Political Depression วิเคราะห์ความเครียด จากความเกรี้ยวโกรธและสิ้นหวังทางการเมือง

- Advertisement -

ในห้วงเวลานี้ ที่โลกการเมืองเต็มไปด้วยความอยุติธรรม เพื่อนมนุษย์ถูกเข่นฆ่าด้วยอำนาจอันกดทับ ความเครียด ความแค้น ความโกรธ ความอยากประณาม การเครียดจากการเมือง มันคงเป็นเรื่องที่ควรจะปกติเสียมากกว่าการทำตัวไม่รู้สีรู้สา แล้วแกล้งว่าไม่มีใครเป็นอะไร

จากเหตุการณ์เมื่อวันก่อน #ม็อบ28มีนา หรือ #หมู่บ้านทะลุฟ้า มีประชาชนถูกจับไปกว่า 99 คน รวมทั้ง เหตุการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าที่ทวีความรุนแรง โหดร้ายทารุณขึ้นเรื่อย ๆ เป็นอีกครั้งที่สภาวะการณ์ทางการเมืองคงสร้างความกดดันทางจิตใจให้กับใครหลาย ๆ คน ที่เชื่อมั่นในความยุติธรรม ก่อให้เกิดภาวะความเครียดจากการเมืองที่เป็นผลจากความกังวลถึงความเป็นอยู่ ความกลัว ความหวาดระแวงอยู่เป็นเนืองนิตย์

SPECTROSCOPE: Political Depression วิเคราะห์ความเครียด จากความเกรี้ยวโกรธและสิ้นหวังทางการเมือง


ในอเมริกาเมื่อปี 2016 เมื่อผลการเลือกตั้ง คือ โดนัล ทรัมป์ ชนะ ฮิลลาลี คลินตัน ทำให้ชาวอเมริกันหลาย ๆ คนเกิดความวิตกกังวลว่าจะเกิดยุคที่เลวร้ายที่สุดของประเทศนี้ โดยผลสำรวจของสมาคมจิตวิทยาอเมริกันในช่วงการเลือกตั้งของอเมริกาต่อมาในปี 2020 นั้นพบว่า มีผู้ใหญ่กว่า 70% มีระดับความเครียดที่พุ่งสูงขึ้น ในตอนนั้นเองที่ทำให้คำว่า ‘Political Depression’ ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในสื่อหลักของอเมริกาและอีกหลาย ๆ ประเทศ

ภาวะเครียดทางการเมือง (Political Stress Syndrome หรือ PSS) คืออาการและกังวลที่มีเหตุมาจากการเมืองของผู้ที่มีจุดยืนเอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะนำพาไปสู่อาการซึมเศร้า (Political Depression) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ ทำให้เกิดความดันสูงกว่าปกติ มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลง การนอนหลับไม่เป็นเวลา อารมณ์ที่รุนแรงและแปรปรวน ไปจนถึงผลกระทบต่อการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว

‘Anticipatory Anxiety’ – หรือความกังวลและตื่นตัวต่อเหตุการณ์ในอนาคต เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของความเครียดและอาการซึมเศร้า นั่นคือความกังวลที่มาจากคาดการณ์ความเลวร้ายของสถานการณ์ทางการเมืองที่ดูมีแนวโน้มที่จะเลวร้ายขึ้นมากกว่าเดิม เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ทำงานใกล้ชิดกับการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักเคลื่อนไหว ผู้เข้าร่วมชุมนุมต่าง ๆ รวมไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อมทางเศรษฐกิจและการงาน

ผู้ชุมนุม นักการเมือง หรือนักเคลื่อนไหว ที่เคยเผชิญกับความรุนแรงโดยตรง ไม่ว่าจะระหว่างการชุมนุม จากการคนใกล้ตัวหรือเพื่อนร่วมงานที่โดนจับกุมไปเรื่อย ๆ ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีอาการบอบช้ำจากเหตุการณ์เก่าที่ตกค้างอยู่ ผนวกรวมกับความรู้สึกที่ต้องแอคทีฟและตั้งรับสถานกาณ์ต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา นั้นส่งผลออกมาเป็นความเครียด กังวล และความหวาดกลัว หวาดระแวงในระยะยาว โดยคนรอบตัวบุคคลเหล่านี้ควรพยายามทำความเข้าใจและหมั่นให้กำลังใจกันและกัน

‘Approach – Approach Conflict’ – หมายถึงความขัดแย้งต่อตนเองที่เกิดขึ้นเมื่อเป้าหมายที่เราปรารถนาและให้คุณค่าทั้งสองอย่างนั้นไม่ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างในสถานการณ์การเมืองตอนนี้ ประเด็นเรื่อง ‘ความเห็นต่างทางครอบครัวและคนใกล้ตัว’ กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกพูดถึงนับหลายต่อหลายครั้ง ยกตัวอย่างจากสถิติของกรมสุขภาพจิต (สายด่วน 1323) ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมปี 2562 นั้นมีสายที่โทรมาด้วยเหตุจากการเมือง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 68% โดยส่วนใหญ่นั้นเกิดความเครียดจากการมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางการเมืองระหว่างคนในครอบครัว คนในที่ทำงาน และคนรอบตัว

ในการณีนี้ ‘การต่อสู้ยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม’ และ ‘การรักษาไว้ซึ่งคนใกล้ตัว’ เป็นเป้าหมายสองสิ่งที่ขัดแย้งกัน เมื่อคนที่ใกล้ตัวที่เรารักมีอุดมณ์การณ์ที่ ‘ยอมรับไม่ได้’ สำหรับเรา ‘การตีกันของอุดมการณ์และความสัมพันธ์’ และ ‘ความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างทรมาน’ ก็เกิดขึ้นโดยปริยาย ซึ่งบางคนอาจเลือกที่จะทนอึดอัด คับค้องใจ ไม่แสดงออกเพื่อลดการปะทะ ในขณะที่บางคนที่เลือกจะปะทะและแสดงความคิดเห็น ก็ต้องเผชิญกับความแตกหักรุนแรงที่อาจจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ในหลาย ๆ ครั้งก็เหมือนกับว่า ที่พึ่งทางใจ หรือคนที่สนิทใจที่เคยมีนั้นได้หายไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหนึ่งอยู่ในสถานะที่ยังต้องพึ่งพาอีกฝั่งหนึ่งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในทางการเงินหรือทางการปกครอง (ในกรณีของผู้เยาว์)

‘Kafkaesque เขาวงกตแห่งความสิ้นหวัง’ – ในงานเขียนของนักเขียนชื่อดังอย่าง ‘Frank karfka’ นั้นมักจะพูดถึงความผิดปกติของระบบปกครองที่ค่อย ๆ ซึมแทรกเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา รวมไปถึงการค้นหาจุดยืนระหว่างอำนาจและความเป็นปัจเจกบุคคล จนกลายมาเป็นคำนิยาม ‘Kafkaesque’ (คาฟคาเอส) ที่หมายถึงความรู้สึก งงงวย พิศวง สิ้นหวัง เหนื่อยหน่าย และซึมเศร้า ซึ่งเป็นความรู้สึกที่สะท้อนออกมาจากงานเขียนของคาฟคา

ในระบบปกครองของไทยที่ดูเหมือนจะกลายเป็นเผด็จการทุนนิยมอยู่เนือง ๆ ขั้วอำนาจต่าง ๆ ล้วนทับซ้อนกันอยู่ ความพิลึกพิลั่นของระบบการบริหาร ปมปัญหา และความรุนแรงแอบซ่อน ที่ยุ่งยากเหมือนกับเขาวงกตที่ไม่สามารถหาต้นตอทางออกได้นี่แหละ ล้วนสร้างความรู้สึกแบบคาฟคาเอส ที่ส่งผลในทุก ๆ แง่มุมของการใช้ชีวิต เพราะมันค่อย ๆ ทำให้เรารู้สึกว่า เรากำลังถอยหลังหลงเข้าไปสู่ระบบที่ต้องสู้แบบไม่มีจุดหมายและไม่มีความหวัง ซึ่งสั่งสมความเครียด ความเคืองแค้น ความหดหู่ และปิดประตูการมองเห็นความน่าจะเป็นใหม่ ๆ เอาไว้

แต่ท้ายที่สุดแล้วคาฟคาอาจจะต้องการบอกเราว่า นี่คือสังคมที่เราทุกคนสร้าง จงอย่าหลง และจมหายไปกับความไม่ยุติธรรมและระบบที่บิดเบี้ยวจากคนกลุ่มหนึ่ง ความเครียด ความโกรธแค้น ความเศร้าซึม นี่แหละที่เป็นตัวที่บ่งบอกว่าเรายังเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์ และกำลังมาถูกทางมากกว่าการอยู่อย่างนิ่งเฉย เพิกเฉยต่อความรุนแรงและความเลวร้ายที่เกิดขึ้น โดยไม่วิตกกังวลหรือตื่นตัวอะไรเลย จงให้กำลังใจต่อกันและกันและเชื่อมั่นต่อไป

#โปรดเครียดแค้นในความอยุติธรรมไปด้วยกัน

Content by Panita S, Kantapong Chiewpimolporn
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
PsychologyToday: https://bit.ly/3cvhtwB
ResearchGate: https://bit.ly/3tVrr0m
ReThinkThailand: https://bit.ly/3sssuo9
Thaipbs: https://bit.ly/3swC7lS
TED-ed: https://bit.ly/3sz1OlM
ภาพ: nbcnews
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/
กันตพงศ์ เชี่ยวพิมลพร
กันตพงศ์ เชี่ยวพิมลพร
นักหาทำอันดับหนึ่งที่คิดว่าจะยังคงหาทำต่อไปและตามหาตัวเองไปเรื่อยๆ เชื่อว่าเสียงของทุกคนมีความหมาย(วะวะว๊าว) เวลาว่างชอบทำตัวให้ไม่ว่าง(แฮ่)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer