เทศกาลดนตรีกลับมาใหม่ใน UK แต่ไลน์อัพนั้นแทบไม่มีศิลปินหญิง The Guardian รายงานถึง ‘นักดนตรีหญิงยังมีพื้นที่น้อยกว่า’ และชวนคุยต่อถึงประเด็น “การกีดกันทางเพศ” ในวงการเพลง

- Advertisement -

ประเทศอังกฤษเริ่มกลับมาจัดเทศกาลดนตรีอีกครั้ง โดยหลายงานประกาศไลน์อัพศิลปินเรียบร้อย แต่จากการสำรวจงานเทศกาลดนตรี 31 งานของ ‘The Guardian’ พบว่าในไลน์อัพส่วนใหญ่นั้นเต็มไปด้วยผู้ชาย โดยมีนักดนตรีที่ได้งานแสดงเยอะสุดคือ ‘Liam Gallagher’ ‘Snow Patrol’ ‘David Guetta’ and Duran Duran’ และ ‘Isle of Wight’

โดยเดอะ การ์เดียนได้ยกตัวอย่างคร่าวๆ มา เช่น เทศกาลเต้น ‘Creamfields’ ที่มีผู้ชายอยู่ในไลน์อัพถึง 91% เทศกาลดนตรีอินดี้ ‘Victorius’ และเทศกาลดนตรีเมทัล ‘Slam Dunk’ และ ‘Bloodstock’ มีผู้ชายเล่นเกิน 80% และอีกหลายๆ เทศกาลมีไลน์อัพเป็นนักดนตรีชายมากกว่า 60%

“นี่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เลย หลังจากหนึ่งปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ผู้หญิงและกลุ่มชายขอบต่างๆ กำลังถูกกีดกันอีกครั้ง นี่คือการกีดกันที่ชัดเจนและความเป็นจริงที่ว่าบางเทศกาลดนตรีไม่ได้ใส่ใจและรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เป็นส่ิงที่ควรจะรับผิดชอบ” – ‘Maxie Gedge’ ผู้จัดการโครงการ ‘Keychange’ โครงการที่ตั้งเป้าหมายให้งานเทศกาลดนตรีเปิดพื้นที่กับผู้หญิงและกลุ่มความหลากหลายทางเพศให้ถึง 50% ในสหราชอาณาจักร

‘Kendal Calling’ เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ลงนามร่วมโครงการ ‘Keychange’ ตั้งแต่ปี 2018 และมีความพยายามในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศทุกปี เริ่มจากปี 2016 ที่มีนักดนตรีหญิงเพียง 14 % ในไลน์อัพ จนกระทั่งงานเทศกาลปี 2020 หากไม่ถูกยกเลิกไปเสียก่อนก็อาจมีไลน์อัพเป็นนักดนตรีหญิงถึง 40% โดย ‘Emma Zillman’ ผู้จัดมองว่าปัญหามันมีหลายอย่างมากไปกว่าการกล่าวว่าเทศกาลไม่ได้พยายามทำให้ตัวแทนเพศอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

“จำนวนศิลปินที่เกี่ยวข้องกับงานเทศกาลของเรา ที่ราคาค่าตัวรับได้ และเวลาว่างพอ รวมถึงยังไม่เคยขึ้นเล่นให้กับเทศกาลนั้นมีน้อยมาก เพราะการพบศิลปินที่ขายได้ นั้นยากมาก รวมถึงปัญหาว่าผู้ชมงานเทศกาลอาจไม่ได้อยากดูศิลปินเหล่านั้นด้วย ฉันไม่ได้แย้งว่าทุกคนไม่ควรพยายามหนักขึ้น จริงๆ มันไม่ใช่แค่งานเทศกาลเท่านั้น แต่แค่เพราะพวกเราเป็นเป้าที่สังเกตได้ง่ายมากกว่า เพราะเรามีโปสเตอร์ที่เห็นลำดับขั้นของอุตสาหกรรมเพลงอย่างชัดเจน” – ‘Emma Zillman’ ผู้จัดเทศกาลดนตรี ‘Kendal Calling’

จากการสำรวจมีเพียงแค่เทศกาลดนตรี ‘Love Supreme’ และ ‘Deer Shed’ เท่านั้นที่ในไลน์อัพ มีนักดนตรีหญิงมากกว่า และมีเทศกาลดนตรีอย่าง ‘Standon Calling’ ‘Liverpool Sound City’ และอื่นๆ ที่มีนักดนตรีหญิงและชายเท่าๆ กัน โดย ‘Alex Trenchard’ ผู้จัดงาน ‘Standon Calling’ ได้เซ็นลงนามกับโครงการ ‘Keychange’ ตั้งแต่ปี 2018 ทว่าในปีนี้งานเทศกาลกลับมีนักดนตรีดังเป็นผู้ชายทั้งหมด และนักดนตรีตัวเล็กตัวน้อยรวมๆ กันมีผู้ชาย 53% ซึ่งส่วนหนึ่งเขาให้เหตุผลว่าไม่สามารถจองศิลปินต่างชาติได้เนื่องจากข้อจำกัดของการเดินทางในช่วงโรคระบาด

ทางโครงการ ‘Keychange’ มองว่าเศรษฐกิจทางบวกที่เพิ่มความหลากหลายทางเพศจะช่วยให้เทศกาลไปต่อได้อย่างยั่งยืนมากกว่า เพราะการกีดกันทางเพศนั้นส่งผลต่อภาพลักษณ์เทศกาล และมุมมองที่ผู้เข้าร่วมกับนักดนตรีรวมไปถึงคนทำงานด้วยกันมีต่อตัวเทศกาล ซึ่งนั่นอาจหมายความว่าหากกลุ่มผู้หญิงและความหลากหลายทางเพศถูกเลือกปฏิบัติตั้งแต่แรก แล้วจะไว้ใจเรื่องความปลอดภัยได้อย่างไร

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา (2020) กลุ่มสหภาพนักดนตรีกล่าวว่ามี 1 ใน 3 ของนักดนตรีมืออาชีพชาวอังกฤษอาจต้องล้มเลิกการทำงานดนตรีไป เนื่องจากขาดแคลนงาน รวมถึงเงินสนับสนุนในอาชีพระหว่างโรคระบาด โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญคือกลุ่มผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงผิวสี และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ดังนั้นการให้พื้นที่กับคนกลุ่มนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้น

‘Oliver Jons’ ผู้จัดการเทศกาลดนตรี ‘Deer shed’ แห่งยอร์กไชน์ที่ถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่มีนักดนตรีหญิงมากถึง 1ใน 3 ของเฮดไลน์ มองว่าเทศกาลดนตรีควรจะ ‘แอคทีฟต่อการค้นหาวงดนตรีหญิง’ และ ‘สนับสนุนกลุ่มนักดนตรีที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก’

ความไม่เท่าเทียมทางเพศในวงการดนตรี – แม้ว่าเราอาจคิดว่ามีศิลปินหญิงในวงการนี้เยอะ แต่จริงๆ แล้ว จากงานวิจัยใหม่ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียร์ใต้ (USC) พบว่ามีผู้หญิงเพียงแค่ 23% ของศิลปินทั้งหมดที่อยู่ในชาร์ท 100 เพลงฮิตของบิลบอร์ดปี 2012-2019 รวมไปถึงมีโปรดิวเซอร์หญิงเพียงแค่ 2% เท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้นนักแต่งเพลงหญิงที่ได้เงินสูงสุดสิบคนในปี 2020 มีรายได้น้อยกว่านักแต่งเพลงชายถึง 70%

นี่เป็นเพียงแค่จำนวนตัวเลขเท่านั้น ยังไม่รวมไปถึงปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในวงการดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดเพศ การเลือกปฏิบัติ เช่นไม่เคารพความคิดเห็นของคนที่ทำงานต่อเพลง อย่างศิลปินบียอร์ค (Björk) ก็เคยพูดว่าพวกเขาไม่มีความเคารพในความคิดเห็นของเธอ “ทุกอย่างที่ผู้ชายพูดเพียงครั้งเดียว ในฐานะผู้หญิงคุณต้องพูดถึงห้าครั้ง” หรือมีความพยายามที่จะ ‘ขาย’ นักดนตรีผู้หญิงด้วยการทำให้เป็นเรื่องเพศ (Sexualization) รวมไปจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในวงการอีกด้วย

นอกเหนือไปจากข้อมูลของเดอะ การ์เดียน เมื่อมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทยนั้น​ เราได้ลองนำข้อมูลมาเฉพาะเพียงงานเทศกาลดนตรีที่ค่อนข้างใหญ่มากในประเทศคือ ‘CAT Expo’ ตั้งแต่ปี 2014 – 2020 โดยเฉพาะเพียงแค่วงและนักดนตรีที่ได้ขึ้นเฮดไลน์ พบว่าวงที่มีเพศกำเนิดหญิงนำ/นักดนตรีเพศกำเนิดหญิงมีเพียงประมาณ 39 วง/คน จากประมาณ 337 วง/คน หรือคิดเป็น 11.6% เท่านั้น ซึ่งนี่เป็นการคำนวณคร่าวๆ แต่อย่างไรก็ดี นี่แสดงให้เห็นได้ว่าตัวแทนเพศกำเนิดหญิงในวงการและเทศกาลดนตรีถือว่ายังน้อยอยู่ รวมไปถึงกลุ่ม LGBT+ ที่อาจน้อยลงไปอีก ซึ่งนี่อาจะแสดงให้เห็นว่านอกจากในแวดวงดนตรีนั้นยังเต็มไปด้วยผู้ชายแล้ว ก็อาจจะมีพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักดนตรีและวงดนตรีหญิงน้อยกว่าก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามเพียงข้อมูลตัวเลขและการเป็นตัวแทนก็อาจเป็นเพียงแค่จุดหนึ่งให้ศึกษาต่อไปถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศในวงการดนตรี

#GenderRepresenatation #GenderEquality
#MusicIndustry #UKmusicfestivals

Content by N.Zhong
Graphic by Napaschon Boontham
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
The Guardian: https://bit.ly/3rxeND6
Far Out Magazine: https://bit.ly/3rDi8R1
Marie Claire: https://bit.ly/3wgwM4c
CAT EXPO: https://bit.ly/2PMcI8Z
ภาพ: https://bit.ly/3wt2v2k
#SPECTRUM #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
Self-proclaimed visual artist, part-time journalist, full-time bullshit. Meet me virtually at @vavantgarde (instagram)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer