จากกรณี ‘งานแต่งงานคู่เกย์’ สู่สงครามคีร์บอร์ดไทย – อินโด วิเคราะห์ความเกลียดชัง LGBT+ ในอินโดนีเซีย ที่ฝังรากลึก รุนแรง และเป็นปัญหาของคนในชุมชน

- Advertisement -

“นรก!”
“พวกคนบ้า”
“ป่วยทั้งคู่แหละ”
“พระเจ้าเห็นต้องร้องไห้แน่ๆ”

คอมเมนต์จากชาวอินโดนีเซีย จากเมื่อเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีสงครามขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ตระหว่างชาวไทยและชาวอินโดนีเซีย ที่เกิดขึ้นเมื่อคู่รักเพศเดียวกันในประเทศไทยได้จัดงานแต่งงานขึ้น และชาวอินโดนีเซียเป็นจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงเหยียด และดูถูกถึงเพศสภาพของคู่รักดังกล่าว จนเลยเถิดไปถึงการคุกคาม และการด่าลามไปยังเรื่องที่ประเทศไทยเป็นพื้นที่เปิดรับเพศหลากหลายว่าเป็นเรื่องที่ผิดแปลก ก่อนที่จะโดนชาวไทยโต้ตอบถามกลับว่า แล้ว LGBT+ ผิดอย่างไร การแต่งงานก็เป็นสิทธิของคู่รัก ไม่ใช่ของคนอื่น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงวัฒนธรรมและมุมมองของประเทศอินโดนีเซียที่มีต่อ LGBT+ ได้อย่างชัดเจน โดยเว็บไซต์ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวโดยเพศหลากหลายระดับโลกอย่าง ‘Queer In The World’ เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ก็ยังคงมีการเคลื่อนไหวที่เรียกร้องให้ทางรัฐจัดให้กิจกรรมระหว่างคนรักเพศเดียวกันถือเป็นอาชญากรรม (Criminalise) อยู่ ซึ่งรัฐบาลก็รับฟังและอยู่ในช่วงการอภิปรายว่าจะจัดการกับข้อเรียกร้องนี้ต่อไปอย่างไร

ไม่ใช่แค่นั้น บางแห่งในประเทศอินโดนีเซียอย่างจังหวัด “Aceh” หรือเมือง “Palembang” ในแถบสุมาตราทางใต้ก็ได้ขึ้นทะเบียนว่า กิจกรรมทางเพศระหว่างเพศเดียวกันถือเป็นอาชญากรรม ตามบัญญัติแห่งกฏหมายชารีอะ (Sharia) ความน่าสนใจก็คือ การกีดกันนี้มีรากฐานมาจากกฏหมายต่อต้านหนังโป๊ (Anti-Pornography Law)

โดยกฏหมายดังกล่าวนี้ มักจะถูกนำไปผนวกรวมไปกับ “พฤติกรรมทางเพศที่เบี่ยงเบน” (Deviant Sexual Acts) และ ถูกตีความร่วมเพื่อใช้ในการต่อต้าน LGBT+ นอกจากนี้ การตีความที่ว่าก็ยังถูกนำมายกเป็นข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการบุกจู่โจมของตำรวจ (Police Raid) เพื่อจับกลุ่มนัดพบของผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย

และถึงแม้ว่า จะมีการอ้างว่าประเทศนี้มีความอดทน (Tolerance) ต่อเพศหลากหลายอยู่บ้าง แต่ความอดทนที่ว่านั้นก็ถูกกดให้อยู่ในหลัก “ห้ามถาม ห้ามพูด” หรือ “Don’t Ask, Don’t Tell” ที่ปิดปากไม่ให้เกิดการรับรู้ (Awareness) ถึงตัวตนของกลุ่มคนเหล่านี้ในสังคม

ในคัมภีร์อัลกุรอาน ของศาสนาอิสลามซึ่งเป็นศาสนาที่คนอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือ ได้ระบุชัดเจนว่า ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายควรจะถูกลงโทษ และได้กล่าวถึงการล่มสลายของเมือง “Sodomy” (ซึ่งในภายหลัง หมายถึง การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก โดยนำความหมายนี้มาจากพฤติกรรมทางเพศของคนในเมือง) แต่ไม่มีการบอกว่าต้องลงโทษแบบใด อย่างไรก็ตาม ตามสุนัต (Hadith) จะใช้การประหารชีวิตหรืออาจลดหลั่นโทษลงมาตามสถานการณ์

ดังนั้นนี่อาจจะบอกได้ว่า สิ่งที่ดูจะเป็นสาเหตุหลักหนึ่งแห่งความเกลียดชัง LGBT+ ที่ฝังรากลึกในคนอินโดนีเซียบางส่วนนั้น คือการตีความ และยึดถือคำสอนของ ‘ศาสนาอิสลาม’ ซึ่งเป็นศาสนาหลักของประเทศอินโดนีเซีย โดยยึดติดกับบริบทเก่าๆ และไม่พยายามทำความเข้าใจ หรือปรับเปลี่ยนตามโลกที่หมุนไปแล้ว

เว็บไซต์ The Guardian ยังเปิดเผยบทสัมภาษณ์จาก ‘Sudarsa’ ช่างตัดผมในกรุงจาการ์ตา ที่ได้ให้ข้อมูลว่า 80% ของเกย์ในประเทศอินโดนีเซียจำเป็นจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อรักษาสถานะ [ทางสังคม] ไว้ เนื่องจากแรงกดดันจากทางครอบครัวและสังคมภายนอก

นี่อาจจะบอกได้ว่าทำไมคนอินโดนีเซียจำนวนหนึ่งจึงมีแนวคิดเกลียดชัง และลุกขึ้นมาต่อว่าคู่รักเพศเดียวกันชาวไทยที่แต่งงานกัน แต่อย่างไรก็ตาม หากลองคิดย้อนดูว่ามนุษย์ทุกคนนั้นล้วนต้องการความรักในแบบของตัวเอง และทุกคนควรจะได้รับความรักในแบบที่ต้องการ ตราบเท่าที่ความรักนั้นไม่ได้ทำร้ายใคร เช่นนั้นแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ ‘คนนอก’ จะมีสิทธิ หรือจำเป็นต้องลุกขึ้นมาทำร้ายมนุษย์สองคนที่รักกัน ด้วยคำพูดที่แสดงความเกลียดชังและขาดความเข้าอกเข้าใจเลย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ชาวอินโดนีเซียบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนกลุ่มที่ว่าในประเทศของตนก็ได้ทำการขอโทษชาวไทยผ่านทาง 3 แฮชแท็กนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว #IndonesiaSaySorryforThailand #ApologizetoThailand #อินโดนีเซียขอโทษไทย

#Indonesia #LGBT+
#ShariahLaw
#IndonesiaSaySorryforThailand

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
The Guardian : https://bit.ly/3glF5GD
Queer In The World : https://bit.ly/3edkotI
The Jakarta Post : https://bit.ly/3dvHYCN
Haaretz : https://bit.ly/32F8YcZ
ภาพ: สุริยา เกิดแสง
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณต ศรีนวล
ปณต ศรีนวล
ไม่ใช่นักเขียนประจำแต่เป็นนักคิดประจำที่เขียนบ้างบางครั้งเมื่องานประจำไม่ข้องแวะเวียน ไม่กินอาหารตะวันตกแต่ถ้าหลังตะวันตกก็ยังกินอาหารได้อยู่ ไม่ฝักใฝ่อำนาจนิยมเพราะสิ่งที่นิยมคือไม่ฝักใฝ่ในอำนาจ (she/her)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer