UNDERSTAND ‘INTERSECTIONALITY’ รู้จัก ‘อำนาจทับซ้อน’ กับ 20 หนังสือน่าอ่าน

- Advertisement -

“คนมีพรีวิลเลจก็โดนมาเยอะเหมือนกันนะ”
“ทุกคนก็เจ็บปวดเท่ากันแหละ”

ประโยคยอดฮิตพวกนี้พบได้ทั่วไปในการเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมที่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในขณะที่พวกเรากำลังเรียกร้องสิทธิเพื่อ ‘ผู้หญิง’ ‘คนผิวดำ’ ‘LGBTQ+’ และอื่นๆ บ่อยครั้งที่เผลอลืมไปว่าคนๆ หนึ่งไม่ได้เป็นแค่ ‘ผู้หญิง’ แต่อาจเป็น ‘ผู้หญิงผิวขาวที่รักเพศตรงข้าม’ และอีกคนอาจเป็น ‘ผู้หญิงผิวดำที่รักเพศเดียวกัน’ โดยที่คนทั้งสองก็มีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปตามอัตลักษณ์ของตนเอง การมองข้ามจุดนี้จึงทำร้ายคนที่อาจจะกำลังต่อสู้กับทั้งการเหยียดเพศ การเหยียดเชื้อชาติและการเหยียดคนรักเพศเดียวกันไปด้วย

แนวคิดนี้เรียกว่า “อำนาจทับซ้อน” (Intersectionality) ซึ่งเป็นมุมมองที่ใช้ทำความเข้าใจการที่คนๆ หนึ่งมีหลายอัตลักษณ์ทางสังคม เช่น เพศ เพศวิถี ชาติพันธุ์ ชนชั้นฐานะ ศาสนา สมรรถภาพร่างกาย รูปลักษณ์ ฯลฯ เมื่ออัตลักษณ์เหล่านี้มาทับซ้อนกันก็นำไปสู่การถูกกดขี่ที่มากน้อยต่างกัน แต่เสียงของคนที่มีอภิสิทธิ์มากกว่ามักจะดังกลบคนชายขอบเสมอ

ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะหันมาฟังเสียงจากกลุ่มคนที่ถูกละเลยนี่คือนิยาย บันทึก อัตชีวประวัติ ไปจนถึงเรียงความทั้ง 20 เล่มที่ตีแผ่ชีวิตของคนชายขอบที่ต้องต่อสู้กับอำนาจมากกว่าหนึ่งกลุ่ม พร้อมเนื้อหาคละเคล้าไปด้วยสาระและแรงบันดาลใจที่จะพาผู้อ่านสำรวจประสบการณ์ความเจ็บปวดในหลากหลายรูปแบบมากกว่าที่สังคมนำเสนอ

All Boys Aren’t Blue: A Memoir-Manifesto by George M. Johnson (2020)

Trigger warnings: Sexual abuse

Synopsis: หนังสือเล่มนี้บันทึกเรื่องราวชีวิตจริงของ ‘จอร์จ เอ็ม จอห์นสัน’ ผู้เป็นเควียร์ผิวดำในอเมริกา เริ่มต้นตั้งแต่ในวัยเด็กที่เขารู้ตัวมาเนิ่นนานว่าตนเองเป็นเควียร์มาจนถึงวัยมหาลัย จอห์นสันไม่ลังเลที่จะเปิดเปลือยประสบการณ์การมีรักแรก การถูกกลั่นแกล้ง การถูกคุกคามทางเพศตลอดจนการพยายามหาพื้นที่ให้อัตลักษณ์หลายด้านของเขาอยู่ร่วมกันได้
จอห์นสันแบ่งปันทั้งช่วงเวลาอบอุ่นและอ่อนไหวกับคนอ่านด้วยภาษาที่จริงใจเรียบง่าย หนังสืออัดแน่นไปด้วยประเด็นต่าง ๆ ทั้งเพศวิถี ความเป็นชายเป็นพิษ (toxic masculinity) การถูกผลักให้กลายเป็นคนชายขอบและอีกมากมาย จอห์นสันเข้าใจช่วงเวลาที่ต้องซ่อนตัวตนที่แท้จริงและยอมสยบต่อค่านิยมกระแสหลัก แต่ก็เข้าใจช่วงเวลาที่ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้ด้วย All Boys Aren’t Blue จึงเป็นหนังสือที่ส่งมอบประสบการณ์ล้ำค่าอันมีประโยชน์ต่อเควียร์หนุ่มสาวผู้ยังสับสน และส่งมอบแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะรักตนเองอย่างเต็มที่

Brick Lane by Monica Ali (2004)

Trigger warnings: Sexual assault, Domestic violence

Synopsis: หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยชีวิตของ ‘นัซนีน’ และ ‘ฮาซินา’ สองสาวพี่น้องชาวบังกลาเทศที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว นัซนีนเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ มีความรับผิดชอบและเชื่อในพระเจ้าอย่างมาก เธอถูกจับให้แต่งงานและย้ายไปอยู่ที่ชุมชนผู้อพยพในลอนดอนกับสามีที่เธอไม่ได้รัก ส่วนฮาซินาเป็นหญิงสาวสวยโฉบเฉี่ยว และหัวกบฏ เธอหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก ทั้งสองพี่น้องยังเขียนจดหมายถึงกัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวของนัซนีนที่ทำงานบ้านเลี้ยงลูก และฮาซินาที่ชีวิตแต่งงานไม่ราบรื่นอย่างที่คิด และต้องร่อนเร่พัวพันกับชายคนใหม่หลายครั้ง
.
Brick Lane นำเสนอภาพอันแสนชัดเจนของชีวิตชนกลุ่มน้อยในตะวันตกที่ต้องต่อสู้กับการเหยียดชาติพันธุ์ สูญเสียโอกาสทางการงาน และถูกเอารัดเอาเปรียบ ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่เป็นผู้หญิง นัซนีนถูกจำกัดบทบาทให้อยู่ในบ้าน ส่วนฮาซินาถูกบรรดาผู้ชายที่ปรารถนาในตัวเธอทำร้าย และแย่งชิงเสมือนเป็นวัตถุ ไหนจะความเชื่อทางศาสนาที่ตีกรอบผู้หญิงไว้ กล่าวได้ว่า Brick Lane เปิดเผยทุกแง่มุมของการเป็นผู้หญิงบังกลาเทศ และเป็นผู้อพยพในต่างแดนที่ต้องดิ้นรนค้นหาอิสระ และความสุขที่แท้จริงโดยพยายามรักษาอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติเดิมไว้

- Advertisement -

Cinderella Is Dead by Kalynn Bayron (2020)

Synopsis: 200 ปีหลังการตายของซินเดอเรลล่า เด็กสาวทุกคนถูกบังคับให้เข้าร่วมงานเลี้ยงเต้นรำประจำปีเพื่อให้ผู้ชายในอาณาจักร ‘คัดเลือก’ ไปเป็นภรรยา หากเข้าร่วมงานเลี้ยงครบสามครั้งแล้วยังไม่ได้รับเลือก จะไม่มีใครได้ข่าวคราวจากพวกเธออีกเลย ‘โซเฟีย’ เด็กสาวเควียร์ผิวดำวัย 16 ปีรังเกียจธรรมเนียมที่กดขี่ผู้หญิงนี้ เมื่อได้รับเชิญไปงานเต้นรำครั้งแรก เธอพยายามจะหลบหนีและได้เจอกับ ‘คอนสแตนซ์’ ทั้งสองได้ตามหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวของซินเดอเรลล่าและวางแผนจะโค่นล้มสังคมปิตาธิปไตยด้วยกัน

Cinderella Is Dead เปลี่ยนเทพนิยายสุดคลาสสิกเป็นเรื่องราวการต่อสู้อันกล้าหาญของผู้หญิงชายขอบที่ไม่ยอมจำนนอยู่ใต้อำนาจของผู้ชาย องค์ประกอบความเป็นดิสโทเปีย การถูกควบคุมด้วยอำนาจและระบบชนชั้นยิ่งทำให้นิยายมีความซับซ้อนน่าสนใจ เพิ่มสีสันสดใสด้วยเส้นเรื่องรักของเด็กสาวทั้งสองคนและเนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยปริศนาและการผจญภัย หนังสือเล่มนี้ผสมผสานองค์ประกอบเหนือธรรมชาติของซินเดอเรลล่าแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย เชื้อเชิญให้คนอ่านเอาใจช่วยเด็กสาวเควียร์ที่มุ่งมั่นอยากจะกำหนดชีวิตด้วยสองมือตนเอง

The Color Purple by Alice Walker (1982)

Trigger warnings: Sexual assault, Domestic abuse

Synopsis: ‘ซีลี่’ ผู้หญิงผิวดำจากจอร์เจียในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขียนจดหมายถึงพระเจ้าเพื่อเล่าชีวิตตนเองที่ถูกผู้เป็นพ่อกระทำชำเราจนตั้งครรภ์ แล้วลูกทั้งสองของเธอถูกพ่อพรากจากไป ไม่เพียงเท่านั้น ซีลี่ถูกบังคับให้แต่งงานกับสามีที่ทำร้ายเธอและเห็นเธอเป็นทาสมากกว่าภรรยา ระหว่างนั้นซีลี่หมั่นส่งจดหมายติดต่อกับ ‘เนตตี้’ ผู้เป็นน้องสาว และผูกสัมพันธ์กับผู้หญิงผิวดำคนอื่น ๆ ที่ล้วนถูกกดขี่รวมไปถึง ‘ชุก เอเวอรี่’ นักร้องเพลงบลูส์สาวที่ทำให้ซีลี่รู้จักความรัก และเห็นคุณค่าในตนเองอีกครั้ง

The Color Purple เป็นนิยายดราม่าเข้มข้นเดินเรื่องด้วยจดหมาย ชนะรางวัล Pulitzer Prize for Fiction และได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และละครเวทีมาแล้ว หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวชวนบีบใจของผู้หญิงผิวดำที่ถูกกดขี่ในหลากมิติ ทั้งตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางเพศโดยบอกใครไม่ได้ ทั้งถูกกรอกหูว่าพวกเธอด้อยค่ากว่าเพราะสีผิว แต่ขณะที่ซีลี่ทุกข์ตรมขมขื่น ผู้หญิงร่วมชะตากรรมหลายคนก็ยื่นมือมาประคองซีลี่ไว้ ไม่ว่าจะในฐานะครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะชื่นชมความงามของ ‘สีม่วง’ ที่เคยละเลยไป หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับความเจ็บปวดของผู้หญิงผิวดำ ตั้งคำถามกับพระเจ้า และเห็นความหวังในการสู้เพื่ออิสรภาพ

Ain’t I a Woman: Black Women and Feminism by bell hooks (1981 )

Synopsis: หนังสือชื่อดังเล่มนี้ศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการเหยียดเพศและเหยียดเชื้อชาติที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงผิวดำนับตั้งแต่ยุคค้าทาส โดยตอกย้ำให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี (feminism) และชาตินิยมคนผิวดำ (Black Nationalism) แท้จริงแล้วยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่กุมอำนาจเหนือกว่าคนอีกกลุ่ม ทำให้ผู้หญิงผิวดำต้องเรียกร้องให้สิทธิสตรีนั้นครอบคลุมผู้หญิงในวงที่กว้างขึ้น

Ain’t I a Woman เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่ผู้สนใจทฤษฎี และประวัติศาสตร์เฟมินิสม์จะพลาดไม่ได้ เพราะงานเขียนชิ้นนี้ของ เบล ฮุกส์ (ผู้เลือกใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็กสะกดนามปากกา) มีอิทธิพลอย่างมากต่อการศึกษาประเด็นอำนาจทับซ้อน เธอวิจารณ์เฟมินิสต์ผิวขาวอย่างตรงไปตรงมาด้วยสำนวนหนักแน่นทรงพลัง สอดแทรกตัวอย่างที่ชัดเจนย่อยง่าย ชี้ให้เห็นปัญหาว่าผู้หญิงผิวสีอื่น และชนชั้นอื่นถูกละเลยอย่างไรเมื่อหัวใจของเฟมินิสม์มุ่งเน้นผู้หญิงชนชั้นสูง และชนชั้นกลางผิวขาว ฮุกส์กระตุ้นให้ทุกคนเปิดใจและเปลี่ยนมุมมองตั้งแต่ต้นจนจบ กลายเป็นหนังสือเล่มสำคัญที่พิสูจน์ว่าเฟมินิสม์มีหลากหลายมิติมากกว่าที่อยู่ในกระแสหลัก

If You Could Be Mine by Sara Farizan (2013)

Trigger warnings: Trans phobia, Homophobia

Synopsis: ‘ซาฮาร์’ ตกหลุมรัก ‘นัสริน’ เพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นความสัมพันธ์ของเด็กสาวชาวอิหร่านทั้งสองก็แปรเปลี่ยนไปเป็นคนรัก แต่การรักเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในอิหร่าน และอาจมีโทษถึงตาย ซาฮาร์และนัสรินจึงต้องใช้เวลาด้วยกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ จนกระทั่งครอบครัวจับนัสรินคลุมถุงชนแต่งงาน ทำให้ซาฮาร์ที่เศร้าเสียใจอย่างมากคิดอยากแปลงเพศเป็นครั้งแรกเพื่อให้ความรักของพวกเธอเป็นไปได้
.
นิยายเล่มนี้ตีแผ่อคติทางเพศในสังคมอิหร่านสู่สายตาโลกภายนอกอย่างหมดเปลือก การเป็นผู้หญิงที่รักผู้หญิงหมายถึงการท้าทายธรรมเนียมประเพณี การเก็บงำตัวตนที่แท้จริง และถูกกำหนดชะตาชีวิต เช่นเดียวกับการเป็นคนข้ามเพศที่แม้รัฐบาลอิหร่านจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้การผ่าตัดแปลงเพศ แต่สังคมก็ไม่ได้เปิดใจยอมรับคนกลุ่มนี้หรือยังมีความเข้าใจผิด ๆ ต่อพวกเขาอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ตัวซาฮาร์เอง ทว่าตัวละครที่ซับซ้อนไม่สมบูรณ์แบบยิ่งทำให้เรื่องราวความรักในสังคมที่กีดกันคนหลากหลายทางเพศสมจริงไม่ปรุงแต่ง จนคุณอาจต้องปาดน้ำตาโดยไม่รู้ตัว

Sister Outsider: Essays and Speeches by Audre Lorde (1984)

Synopsis: หนังสือเล่มนี้รวมเรียงความ สุนทรพจน์ และจดหมายของ ‘ออเดร ลอร์ด’ นักเขียนผิวดำผู้เป็นทั้งเลสเบี้ยน เฟมินิสต์ และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ เนื้อหาทั้ง 14 ตอนของเธอพิจารณาประเด็นสำคัญคละกันไปไม่ว่าจะเป็นสตรีนิยมผิวดำ (Black Feminism) และการถูกกดทับจากทั้งผู้ชายผิวดำและเฟมินิสต์ผิวขาว เพศวิถี และปัญหาน่าขบคิดอื่น ๆ ที่จะทำให้เห็นว่าการจะเอาชนะอำนาจกดขี่ในมิติใด ๆ ได้จริงนั้นต้องไม่กีดกันคนชายขอบในมิติอื่น ๆ ออกไป

งานชิ้นนี้ของ ออเดร ลอร์ด อธิบายประเด็น Intersectional feminism ได้อย่างลึกซึ้งถึงแก่น เธอใช้ภาษาสละสลวยของนักกวีผสมผสานกับลักษณะงานวิชาการมาถ่ายทอดประสบการณ์ของการเป็นผู้หญิง เป็นคนผิวดำ และเป็นเลสเบี้ยนที่ถูกผลักออกจากการต่อสู้เพื่อสิทธิ บางตอนเกรี้ยวกราดที่ผู้หญิงผิวดำถูกขอให้ ‘โกรธ’ น้อยลง บางตอนเข้าอกเข้าใจ และสนับสนุนให้ทุกคนกล้าที่จะแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา Sister Outsider จะเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับทฤษฎี และปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่ในขบวนการเฟมินิสม์ เพื่อมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

I Know Why the Caged Bird Sings by Maya Angelou (1969)

Trigger warnings: Childhood sexual assault, Childhood trauma

Synopsis: อัตชีวประวัติเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1969 บอกเล่าเรื่องราวอิงจากชีวิตจริงของ ‘มายา แองเจลู’ หญิงผิวดำผู้ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งให้อยู่ในเมืองเล็ก ๆ ในรัฐอาร์คันซอส์กับย่าและพี่ชายตั้งแต่เด็ก เธอเติบโตมาท่ามกลางสังคมที่เหยียดสีผิวอย่างรุนแรง จนเชื่อฝังหัวว่าเธอนั้นน่าเกลียดและต่ำต้อยกว่าผู้หญิงผิวขาว เมื่ออายุได้ 8 ขวบ มายาที่กลับไปอยู่กับแม่ถูกแฟนใหม่ของแม่ข่มขืน เธอสะเทือนใจมากจนไม่พูดกับใครอีก จนกระทั่งมายาได้อ่านหนังสือและท่องไปในโลกแห่งตัวอักษร

I Know Why the Caged Bird Sings นั้นเป็นอัตชีวประวัติที่อ่านไม่เบื่อด้วยรูปแบบคล้ายเรื่องแต่ง แองเจลูเขียนถึงเหตุการณ์ที่หนักหน่วงบีบคั้นอารมณ์ด้วยถ้อยคำวิจิตรงดงาม ผสมกับอารมณ์ขันและเสน่ห์ของตัวเธอเอง แองเจลูจูงมือผู้อ่านเดินทางไปพร้อมกับเด็กหญิงมายา ที่ค่อย ๆ เรียนรู้ว่าสังคมนั้นโหดร้ายกับผู้หญิงและเข่นฆ่าคนผิวดำได้เพียงเพราะผิวสี แต่แม้ระหว่างทางจะเต็มไปด้วยขวากหนาม มายาก็ค้นพบอิสรภาพทั้งจากโลกหนังสือและจากความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเธอเอง จนในที่สุดนกในกรงก็ได้โบยบินอย่างอิสรเสรี

Stone Butch Blues by Leslie Feinberg (1993 )

Trigger warnings: Sexual assault, Gang rape, Physical abuse, Homophobia

Synopsis: ‘เจส’ เติบโตมาในนิวยอร์กช่วงปี 1940 เธอรู้ตั้งแต่เด็กว่าตัวเองแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น เธอไม่ชอบใส่กระโปรงและแอบเอาเสื้อผ้าของพ่อมาใส่ จนถูกถามซ้ำ ๆ ว่า “เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” ทำให้เจสยิ่งรู้สึกแปลกแยกไปจากสังคมรอบตัว จนกระทั่งเจสได้ไปเปิดหูเปิดตาที่บาร์เกย์เป็นครั้งแรก ทำให้เจสได้รู้จักแดร็กควีน และเลสเบี้ยนที่มีทั้งลักษณะการแสดงออกค่อนไปทางชาย (Butch) และหญิง (Femme) เจสรู้สึกว่าตนได้รับการยอมรับเป็นครั้งแรก แต่แล้วตำรวจก็บุกจับบาร์เกย์และทำร้ายเพื่อนๆ เควียร์ที่เปรียบเสมือนครอบครัวใหม่ของเจส

Stone Butch Blues เป็นนิยายตีแผ่ชีวิตของเควียร์ที่มีเพศวิถี และการแสดงออกทางเพศแตกต่างจากบรรทัดฐานที่สังคมกำหนด สำนวนที่เรียบง่ายทำให้เข้าถึงเรื่องราวอันเข้มข้นมืดหม่นได้มากขึ้น และเจ็บปวดไปกับเจสที่ต้องผ่านช่วงเวลายากลำบากในการค้นหา และเรียนรู้เรื่องเพศสภาพของเธอเอง หนังสือเล่มนี้ยังสะท้อนปัญหาไม่ว่าจะเป็นกระแสเฟมินิสม์ที่ทอดทิ้งเควียร์ ตำรวจที่คลั่งอำนาจปิตาธิปไตย การตีกรอบบทบาททางเพศของผู้หญิง และการรังเกียจผู้ที่แตกต่าง Stone Butch Blues จะพาคนอ่านย้อนเวลาไปสำรวจชีวิตเลสเบี้ยน และชายข้ามเพศช่วงก่อนเหตุการณ์จลาจลสโตนวอลล์ (Stonewall Riots) ในยุคที่การรักเพศเดียวกันยังถือเป็นอาชญากรรม

Assata by Assata Shakur (1987)

Synopsis: อัตชีวประวัติเล่มนี้เขียนโดย ‘แอสซาทา เชเคอร์’ หญิงแอฟริกัน-อเมริกันผู้เคลื่อนไหวเพื่อคนผิวดำที่ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมตำรวจ เธอหลบหนีออกจากคุกและเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ที่คิวบา เชเคอร์เรียบเรียงเหตุการณ์ชีวิตของเธอตั้งแต่วัยเด็กที่ต้องเอาตัวรอดในสังคมอเมริกันที่เต็มไปด้วยการเหยียดเชื้อชาติ ไปจนถึงตอนที่เธอเข้าร่วมพรรคเสือดำ ถูกตำรวจรวบตัว และหนีไปในที่สุด ทว่าการต่อสู้เพื่อคนผิวดำของเธอยังคงถูกจารึกไว้ไม่ให้เลือนหายไปในหนังสือเล่มนี้

อัตชีวประวัติของแอสซาทาแบ่งปันประสบการณ์ของหญิงผิวดำคนหนึ่งที่ถูกปลูกฝังให้เชื่อว่าคนผิวขาวนั้นมีค่ามากกว่าเธอ แอสซาทาวิจารณ์สังคมอเมริกัน และทุนนิยมที่กดทับเธออยู่อย่างเผ็ดร้อนตรงไปตรงมา อ่านแล้วตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์ลุ้นระทึกน่าติดตามที่เกิดขึ้นจริง และหดหู่ไปกับรสชาติอันขมขื่นของการถูกกักขัง และทรมาน เรื่องราวของแอสซาทาจะส่งต่อแรงบันดาลใจให้เหยื่อทุกคนยืนหยัดเรียกร้องสิทธิ และเสรีภาพดังที่แอสซาได้กระทำอย่างกล้าหาญและไม่ยอมแพ้

Care Work: Dreaming Disability Justice by Leah Lakshmi Piepzna-Samarasinha (2018)

Synopsis: หนังสือเล่มนี้รวมเรียงความที่สอดแทรกด้วยประวัติศาสตร์ ทฤษฎี บทสัมภาษณ์ คำแนะนำ และอื่น ๆ ที่ช่วยวาดภาพโลกที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้พิการให้ผู้อ่านเห็นชัดมากขึ้น โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้พิการผิวสี และผู้พิการเควียร์ซึ่งถูกกีดกันจากสังคมในหลาย ๆ ทาง อีกทั้งนำเสนอระบบโครงสร้างที่ช่วยให้ผู้พิการเข้าถึงสิทธิพื้นฐานได้ง่ายขึ้น และสร้างชุมชนที่พร้อมให้ความรู้กับผู้พิการ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดรู้สึกถูกทอดทิ้งอยู่เบื้องหลัง

ผู้พิการเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มักถูกละเลย และระบบโครงสร้างของสังคมก็ไม่เอื้อต่อคนกลุ่มนี้ หนังสือเล่มนี้ชำแหละปัญหาที่ผู้คนอาจคาดไม่ถึงหรือมองไม่เห็น เช่นการให้บริการทางแพทย์ที่กีดกันผู้พิการผิวสีหรือ LGBT+ อยู่ หรือการฆ่าตัวตายของผู้พิการหญิงที่ทรมานจากระบบที่ไม่เป็นธรรม เนื้อหามีทั้งสาระและคำแนะนำเพื่อการปฏิวัติโครงสร้างอย่างแท้จริง ถ่ายทอดผ่านภาษาสละสลวยกระทบใจที่จะทำให้ทุกคนฉุกคิดและย้อนถามตนเองว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อให้โลกอุดมคติสำหรับทุก ๆ คนเหมือนอย่างใน Care Work นั้นเกิดขึ้นได้จริง

Hunger: A Memoir of (My) Body by Roxane Gay (2017)

Trigger warnings: Sexual assault, Gang-rape

Synopsis: Hunger เป็นบันทึกที่เขียนโดย โรซาน เกย์ นักเขียนเฟมินิสต์ผู้ผ่านความเจ็บปวดของการเป็นผู้หญิงพลัสไซส์มาอย่างโชกโชน เธอเปิดใจเล่าประสบการณ์ถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เป็นสาเหตุให้เธอ “กิน กิน และกิน ด้วยหวังว่าถ้ารูปร่างใหญ่ขึ้น ร่างกายของฉันจะปลอดภัย” จากผู้ชาย เธอต้องพบเจอกับคำพูดที่บั่นทอนความมั่นใจ สังคมชายเป็นใหญ่ และสื่อที่ควบคุมรูปร่างของผู้หญิง จนทำให้เธอ และผู้หญิงรูปร่างใหญ่หลาย ๆ คนขาดความมั่นใจ และหมดรักในร่างกายตนเอง

บันทึกของเกย์นั้นจริงใจตรงไปตรงมาจนบาดลึก ถ่ายทอดความจริงที่ยากจะยอมรับว่าร่างกายของผู้หญิงตกเป็นเป้าให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ และกล่าวโทษมากเพียงใด หนังสือเล่มนี้แตะทุกประเด็นตั้งแต่อาหาร ความต้องการ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และทุกอย่างที่ยึดโยงเข้ากับหุ่นของเธอ เกย์ใช้ภาษาอันแยบยลคมคายระบายความโกรธแค้นของคนที่ถูกกดทับด้วยสายตาของผู้ชาย (male gaze) ออกมาบนหน้ากระดาษ และยังวิจารณ์สื่อ วงการแฟชั่น และการโฆษณาที่ทำลายความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเองของผู้หญิงได้อย่างเจ็บแสบสะเทือนอารมณ์ Hunger จะปลุกให้ผู้หญิงทุกคนกระหายที่จะเรียกร้องความยุติธรรมในฐานะเหยื่อความคาดหวังของสังคม

The House on Mango Street by Sandra Cisneros (1983 )

Trigger warnings: Domestic violence, Sexual assault

Synopsis: ‘เอสเปแรนซา’ เด็กหญิงชาวเม็กซิกัน-อเมริกันและครอบครัวย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ในชุมชนแออัดของชาวลาตินในชิคาโก เอสเปแรนซาไม่ชอบบ้านเล็ก ๆ เก่าโทรมของเธอ และอับอายที่ครอบครัวยากจน เธอใฝ่ฝันที่จะหนีไป และมีบ้านเป็นของตนเอง ระหว่างอยู่ที่นี่ เอสเปแรนซาคอยสังเกต และรับรู้ชีวิตของเพื่อนบ้านรอบข้างที่ต่างก็ยากจน และมีผู้ชายคอยบงการ เมื่อเอสเปแรนซาเริ่มโตขึ้นและประสบเรื่องสะเทือนใจ การเขียนกลอนก็กลายเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจ และมอบอิสรภาพให้กับเธอ

The House on Mango Street คือหนังสือสุดคลาสสิกในหลาย ๆ ชั้นเรียน เนื้อหาแบ่งออกเป็นบทสั้น ๆ เล่าผ่านมุมมองของเอสเปแรนซาที่ต้องอยู่กับความไม่เท่าเทียมไม่ว่าจะทางเชื้อชาติ ฐานะ หรือว่าเพศสภาพ เธอเห็นผู้หญิงในละแวกของถนนแมงโกสตรีทรวมถึงตัวเธอเองถูกพ่อ สามี หรือผู้ชายคนอื่น ๆ ทำร้ายร่างกายจนชินตา มีเพียงความงดงามของตัวอักษรที่จุดประกายความหวังให้เอสเปแรนสู้ต่อไป หนังสือเล่มนี้เขียนด้วยภาษาเด็ก ๆ ที่สื่อภาพชัดชวนสะท้านใจ ราวกับได้หลุดเข้าไปในชุมชนแมงโกสตรีทที่เฝ้ารอให้คนอย่างเอสเปแรนซาลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลง

It’s Not About the Burqa by Mariam Khan ( 2019 )

Synopsis: เรื่องราวของผู้หญิงมุสลิมมักถูกเล่าผ่านมุมมองของคนกลุ่มอื่น มาเรียม ข่าน จึงรวบรวมเรียงความที่เขียนโดยผู้หญิงมุสลิมในโลกตะวันตกทั้ง 17 คนเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตจริงของพวกเธอที่มีหลากหลายมิติมากกว่าที่สื่อนำเสนอมากนัก หนังสือเรื่องนี้ชวนถกประเด็นน่าสนใจอย่างการสวมฮิญาบ ความรัก การหย่าร้าง เฟมินิสม์ อัตลักษณ์ความเป็นเควียร์ เซ็กส์ และอีกมากมายที่หลายคนไม่เคยได้ยินจากปากพวกเธอ

It’s Not About the Burqa พูดถึงหัวข้อร่วมสมัยเหล่านี้ชนิดเปิดอกระบาย งานเขียนแต่ละชิ้นโดดเด่นด้วยโทนเสียงที่หลากหลาย บางครั้งตลกขบขัน บางครั้งเศร้าโศก แตกต่างไปตามสไตล์ของผู้เขียนแต่ละคน ทั้งยังจิกกัดวิพากษ์วิจารณ์โลกของคนผิวขาวที่กดทับพวกเธอซ้ำอีกไม่ว่าจะเป็นผลิตซ้ำภาพจำเดิม ๆ ของผู้หญิงมุสลิม หรือโลกชายเป็นใหญ่ที่ยังผลักภาระการเป็น ‘ทาสในบ้าน’ ให้ภรรยามุสลิมของพวกเขาโดยไม่ให้ปริปากขัดขืน หนังสือเล่มนี้ประกาศให้รู้ว่าผู้หญิงมุสลิมกำลังต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และต้องการนำเสนอเรื่องราวของพวกเธอด้วยตัวเธอเอง

“I Will Not Be Erased”: Our stories about growing up as people of colour by gal-dem (2019)

Synopsis: หนังสือที่ตีพิมพ์โดยนิตยสาร gal-dem เล่มนี้รวบรวมเรื่องราวจากนักเขียนทั้ง 14 คนที่เปิดใจแชร์ช่วงชีวิตวัยรุ่นว่าผ่านอะไรมาบ้างไม่ว่าจะในฐานะผู้หญิง คนผิวสี หรือนอนไบนารี่ มุ่งส่งต่อบทเรียน และมุมมองที่เข้าอกเข้าใจให้กับผู้อ่านหรือแม้แต่ตัวนักเขียนในอดีตเอง เนื้อหาครอบคลุมประเด็นกว้างขวางทั้งเพศสภาพ เพศสัมพันธ์และความรัก การเหยียดเชื้อชาติ การใช้สารเสพติด การกลั่นแกล้งรังแก และอื่น ๆ ที่ถูกมองเป็นหัวข้อต้องห้าม
ความน่าสนใจของ I Will Not Be Erased คือแก่นสารที่ชัดเจนและเปี่ยมพลังบวก มีประโยชน์ และมีความหมายต่อวัยรุ่นที่อาจจะเป็นผู้หญิง คนผิวสี หรือเควียร์ที่ยังเคว้งคว้าง และค้นหาตนเอง ในเล่มมีไดอารี่ กลอน และสารพัดช่วงเวลาสุขเศร้าเหงารักของบรรดานักเขียนที่ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้อ่านเพลิดเพลินจนวางไม่ลง แต่จะทำให้ทุกคนได้มองโลกใบนี้ผ่านแววตาของผู้ที่รู้สึกว่าตน ‘แตกต่าง’ และเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

The Black Flamingo by Dean Atta (2019)

Synopsis: ‘ไมเคิล’ เป็นเด็กหนุ่มลูกครึ่งจาไมกา และกรีก-ไซปรัส เขารู้ว่าตนเองไม่เหมือนคนอื่น ๆ ในสังคมลอนดอนเพราะเป็นคนผิวสี และรักการเล่นบาร์บี้ และร้องเพลงแต่เด็ก ยิ่งโตไมเคิลก็ยิ่งสับสนในอัตลักษณ์ตนเองที่ดูครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่เข้าพวก จึงต้องพยายามค้นหา และทำความเข้าใจว่าเขาเป็นใคร และต้องการอะไร เมื่อเข้ามหาลัย และได้รู้จักกับสังคมแดร็กควีน ไมเคิลถึงรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของอะไรสักอย่าง และค้นพบความพิเศษในตนเองในที่สุด

The Black Flamingo มีเสน่ห์ด้วยลักษณะการเล่าเรื่องเป็นกลอนเปล่าไม่มีข้อกำหนดตายตัว (free verse) ที่ทำให้เห็นทักษะการเรียงร้อยถ้อยคำอันสวยงามกินใจของผู้เขียน ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังสือที่อ่านง่าย อ่านสนุก แต่ยังสำรวจการก้าวผ่านวัยและการแสวงหาพื้นที่ๆ เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ของเควียร์ผิวสี ตลอดทั้งเรื่องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัยเยาว์ที่ต้องเผชิญทั้งความรัก การกลั่นแกล้ง ความผิดหวังและมิตรภาพทั้งใน และนอกชุมชนเควียร์ เรื่องราวของไมเคิลที่มีความกล้าและมั่นใจจากการแต่งแดร็กจะทำให้ใครก็ตามที่อ่านหันมาภาคภูมิใจในตนเองมากกว่าขึ้นกว่าที่เคย

Revolting Prostitutes: The Fight for Sex Workers’ Rights by Molly Smith, Juno Mac (2018)

Synopsis: หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ประเด็นร้อนอย่างสิทธิผู้ค้าบริการทางเพศ โดยเปรียบเทียบกฎหมายที่ควบคุมการค้าบริการในประเทศต่าง ๆ และผลที่เกิดขึ้นโดยตรงกับผู้ค้าบริการ มีการเชื่อมโยงประเด็นเข้ากับทฤษฎี เช่นสตรีนิยมแบบมาร์กซิสต์ (Marxist Feminism) เพื่อให้เห็นความจำเป็นของผู้หญิงที่ต้องค้าบริการ และปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อไม่มีกฎหมายมารับรองความปลอดภัยของผู้ค้าบริการ นำไปสู่ข้อสรุปที่ว่าผู้ค้าบริการควรได้รับการคุ้มครองสิทธิ และการดูแลจากภาครัฐ

Revolting Prostitutes เขียนโดยสมิธ และแมคซึ่งเป็นผู้ค้าบริการจริง ๆ และเรียบเรียงทั้งข้อมูล ทฤษฎี กฎหมาย และประสบการณ์ตรงเข้าด้วยกันเพื่อประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าผู้ค้าบริการทางเพศที่ถูกมองข้ามได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างไรบ้าง พวกเธอคำนึงถึงทุกปัญหา ทั้งการออกกฎหมายที่ไม่ตอบโจทย์ เฟมินิสต์ที่ต่อต้านอย่างสุดโต่ง และโครงสร้างทุนนิยมที่บีบบังคับให้หลายคนยึดอาชีพนี้ จึงถือเป็นหนังสือที่ควรอ่านอย่างยิ่งเพื่อรับฟังเสียงเรียกร้องของผู้ที่สังคมผลักไส โดยเฉพาะผู้ค้าบริการชายขอบไม่ว่าจะเป็นผู้อพยพ หญิงผิวสี หรือผู้หญิงข้ามเพศที่ไม่มีทางเลือกด้วย

Little & Lion by Brandy Colbert (2017)

Synopsis: ‘ซูเซตต์’ เด็กสาวผิวดำกลับมาบ้านที่ลอสแอนเจลิสในช่วงซัมเมอร์หลังถูกส่งตัวไปเรียนโรงเรียนประจำ เธอพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่เคยสนิทแนบแน่นกับ ‘ไลโอเนล’ พี่ชายต่างพ่อที่ป่วยเป็นโรคสองบุคลิก และขณะเดียวกันก็สับสนกับความรู้สึก และเพศวิถีของตนเองเมื่อเธอตกหลุมรักทั้งเพื่อนหนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-แอฟริกันอเมริกัน และ ‘ราฟาเอลา’ สาวแพนเซกชวลชาวลาตินพราวเสน่ห์ผู้ที่พี่ชายของเธอเองก็หลงรัก

Little & Lion คือหนังสือที่เชิดชูความแตกต่างหลากหลายอย่างแท้จริง ตัวละครมีทั้งคนผิวขาว คนผิวดำ คนผิวสี มีทั้งคนที่รักเพศตรงข้าม คนที่รักเพศเดียวกัน ไบเซกชวล แพนเซกชวล มีตัวละครที่ป่วยเป็นไบโพล่าร์ที่สำคัญกับเรื่อง และผ่านการนำเสนอที่รอบคอบละเอียดอ่อน นิยายอบอุ่นมีชีวิตมีชีวาเล่มนี้ยังสะท้อนภาพของครอบครัวที่พยายามจะทำความเข้าใจ และดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุด โดยที่บางครั้งนั่นหมายถึงการทำผิดพลาด และเรียนรู้ไปด้วยกัน ผู้อ่านจะได้เดินทางก้าวผ่านวัยไปพร้อมๆ กับซูเซตต์ผู้ที่พยายามจะรักษาสมดุลระหว่างความรัก ครอบครัว และตัวตนของเธอเอง

Convenience Store Woman by Sayaka Murata (2018)

Synopsis: ‘ฟุรุคุระ เคโกะ’ หญิงสาววัย 36 ปีใช้ชีวิตเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อมา 18 ปีแล้วและยังไม่หางานที่มั่นคง เพราะเธอนั้นรักและมีความสุขดีกับการทำงานร้านสะดวกซื้อ เธอถูกมองเป็นตัวประหลาดมาตั้งแต่เด็กเพราะเธอมีความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ เมื่อโตมาก็ไม่ต้องการความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเหมือนใคร เคโกะรู้สึกว่า ‘ความปกติ’ ที่ตัวเองปั้นแต่งมานานเริ่มสั่นคลอนเมื่อ ‘ชิราฮะ’ ชายที่กำลังหาคู่เข้ามาในชีวิตเธอ และบอกว่าเธอ ‘ผิดปกติ’ ในสายตาคนทั่วไปอย่างไร

นิยายที่คว้ารางวัล Akutagawa Prize มาแล้วเล่มนี้ตั้งคำถามกับเส้นแบ่งระหว่าง ‘ความปกติ’ และ ‘ไม่ปกติ’ ในสังคมญี่ปุ่น โดยนำเสนอผ่านสายตาผู้หญิงชนชั้นแรงงานอายุย่างเข้าวัยกลางคนที่พยายามจะเลียนแบบคนอื่น ๆ ให้ตนเองกลมกลืนไปด้วย มุมมองความคิดของเคโกะแปลกใหม่ น่าค้นหา หลายครั้งที่มีตรรกะน่าคิดตามว่าทำไมมนุษย์จึงทำแบบนั้นแบบนี้ การถูกตัดสินและรังเกียจที่เคโกะต้องเผชิญเองก็แสดงถึงความเป็นปิตาธิปไตย และความเป็นชายเป็นพิษอันเข้มข้นในญี่ปุ่น ที่คอยกีดกันผู้หญิงที่ไม่แต่งงานสร้างครอบครัว และไม่มีความรักให้ดูเป็นตัวประหลาด และไร้คุณค่า บีบให้เคโกะต้องเลือกระหว่างสิ่งที่เธอต้องการจริง ๆ และการยอมรับจากสังคม

#Intersexuality #Books

Content by Sorawee Pitipongpakdee
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่น ๆ: https://bit.ly/3hhRUz
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน