No Slanted Eyes Shame เพราะ ‘ตาตี่’ ไม่ได้มีไว้ล้อ! ชวนคุยเรื่องอคติแบบ ‘Eurocentric’ จากกรณี ทีมวอลเลย์เซอร์เบียที่ล้อเลียนตานักกีฬาไทย

- Advertisement -

เพราะตาแบบคนคนไทย
หรือชาติไหน ๆ ก็ไม่ควรเอามาล้อ

อีกครั้งที่การทำท่าทางล้อเลียนชาวเอเชียด้วยการใช้นิ้วดึงหางตาจนมีรูปร่างเหมือนขีด หรือที่เรารู้จักกันดีว่า ‘ตาตี่’ ปรากฏขึ้นบนการแข่งขันกีฬาระหว่างทีมชาติจากยุโรปและเอเชีย โดยครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2564 ระหว่างการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชั่นส์ ลีก 2021 ที่เมือง ริมินี ประเทศอิตาลี โดยในระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นชาวเซอร์เบีย ‘Sanja Djurdevic’ (ยูร์เยวิช ซานญา) ได้เอามือดึงที่หางตาของเธอ ซึ่งเป็นท่าตาหยีที่ใช้ล้อเลียนชาวเอเชียหลังจากที่ทำคะแนนได้

แน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดการแสดงความไม่พอใจต่อการล้อเลียนเหยียดเชื้อชาติในครั้งนี้ ผ่าน #StopAsianHate บนทวิตเตอร์ จนขึ้นเทรนด์ของประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้ผู้เล่นชาวเซอร์เบียคนดังกล่าวออกมาขอโทษและสำนึกผิดต่อการกระทำของเธอ วันนี้เราจะมาดูกันว่าเพราะเหตุใด การทำท่าตาหยีที่ดูเป็น ‘เรื่องเล็ก ๆ’ จึงเป็นการเหยียดเชื้อชาติและแสดงความเกลียดชังต่อชาวเอเชีย

‘ท่าตาหยี’ ความเจ็บปวดของชาวเอเชียที่ถูกล้อเป็นเรื่องตลก -‘ตาตี่’ หรือ ‘Slanted Eyes’ เป็นหนึ่งในลักษณะภายนอกที่นับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวเอเชีย แม้ว่าจะไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดชาวเอเชียจำนวนมากถึงมีตาในลักษณะดังกล่าว แต่ก็มีข้อสันนิษฐานจากนักมานุษยวิทยากายภาพชาวอเมริกันคนหนึ่งที่ว่า อาจเป็นวิวัฒนการของชาวเอเชียที่อยู่ในภูมิภาคอากาศร้อนจัด จึงทำให้มีหนังตาที่คอยเป็นเหมือนม่านบังแสง UV ไม่ให้กระทบตามากจนเกินไป

อย่างไรก็ตามการมี ‘ตาตี่’ ที่ดูเป็นข้อดีสำหรับการอยู่รอดของชาวเอเชีย กลับกลายมาเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาถูกด้อยค่า ถูกกลั่นแกล้ง และถูกทำให้อับอาย เมื่อการแพร่หลายของ Eurocentric Beauty Standards (มาตรฐานความงามแบบชาวยุโรป) เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในประเทศเอเชีย ซึ่งทำให้ผิวที่ขาวและตาที่โตตามแบบชาวยุโรปกลายเป็นต้นแบบความงาม จนเป็นต้นเหตุให้ครีมผิวขาว และทำศัลยกรรมตาสองชั้น เป็นที่นิยมอย่างมากในหลาย ๆ ประเทศในแถบเอเชีย

ด้วยเหตุนี้ ชาวเอเชียนอเมริกันจึงต้องเผชิญกับผลร้ายของมาตรฐานความงามนี้อย่างชัดเจน พวกเขาต้องพบความรู้สึกเป็นอื่น (Otherness) เมื่อต้องอยู่ในสังคมที่ให้การสรรเสริญมาตรฐานความงามแบบชาวยุโรป หรือที่มักเรียกกันว่า มาตรฐานความงามคนขาว (White Beauty Standards) ที่ทำให้พวกเขาต้องเจอกับการล้อเลียนรูปร่าง หน้าตา โดยเฉพาะการทำท่าตาหยีล้อเลียน จนทำให้ชาวเอเชียนอเมริกันจำนวนมากต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก กับความรู้สึกเกลียดรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ของเชื้อชาติพวกเขาเอง และต้องพยายามทำตัวให้เข้ากับมาตรฐานความงามคนขาวที่เป็นที่ยอมรับ

แม้ว่าในหลาย ๆ ครั้ง ความเกลียดชังต่อชาวเอเชียจะเกิดในรูปแบบที่ชัดเจน เช่น การทำร้ายร่างกาย แต่ยังมีความเกลียดชังที่แสดงออกมาในรูปแบบที่ ‘เป็นเรื่องเล็ก ๆ’ แต่แฝงไปด้วยอคติทางเชื้อชาติ ที่เรียกว่า “Microaggressions” เช่นการถามชาวเอเชียนอเมริกันว่า “ทำไมพูดภาษาอังกฤษดีจัง” ที่อนุมานได้ถึงการแบ่งแยกชาวเอเชียว่าไม่ใช่ชาวอเมริกัน หรือ มุกตลกที่ว่า “แยกคนเอเชียไม่ออกเพราะว่ามีหน้าตาเหมือนกันหมด” รวมไปถึงการทำท่าทางที่คิดว่าเป็นการล้อเล่นขำ ๆ อย่างท่าตาหยี ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ‘Emilie Olsen’ (เอมิลี่ โอลเซน) เด็กหญิงชาวเอเชียนอเมริกันวัย 13 ปีฆ่าตัวตาย หลังจากถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนเพียงเพราะเธอเป็นชาวเอเชีย

แต่ถึงกระนั้น ความเจ็บปวดของชาวเอเชียที่ถูกทำให้เกลียดชังลักษณะทางเชื้อชาติของตนเอง จนทำให้สูญเสียหลาย ๆ ชีวิตไปกลับเป็นที่ยอมรับ เมื่อเซเลบริตี้ชาวอเมริกันอย่าง ‘James Charles’ (เจมส์ ชาร์ล) ‘Bella Hadid’ (เบลลา ฮาดิด) และคนอื่น ๆ อีกมากมายนำเทรนด์แฟชั่นการทำ “Fox Eye” ที่เป็นการแต่งหน้าให้มีตาเฉี่ยวและเล็กลง หรือการถ่ายรูปด้วยการใช้นิ้วยกหางตาขึ้นและดึงไปด้านหลังเล็กน้อย จนมีลักษณะคล้ายกับการทำท่าหยีตา เป็นการตอกย้ำถึงการมองข้ามความเจ็บปวดของชาวเอเชีย และใช้ลักษณะทางเชื้อชาติของผู้อื่นเพื่อประดับความสวยงามของตนเอง

กลับมาที่การทำท่าตาหยีในการแข่งขันครั้งนี้ แม้ว่าทางนักวอลเลย์บอลชาวเซอร์เบียจะขอโทษและสำนึกผิดต่อการกระทำของเธอแล้ว ก็ยังมีอีกหลายคนที่เห็นว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเพียงแค่การล้อเล่นขำ ๆ ไม่ใช่การเหยียดเชื้อชาติแต่อย่างใด โดยเฉพาะในประเทศไทยที่การล้อเลียนรูปร่างหน้าตาผู้อื่นถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอารมณ์ขัน หรือเป็น ‘เรื่องเล็ก ๆ’ แต่หากลองคิดว่าถ้า ‘เรื่องเล็ก ๆ’ นั้นทำให้เกิดผลร้ายอย่างใหญ่หลวงจากการสร้างแผลในจิตใจ และความสูญเสียอย่างไม่มีวันย้อนกลับของชาวเอเชียหลาย ๆ คนแล้ว เราจะยังสามารถเรียกการกระทำนั้นว่าเป็น ‘เรื่องเล็ก ๆ’ ได้อยู่อีกหรือไม่ และถึงเวลาหรือยังที่เราควรจะตระหนักถึงการเคารพในความแตกต่างทางกายภาพและเชื้อชาติของผู้อื่น เพื่อหยุดความเกลียดชังบนโลกใบนี้

#StopAsianHate #SlantedEyes
#FoxEye #Racism #Microaggressions

Content by Wattanapong Kongkijkarn
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ : https://bit.ly/38MAJn4

อ้างอิง
Chicaco Tribune: https://bit.ly/3vMxFAX
Medium: https://bit.ly/3ginRs7
Psychology Today: https://bit.ly/3fZQytz
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน