วิชญ์ แสนจัน ผู้ชายเสตรท กับ ‘มุมมองผู้ชาย’ ที่ไม่จำเป็นต้องคิดแทนผู้หญิง

- Advertisement -

‘Netflix & Chill ก็คือการชวนไปมีเซ็กซ์นั่นแหละ’
‘ผู้หญิงชวนไปห้อง ก็คือยินยอมแล้วไหม’
‘ผู้หญิงแยกความรักกับเซ็กซ์ไม่ได้หรอก’
‘ยังไงผู้หญิงก็ควรป้องกันตัวไว้ก่อน’
‘ผู้หญิงต้องทำตัวให้มีค่าสิ’
‘แต่งตัวโป๊ สุดท้ายก็ตั้งใจให้คนมองไม่ใช่เหรอ’

จากบทความที่เป็นประเด็นของ A Day Bulletin เมื่อหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา “เดินเกมให้เป็น หากผู้ชายชวนไปดู Netflix ที่ห้อง กับคำตอบของ ‘โค้ชกิ๊ก’” ที่กลายเป็นที่ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ไปทั้งโซเชียล ถึงหลาย ๆ ประเด็นที่เป็นปัญหาต่อสังคม เนื่องจากตัวบทความที่สื่อออกมาในเชิงการสอน ‘ผู้หญิง’ โดย ‘ผู้ชายสเตรท’ ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นแบบชายเป็นใหญ่ที่ประกอบด้วยอคติทางเพศ การผลักภาระ การกล่าวโทษผู้หญิง รวมทั้งมองผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ ภายใต้ ‘มุมมองของผู้ชาย’

วันนี้เราจึงหยิบบางประเด็นจากบทความ และประเด็นอื่น ๆ ที่ใกล้เคียง มาแจกแจง ผ่านอีกหนึ่งความคิดเห็นใน ‘มุมมองของผู้ชาย’ พูดคุยกับ ‘วิชญ์ แสนจัน’ ชายสเตรท (cisgender-heterosexual man) ที่มีมุมมองแตกต่างไปจากบทความข้างต้น เพื่อเปิดมุมมองการถกเถียงให้กว้างขึ้น

- Advertisement -

Netflix And Chill – ชวนไปห้อง = ไปมีเซ็กซ์เท่านั้น ?

“อันนี้มันเป็นปัจเจกมาก ๆ ไหม ขึ้นอยู่กับ subtext (นัยยะแฝง การสื่อสารหรือแสดงออกที่นอกเหนือไปจากคำพูด) ของแต่ละคนว่าเป็นยังไง บางคนอาจจะคิดอย่างนั้น แต่บางคนก็ไม่ได้คิดอย่างนั้น ซึ่งตรงนี้ผมก็เลยมองว่า มันไม่สามารถคิดได้ว่าการที่ผู้หญิงชวนไปห้อง = อนุญาตให้มีเซ็กซ์ทุกคน มันอยู่ที่ค่านิยมของสังคมด้วยละมั้ง ที่สื่อต่าง ๆ มักนำเสนอออกมาว่า การชวนไปห้องเป็นการเหมารวมไปแล้วว่าผู้หญิงคอนเซนต์ระดับหนึ่ง เป็นการคิดไปเองที่อาจจะเกิดจากตรงนี้ หรือการที่เราที่มักบอกผู้หญิงว่า ‘อย่าไปกับผู้ชายสองต่อสอง ไม่อย่างนั้นผู้ชายอาจจะทำมิดีมิร้ายได้’ ประมาณนั้น มันเลยสามารถตีความอีกแบบได้ว่า การที่ผู้หญิงและผู้ชายเข้าห้องนอนไปด้วยกัน ก็คือมีเซ็กซ์”

“ขอบเขตของ consent เมื่อไรที่จะรู้ว่านี่คือความยินยอมของทั้งสองฝั่ง สำหรับผมการที่เราชวนกันไปห้อง ถ้าไม่ใช่แฟน สมมติว่านัดในเดทติ้งแอปอะไรอย่างนี้ ชวนมาห้อง ‘มาดูหนังกันไหม?’ มันก็ตีความได้หลาย ๆ อย่างนะ เช่น ไปดูหนังจริง ๆ หรือว่าชวนไป have sex ในทางอ้อม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมรู้สึกว่ามันต้องมีการสื่อสารกันกันมากกว่านั้น ว่าจะเอายังไงกันแน่ ซึ่งวิธีการสื่อสารมันก็แล้วแต่บุคคล”

“ใด ๆ ก็ตามการชวนไปห้องยังไม่ได้หมายความว่าสมยอม บางคนชวนไปห้อง ชวนไปดูหนัง อยากมีเพื่อนดูหนังด้วยอย่างนี้ก็มี ไม่ใช่ทุกคนที่จะคิดว่าชวนไปห้องคือชวนไปเน้ดอย่างเดียว”

“ส่วน Netflix & Chill คือคำนี้มันมาจากต่างประเทศใช่มั้ยล่ะ แล้วก็มีสื่อที่นำเสนอว่าการพูดแบบนี้คือการไปเยเท่านั้น แต่ในที่นี้ผมมองว่ามันอยู่ที่ปัจเจคว่าจะมองยังไงมากกว่า เหมือนมันก็เป็นคำที่มีนัยยะอยู่แหละ ว่าอาจจะเป็นการไปมีเซ็กส์จากบริบทที่ถูกใช้ในต่างประเทศ การที่เราคุยกันแล้วมีคำพูดนี้ออกมา หลายๆ คนมันก็อาจจะตีความไปแล้วว่ามันก็คือการชวนกันไปมีเซ็กส์ได้ แต่มันก็ไม่ใช่กับทุกคน อย่างที่บอกไปแล้วข้างตน เพราะมันก็มีบางคนที่ชวนไปดูหนังเฉยๆ ชิลไป นั่งคุยเล่นไป ดูหนังไป เพราะฉนั้น มันใช้ไม่ได้กับทุกคน (มันไม่ได้สากลขนาดที่ทุกคนจะคิดว่ามันคือการชวนเย็ด)”

Sex Vs Love – มีแค่ผู้ชายที่แยกเซ็กซ์กับความรักได้ ?

“มันคือการเหมารวมมากที่คิดว่ามีแค่ผู้ชายเท่านั้นที่แยกเซ็กซ์กับความรักได้ ซึ่งมันไม่ใช่ มันก็มีผู้หญิงที่แยกเซ็กซ์กับความรักได้ ซึ่งอันนี้หมายถึงการมองในเชิงเย็*แล้วก็แยก ต่างจากความโรแมนติกถูกไหม”

“อันนี้ค่อนข้างคิดว่ามันเกี่ยวกับค่านิยมที่มองว่าผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวนะ เพราะอย่างที่บอกว่าค่านิยมมันก็ปลูกฝังว่าผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว ต้องรักเดียวใจเดียว ยกตัวอย่างเช่นเรื่องขุนแผนอะไรอย่างนี้ มันคือเรื่องที่ผู้หญิงจำเป็นต้องรักเดียวใจเดียวเท่านั้น ทั้งที่ถูกกระทำมากมาย ในขณะที่คุณแผนมีหลายเมีย ไปเอาคนนั้นคนนี้ ทุกคนก็ยังคงให้ค่ากับขุนแผน ให้เป็นตัวเอก มากกว่าที่ให้ค่าผู้หญิง ซึ่งจริง ๆ ก็ควรจะมีทางเลือกของเขา”

“โดยค่านิยมที่ว่าทำให้ผู้ชายหลายคนยังมองว่า การมีเซ็กซ์ คือการ ‘ล่าแต้ม’ อะไรอย่างนี้ ทำให้ผู้ชายไม่ได้รู้สึกเสียหายเวลามีเซ็กซ์ ไม่รู้สึกว่าเสียซิงอะไรอย่างนี้ไป อย่างเรื่องซิงก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง การที่ผู้ชายผ่านผู้หญิงหลายคน สังคมไม่ได้มองว่าผู้ชายด้อยค่าลง ในขณะที่ผู้หญิงแบบมีเซ็กซ์เสียซิงไปแล้ว มักถูกมองว่าคุณค่าลดลง มันเลยทำให้ผู้ชายคิดว่าการมีเซ็กซ์กับความรักค่อนข้างที่จะแยกกัน ไม่เกี่ยวกันอะไรอย่างนี้”

“ในทางกลับกัน ผู้หญิงถูกสังคมหล่อหลอมว่า ให้รักเดียวใจเดียว เก็บซิงไว้กับเนื้อคู่เท่านั้น มันก็เลยทำให้ผู้ชายหลายคนมองว่า ตรงนี้แหละที่ทำให้ผู้หญิงหลายคน (ไม่ควรและไม่น่า) แยกแยะเซ็กซ์กับความรักได้”

Sexual Value – ผู้หญิงต้องสร้าง ‘คุณค่า’ ให้ตัวเอง อย่า ‘ยอมง่าย’

“ตรงนี้ต้องถามก่อนว่าทำไมผู้หญิงต้องสร้างคุณค่าด้วย เรื่องการ ‘ยอมง่าย’ หรือ ‘ไม่ยอมง่าย’
ซึ่งมันก็เป็นที่สังคมบอกมาทั้งนั้นว่าผู้หญิงต้อง ‘รักนวลสงวนตัว’ แต่พอผู้ชายที่ ‘ง่าย’ บ้าง กลับถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ลดทอนคุณค่าของผู้ชายเหมือนที่ลดทอนผู้หญิง”

“เอาจริงๆ การยอมง่ายอะไรพวกนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ลดทอนคุณค่าของใครคนใดคนหนึ่งเลย มันก็แค่ความยินยอมของแต่ละคนว่า โอเค เราอยากจะทำอย่างนี้ ๆ นะ ซึ่งมันเป็นการตกลงของคนสองคน ไม่ใช่ว่าเป็นการสร้างคุณค่าว่าคนที่ ‘ไม่ยอมง่าย’ = ‘เป็นคนดี’ ”

“ถ้าถามว่าการที่บอกผู้หญิงให้สร้างคุณค่าให้กับตัวเอง เป็นการที่ผู้ชายมองว่าผู้หญิงเป็น Sex object หรือเปล่า ผมว่ามันก็ค่อนข้างใช่ในระดับหนึ่งนะ เพราะมันเหมือนการสร้างราคาที่ทำให้ผู้หญิงเป็นเหมือนสินค้า”

Alpha Male – การเถิดทูนแนวคิดแบบ ‘ผู้ชายจ่าฝูง’

“อย่างที่เราอาจจะเคยเห็นในหนังต่างประเทศอะไรต่าง ๆ เช่น หนังโรแมนติก ผู้ชายที่มีคาแรกเตอร์แบบ ‘อัลฟาเมล’ ได้ถูกนำเสนอออกมาเยอะมาก ๆ ว่าแบบต้องรวย เพอร์เฟกต์ สมาร์ท มีความเป็นผู้นำ มีอำนาจนำผู้คนอื่น ๆ ได้ ซึ่ง ณ จุดนี้มันทำร้ายผู้ชายด้วยกันเองอย่างไร? ก็คือ มันมีบางคนที่อาจไม่ได้รู้สึกว่า อยากที่จะเป็นอย่างนั้น แต่สังคมมันหล่อหลอมว่าเราต้องทำอย่างนั้น เป็นอย่างนั้น เพื่อที่จะเป็นผู้ชายอย่างแท้จริง”

“ทำให้มันเหมือนเป็นการฝืนตัวเองให้ต้องอยู่จุดนั้นให้ได้ ซึ่งมันทำให้หลายคนเครียด กดดันตัวเอง เพื่อให้ตอบโจทย์ ‘ความเป็นชาย’ แบบนี้ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้อยากใช้ชีวิตแบบ Alpha Male หรืออาจจะชอบให้แฟนผู้หญิงเป็นผู้นำในความสัมพันธ์ก็ได้ ตรงจุดนี้แหละที่เป็น Toxic Masculinity หรือความเป็นชายเป็นพิษ ที่รวมไปถึงการบีบและกีดกันให้ ‘การขึ้นมาเท่าผู้ชายของผู้หญิง’ เป็นไปได้ยากขึ้น เพราะมันสร้างค่านิยมว่าผู้หญิงไม่ควรมีสิทธิอยู่สูงกว่าผู้ชายในหน้าที่การงานต่าง ๆ เพราะว่าเรื่อง Alpha Male มันสร้างกรอบบทบาททางเพศไว้”

“การที่สังคมให้ค่ากับคาแรคเตอร์ความเป็นอัลฟาเมลเป็นหลักเนี่ย ในทางหนึ่งมันก็อาจจะเป็นการลบเลือนอัตลักษณ์ของผู้ชายที่ไม่ได้ตรงตาม Norm ที่ตั้งไว้ เพราะว่าย้ำอีกครั้ง มันไม่ใช่ทุกคนที่อยากเป็นอย่างนั้น คือเข้าใจนะว่ามันไม่ได้มีใครบังคับให้คุณต้องป็น Alpha Male แต่สุดท้ายมันก็เป็นการหล่อหลอมทางอ้อมจากสังคมอะ เราจะรู้สึกตัวได้เองจากสังคมต่าง ๆ รอบข้างที่กดดันเราอยู่ ว่าควรจะเป็นอย่างนี้ ๆ ถึงจะนับว่าดี”

Toxic Masculinity – ความเป็นชายเป็นพิษในมุมมองของผู้ชาย

“คือคำนี้เนี่ย มันอาจจะไม่ได้เป็นรูปธรรม แต่มันมีอยู่จริง ซึ่งตัวผมเองก็เคยโดนสิ่งนี้กดทับอยู่อีกทีหนึ่งเหมือนกัน อย่างที่บอกว่าสังคมชายเป็นใหญ่มันไม่ได้กดทับแค่ผู้หญิงเท่านั้น แต่มันกดทับผู้ชายด้วยกันเองเหมือนกัน ซึ่งบางคนที่ไม่ยอมมองว่ามันมีอยู่จริง เขาเลือกมองแค่ว่า ผู้หญิงต้องการที่จะสร้าง Privilege ให้ตัวเอง โดยเอาคำนี้มาโจมตีผู้ชาย ซึ่งมันไม่ใช่อะ หลาย ๆ คนก็โดนกดทับโดย Toxic Masculinity อยู่ แต่อาจจะไม่รู้ตัวเยอะเลยแหละ”

“อย่างสำหรับผม Toxic Masculinity ที่ผมเคยเจอ ก็เช่น ตอนเด็ก ๆ ผมก็อยู่ในสังคมผู้ชาย มีเพื่อนผู้ชายเยอะ ๆ ซึ่งผู้ชายทุกคนแม่งต้องเล่นกีฬา ต้องมีพาวเวอร์ บ้าพลังอะไรแบบนี้ ถ้าคุณไม่เล่นกีฬา ไม่เตะบอล ไม่เล่นบาส ก็จะโดนเหมารวมว่าเป็นพวกปอดแหก เป็นพวกกาก ทำอะไรไม่ได้”

“ซึ่งตอนนั้นมันก็ทำให้เราต้องฝืนตัวเองเพื่อไปเล่นอะไรพวกนั้น เพื่อให้สังคมยอมรับในตัวเราว่า เฮ้ย เราเป็น ‘ผู้ชายจริง ๆ’ นะ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเป็นผู้ชาย แม่งไม่จำเป็นต้องเล่นกีฬา ไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่มันบ้าพลังเว้ย ผู้ชายก็คือคนคนหนึ่งอะ ซึ่งเรื่องพวกนี้ มันก็คือ Toxic Masculinity ที่กดทับเราอยู่ เพื่อที่จะเป็นที่ยอมรับในสังคม เราต้องเป็นลูกผู้ชาย เป็นช้างเท้าหน้า ต้องทำไรที่นำหน้าผู้หญิง เป็นหัวหน้า เป็นอะไรต่าง ๆ”

“บางทีมันก็มีผลไปถึงเรื่องบนเตียง ยกตัวอย่างเช่น บางทีบทบาทบนเตียงมันมีทั้งเป็น submissive และ dominant ใช่ไหม หลาย ๆ คนไม่รู้ว่าตัวเองชอบเป็นซับมากกว่า แต่คิดว่าการเกิดเป็นผู้ชาย เป็นลูกผู้ชาย ต้องเป็นดอมเท่านั้น ต้องนำผู้หญิงในเรื่องบนเตียงตลอด ต้องเป็นฝ่ายคุมเกม จะให้ผู้หญิงมานำไม่ได้ ซึ่งมันก็ไม่เสมอไป บางคนอาจจะไม่ได้มีความสุขที่จะเป็น dominant แต่โอเคที่จะให้ฝ่ายหญิงนำในเรื่องบนเตียง จริง ๆ มันก็เป็นเรื่องของรสนิยมทางเพศที่ต้องไปคุยกันอีกที”

คิดว่าเราจะเริ่มแก้ไข ปรับปรุงแนวคิดพวกนี้ยังไงดี

“หนึ่งเราต้องยอมรับก่อนว่า ปัญหาพวกนี้มันมีอยู่จริง ๆ ในสังคมปัจจุบัน สองคือเมื่อเรายอมรับได้แล้ว เราก็คงต้อง Inform ให้คนรู้ว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่โอเคและมีปัญหา ช่วยกันทำให้ตระหนักรู้ว่าแนวคิดแบบ Toxic Masculinity คือปัญหาจริง ๆ ที่ไม่ได้ถูกยกมาแค่เพื่อโจมตีผู้ชาย แต่มันกดทับทุกคนอยู่”

“พูดให้เห็นภาพชัดเจนเลย คือสมมติมีแท่งยาว ๆ สามแท่ง วางเรียงกันอยู่ Toxic Masculinity อยู่บนสุด ผู้ชายอยู่ตรงกลาง และผู้หญิงกับ LGBTQ+ อยู่ล่างสุด สำหรับผมมันเหมือนมันมีการแบ่งกันอย่างนี้อยู่ โดยผู้หญิงพยายามจะดันเพดานขึ้นมาให้เท่ากับผู้ชาย Cishet อยู่ ให้ขณะเดียวกันตัว Toxic Masculinity ก็ต้องถูกกดลงมาด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้น ปัญหามันก็ไม่มีวันจบ และความเท่าเทียมก็ไม่มีวันเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องพยายามขับเคลื่อน เพื่อทลายสังคมและแนวคิดชายเป็นใหญ่ และเพื่อให้มันไปถึงจุดที่ไม่ต้องมีคำว่า Feminist อีกต่อไป”

Content by Panita S.
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer