‘Trans Visibility Day’ จะกลายเป็นแค่กับดักลวง เมื่อไม่มีกฎหมายปกป้องบุคคลข้ามเพศอยู่จริง แต่กลับมีบัญญติ ‘ต่อต้านทรานส์’ รอประกาศใช้

- Advertisement -

อีกครั้งกับที่ ‘Schuyler Bailar’ (สกายเลอร์ เบลาร์) นักว่ายน้ำชายข้ามเพศชาวอเมริกันได้ทำการ “Break The Internet” ด้วยการชูข้อความบนป้ายที่ว่า “Visibility Without Protection Is A Trap” ที่ย้อนถามกลับถึงความปลอดภัยของบุคคลข้ามเพศหลังการแสดงตัว (Come Out) โดยหลังจากเวลา 16 ชั่วโมงที่ภาพนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามากดไลก์กว่า 24,000 คน สื่อให้ว่าเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว

#TransVisibility – คือ การแสดงให้สาธารณชนรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของบุคคลข้ามเพศ (Transgender) โดยมีจุดประสงค์ (1) เพื่อที่จะทำให้การปรากฏตัวของบุคคลข้ามเพศกลายเป็นเรื่องธรรมดา (Normalisation) ทั้งในสื่อและในชีวิตจริง และ (2) เพื่อที่จะก่อให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยในกลุ่มบุคคลข้ามเพศในสังคมเอง โดยแคมเปญนี้มักจะมีประจำทุกวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งถือเป็นวัน “International Transgender Day of Visibility”

ประเด็นอยู่ที่ข้อ (2) เนื่องจากคำถามย้อนคิดที่ว่า บุคคลข้ามเพศจะรู้สึกปลอดภัยได้อย่างไรหากยังไม่มีการปกป้อง (Protection) ทางกฎหมายต่อตัวบุคคลกลุ่มนั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีการร่างบัญญัติอย่างน้อยถึง 44 บัญญัติที่มีเนื้อหาต่อต้านกลุ่มบุคคลข้ามเพศ (Anti Trans Bills) รวมไปถึงการห้ามให้แพทย์ช่วยเหลือเด็กเข้ารับการข้ามเพศ (Transitioning) ได้ โดยอ้างว่าเนื่องจาก “เด็กยังไม่รู้ว่าตนเป็นเพศอะไร”

#ItIsATrapWithoutProtection – หรือ “มันก็เป็นเพียงกับดักลวงเท่านั้น เมื่อปราศจากการปกป้อง (ทางกฎหมาย)” คือคำที่เริ่มใช้เรียกร้องในหมู่แอกติวิสต์เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวทางกฎหมายต่อบุคคลข้ามเพศอย่างจริงจัง เช่น ยกเลิกบัญญัติที่มีเนื้อหาต่อต้านกลุ่มบุคคลข้ามเพศ หรือ เพิ่มการตรากฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนข้ามเพศให้เป็นปกติได้อย่างบุคคลตรงเพศ เป็นต้น

สาเหตุที่การออกมาแสดงตัวตนของกลุ่มบุคคลข้ามเพศเป็นเพียง “กับดักลวง” นั้น ก็เพราะว่าหลายครั้ง การปรากฏตัวของกลุ่ม LGBT+ ในสื่อก็ไม่ได้มีไปเพื่อ “Visibility” อย่างแท้จริง แต่เป็นไปเพื่อเหตุผลทางการตลาดเท่านั้น เนื่องจากหากแบรนด์สามารถสร้างภาพได้ว่า โอบรับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้า (ซึ่งก็คือกลุ่มเพศหลากหลาย) ในท้ายที่สุดนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เอ็มวีเพลง “You Need To Calm Down” ของศิลปินชาวอเมริกัน ‘Taylor Swift’ ที่ถูกกล่าวหาว่าใส่กลุ่มเกย์มาในเอ็มวีเพื่อเพิ่มยอดวิวเท่านั้น

ในหลายประเทศฝั่งทวีปยุโรป กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลข้ามเพศหลายอย่างได้ผ่านการพิจารณาและถูกนำมาใช้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น การพิจารณาให้สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ (Title) ให้ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศ (Sexual Identity) ได้โดยไม่ต้องทำการข้ามเพศในเชิงการแพทย์ (Medical Transitioning) แต่อย่างใด หรือ บุคคลข้ามเพศสามารถเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ (Sexual Reassignment Surgery) ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า ในท้ายที่สุด แม้การปรากฏตัวให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงกลุ่มบุคคลข้ามเพศนั้นเป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่หากไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย ทุกอย่างที่กล่าวมาก็ไม่ต่างอะไรกับแค่การหลอกใช้กลุ่มบุคคลเหล่านี้เพียงเท่านั้น แล้วประเทศไทยล่ะ? พร้อมหรือยังกับการขับเคลื่อนทางกฎหมายเพื่อคนทุกเพศอย่างแท้จริง

หากต้องการร่วมลงชื่อเพื่อยับยั้งบัญญัติการต่อต้านกลุ่มบุคคลข้ามเพศในประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถเข้าไปที่ pinkmantaray.com/transbills

#TransgenderVisibility
#VisibilityWithProtection
#TransgenderRight

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Junkee : https://bit.ly/3urbXkK
Pinkmantaray : https://bit.ly/3dt4RW4
ภาพ: @pinkmantaray
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณต ศรีนวล
ปณต ศรีนวล
ไม่ใช่นักเขียนประจำแต่เป็นนักคิดประจำที่เขียนบ้างบางครั้งเมื่องานประจำไม่ข้องแวะเวียน ไม่กินอาหารตะวันตกแต่ถ้าหลังตะวันตกก็ยังกินอาหารได้อยู่ ไม่ฝักใฝ่อำนาจนิยมเพราะสิ่งที่นิยมคือไม่ฝักใฝ่ในอำนาจ (she/her)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer