งเป็นคำวิเศษที่บอกว่าสิ่งนั้น ๆ ‘มีสีสันเหมือนสีของรุ้ง’

รุ้งมีสีอะไร? – ในอดีตมีการถกเถียงถึงสีของรุ้ง นักปรัชญากรีก ‘Xenophanes’ (เซโนฟาเนส) เชื่อว่า รุ้งมีเพียงแค่ 3 สีนั่นคือ ม่วง เขียวอมเหลือง และ แดง ซึ่ง ‘Aristotle’ (อริสโตเติล) ก็เห็นด้วยกับเซโนฟาเนส (ซึ่งเป็นไปได้ว่าการรับรู้เรื่องสีและคำนิยามของสีในยุคนั้น อาจจะแตกต่างจากปัจจุบัน) โดยในช่วงยุคเรนาซองค์ได้มีการเสนออีกครั้งว่ามี 4 สีคือ แดง น้ำเงิน เขียว และ เหลือง ซึ่งต่อมาอีกในช่วงศตวรรษที่ 17 นักคิดชาวยุโรปบอกอีกว่ารุ้งมี 5 สีต่างหาก โดยเพิ่มสีม่วงเข้ามาอีกสี แต่คนที่มาบอกว่ามันมี 7 สีอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจกันอยู่นั้นคือ ‘Isaac Newton’ (ไอแซก นิวตัน) ที่เพิ่มสีครามและสีส้มเข้าไป

‘ROYGBIV’ หรือ ‘Roy G. Biv’ – คือตัวย่อเพื่อจำ ‘สเปกตรัมของเฉดสีรุ้ง’ นั่นคือ:  ‘R’ed-แดง ‘O’range-ส้ม ‘Y’ellow-เหลือง ‘G’reen-เขียว ‘B’lue-น้ำเงิน ‘I’ndigo-คราม และ ‘V’iolet-ม่วง) ซึ่งนำมาจากชื่อจริงของตัวละคร ‘Rainbow Raider’ ในคอมมิก DC ในปี 1980 ซึ่งความจริงสีของสายรุ้งนั้นมีไม่อั้น นับได้ไม่ถ้วน ถ้ามองในจุดที่ผสมกันของขอบกั้นแต่ละสีของสายรุ้ง ออกมาเป็น ‘SPECTRUM’ ของแสงเช่นภาพในอัลบั้มนี้

ภาพสเปกตรัมสวยงามเหล่านี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดย ‘Gundula Blumi’ (กุนดูลา บลูมิ) ช่างภาพคนหนึ่งที่หลงใหลในความงามของสีรุ้ง เธอเป็นวิชวลอาร์ตติสที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ซึ่งงานของเธอมักเน้นย้ำ ‘พื้นที่’ ระหว่าง ‘ความแฟนตาซี’ และ ‘ความจริง’ ภาพถ่ายของเธอจึงผสมผสานกลิ่นไอความฟุ้งฝันที่สวยงามผ่านเทคนิคพิเศษของเลนส์ปริซึมที่สะท้อนสีสเปกตรัมออกมาในภาพของเธอ

สัญลักษณ์แห่ง ‘ความโชคดี’ และ ‘ความหวัง’ – ในหลากหลายวัฒนธรรมและศาสนาต่าง ๆ ทั่วโลก นอกจากเรื่องความสวยงามที่มองผ่านตาแล้ว ‘รุ้ง’ นั้นจะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อเป็นช่วงเวลา ‘ฟ้าหลังฝน’ ตอนที่ฝนหรือพายุที่พัดเข้ามาพัดผ่านไป หรือในวันที่มีหมอก ทำให้รุ้งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ในเชิงบวก ที่นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางเพศและความกลมเกลียวแล้วนั้น ก็เป็น ‘สัญญะแห่งความหวัง’ ของผู้คน เช่น ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ก็มีผู้คน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่วาดรูปรุ้ง เพื่อให้กำลังใจกันและกันในยุโรปและอเมริกา ตลอดจนมีการใช้ประโยคบอกความรู้สึกดี ๆ ให้กันว่า “Have a Rainbow Day!!” ด้วยเพื่อแสดงคำอวยพรให้เจอวันที่ดี ๆ ขึ้นไปยิ่งว่าประโยค “Have a nice day” 

ในเดือนแห่งความภาคภูมิใจของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) ซึ่งในสถานการณ์นี้ที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า จากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นอยู่ทั้งในประเทศเราเองและทั่วโลก ไพร์ดพาเหรดเองที่ถูกจัดขึ้นในเดือนนี้ก็ถูกยกเลิกไป เศรษฐกิจตกต่ำ สิ่งหนึ่งที่ทำได้ในตอนนี้ อย่างน้อยที่สุดก็คงไม่พ้นการให้กำลังใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ส่งต่อ ‘ความหวัง’ ที่อาจเป็นสิ่งพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่และผลักดันให้เราเปลี่ยนแปลงสังคมที่ดีกว่าอย่างที่เป็น

“Happy Pride Month 2021 & Have a Rainbow Day  🏳‍🌈🌈✨”


อ้างอิง

Insider: https://bit.ly/2QX9Abx
Britannica: https://bit.ly/3eR1UzC
Wikipedia.org: https://bit.ly/2QYwSO2
Insider: https://bit.ly/3ul9oBn
Rainbow Symphony: https://bit.ly/3toBASu
Treehugger: https://bit.ly/3eRVdxb
BBC: https://bbc.in/3eROPpD
ภาพ: Gundula Blumi  https://bit.ly/3vJM40a

อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่น ๆ: https://bit.ly/3hhRUzp
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -