5 เรื่องที่เราควรเข้าใจใหม่ ในตัวตนของ Non-Binary จากหนังสือชื่อดัง ‘Beyond The Gender Binary’ แปลโดยสนพ.ซอย ฉลองให้แก่ “ความลื่นไหลที่ผลิบาน”

- Advertisement -

ในโลกที่เพศไม่ได้ถูกจำกัดกรอบแค่สองอย่างอีกต่อไป คำว่า “Non-Bianry” จึงเริ่มกลายเป็นศัพท์ที่หนาหูมากขึ้น โดยคำว่า “Bi” มาจากภาษาละตินที่แปลว่า สอง ฉะนั้น “Binary” จึงหมายถึง “สองขั้ว” ใช้อธิบายถึงสองสิ่งซึ่งบ่อยครั้งมักจะถูกจับให้อยู่ในขั้วตรงกันข้ามกัน (Binary Opposition)

เมื่อผนวก “Binary” เข้าคู่กับคำว่า “Non” ซึ่งแปลว่า ไม่ ก็จะควบรวมได้หมายถึง “การไม่ฝักใฝ่หรือนิยามว่าตนเป็นเพศหญิงหรือชายแต่อย่างใด” อย่างไรก็ตาม ถึงแม้หลายคนจะรู้จักคำนี้แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า เรื่องการไม่ฝักใฝ่ในอัตลักษณ์ทางเพศนี้ก็ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เข้าใจและตั้งคำถามถึงอยู่ดี

วันนี้ เราจะเผยถึง 5 ความเข้าใจผิดลำดับต้น ๆ เกี่ยวกับ Non-Binary อ้างอิงมาจากหนังสือ “Beyond the Gender Binary” หรือ “แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน ” ของ ‘Alok Vaid Menon’ ซึ่งเป็นผลงานการแปลของ ‘มุกดาภา ยั่งยืนภราดร’ บรรณาธิการจากสำนักพิมพ์ Soi 

พิเศษไปกว่านั้น ต้องขอขอบคุณทางสำนักพิมพ์ Soi ที่ใจดีส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ทางสเปกตรัมถึง 5 เล่มด้วยกัน วันนี้เราเลยมีกิจกรรมให้ทุกคนได้เข้าร่วม กติกาง่าย ๆ เพียงแค่แชร์โพสต์นี้ พร้อมตอบคำถาม “ระบบเพศแบบไบนารี่ ส่งผล หรือทำร้ายคุณอย่างไรบ้าง?” แล้วแคปรูปที่แชร์โพสต์มาคอมเมนต์ที่โพสต์นี้ ใครตอบโดนใจที่สุด 5 คน จะได้รับไปหนังสือ ‘Beyond the Gender Binary’ ฟรีไปเลยหนึ่งเล่มต่อหนึ่งคน โดยสามารถร่วมสนุกกันได้วันนี้ถึงวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2021 โดยจะประกาศรายชื่อคนที่ได้รับ 11 เมษายน 2021 (เปิดคอมเมนต์เป็นสาธารณะด้วยนะ)


Non-Binary ≠ สับสนทางเพศ

หลายคนอาจเชื่อว่าการไม่เลือกนิยามตัวเองว่าเป็นหญิงหรือเป็นชายเลย ก็คงมีสาเหตุมาจากความสับสนในใจ หรือยังแค่ไม่รู้ตัวว่าจะไปในทิศทางใด อย่างหนึ่งในคำพูดของดาราดังท่านหนึ่งที่กำลังเป็นกระแสก็คือ “พวกนี้ยังเลือกไม่ได้ว่าจะเป็นอะไร”

แท้ที่จริงแล้ว เราทุกคนอาจต้องเริ่มทำความเข้าใจก่อนว่า เราไม่มีสิทธิ์ไปชี้นิ้วบอกใครว่าคนนั้นคนนี้สับสนหรือไม่สับสน ตราบเท่าที่เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หรือสภาวะเดียวกันกับบุคคลนั้น ก็ไม่มีทางเลยที่เราจะเข้าใจคนคนนั้นได้อย่างถ่องแท้

- Advertisement -

นอกจากนี้ เรื่องการแบ่งแยกเพศให้เป็นชายและหญิงต่างหากที่เป็นเรื่องแปลกใหม่ เพราะพึ่งมีมาเมื่อศตวรรษที่ 17 เท่านั้น การไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งอย่างชัดเจนไม่ได้เกิดจากความสับสนที่ควรแก่การประณามแต่อย่างใด แต่การไม่พยายามทำความเข้าใจผู้อื่นต่างหากที่ควรถูกก่นด่า

Non-Binary ≠ ต้องคู่กับ Non-Binary เท่านั้น

หลายคนคงจะเคยเห็นข่าวผู้หญิงข้ามเพศที่ยังคงมีแรงดึงดูดทางเพศต่อผู้หญิง (ซึ่งเรียกว่า Trans Lesbian) เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ก็เนื่องมาจากว่า การนิยามตัวเองว่าเป็นอะไรนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแรงดึงดูดทางเพศแต่อย่างใด

ฉะนั้นแล้ว เมื่อเข้าใจแบบนี้ ก็จะเข้าใจได้ว่า การที่นอนไบนารี่จะดึงดูดกับใครนั้นก็ตามแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลย บางคนอาจจะดึงดูดกับบุคคลที่มีลักษณะความเป็นชาย ในขณะที่บางคนอาจดึงดูดกับบุคคลที่มีลักษณะความเป็นหญิง หรือบางคนอาจจะเป็นทั้งนอนไบนารี ทั้งอเซ็กชวล (“Asexual” คือไม่มีแรงดึงดูดทางเพศหรือมีน้อยมาก)

เรื่องของแรงดึงดูดทางเพศก็ยังเป็นเรื่องที่พูดได้ยากว่าเกิดมาจากสาเหตุใด ทำไมคนคนหนึ่งถึงชอบผู้ชาย บางคนถึงชอบผู้หญิง แต่ไม่ว่าจะรัก จะชอบใคร ก็ขอให้ทุกคนเคารพและอย่าก้าวก่ายในความเป็นส่วนตัวของกันและกันก็พอ

Non-Binary ≠ ใช้สรรพนาม They/Them pronoun เท่านั้น

ต้องท้าวความก่อนว่า สรรพนาม “They/Them” นั้นถูกนำมาใช้ก็เนื่องจาก “ความไม่ระบุเพศ” ในสรรพนามดังกล่าว และเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด นอนไบนารี่บางคนจึงเลือกที่จะใช้สรรพนามนี้เพื่อระบุตัวตนของบุคคลนั้นนั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นอนไบนารี่ทุกคนจะสะดวกใจและยินยอมให้ผู้อื่นใช้สรรพนามนี้แทนตนได้ เช่นเดียวกันกับที่ ‘Darkwah’ ศิลปินนอนไบนารี่ชาวอเมริกันได้กล่าวไว้ การเอ่ยถามกันเรื่องสรรพนามควรเป็นสิ่งที่ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ (Normalise) เฉกเช่นเดียวกันกับการถามว่า สบายดีไหม?

อย่าให้การเหมารวม (Stereotype) มาทำให้ใครต้องรู้สึกแย่เนื่องจากโดนเรียกด้วยสรรพนามที่ไม่ใช่ตัวตนของบุคคลนั้น ๆ และก็คงไม่เป็นที่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร หากจะต้องเอ่ยถามก่อนว่าบุคคลที่จะร่วมสนทนาด้วย ต้องการให้ใช้สรรพนามใด เราทุกคนสามารถแสดงความเคารพกันได้ก็ด้วยเรื่องง่าย ๆ เช่นนี้

หากสนใจ อยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สรรพนาม สามารถอ่านการรณรงค์ “Call Me By My Pronoun” ของ Darkwah ได้ที่: https://bit.ly/3rJHU6c

Non-Binary ≠ ต้องดู Androgynous

การแต่งตัวก็เป็นอีกเรื่องที่นอนไบนารี่ถูกคาดหวังให้มีลักษณะ “กึ่งหญิง-กึ่งชาย” หรือ “Androgynous” อยู่ตลอดเวลา คนที่เข้าใจเช่นนี้ขาดทั้งความเข้าใจในเรื่องตัวตน รวมไปถึงขาดความเข้าใจในเรื่องการตลาดเป็นอย่างมาก

ที่กล่าวเช่นนี้ ก็เนื่องจากว่า ประการแรกสุด แม้ตัวตนของบุคคลหนึ่งหนึ่งนั้นจะเป็นอย่างไร เขาหรือเธอ (หรืออาจจะไม่ได้ใข้สรรพนามใดสรรพนามหนี่งในนี้ด้วยซ้ำ) ก็เป็นผู้เดียวที่มีสิทธิ์อย่างเต็มเปี่ยมในเนื้อตัวและร่างกายของตน หากบุคคลนั้นจะแต่งตัว “แมน” หรือ “สาว” อย่างไร นั่นก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่มีวันจะเข้าใจเนื้อแท้และตัวตนใครได้เพียงแค่จากการแต่งตัวและรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

ประการที่สอง การแบ่งแยกสินค้าด้วยเพศ (to gender ที่เป็นกริยา) นั้นเป็นหนึ่งในวิธีการดึงดูดลูกค้าที่พยายาม “เสนอ” สินค้าที่เหมาะกับเพศใดเพศหนึ่งมากกว่า คำถามก็คือ แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เหมาะกับเพศใด? เสื้อผ้าสีชมพูถูกกำหนดว่าเหมาะกับเด็กผู้หญิง เสื้อผ้าสีฟ้าเหมาะกับเด็กผู้ชาย รวมไปถึงการสร้างเสื้อผ้าแบบกึ่งชายกึ่งหญิงนั้นก็มีที่มาเพื่อครอบคลุมการขายให้ทุกเพศ เป็นอีกหนึ่งวิธีการ “ขาย” ให้ได้ลูกค้ามากขึ้น

ซึ่งเมื่อย้อนกลับมาถึงจุดแรก ก็จะพบว่า “ไม่มีเสื้อผ้าหรือวัตถุใดมีเพศตั้งแต่ต้น มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่พยายามกำหนดเพศให้สิ่งของเหล่านี้” ฉะนั้นแล้ว หากทำความเข้าใจว่า การแยกสินค้าตามเพศนั้นก็เป็นเพียงเพื่อการเพิ่มยอดขายได้ ก็จะไม่คาดหวังว่าใครควรจะใส่แบบใด และไม่ตกไปในหลุมพรางของ “นายทุน”

ถ้าใครอยากจะแต่งตัวอะไร นั่นก็เพราะว่าบุคคลนั้น ๆ อยากแต่ง ไม่ใช่ว่าบุคคลต้องยึดติดกับเสื้อผ้าเพียงชนิดเดียวจึงจะบอกเพศได้แต่อย่างใด

Non-Binary ≠ เรียกร้องความสนใจ

นี่คือหนึ่งในคำกล่าวหาที่ได้ยินบ่อยและร้ายแรงที่สุดต่อชุมชนนอนไบนารี่ หากลองคิดให้ดีแล้ว ถ้าเลือกได้ ใครจะอยากเรียกร้องความสนใจในแบบที่โดนก่นด่าอยู่ตลอดเวลา ใครจะอยากได้รับความสนใจที่มาพร้อมกับสายตาแห่งความไม่เข้าใจและลงท้ายด้วยความเกลียดชัง

ข้อมูลจากหนังสือเรื่อง “แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน” เผยให้เห็นว่า งานวิจัยเมื่อปี 2015 ได้แสดงข้อมูลว่า 30% ของคนข้ามเพศและกลุ่มคนที่ปฏิเสธบรรทัดฐานความเป็นหญิงหรือชาย (Nonconforming) ต้องเจอกับปัญหาการกีดกันทางเพศในที่ทำงาน และ 1 ใน 3 มีแนวโน้มจะตกงานมากกว่าคนทั่วไป

ข้อมูลนี้เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มคนตรงเพศที่ชอบเพศตรงกันข้าม (Cis Hetero) นั้นมีอภิสิทธิ์ (Privilege) มากกว่ากลุ่มคนที่เหลือเพียงใด เนื่องจากไม่ต้องเจอกับปัญหาเดียวกันในระดับเท่ากัน และถ้าหากไม่พูดไปว่าเป็นนอนไบนารี ก็ไม่มีใครรู้ว่าบุคคลนั้นเป็นนอนไบนารี่ ฉะนั้น การเอ่ยปากบอกใครสักคนว่าเป็นนอนไบนารี่ ก็คือบุคคลนั้นต้องเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนแล้ว คงไม่มีใครอยากอยู่ในที่นั่งลำบากเพียงแค่เพราะจะได้รับ “ความสนใจ” หรอก

#BeyondTheGenderBinary
#AlokVaidMenon #GenderBinary
#FightForEquality

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่น ๆ: https://bit.ly/3hhRUzp
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
ปณต ศรีนวล
ปณต ศรีนวล
ไม่ใช่นักเขียนประจำแต่เป็นนักคิดประจำที่เขียนบ้างบางครั้งเมื่องานประจำไม่ข้องแวะเวียน ไม่กินอาหารตะวันตกแต่ถ้าหลังตะวันตกก็ยังกินอาหารได้อยู่ ไม่ฝักใฝ่อำนาจนิยมเพราะสิ่งที่นิยมคือไม่ฝักใฝ่ในอำนาจ (she/her)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer