มนุษย์เริ่ม ‘จูบ’ กันมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สรุปวิจัยทางโบราณคดีและเซ็กซ์ชิ้นสำคัญล่าสุดจาก BBC Future กับการผสมข้ามพันธุ์ของ Neanderthal และ Early Modern Human

SEXOLOGY: ‘นี่คือการค้นพบเรื่องโบราณคดีและเซ็กซ์ที่ยิ่งใหญ่’ – เปิดความรู้ทางวิชาการของเซ็กซ์ที่น่าสนใจ จากการรายงานของ ‘BBC Future’ โดยรวบรวมข้อมูลล่าสุดจากวิจัยหลายๆ ที่ของการศึกษาเรื่อง ‘เซ็กซ์ข้ามสายพันธุ์’ ระหว่าง ‘นีอันเดอทัล’ (Neanderthal) กับ ‘มนุษย์สมัยใหม่ตอนต้น’ (Early Modern Human) ซึ่งการศึกษานี้เป็นเหมือนการเปิดข้อมูลโบราณคดีครั้งสำคัญที่ทำให้เรารู้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากมายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เซ็กซ์ของสปีชีส์เรา

■ รู้หรือไม่? มนุษย์เราเคยมีเซ็กซ์ข้ามสายพันธุ์กัน – นีอันเดอทัลคืออีกสายพันธุ์ของมนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 40,000 – 50,000 ปีก่อน ทว่าเรายังมีดีเอ็นเอจากนีอันเดอทัลพบอยู่ทั่วไป นี่หมายความว่าเราเคยผสมข้ามสายพันธุ์กันระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นกับนีอันเดอทัลในหลายครั้งและหลายพื้นที่

ในปี 2002 ได้มีการค้นพบซากกระดูกขากรรไกรของมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นที่ถ้ำในเทือกเขาคาร์เปเทียนใกล้เมืองอนินา ประเทศโรมาเนีย หลังจากนั้นจึงมีการวิเคราะห์ดีเอ็นเอในปี 2015 พบว่าซากกระดูกดังกล่าวมีบรรพบุรุษเป็นนีอันเดอทัลอย่างใกล้ชิด โดยยังมีดีเอ็นเอหลงเหลืออยู่ 6-9% ถือว่าเขามีสายเลือดนีอันเดอทัลที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา และมีมากกว่าชาวยุโรปเอเชียในปัจจุบันกว่า 3 เท่า

■ ‘จูบ’ เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ – จากการศึกษา ‘จุลินทรีย์โบราณ’ ที่ได้จากฟันของนีอันเดอทัลอายุ 48,000 ปีก่อนประวัติศาสตร์ ‘ลอร่า เวย์ริช’ นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลวาเนีย พบว่าจุลินทรีย์ดังกล่าวมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายกับจุลินทรีย์ที่ยังอยู่ในปากของพวกเรามาถึงทุกวันนี้

เธอเชื่อว่าจุลินทรีย์ตัวนี้จะต้องถูกถ่ายโอนจากนีอันเดอทัลก่อนพวกเขาจะสูญพันธุ์ไป “เส้นทางที่เป็นไปได้ต่อการถ่ายโอนจุลินทรีย์คือ ‘การจูบ’ เนื่องจากเมื่อเราจูบแล้วจุลินทรีย์ในช่องปากจะกลับไปกลับมา” เธอมองว่าจุลินทรีย์ชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นและนีอันเดอทัล อาจหมายความได้ว่า แม้กระทั่งในยุคก่อนประวัติศาสตร์มนุษย์ต่างใช้การจูบในเซ็กซ์

■ เซ็กซ์ข้ามสายพันธุ์เกิดขึ้นจำนวนมาก – จากการจัดเรียงลำดับดีเอ็นเอของนีอันเดอทัลที่มีชีวิตอยู่ในช่วงท้ายๆ ก่อนที่จะสูญพันธุ์ พบว่าโครโมโซม Y คล้ายคลึงกับมนุษย์ในปัจจุบัน นักวิจัยเชื่อว่านี่คือหลักฐานของ ‘การไหลเวียนยีนที่แข็งแกร่ง’ ระหว่างนีอันเดอทัลกับมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้น เพราะเมื่อนีอันเดอทัลมีจำนวนลดลง โครโมโซม Y ของพวกเขาอาจหายไปและถูกแทนที่ด้วยโครโมโซมของบรรพบุรุษมนุษย์ นี่อาจเป็นหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษมนุษย์เพศชายจำนวนมากมีเซ็กซ์กับนีอันเดอทัลเพศหญิง

ไม่ใช่แค่นั้น จากงานวิจัยอื่นยังแสดงให้เห็นเรื่องราวแบบเดียวกันใน ‘ไมโทรคอนเดรีย’ ของนีอันเดอทัล ซึ่งเป็นกลไกของเซลล์ที่ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลมาเป็นพลังงานที่ใช้ได้ โดยปกติแล้วกลไกดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก ดังนั้นการค้นพบไมโทรคอนเดรียของมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นในซากของนีอันเดอทัลเมื่อปี 2017 ก็บอกเราได้ว่าบรรพบุรุษหญิงของเราเองก็มีเซ็กซ์กับนีอันเดอทัลเพศชายในจำนวนมากเช่นกัน

■ โรคติดต่อทางเพศข้ามสายพันธุ์ – ‘วิลล์ พิเมนอฟ’ นักศึกษาปริญญาเอกเวชศาสตร์ชันสูตร ได้สังเกตว่าการแพร่กระจายเชื้อ HPV ที่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ได้นั้น โดยเฉพาะ HPV-16 ที่ร้ายแรงที่สุดเพราะสามารถอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้หลายปี มีลักษณะคล้ายกับรูปแบบการกระจายดีเอ็นเอของนีอันเดอทัลทั่วโลก กล่าวคือ HPV-16 แบบ A จะมีโอกาสเจอทั่วไปมากกว่า แต่หากเป็นแบบ B และ C จะพบที่แอฟริกาตอนใต้ของซาฮาร่ามากกว่า

เขาพบว่า HPV-16 แบบ A เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 60,000 – 102,000 ปีก่อน ใหม่กว่า HPV-16 ทั่วไป และนั่นเป็นช่วงเดียวกับที่มนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นออกจากแอฟริกาเข้ามาติดต่อกับนีอันเดอทัล ทำให้เขาเชื่อว่านีอันเดอทัลและมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นเริ่มการแลกเปลี่ยนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทันที “การแพร่กระจายไวรัส HPV ไม่ได้ถูกถ่ายโอนมายังมนุษย์แค่ครั้งเดียวแน่ๆ ดังนั้นการผสมพันธ์น่าจะเป็นเรื่องปกติในยูเรซียที่มีประชากรของมนุษย์ทั้งสองสปีชีส์อาศัยอยู่”

นอกจากนี้ พิเมนอฟยังเชื่อว่าการได้รับเชื้อ HPV-16 แบบ A มาจากสายพันธุ์อื่นก็อาจอธิบายว่าทำไมเชื้อถึงกลายเป็นมะเร็งสำหรับมนุษย์ได้ นั่นเพราะการเจอกันครั้งแรกของเรากับเขา เรายังไม่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีพอในการกำจัดโรค การมีเซ็กซ์ข้ามสายพันธุ์กับนีอันเดอทัลอาจส่งผลต่อการติดเชื้อไวรัสอื่นอีกจำนวนมาก รวมถึงเครือญาติเก่าแก่ของ HIV ด้วย ขณะเดียวกันมนุษย์เองก็ส่งผ่านโรคทางเพศอย่าง ‘เริม’ ไปให้พวกเขาด้วย

■ อวัยวะเพศบ่งชี้ว่าเป็น ‘สัตว์ผสมพันธุ์คู่เดี่ยว’ -อวัยวะเพศของสายพันธุ์มนุษย์นั้นแตกต่างไปจากสายพันธุ์อื่นๆ ที่เป็นญาติใกล้ชิดกัน เพราะเราไม่มี ‘หนามจู๋’ ต่างจากโบโนโบและชิมแปนซีที่เป็นเครือญาติใกล้ชิดกันกับพวกเรา หนามจู๋สร้างมาจากเคราตินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับผิวหนังและเส้นผม คาดกันว่ามีวิวัฒนาการมาเพื่อล้างอสุจิของตัวผู้อื่นออกไป หรือเพื่อเสียดสีกับอวัยวะเพศเมียเบาๆ ทำให้พวกเธอหยุดมีเพศสัมพันธ์ไปชั่วขณะหนึ่ง โดยเข้าใจกันว่าเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวผู้สืบพันธุ์ได้มากที่สุด

ย้อนไปในปี 2013 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ‘หนามจู๋’ ไม่มีอยู่ในยีนของนีอันเดอทัลและเดนิโซวาน เช่นเดียวกับมนุษย์สมัยใหม่ เลยคาดเดากันว่าสิ่งนี้หายไปจากบรรพบุรุษร่วมกันของเราอย่างน้อย 800,000 ปีก่อน การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะทำให้เรารู้ว่า นีอันเดอทัลเป็นสปีชีส์ที่มีคู่เดี่ยว เนื่องจาก ‘หนามจู๋’ เป็นสิ่งที่พัฒนาการขึ้นมาสำหรับกลุ่มสัตว์ที่มีลักษณะเซ็กซ์ไม่เลือก

■ ครอบครัวข้ามสายพันธ์ุ – มีหลักฐานพบว่าเมื่อคู่รักมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นและนีอันเดอทัลอยู่ด้วยกัน พวกเขาน่าจะลงเอยบริเวณที่มนุษย์สมัยใหม่อยู่ โดยในครัวเรือนประกอบไปด้วยผู้ชาย คู่และลูกๆ ขณะที่ผู้หญิงเหมือนจะออกจากบ้านของครอบครัวไปเองเมื่อพบคู่ครอง

ในปีที่ผ่านมา นักวิจัยได้เผยข้อมูลเชิงลึกอีกประการจากการศึกษายีนนีอันเดอทัลของชาวไอซ์แลนด์ ด้วยการวิเคราะ์จีโนมของชาวไอซ์แลนด์ 27,566 คน พบว่าช่วงอายุที่นีอันเดอทัลมีลูกเปรียบเทียบกับมนุษย์สมัยใหม่ตอนต้นนั้น พวกผู้หญิงจะแก่กว่า แต่ผู้ชายจะเป็นพ่อเมื่ออายุน้อยกว่า โดยแม่จะให้นมแม่เป็นเวลาเก้าเดือนและหย่านมเต็มที่ในเวลาประมาณ 14 เดือน ถือว่าเร็วกว่ามนุษย์ยุคปัจจุบันที่ไม่ได้อยู่ในสังคมอุตสาหกรรม

■ การศึกษาเรื่องนี้สำคัญอย่างไร – แม้ว่านีอันเดอทัลจะสูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 40,000 – 50,000 ปีที่แล้ว แต่นั่นก็ทำให้เราได้เห็นว่าการมีเซ็กซ์ข้ามเผ่าพันธุ์ของมนุษย์โบราณนีอันเดอทัลและมนุษย์สมัยใหม่อย่างสปีชีส์เรา ส่งผลอย่างไรต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นดีเอ็นเอนีอันเดอทัลที่ยังคงแทรกซึมอยู่กับเรา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และจุลินทรีย์ในช่องปาก

#Sexology #HistoryofSex
#HumanEvolution #Neanderthal
#EarlyModernHuman

Content by Va/Waranya Buranakarn
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp
สนทนาเรื่องเพศได้ที่กลุ่ม ‘เพศ’: https://bit.ly/2LKTzTg

อ้างอิง
BBC: https://bbc.in/3itZUyG
ภาพ: https://bit.ly/3c1x8Ep
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน