“ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถต้านทานแรงยั่วได้ไง” อีกครั้งกับการ ‘กล่าวโทษผู้หญิง’ คำพูดจากนายกปากีสถาน กับอัตราการข่มขืนที่เพิ่มขึ้น

- Advertisement -

“ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถต้านทานแรงยั่วได้ไง นี่แหละเป็นสาเหตุว่าทำไม ‘เพอร์ดาห์’ ถึงสำคัญ” – คำกล่าวของ ‘Imran Khan’ (อิมราน ข่าน) นายกรัฐมนตรีประเทศปากีสถานในการถ่ายทอดสดที่ผ่านมาเมื่อวาน โดยคำว่า “เพอร์ดาห์ – Purdah” เป็นคำสอนหนี่งในศาสนาอิสลามที่ชี้แนะให้ผู้หญิงอยู่แยกห้องกับผู้ชาย รวมไปถึง ให้แต่งกายแบบคลุมร่างกายให้มิดชิด เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของผู้ชาย

นายกรัฐมนตรีอิมราน ยังได้กล่าวอีกว่า ที่อัตราการข่มขืนพุ่งขึ้นสูงก็เป็นผลลัพธ์มาจากการเพิ่มขึ้นของ “ความต่ำช้า” (Vulgarity) อย่างไรก็ตาม คำว่า ความต่ำช้า ในที่นี้ ไม่สามารถที่จะมีผู้ใดบอกได้เลยว่าหมายถึงการ ‘ไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ข่มขืนได้’ หรือ ‘การแต่งกายไม่มิดชิด’ ที่ถูกมองว่าเป็นเหตุให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ

อย่างไรก็ดี คำพูดดังกล่าวได้ทำให้เกิดความเดือดดาลขึ้นในประเทศปากีสถานเป็นอย่างมาก โดยหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความเห็นเรื่องการแต่งกายดังกล่าวได้เผยว่า ความเห็นของนายกรัฐมนตรีประจำประเทศปากีสถานนั้น “ทั้งผิดพลาดในเชิงข้อเท็จจริง ทั้งไร้ซึ่งความอ่อนไหว และทั้งยังเป็นอันตรายอีกด้วย”

ประเทศปากีสถานเป็นประเทศที่มีการรายงานข้อมูลว่าเกิดเหตุข่มขืนอย่างน้อย 11 คดีในแต่ละวัน และจากการคาดการณ์ ยังพบอีกว่า คดีจริงนั้นอาจมีมากกว่าที่ตัวเลขปรากฏ โดยจำนวนที่ได้รับการรายงานเป็นเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเจ้าของประโยคสุดฉาวก็เป็นคนพูดข้อมูลเชิงสถิตินี้เองอีกด้วยในโถงประชุมที่จัดการแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ดังกล่าว

ข้อมูลเรื่องอัตราการข่มขืนนี้สวนทางกับความพยายามในการห้ามปรามคดีข่มขืนในปากีสถาน ที่เพิ่งมีการออก พรก. ต่อต้านการข่มขืนอย่างเคร่งครัดออกมา ในเดือนธันวาคม ปี 2020 ซึ่งรวมไปถึงการให้สัญญาว่าจะปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะโดยการเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการสอบสวน และ การใช้สารเคมีเพื่อตัดตอน (Castration) กับผู้กระทำผิดที่ก่อคดีเดิมซ้ำไปมา

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่คำกล่าวสัญญาข้างต้นนั้นถูกเผยแพร่ออกไป องค์กรพิทักษ์สิทธิสตรีก็ได้ออกมาตอบโต้ตั้งแต่ตอนนั้น โดยหนึ่งในองค์กรดังกล่าวที่ใหญ่ที่สุดอย่าง “Aurat March” (คำว่า Aurat แปลว่า ผู้หญิง) ได้แสดงความเห็นว่า แม้ พรก. นั้นจะถูกใช้แต่มาตรการที่ว่าก็ยังไม่ได้ทำการเอ่ยถึง (address) โครงสร้างและวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ที่เอื้ออำนวยต่ออาชญากรรมประเภทนี้อยู่ดี

สังคมปากีสถานมีโครงสร้างแบบชายเป็นใหญ่อย่างชัดเจน โดยผู้หญิงในประเทศหลายคนต้องพบเจอกับความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) การฆ่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรี (Honour Killing – คือการฆ่าเหยื่อที่โดนข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของครอบครัว) การข่มขืน (Rape) การบังคับแต่งงาน (Forced Marriage) และการทำแท้ง (Induced Abortion)

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีแนวโน้มจะตกเป็นเหยื่อในคดีข่มขืนถูกเตือนให้ระวังตัว และ ลดความเสี่ยงที่จะ “ตกเป็นเหยื่อ” โดยการแต่งกายให้มิดชิดและเรียบร้อย จะเห็นได้ว่าวาทกรรมนี้ซึ่งรู้จักกันในนาม “Victim Balming” ไม่ได้สร้างอะไรเลย นอกจากสนับสนุนให้คนที่ตกเป็นเหยื่อไม่กล้าที่จะออกมาเรียกร้องเอาผิดต่อผู้ก่ออาชญากรรม

ในท้ายที่สุด สังคมจึงควรกลับมาทำความเข้าใจร่วมกันใหม่ ว่าจะยังคงโทษเหยื่อต่อไปและผลักให้ความผิดบาปนี้เป็นผลพวงมาจากการแต่งตัว หรือใช้กระบวนการยุติธรรมที่รัดกุมและให้การศึกษา (educate) ถึงเรื่องความยินยอม (consent) ในการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งว่าไม่สามารถจะ “เดา” ได้จากแค่เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นของใคร

#DontTellMeHowToDress
#PakistanPrimeMinister
#Purdah #StopRape

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Vice World News : https://bit.ly/2Q9eNML
ภาพ: @GovtofPakistan
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณต ศรีนวล
ปณต ศรีนวล
ไม่ใช่นักเขียนประจำแต่เป็นนักคิดประจำที่เขียนบ้างบางครั้งเมื่องานประจำไม่ข้องแวะเวียน ไม่กินอาหารตะวันตกแต่ถ้าหลังตะวันตกก็ยังกินอาหารได้อยู่ ไม่ฝักใฝ่อำนาจนิยมเพราะสิ่งที่นิยมคือไม่ฝักใฝ่ในอำนาจ (she/her)