“The Breadwinner” เมื่อเด็กหญิงวัย 11 ปีต้องปลอมเป็นผู้ชายเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำครอบครัว

- Advertisement -

ในปี 2017 ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง “The Breadwinner” ที่สร้างจากนวนิยายดังชื่อเดียวกันโดยนักเขียนชาวแคนาดา ‘Deborah Ellis’ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากการสะท้อนภาพผู้หญิงที่ถูกกดขี่ในประเทศอัฟกานิสถานภายใต้การควบคุมโดยกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน (Taliban) และเมื่อไม่นานมานี้ ภาพยนตร์ดังกล่าวก็ได้เข้ามาอยู่ในเน็ตฟลิกซ์เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นกำไรสำหรับคนที่อยากดูแต่พลาดโอกาสไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว วันนี้เราจะมาชวนคุย รวมไปถึงวิเคราะห์สถานการณ์ในนั้นกัน

SPECTROSCOPE: “The Breadwinner” เมื่อเด็กหญิงวัย 11 ปีต้องปลอมเป็นผู้ชายเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำครอบครัว
#TheBreadwinner – เรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหัวหน้าครอบครัวอย่าง ‘Nurullah’ ถูกจับกุมตัวโดยกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ผนวกกับกฎที่ห้ามผู้หญิงออกจากบ้านโดยปราศจากญาติผู้ชายในสมัยนั้น ทำให้ครอบครัวนี้ไม่สามารถออกไปทำงานเพื่อเลี้ยงชีพได้ จน ‘Parvana’ ลูกสาวอายุ 11 ขวบเห็นว่า ถ้าปล่อยสถานการณ์ให้ดำเนินต่อไป เธอ แม่ และพี่น้องของเธอก็คงอดตายในบ้าน เธอจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นผู้ชายโดยสวมเสื้อคลุมของน้องชายเธอเพื่อเข้าไปทำงานที่ตลาด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

ภาพยนตร์แอนิเมชันดราม่าจากสตูดิโอสัญชาติไอร์แลนด์อย่าง ‘Cartoon Saloon’ เรื่องนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก จนได้รับเลือกให้เข้าฉายที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประจำปี 2017 ทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 90 ในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม ไม่ต่างกับภาพยนตร์จากสตูดิโอเดียวกันที่ผ่านการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์มาแล้วถึงสองครั้งอย่าง The Secret of Kells (2009) และ Song of the Sea (2015)

ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ชื่อเรื่อง โดยคำว่า Breadwinner นั้นหมายความว่า “ผู้ที่เจือจุนอุปถัมภ์แก่ตนและผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่สมาชิกในครอบครัว” และได้ถูกใช้หลายแห่งมากขึ้นตั้งแต่ปี 1818 โดยหมายความว่า “ทักษะหรือศิลปะที่ที่ใช้ในการหาเลี้ยงชีพ” มีผู้ให้นิยามโดยง่ายว่า คำศัพท์นี้หมายถึง ผู้ที่สามารถหาขนมปังมาเพื่อให้สมาชิกในบ้านได้อิ่มท้องในแต่ละวัน นั่นเอง

#WomeninAfghanistan – บริบทสิทธิของผู้หญิงในประเทศอัฟกานิสถานนั้นมีความผันผวนค่อนข้างสูง โดยในรัฐธรรมนูญปี 1964 ถือเป็นครั้งแรกที่มีการระบุอย่างชัดเจนให้ผู้หญิงได้รับความเท่าเทียมกับผู้ชายอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เมื่อกลุ่มก่อการร้ายตาลีบันเข้ามายึดอำนาจในช่วงปี 1990s โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงครามกลางเมือง (Civil War) ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดเรื่องราวขึ้นในภาพยนตร์นี้ สถานการณ์ก็ได้เลวร้ายลงเรื่อย ๆ ผู้หญิงขาดแคลนสิทธิหลายด้าน แต่ที่หนักที่สุดคือพวกเธอแทบไม่มีเสรีภาพในฐานะพลเมือง (Civil Liberty) เลย

โดยระยะเวลาดังกล่าว ผู้หญิงถูกลิดรอนสิทธิเป็นอย่างมากถึงขนาดที่ว่าไม่สามารถออกนอกสถานพำนักได้หากปราศจากผู้ชายที่เป็นญาติ และเมื่อเทียบกับเรื่องราวในภาพยนตร์ ก็จะเข้าใจได้ว่าทำไมตัวเอกถึงต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายออกไปทำงานนอกบ้าน นั่นก็เพราะครอบครัวของเธอไม่มีผู้ชายเลย นอกจากพ่อของเธอที่ถูกจับตัวไป และน้องชายคนเล็กของเธอที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เหตุการณ์ย่ำแย่นี้เดินทางมาถึงจุดจบในปลายปี 2001 เมื่อระบองการปกครองจากกลุ่มตาลีบันถูกกำจัดออกไป สิทธิผู้หญิงเริ่มกลับมาฟื้นฟูขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2004 อย่างไรก็ตาม มีผู้วิจารณ์ว่า สิทธิดังกล่าวนั้นเป็นเพียงสิ่งที่มีผลในเชิงกฎหมาย (de Jure) เท่านั้น ไม่ได้มีผลในชีวิตจริง (de Facto) แต่อย่างใด

.

ด้วยความคล้ายคลึงทางด้านเพศสภาพของตัวเอกในเรื่อง ภาพยนตร์นี้จึงมักถูกนำไปโยงถึงความกล้าหาญของผู้หญิงที่อยู่ภายใต้ระบอบการปกครองของกลุ่มตาลีบันอย่าง ‘มาลาลา ยูซาฟไซ’ ในประเทศปากีสถาน เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปี 2014 โดยเหตุการณ์ของทั้งสองถูกหยิบยกไปพูดถึงบ่อยครั้ง เพื่อวิเคราะห์ถึงสิทธิของผู้หญิงในแถบประเทศเอเชียใต้ ช่วงระยะเวลาภายใต้การกดขี่จากกลุ่มตาลีบัน เพื่อศึกษาสภาพความเป็นอยู่และการเคลื่อนไหวของเฟมินิสต์ในแถบนั้นอีกด้วย

#MalalaYousafzai – คือแอคทิวิสต์วัย 23 ปีที่โด่งดังไปทั่วโลกจากเหตุการณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิการได้รับการศึกษาของผู้หญิง ภายใต้การกดขี่ของกลุ่มก่อการร้ายตาลีบันในประเทศปากีสถาน หลังจากเคลื่อนไหวผ่านการเขียนบล็อก BBC Urdu มาเป็นเวลานาน เธอก็เริ่มเป็นที่จดจำในฐานะผู้ผดุงสิทธิทางการศึกษา จนกระทั่งมีการถ่ายทำสารคดีตามติดชีวิตของเธอในฐานะแอคทิวิสต์ เธอกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อการศึกษา โดยใช้เรื่องราวของตัวเองเป็นสื่อกลางในการส่งเสียงนี้ออกไป

เรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มตาลีบันเป็นอย่างมาก และวันที่ 9 ตุลาคม ปี 2012 เธอก็โดนหนึ่งในกลุ่มก่อการร้ายยิงเข้าที่ศีรษะเธอในรถบัส ด้วยความตั้งใจที่จะกลับบ้านหลังจากสอบเสร็จ เหตุการณ์นั้นทำให้ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เธอถูกย้ายตัวไปรักษาที่ประเทศอังกฤษ ก่อนที่ทั้งครอบครัวจะย้ายตามไป และเวลาถัดมา เธอก็ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) สาขาสันติภาพในปี 2014 ทำลายสถิติขึ้นมาเป็นผู้รับรางวัลดังกล่าวที่อายุน้อยที่สุดในโลก

#MalalaFund – นี่จึงกลายเป็นอีกจุดร่วมหนึ่งระหว่างภาพยนตร์ดังกล่าวกับมาลาลา เนื่องจากทุก ๆ การซื้อหนังสือนิยายเรื่อง The Breadwinner จะถูกแบ่งรายได้ไปเป็นกองทุนสำหรับการศึกษาสำหรับผู้หญิงอัฟกานิสถานค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศปากีสถาน ตรงกับโครงการ Malala Fund ของมาลาลาที่ให้สนับสนุนและให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้หญิงทั่วโลกที่ประสบปัญหาด้านการถูกกีดกันการศึกษา เช่น ปากีสถาน อินเดีย เอธิโอเปีย และเลบานอน โดยหากสนใจบริจาค ก็สามารถเข้าไปที่ลิงก์นี้ https://malala.org ได้

นอกจากเรื่องราวและอุดมการณ์อันน่าประทับใจเบื้องหลังภาพยนตร์ หนังสือ และประวัติชีวิตของบุคคลเทียบเคียงอย่างมาลาลาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ทั่วโลกเป็นอย่างมากก็คือ วิธีการเล่าเรื่องผ่านลายเส้นที่เรียบง่าย โดยเทคนิคการเล่าเรื่องดังกล่าวเป็นแบบ “Fairy Tale-Motif” หรือการเทียบเคียงกับเรื่องเล่าแบบเทพนิยาย (Fairy Tale) เพื่อสร้างความคุ้นชินให้กับผู้ชม นอกจากนี้ ยังมีคำวิจารณ์อีกว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวสามารถเทียบชั้นได้กับการ์ตูนเสียดสีสังคมระดับโลกอย่าง “Persepolis” โดย ‘Marjane Satrapi’ ที่พูดถึงชีวิตผู้หญิงอิหร่านหัวก้าวหน้าในยุคหลังและก่อนปฏิวัติในประเทศอิหร่าน ก่อนจะย้ายมายุโรปในเวลาต่อมา ด้วยวิธีการเล่าเรื่องจริงจังและตึงเครียดผ่านการนำเสนอในแบบการ์ตูนเพื่อลดทอนความหนักอึ้งของเนื้อหาของทั้งสองเรื่อง

สำหรับใครที่สนใจจะรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ รวมถึงสิทธิของผู้หญิงในประเทศแถบเอเชียใต้ ช่วงปี 1990s เราขอย้ำอีกทีว่า คุณต้องไม่พลาดภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว เพราะหลังจากรับชมเสร็จ คุณจะเข้าใจว่า ผู้กล้าไม่ได้มีความสามารถมากกว่าคนทั่วไปแต่อย่างใด แต่ผู้กล้าตัวจริงคือ มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างให้กับสังคมที่บิดเบี้ยว แม้สิ่งนั้นจะท้าทายตัวเขาหรือเธอถึงขั้นที่ว่าอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ก็ตาม

#TheBreadwinner
#WomeninPakistani
#Feminism #GenderEquality

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
The People : https://bit.ly/3sUVDI2
The Standard : https://bit.ly/3dUbi67
Shmoop : https://bit.ly/3aCH9X1
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณต ศรีนวล
ปณต ศรีนวล
ไม่ใช่นักเขียนประจำแต่เป็นนักคิดประจำที่เขียนบ้างบางครั้งเมื่องานประจำไม่ข้องแวะเวียน ไม่กินอาหารตะวันตกแต่ถ้าหลังตะวันตกก็ยังกินอาหารได้อยู่ ไม่ฝักใฝ่อำนาจนิยมเพราะสิ่งที่นิยมคือไม่ฝักใฝ่ในอำนาจ (she/her)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer