30 Porn Glossary รวมคำศัพท์เกี่ยวกับเซ็กซ์ที่ต้องเข้าใจในโลกหนังโป๊

- Advertisement -

SEXOLOGY: คำว่า ‘P*rnography’ มาจากรากศัพท์กรีกโบราณสองคำคือ ‘pornē’ (โสเภณี) + ‘graphein’ (การเขียนหรือบันทึกภาพ) = ‘การเขียนหรือการบันทึกภาพที่บรรยายวิถีชีวิตของโสเภณี’ โดยในศตวรรษที่ 19 ความหมายก็ขยายออกไปกลายเป็น ‘เนื้อหาที่กระตุ้นกามารมย์ในงานศิลปะและวรรณกรรม’

สู่คำว่า ‘หนังโป๊’ ในไทย – ส่วนในไทยเชื่อว่าเพี้ยนมาจากคำที่แปลว่า ‘ทดแทน’ ในภาษาแต้จิ๋ว จากการที่สมัยก่อนมีภาพยนตร์หรือระบำคั่นรายการที่มักจะมีหญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นออกมา ทำให้ชาวจีนสมัยนั้นเรียกกันว่า ‘หนังโป๊ว’ เพราะใส่เสื้อผ้าเหมือนแค่แผ่นหนังปิดไว้แทน จนความหมายของหนังโป๊ก็เปลี่ยนกลายมาเป็นสิ่งที่ราชการเรียกว่า ‘สื่อลามกอนาจาร’ ในทุกวันนี้

โลกของความโป๊ – เมื่อเราโป๊ไม่ได้ในโลกจริง แต่อินเตอร์เน็ตแชร์ได้ “If it exists, There is a p*rn for it.” นี่คือกฎโลกอินเตอร์เน็ตข้อที่ 34 ที่เป็นมีมดังบนโลกออนไลน์ช่วงยุค 2000s กับใจความว่า ถ้ายังมีอินเตอร์เน็ตอยู่ ความโป๊ก็ยังมีอยู่เสมอนั่นแหละ

การเลี่ยงบาลีในโลกหนังโป๊ – ด้วยความที่เซ็กซ์ถูกมองเป็นสิ่งต้องห้าม ทำให้มีความพยายามในการสร้างกฎต่างๆ ขึ้นมา เพื่อไม่ให้คนเข้าถึงสื่อโป๊ได้ง่าย อย่างเช่นในไทยที่การผลิตและครองครองภาพยนตร์โป๊ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แม้การบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้จริงๆ จะหละหลวม ทว่าด้วยความสร้างสรรค์ของเหล่ามนุษย์ที่มีความต้องการทางเพศนั้น รสนิยมทางเพศเกิดขึ้นมากมาย ผู้คนก็สามารถหาทางและสรรสร้างคำศัพท์ใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อเลี่ยงบาลี ในรสนิยมทางเพศแบบต่างๆ

นี่คือ SEXOLOGY: 30 P*rnography Glossary เราได้รวบรวมคำศัพท์สุดเซ็กซี่เกี่ยวกับเซ็กซ์ที่ต้องเข้าใจในโลกหนังโป๊ เปิดมิติรสนิยมทางเพศแบบหลากหลายผ่านคำศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาอย่างไม่เป็นทางการ จนทุกวันนี้มันเข้าใจร่วมกันทั่วโลกไปแล้ว

- Advertisement -

คำนี้มาจากคำว่า ‘Female’ + ‘Dominance’ โดยเป็นความสัมพันธ์ทางเพศแบบ BDSM ที่ฝ่ายหญิงนำชายก็ได้ หรือว่าเป็นการกระทำที่ผู้หญิงเหนือกว่าผู้ชายก็ได้ ซึ่งฝ่ายหญิงอาจ ‘เพ็กกิ้ง’ หรือ ‘เฟซซิตติ้ง’ หรือ CBT ก็ได้ กล่าวคือการทำอะไรก็ได้ที่ผู้หญิงจะทำให้รู้สึกมีอำนาจมากกว่าผู้ชายในนี้ โดยงานวิจัยปี 1985 พบว่า 89% ของผู้เข้าร่วม BDSM ที่เป็นเพศหญิงรักต่างเพศนั้นพึงพอใจที่ตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าผู้ชายในความสัมพันธ์ทางเพศ

เราอาจอ้างไปถึง ‘โดมิแนทริกซ์’ ก็ได้แต่ถ้าพูดถึงโดมิแนทริกซ์ส่วนมากนั้นจะทำได้กับทุกเพศและมักจะทำเป็นอาชีพ คำข้างบนนี้มาจากคำว่าผู้ปกครองในภาษาละติน และถูกใช้เพื่ออธิบายผู้หญิงที่จะทำโทษคู่เมื่อจ่ายเงิน กล่าวคือเป็นการค้าบริการทางเพศอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

อ้างอิง
Wikipedia:https://bit.ly/2LpcoeVhttps://bit.ly/35ERJKB,
Psychology: https://bit.ly/2LAJmsu
ภาพ: https://bit.ly/2XCRVWn

‘หนังโป๊ทหารก็เหมือนภาพทหารที่กระโดดออกมาจากเครื่องบินหรือวิดีโอที่ทหารยิงปืนของเขา แต่ว่าดูแบดแอสมากในขณะที่ทำ’ — urban dictionary

หนังโป๊ทหารเป็นประเภทหนึ่งของหนังโป๊เกย์ในเว็บไซต์ชื่อดังอย่างพอร์นฮับ นั่นหมายความว่ามีคนบางส่วนที่อาจเฟติชกับความเป็นทหาร และเป็นไปได้ว่าเกย์ในโลกตะวันตกนั้นมีความชื่นชอบในความเป็นชายที่เหนือชาย ซึ่งความเป็นทหารนั้นมีลักษณะที่มีความเป็นชายสูง นั่นอาจไม่แปลกที่ทำให้คนบางส่วนเฟติชกับเครื่องแบบดังกล่าว และความมาโช่แบบนั้น

อ้างอิง
Urban Dictionary: https://bit.ly/3icIiXH
ภาพ: colbyknox

พืชก็เซ็กซี่และดึงดูดได้เหมือนกัน

ด้วยธรรมชาติของความลึกลับในป่าและดงไพร ทำให้มนุษย์มักจะจินตนาการถึงต้นไม้ต่างๆ นานา และความลึกลับมักจะมาด้วยแรงดึงดูดประหลาด อย่างการจินตนาการว่ามี ‘นารีผล’ ตำนานป่าหิมพานต์ที่เป็นต้นไม้ผลิตหญิงงามเมืองออกมาเพื่อเสพสังวาส

นั่นทำให้เราเห็นว่า ‘ต้นไม้’ กับ ‘เซ็กซ์’ อยู่ร่วมกันมานานแล้ว แม้ว่าเป็นส่วนน้อยในภาพยนตร์โป๊แต่ว่ามักจะมีการใช้พืชเข้ามาเป็นองค์ประกอบของเซ็กซ์อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อช่วยตัวเอง หรือการแต่งตัวเลียนแบบ ‘นางไม้’ ซึ่งเป็นตัวแทนพืชที่เป็นมนุษย์ รวมไปถึงการนำมาเป็นองค์ประกอบ BDSM รูปแบบต่างๆ อย่าง ‘โกลเด้น ชาวเวอร์’ หรือถ้าหากเราค้นหาคำว่า ‘Tree’ ในเว็บไซต์หนังโป๊ก็จะเห็นภาพผู้หญิงขย่มต้นไม้กลางป่าด้วย โดยมักจะเป็นลำต้นที่มีลักษณะเป็นแท่ง เป็นต้น

อ้างอิง
เอ็กซ์วิดีโอและพอร์นฮับ
ภาพ: https://bit.ly/3qeCzU6

เมื่อปัสสาวะเป็นที่ปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศ

คำนี้มาจากสีเหลืองของปัสสาวะที่ถูกราดลงมายังอีกคนเหมือนกับใช้น้ำฝักบัว สิ่งนี้เป็นเฟติชที่มักจะถูกใช้กับกลุ่ม BDSM ในการแสดงออกทางเพศของดอมและซับ ทว่าหากเป็นชุมชน BDSM นั้น จะเรียกผู้ที่โดนปัสสาวะราดว่า ‘Human Urinal’ หรือ ‘Human Toilet’ คือคนที่จะชื่นชอบให้ตัวเองเป็นโถส้วม โดยในบางครั้งต้องดื่มปัสสาวะที่ราดลงบนตัวด้วย ในปี 2017 มีการสำรวจความชื่นชอบทางเพศในสหราชอาณาจักรพบว่า ชาวสหราชอาณาจักรนั้นนิยมเฟติชแบบนี้ถึงอันดับที่ 9

แม้คนจะมองว่าปัสสาวะเป็นสิ่งที่สกปรก แต่ว่าข้อที่น่ากังวลก็เหมือนกับน้ำที่ออกมาจากร่างกายทั่วไป อย่างการที่มันสามารถแพร่เชื้อโรคติดต่อทางเพศหรือติดเชื้ออื่นๆ และจะไม่มีปัญหาก็ต่อเมื่อคนนั้นๆ สุขภาพดีถึงแม้ว่าปัสสาวะจะมีแบคทีเรียอยู่ก็ตาม ยังไงก็ตามการกระทำทางเพศอื่นๆ ก็ไม่ได้เซฟไปกว่ากันเท่าไหร่

อ้างอิง
Huff Post:https://bit.ly/2KdiUoe
Wikipedia: https://bit.ly/3sjJOw1
The Guardian: https://bit.ly/2LUq6WF
ภาพ: https://bit.ly/3qq1J2l

“Gulp, gulp”

คำนี้เป็นศัพท์ทางเพศของญี่ปุ่นที่ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมหนังโป๊ โดยกล่าวถึงการดื่มหรือกลืนน้ำอสุจิของผู้ชายเป็นหลัก (แม้ว่าอาจหมายถึงน้ำเชื้อของผู้หญิงก็ได้) แต่อาจเพราะว่าบทบาททางเพศที่ตามขนบในภาพยนตร์โป๊ที่มีผู้ชายเป็นคนดูหลัก เนื่องจากการดื่มน้ำเชื้อมีนัยยะที่ทำให้คนที่ดื่มมีไดนามิคที่ต่ำกว่าคู่

คำนี้เป็นคำที่มาจากเสียงตอนกลืน เหมือนกับเสียง ‘อึก อึก’ ของไทย หรือ ‘gulp, gulp’ ในภาษาอังกฤษ โดยเป็นคำที่อยู่ในโหมดใกล้เคียงกับ ‘บุคคาเคะ’ จนมีคลิปวิดีโอในพอร์นฮับที่ถามคำถามว่าหลังจาก ‘การช่วยคู่ด้วยปาก’ แล้วจะบุคคาเคะหรือกกคุนกัน?

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/35Geiyy
Seek Japan: https://bit.ly/2N4m9zv
ภาพ: https://bit.ly/38JWjJr

‘ราด(น้ำใส่)หน้า’

คำนี้เป็นคำนามของกริยา ‘bukkakeru’ ที่แปลว่า ‘สาด’ (น้ำ) โดยใช้กับอาหารจำพวกเส้นที่ราดน้ำซุปร้อนๆ เช่นกัน อย่าง ‘บุคคาเคะอุด้ง’ หรือ ‘บุคคาเคะโซบะ’ เคยมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำแบบนี้ว่าเป็นการลงโทษผู้หญิงที่มีชู้รูปแบบหนึ่งในสมัยยุคกลางของญี่ปุ่น ทว่าจริงๆ แล้วการลงโทษผู้หญิงที่มีชู้คือการตัดหัว

Censorship สู่ บุคคาเคะ – การหลั่งน้ำอสุจิบนใบหน้าอีกคนนั้นเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์โป๊ญี่ปุ่นในช่วงประมาณกลางถึงปลาย 1980s โดยนักวิจารณ์มองว่า พัฒนาการดังกล่าวอาจเป็นเพราะการเซ็นเซอร์อวัยวะเพศ ซึ่งนั่นทำให้หนังโป๊ญี่ปุ่นนั้นพุ่งจุดสนใจไปที่หน้าตาและร่างกายของนักแสดงหญิงแทน เมื่อโปรดิวเซอร์ไม่สามารถแสดงภาพการสอดใส่ได้ ดังนั้นการที่จะทำให้เห็นภาพการกระทำทางเพศ Bukkake จึงอาจเป็นตัวแทนของการ ‘เสร็จ’

ญี่ปุ่นสู่ทั่วโลก – หลังจากนั้นวิธีการนี้ก็โด่งดังไปสู่อเมริกาและยุโรปในปลาย 1990s เนื่องจากข้อได้เปรียบทางต้นทุน เพราะการทำแบบนี้ต้องการแค่นักแสดงผู้หญิงและนักแสดงผู้ชายมักจะใช้มือสมัครเล่นที่ราคาถูก ทว่าการแสดงออกของนักแสดงหญิงในวิดีโอจะต่างกัน ในขณะที่ญี่ปุ่นนั้นผู้หญิงต้องดูเหมือนอับอาย แต่ในโลกตะวันตกนั้นผู้หญิงดูจะชื่นชอบมัน นอกจากนี้หนังโป๊ประเภทนี้ก็แพร่หลายไปสู่กลุ่มเกย์และเลสเบี้ยน

ข้อวิจารณ์ต่อบุคคาเคะ – หลายคนมองว่า การเห็นภาพหลั่งอสุจิของคนอื่นทำให้รู้สึกถึง ‘ความจบเสร็จในเซ็กซ์’ ทว่ากลุ่มต่อต้านภาพยนตร์โป๊นั้นมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงเป็นเพียงสินค้าเท่านั้น และยังหมายรวมไปถึง ‘ความรุนแรงต่อผู้หญิง’ อีกด้วย โดย Karen Franklin นักจิตวิทยามองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการข่มขืนหมู่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดูถูกเหยียดหยามและทำให้ผู้หญิงเป็นสิ่งของ สอดคล้องกับอีกหลายคนที่มองว่าเป็นการ ‘ดูแคลน’ เนื่องจากผู้หญิงที่เข้าร่วมไม่ได้ ‘เสร็จ’ เหมือนกัน

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/3qiCbnv
Franklin, Karen (2004) Enacting Masculinity: Antigay Violence and Group Race as Participatory Theate
Wired: https://bit.ly/3oMEoYd
ภาพ: https://bit.ly/3oLs9ej

ผิวสีดำสนิทดั่งนิลกาฬ

คำนี้แปลว่า ‘สีดำ’ มาจากไม้แข็งแอฟริกันที่มีสีดำเข้ม คำนี้มาจากศัพท์อียิปต์โบราณ ‘hbny’ ซึ่งส่งต่อมายังกรีกโบราณกลายเป็น ‘ebenos’ สู่ภาษาละตินและอังกฤษสมัยกลาง โดยไม้ดังกล่าวมักจะถูกนำมาใช้แกะสลักเป็นสิ่งต่างๆ ปัจจุบันนำมาใช้ทำไม้กางเขน และบางส่วนของเครื่องดนตรี

ส่วนการการใช้คำนี้ในหนังโป๊เพื่อสื่อถึงผู้หญิงผิวดำนั้น เชื่อกันว่าอาจมาจากชื่อของนิตยสารแมกกาซีนสัญชาติอเมริกันที่อยู่มาอย่างยาวนาน ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นชาวแอฟริกันอเมริกัน ดังนั้นความหมายที่แท้จริงแล้ว ไม่ได้มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องเลย

ในเว็บไซต์ Quora ซึ่งเป็นเว็บเปิดสำหรับคำถามต่างๆ มีคนมองว่าคำนี้นั้นลดทอนคุณค่าของผู้หญิงผิวดำ เพราะการเทียบเคียงกับต้นไม้และยึดโยงกับภาพยนตร์โป๊ บางคนก็มองว่ามันแค่หมายถึงผู้หญิงแอฟริกันอเมริกันที่มีผิวดำเนียนสวยโดยไม่มีสีน้ำตาลเลย และไม่มีนัยยะเหยียดเพศ ทว่าส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะยังเป็นคำที่มีปัญหาอยู่

อ้างอิง
Beekes, R. S. P.; van Beek, Lucien (2009). Etymological Dictionary of Greek. Leiden: Brill. p. 368. ISBN 978-90-04-17418-4.
Reddit: https://bit.ly/35CLreAhttps://bit.ly/3ie9hST
Quara: https://bit.ly/3soysH1https://bit.ly/3idic6Z
ภาพ: https://bit.ly/3nGZpC3

คำนี้มาจากคำว่า ‘Cuckoo’ ที่แปลว่านกกาเหว่า ซึ่งมักจะมีพฤติกรรมวางไข่บนรังนกอื่น ดั้งเดิมแปลว่า ผู้ชายที่ภรรยาไปมีชู้กับคนอื่น โดยเริ่มพบในภาษาอังกฤษครั้งแรกเมื่อปี 1250 จากกลอนโต้ยุคกลาง ‘นกฮูกและไนติงเกล’ คำนี้ตีความได้ว่าสามีถูกนอกใจโดยที่ไม่รู้ตัวว่าภรรยานั้นไม่ซื่อสัตย์ หรือแม้กระทั่งไม่รู้ว่าลูกที่คลอดมาไม่ใช่ลูกของเขาเอง

ในปัจจุบัน คำดังกล่าวเปลี่ยนความหมายกลายเป็นเฟติชที่ชอบดูคู่ของตัวเองมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่น โดยส่วนใหญ่หากตกลงกันได้ว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่ส่งผลกับความสัมพันธ์ของคู่ พวกเขาก็อาจลองดูกันจริงๆ แต่โดยหลักแล้วแฟนตาซีนี้จำเป็นจะต้องมีคนหนึ่งโน้มน้าวให้อีกคนหนึ่งด้วยความเต็มใจ เนื่องจากเฟติชนี้อาจไม่โอเค ถ้าหากคนที่เป็นแบบนี้ถูกนอกใจโดยที่พวกเขาไม่ได้สมยอม

ทางจิตวิทยามองว่าสิ่งนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของมาโซคิสม์ เนื่องจากได้รับความรู้สึกสุขสมจากการถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม หากใช้หลักจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ อาจมองได้ว่าเป็นการทำให้ความกลัวการถูกนอกใจเป็นเรื่องอีโรติกแทน โดย ‘Roy Baumeister’ นักจิตวิทยาที่เขียนหนังสือเรื่อง ‘Masochism and The Self’ วิเคราะห์ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการหนีจากการตระหนักรู้ตัวเอง เนื่องจากพวกเขามีความตระหนักรู้ในตัวเองไม่มากพอ

อ้างอิง
Etyonline:https://bit.ly/38GoFnK
The Day beast: https://bit.ly/3nGzj29
Wikipedia: https://bit.ly/39AxXkD
ภาพ: freeones

ด้วยความที่นมนั้นมีความคล้ายคลึงกับน้ำอสุจิและน้ำเชื้อของมนุษย์ จึงทำให้มีคนบางกลุ่มนำมาใช้ในการกระทำทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาพยนตร์โป๊ เนื่องจากไม่ใช่แค่เหมือนน้ำเชื้อเท่านั้น แต่เมื่อสวนทวารหนักเข้าไปแล้ว นมที่พุ่งออกมาจะพุ่งออกมาราวกับน้ำสเควิร์ตของผู้หญิงที่พุ่งออกมาเมื่อถึงจุดสุดยอด

จากการเสิร์ชคำนี้ในพอร์นฮับ พบผลลัพธ์ถึง 1,478 และในเว็บหนังโป๊เอ็กซ์วิดีโอรักต่างเพศถึง 12,742 ตลอดจนเอ็กซ์วิดีโอหนังโป๊เกย์อีก 9,490 นั่นอาจหมายความว่าสิ่งนี้เป็นที่นิยมมากในคนกลุ่มหนึ่ง โดยคนที่เป็นผู้ถูกสวนมักจะเป็นฝ่ายรับส่วนใหญ่

อ้างอิง
Urban Dictionary: https://bit.ly/39s1PQ2
ภาพ: https://bit.ly/3bGcTfk

เป็นสาวพลัสไซซ์ก็เซ็กซี่ได้เหมือนกัน

คำๆ นี้มักจะพบเห็นตามเว็บไซต์หนังโป๊กระแสหลัก อย่างในพอร์นฮับก็ใช้ตัวย่อนี้เป็นอีกหมวดหมู่หนึ่งเลย แสดงว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีความต้องการทางเพศกับผู้หญิงพลัสไซซ์ ดังนั้นภาพยนตร์โป๊ในหมวดนี้อาจช่วยให้ผู้หญิงกลุ่มนี้รู้สึกพึงพอใจในรูปร่างตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาพของสื่อกระแสหลักยังเต็มไปด้วยผู้หญิงร่างบางเท่านั้น และสังคมยังตีตราว่า คนอ้วนเซ็กซี่ไม่ได้หรอก

ฉันอ้วนแต่ฉันก็อยากมีเซ็กซ์ – ในภาพยนตร์โป๊แนวนี้นั้นมักจะนำเสนอภาพของผู้หญิงพลัสไซซ์ในรูปแบบที่สวยและเซ็กซี่ นั่นทำให้เราเห็นว่า ‘ผู้หญิงพลัสไซซ์’ ก็มีการแสดงออกทางเพศได้เหมือนกัน แต่เพราะว่าในสังคมและสื่อหลักที่ให้คุณค่ากับผู้หญิงผอมมากกว่า ผู้หญิงพลัสไซซ์จึงถูกมองว่าไม่อยากมีเซ็กซ์ มีเซ็กซ์ไม่ได้หรอก หรือแม้กระทั่งไม่ได้มีความคิดอยากจะมีเซ็กซ์ ทว่าผู้หญิงพลัสไซซ์ก็เหมือนกับหลายๆ คน พวกเธอก็ยังมีความต้องการทางเพศอยู่ และมีรสนิยมทางเพศที่หลากหลาย

ฉันอ้วนแต่ #IAmNotAFetish – มีข้อถกเถียงว่าคำนี้เชื่อมโยงกับชุมชน ‘เฟติชคนอ้วน’ โดยเฉพาะกลุ่ม Feedism ที่เป็นพวกเฟติชไขมันบนร่างกาย คนกลุ่มนี้จะแบ่งบทบาทตัวเองเป็น 2 แบบ คือ Feeder และ Feedee ซึ่งก็คือผู้ขุนให้อ้วนและผู้ที่ถูกขุน ทว่าภาพที่คนนอกมองคือ ‘Feedee เป็นเหยื่อที่ถูกรังแกให้ต้องกิน’ โดย Feedee มักจะเป็นผู้หญิง ซึ่งมีคนบนโลกออนไลน์กล่าวว่าคนที่คิดแบบนี้นั้น ‘เหยียดเพศ’ เนื่องจากทึกทักไปเองว่า ผู้หญิงที่รักในการกินและชอบเพิ่มไขมันนั้นโดนหลอกให้เข้าไปอยู่ในชุมชน ‘เฟติชคนอ้วน’ เสมอ ซึ่งเมื่อภาพลักษณ์ของคำนี้ถูกเชื่อมโยงกับเฟติชที่คนภายนอกมองไม่ดีนั้น ทำให้หลายคนกลัวที่จะถูกมองว่าเป็นแบบเดียวกันกับชุมชนนี้

ฉันอ้วนและฉันก็อยู่ในชุมชนเฟติช – ความต้องการทางเพศแบบเฟติชและการย่อคำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีความหมายในแง่ลบเท่านั้น แน่นอนว่าก็มีคนที่แย่ๆ อยู่ในชุมชนเช่นเดียวกับเฟติชทุกแบบ แต่พวกเขาไม่ใช่ตัวแทนของชุมชนทั้งหมด เพราะคนในชุมชนเฟติชก็ยังมีทั้ง ‘นางแบบสาวพลัสไซซ์ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในรสนิยมทางเพศ’ หรือ ‘คนที่ดึงดูดกับสาวพลัสไซซ์’ ที่ต้องการจะแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา โดยที่ไม่ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด’

“ชุมชนเฟติชและคำย่อนี้ได้ให้พื้นที่ปลอดภัยแก่ฉันในการสำรวจรสนิยมทางเพศ จนฉันมีอิสระที่จะรู้สึกเซ็กซี่ได้ มีความมั่นใจกับตัวเองในทุกๆ เรื่องมากขึ้น ฉันรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นในฐานะผู้หญิง ฉันรู้สึกมีอำนาจในตัวเองมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่โอบรับตัวเองในฐานะสาวพลัสไซส์” — Courtney Mina นางแบบพลัสไซซ์และนักเขียนออนไลน์ผู้สร้างแคมเปญ #curvesreign บนอินสตาแกรม

อ้างอิง
Bustle: https://bit.ly/2KcqMX1
ภาพ: https://bit.ly/3qk3pKz

นั่งลงบนหน้าฉันสิ!

นี่เป็นท่าประจำของ BDSM เนื่องจากเกี่ยวข้องกับไดนามิกของดอมและซับ โดยถือเป็นการกระตุ้นเร้าผ่านการดูถูกเหยียดหยาม นอกจากนี้การกดน้ำหนักตัวทั้งหมด กลิ่น เมือกไหล และการมองไม่เห็นก็เป็นส่วนที่ทำให้อารมณ์ทางเพศมากขึ้นด้วย

ท่านี้ครั้งหนึ่งเคยถูกแบนในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2014 จากกฎหมายที่ออกมากำกับหนังโป๊ออนไลน์โดยมองว่านี่เป็นหนึ่งในสามท่าที่อันตรายถึงชีวิต อีกสองท่าคือการ ‘ฟิสติ้ง’ ซึ่งหมายถึงการกำมือเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงและการรัดคอ รวมไปถึงการห้ามภาษาที่มีความรุนแรงและแสดงภาพการมีเซ็กซ์ที่ไม่ได้รับการยินยอม หลังจากที่มีการออกกฎหมายดังกล่าวนั้นทำให้มีผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งออกไปชุมนุมหน้ารัฐสภา

สิ่งนี้เป็นที่นิยมมากในสหราชอาณาจักร โดยปี 1980 คณะตลกบริติช Monthy Python กระทั่งเขียนเพลงไว้ว่า “นั่งบนหน้าฉันสิ” และท่านี้ยังนิยมมากทั่วโลกจนถึงขนาดมีเว็บไซต์ที่รวบรวมภาพ งานศิลปะ และคลิปวิดีโอของเฟซซิตติ้ไว้ด้วย

อ้างอิง
BBC UK: https://bbc.in/39voX01
COSMOPOLITAN: https://bit.ly/3qi7EGy
ภาพ: https://bit.ly/3nLDFoN

แนบรัดพันผูก ศิลปะการพันธนาการบนเรือนร่าง

คำนี้นั้นแปลตรงตัวว่าการมัดเชือก แต่มักจะใช้กับการพันธนาการด้วยเชือกสไตล์ญี่ปุ่น โดยที่คนหนึ่งจะนำเชือกมาร้อยรัดบนร่างของอีกคนหนึ่ง ซึ่งจะมีความสลับซับซ้อนมากกว่าการพันธนาการด้วยเชือกสไตล์ตะวันตก

การนำเชือกมัดร่างกายเพื่อกระตุ้นเร้าทางเพศนั้นเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นช่วงปลายยุคเอโดะประมาณปี 1600s – 1860s โดยมีเจ้าพ่อคินบาคุ ‘Seiu Ito’ เริ่มต้นมาจากการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับศิลปะการผูกมัดเชลยศึก นั่นหมายความว่าต้นกำเนิดมาจากการลงโทษและทารุณเชลยศึก โดยคินบาคุเริ่มเป็นที่นิยมในช่วง 1950s ผ่านนิตยสารอย่าง Kitan Club และ Yomikiri Romance ที่พิมพ์ภาพการมัดเชือกแบบนู้ด จนกระทั่งโด่งดังไปทั่วโลกเนื่องจากความสวยงามในการใช้เชือกและผู้ที่มีรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ก็นำมาใช้กระตุ้นเร้าทางเพศด้วย

อ้างอิง
The Culture Trip: https://bit.ly/3qlXq8c
Wikipedia: https://bit.ly/3sq3RZO
Shibaridojobarrie: https://bit.ly/3i987bi
ภาพ: https://bit.ly/2N5IigQ

คำว่า ‘เพ็กกิ้ง’ นั้นเป็นที่นิยมขึ้นมาหลังจากการชนะโหวตที่จัดประกวดในคอลัมน์ให้คำปรึกษาเรื่องเพศ ‘Savage Love’ ของ ‘Dan Savage’ นักเขียนและนักเคลื่อนไหวสิทธิ LGBT+ ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการที่ผู้หญิงใช้แสตรปออนลงบนคู่นั้นยังไม่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษมาก่อน

Dan Savage กล่าวแนะนำว่า “เชื่อว่าผู้ชายทุกคนควรได้ลองสิ่งนี้สักครั้งในชีวิตเพื่อเปิดโลกความเป็นไปได้และสนุกสนานมากขึ้น”’ เนื่องจากผู้ชายอาจเกิดการกระตุ้นเร้าบริเวณทวารหนักได้ ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกของผู้ชายที่มีต่อการกระทำดังกล่าวว่าพวกเขาชอบในความรู้สึกของมัน เพราะมันทำให้การถึงจุดสุดยอดเข้มข้นกว่าเดิมด้วย

นอกจากนี้แล้วการกระทำแบบนี้ยังแสดงให้เห็นความเหนือกว่าของผู้หญิงด้วยจากการเป็นผู้สอดใส่ ไม่ใช่ผู้ถูกสอดใส่อีกต่อไป ดังนั้นบางครั้งมันก็ถูกผู้หญิงที่เป็นดอมในชุมชน BDSM นำไปใช้อีกด้วย

อ้งอิง
Menhealth: https://bit.ly/2KejbY1
Wikipedia: https://bit.ly/3bDJ3rD
ภาพ: https://bit.ly/3bGeguu

เหยียบมาแรงๆ สักที

การบูชาเท้าหมายถึงการเคารพต่อเท้าด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งมากไปกว่าการแค่สัมผัสเท้า ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสด้วยลิ้น หรือแม้กระทั่งการยอมให้เหยียบเป็นต้น โดยมากจะพบการใช้ท่าทางดังกล่าวในกลุ่ม BDSM เพราะมีไดนามิกของการกดขี่และถูกกดขี่ เนื่องจากในหลายๆ สังคมมองว่าเท้าเป็นสิ่งของต่ำหรือสกปรก

ไม่เพียงแค่นั้นที่น่าสนใจก็คือหลายคนเองก็มีการกระตุ้นเร้าทางเพศด้วยเท้า ไม่ใช่แค่เฉพาะ BDSM ในฐานะที่ซับจะต้องมีความรู้สึกถูกเหยียดหยามหรือกดขี่เท่านั้น แต่การกระตุ้นเร้าทางเพศนั้นอาจเป็นเพราะรูปร่างของเท้าที่มีลักษณะถูกใจที่ต้องการ กลิ่นเท้า และการใส่รองเท้าก็ได้ โดยจากงานวิจัยในปี 1994 พบว่าคนที่มีความรู้สึกทางเพศต่อเท้า 45% นั้นรู้สึกกระตุ้นเมื่อได้กลิ่นถุงเท้าหรือเท้า ดังนั้นจึงถูกเหมาว่าเป็นผู้ที่ถูกกระตุ้นเร้าทางเพศได้ด้วยกลิ่นที่ออกมาจากร่างกายมนุษย์

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/3nK81rR
Thailand BDSM : Let’s Play and Learn: https://bit.ly/38KkyHA
ภาพ: myfriendfeet

ในที่นี้เราจะพูดถึงมันในเชิงอีโรติก หรือก็คือการห่อตัวเองให้เหมือนมัมมี่และมีเซ็กซ์กับคู่ โดยสามารถใช้วิธีการพันได้หลายแบบแต่ต้องพันหัวจรดเท้า สิ่งของที่พันอาจเป็นผ้า แจ็คเก็ต เทปพันสายไฟ ผ้าพันแผล แถบยาง หรือแม้กระทั่งผ้าพันแผลพลาสเตอร์ แต่ต้องเหลือพื้นที่ให้ปากและจมูกในการหายใจ

จากงานของ Aggrawal ในปี 2009 ที่ศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติทางเพศที่ไม่ตรงตามขนบได้ให้ความหมายของมันว่าเป็นรูปแบบของการพันธนาการที่สุดโต่ง โดยที่คนที่ถูกห่อนั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย เหมือนกับเป็นอัมพาต ผู้ถูกห่อนั้นจะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้กระตุ้นเร้าผ่านการพันธนาการในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะถูกปลดปล่อยออกมา โดยให้ความรู้สึกของการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และต้องได้รับการช่วยเหลือ

ทว่ามันก็อาจทำให้เกิดความกดดันในผู้ที่ถูกห่อได้ ดังนั้นเลยมีการเตือนเสมอในชุมชน BDSM ว่าสิ่งที่ห่อต้องสามารถตัดออกได้ง่ายก่อนที่มันจะเลยเถิดไป และทำให้ผู้ถูกห่อขวัญเสียแทนที่จะปลุกเร้าอารมณ์

อ้างอิง
Psychology Today: https://bit.ly/3qnYU1s
Gaydemon: https://bit.ly/3oL6tyX
Urban Dictionary: https://bit.ly/3bCT2gX
ภาพ: https://bit.ly/38Gr1Di

CBT ที่ไม่ได้แปลว่า Cognitive Behavioral Therapy

ไม่แน่ใจว่าการย่อคำนี้ล้อเลียนคำข้างบนด้วยหรือเปล่า อย่างไรก็ตามการทรมานอวัยวะะเพศชายนั้นกระทำได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชุมชน BDSM ที่เป็นมาโซคิสม์เนื่องจากพวกเขาจะได้รับการกระตุ้นเร้าทางเพศผ่านความเจ็บปวดโดยเฉพาะ หรือผ่านการกระตุ้นเร้าด้วยการเหยียดหยาม

แต่การทรมานไม่ได้จำเป็นต้องเจ็บปวดเสมอไป ถึงจะมีทั้งการตบ ราดน้ำตาเทียน การเล่นท่อปัสสาวะ การรัดอวัยวะเพศ และอื่นๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวหรือสบายใจ โดยที่กลุ่ม BDSM มองว่าให้เรียกว่า Play แทน Torture เนื่องจากมันไม่ได้ทำให้ ‘เจ็บปวด’ ขนาดนั้น เพราะทุกอย่างต่างก็ต้องมาจากความยินยอมและต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ‘โค้ดปลอดภัย’ เพื่อหยุดหากทำเกินไป

อ้างอิง
Cosmopolitan: https://bit.ly/35Gc6Hh
Refinery: https://r29.co/3ss8bYa
ภาพ: sugarcookie

“กะเทยมีงู”

ในภาษาอังกฤษมีการใช้คำหลากหลายสำหรับผู้หญิงข้ามเพศ โดยทั้งหมดนี้เป็นคำที่คัดเลือกมาจากเว็บไซต์ภาพยนตร์โป๊เป็นหลัก ซึ่งในสี่คำนี้ก็ยังมีดีเบทกันอยู่ว่าเป็นคำที่ดูถูกเหยียดเพศหรือไม่

คำว่า ‘ชีเมล’ เป็นคำศัพท์ที่พบบ่อยที่สุดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โป๊ เพื่ออธิบายผู้หญิงข้ามเพศที่ยังไม่แปลงเพศ โดยหลายๆ คนในชุมชนทรานส์มองว่าคำศัพท์นี้เป็นคำที่แรงและเสื่อม เพราะมันอาจสื่อว่าพวกเธออยู่ในอุตสาหกรรมทางเพศเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการค้าประเวณีหรือภาพยนตร์โป๊

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 คำนี้ใช้เพื่อดูหมิ่นผู้หญิงที่ ‘ก้าวร้าว’ จนช่วงกลางศตวรรษ คนเริ่มนำมาใช้เรียกทุกคนที่ไม่เป็นไปตามขนบทางเพศ อย่างผู้ชายที่ตุ้งติ้งและเลสเบี้ยน จนยุค 20s คำนี้ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบาย ‘เฟมินิสต์’ หรือผู้หญิงที่เป็นปัญญาชน กระทั่งปลายยุค 70 ถึงกลายเป็นคำเหยียดทรานส์ ทว่าก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งโต้เถียงว่าคำนี้ไม่ได้หยาบคาย ทว่าอย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นคำศัพท์ที่ยึดโยงกับอุตสาหกรรมทางเพศ ทำให้ผู้หญิงข้ามเพศหลายคนรู้สึกไม่ดีและเรียกตัวเองว่า ‘ทรานส์’ แทน

นิวฮาล์ฟ/นิวฮาล์ฟุ เป็นคำศัพท์ที่ถูกใช้ในญี่ปุ่นเป็นหลัก เพื่อเสนอว่าผู้หญิงข้ามเพศที่ยังไม่แปลงเพศนั้นเป็น ‘new kind of half’ คือยังเป็นครึ่งชายและครึ่งหญิง จากในกระทู้ของ Reddit ซึ่งมีคนถามว่าคำนี้ถือว่าเหยียดเพศไหม ก็มีผู้หญิงข้ามเพศมาตอบว่าส่วนตัวไม่ชอบคำนี้เนื่องจากมันบ่งบอกโดยนัยว่า ‘เพศตามธรรมชาติไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้’ และยังชวนให้นึกไปถึงผู้หญิงข้ามเพศที่เป็นดาราหนังโป๊มากกว่าด้วย

คำนี้ยังเป็นข้อถกเถียงในญี่ปุ่นเช่นกันว่าเป็นคำเหยียดไหม เพราะก็มีความพยายามในการช่วงชิงความหมายใหม่ และหลายคนให้ความเห็นว่า‘นิวฮาล์ฟ’มีเซนส์ทางภาษาเหมือนกับคำว่า‘ชีเมล’ซึ่งบางคนอาจรู้สึกโดนดูถูกเมื่อเรียก และบางคนอาจโอบรับคำนี้มาอธิบายตัวเอง

‘ซิสซี่’ คำนี้ในอเมริกาถือเป็นคำเหยียดสำหรับเด็กหนุ่มหรือผู้ชายที่ดูตุ้งติ้ง โดยมีความหมายว่าเป็นคนรักเพศเดียวกันหรือพวกขี้ขลาดตาขาว มักจะใช้เรียกผู้ชายที่ดูไม่สมกับขนบความเป็นชายแบบตะวันตก โดยมักจะใช้ในกลุ่มพวกเด็กอเมริกันหัวโจกช่วง 1930s เพื่อสร้างความชอบธรรมในการกระทำรุนแรงกับคนที่เด็กและอ่อนแอกว่า

ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โป๊ คำนี้บางครั้งก็ถูกใช้กับกลุ่มผู้หญิงข้ามเพศเช่นเดียวกัน รวมไปถึงหากเป็นหนังโป๊ BDSM จะหมายถึงผู้ชายที่ถูกทำให้เป็นหญิง โดยคนที่เป็นฝ่ายรับจะต้องแต่งหญิงและเรียกว่า sissy เป็นส่วนหนึ่งในการเหยียดหยามแบบอีโรติก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเร้าทางเพศด้วย

ส่วนคำสุดท้าย ‘แทรนนี่’ ก็เป็นอีกหนึ่งคำที่กลุ่มผู้หญิงข้ามเพศถือว่าเป็นการเหยียดเพศ ทว่ามีดีเบทในช่วงปี 2010s ว่ามันเหยียดเพศหรือไม่ เริ่มจากนักวิจารณ์ชาวอังกฤษได้เขียนลงบนเดอะการ์เดี้ยนเมื่อปี 2010 ว่าคำนี้กลับมาอีกครั้งและถูกใช้ในกลุ่มนักเคลื่อนไหวทรานส์ แต่คนไม่ค่อยเอาด้วยกัน เพราะว่ามันเหยียดและทำให้เสื่อมเกียรติการเป็นคนข้ามเพศ โดยในปี 2017 คำนี้ถูกห้ามใช้ในสื่อกระแสหลักหลายเจ้า และถูกมองว่าเป็น Hate Speech โดยเฟซบุ๊ก

แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวทรานส์และกลุ่มแดร็กควีนนั้นมองว่า คำนี้ไม่ได้ทำให้ลดการเกลียดกลัวคนข้ามเพศได้เลย ทว่าเป็นการฉกฉวยอัตลักษณ์ที่สนุกสนานของพวกเขาออกไป และมองว่าพวกเขาเป็นเหยื่อ ซึ่งมองกลับมายังประเทศไทย คำนี้อาจมีลักษณะแบบเดียวกับคำว่า ‘กะเทย’ ที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้ช่วงชิงความหมายกลับคืนมาได้

อ้างอิง
TheGuardian: https://bit.ly/3nJZdlN
Wikipedia: https://bit.ly/3nKp5Oc
Wiktionary: https://bit.ly/3bEFKk4
Urbandictionary: https://bit.ly/3oKVtBF
Reddit: https://bit.ly/2XCoaon
ภาพ: gayfetish

จากพจนานุกรมอ๊อกซ์ฟอร์ดฉบับร่างในปี 2003 คำว่า ‘เฟลช์’ พบครั้งแรกในหนังสือชื่อว่า ‘The Argot of the Homosexual Subculture’ โดย ‘Ronald A. Farrell’ เมื่อปี 1972 โดยเป็นกริยาที่หมายความว่า “การใช้ปากหรือลิ้นบนทวารหนักของคู่” และใช้อีกทีในการ์ตูนใต้ดินสัญชาติอเมริกันปี 1975 ชื่อ ‘เฟลช์ คัมมิกซ์’ รวมถึงนิยายชื่อ ‘แฟกก็อต’ โดย Larry Kramer ปี 1979 ที่อธิบายว่ามันคือการดูดน้ำเชื้อของตัวเองจากทวารหนักของคู่หลังจากร่วมเพศแล้ว

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/3oILY6d
ภาพ: freepik

เมื่อ 2D กลายมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

คำนี้มาจากคำว่า ‘อนิเมะกาโฮะ คิกุรุมิ’ เป็นวิธีการคอสเพลย์อีกแบบหนึ่ง โดยที่ผู้คอสเพลย์จะสวมหน้ากากตัวละครในอนิเมะ บางครั้งอาจสวมใส่บอดี้สูทยางที่ช่วยให้ดูเหมือนตัวละครนั้นจริงๆ และอาจย่อคำให้เหลือสั้นๆว่า ‘คิกุ’ หรือ ‘คิก’ ด้วย

คิกุรุมิได้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โป๊เป็นอีกหนึ่งประเภทของภาพยนตร์โป๊ที่เกี่ยวข้องกับบอดี้สูทเหมือนกับการใส่บอดี้สูทแบบลาเท็กซ์ แต่ถ้าเป็นคิกุรุมิคือสาว 2D ที่ออกมาสู่โลกความเป็นจริงเพื่อตอบสนองต่อแฟนตาซีของมนุษย์ที่มีต่อเด็กสาวในโลกอนิเมะ นอกจากนั้นเรายังไม่สามารถรู้ได้ว่าคนใต้บอดี้สูทเป็นเพศอะไร นั่นหมายความภายใต้เด็กสาว 2D ในบอดี้สูทการ์ตูนนั้นใครจะเป็นอะไรก็ได้

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/38IoDMg
Urban Dictionary: https://bit.ly/2XHlNAI
ภาพ: kiwigig

คนแก่ทำไมจะแซ่บไม่ได้

คำนี้เป็นคำสปินออฟของคำว่า ‘มิลฟ์’ โดยทั้งคู่จะหมายถึงผู้หญิงที่มีแรงดึงดูดทางเพศและวัยสูง แต่พอเป็นกิลฟ์จะใช้ในความหมายของผู้หญิงที่แก่ขึ้นไปกว่านั้น อาจอายุรุ่นหลัก 4 หรือ 5 ที่ยังดูดี หรือ อาจหมายถึงผู้หญิงที่มีหลานไปแล้ว ขณะที่มิลฟ์จะหมายถึงผู้หญิงรุ่นซักประมาณ 20 ปลายๆ ถึง 40 ต้นๆ ที่มีลูกแล้ว

‘กฎการเป็นคุณยายที่เซ็กซี่’ นิยามไว้ใน urban dictionary ตั้งแต่ปี 2009 ว่า 1.ต้องมีหลานแล้ว ไม่ว่าหลานอาจเพิ่งเกิดก็ตาม 2.ต้องมีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 45 3.รูปถ่ายที่เป็นหลักฐาน 4.เบอร์โทรศัพท์ที่เป็นหลักฐาน 5.หน้าตาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผู้ใช้งานที่เขียนนิยามกล่าว “เนื่องจากพวกเธอเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มผู้ชาย ดังนั้นหากใครเคยได้มีเซ็กซ์ด้วยจะกลายเป็นราชาของกลุ่ม จึงต้องมีกฎนี้ขึ้นมา”

แน่นอนว่ามันอาจเป็นเรื่องเล่นสนุกของกลุ่มชายหนุ่ม แต่ว่านี่ก็อาจทำให้เห็นความเป็นไปได้ว่า แม้จะอายุเท่าไหร่ คนก็มีแรงดึงดูดทางเพศได้เสมอ

อ้างอิง
GQ UK : https://bit.ly/35DjUJG
Wikitionary: https://bit.ly/3oN1KNa
Urban Dictionary: https://bit.ly/2XRUS5Dhttps://bit.ly/3qjQecv
ภาพ: https://bit.ly/39xKVPZ

เมื่อการกินเด็กถือว่าเป็นอมตะ

คำนี้ถูกนิยามถึงผู้หญิงแก่ที่มักจะชอบมีเซ็กซ์กับผู้ชายที่เด็กกว่า แม้ว่าไม่ได้มีอายุที่ชัดเจนแต่มักจะเข้าใจกันว่าจะต้องมีอายุ 35 ปีหรือแก่กว่า ในขณะที่ผู้ชายจะเด็กกว่าเธอเกิน 8 ปี บางคนมองว่าคำนี้เป็นการเหยียดเพศ เนื่องจากในสื่อกระแสหลักนั้นแสดงภาพคำนี้ในฐานะที่ว่าผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศกับเด็กหนุ่มสูง เป็นอันตรายต่อผู้ชายที่ยังไม่ประสีประสา ทว่ามองในแง่บวกแล้ว คำนี้แสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมทางเพศที่ผู้หญิงสามารถเลือกคู่ได้อย่างอิสระ และไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับบทบาทความเป็นแม่และเมียตามขนบ

จากเรื่องเม้ามอยของนักกีฬาสู่เว็บไซต์หาคู่ – จากการบันทึกที่เก่าสุด การใช้คำนี้อาจเริ่มต้นในช่วง 1980s ที่ Vancouver Canucks ทีมไอซ์ฮอคกี้ของแคนาดามีการใช้คำนี้เพื่อกล่าวถึงผู้หญิงโสดที่แก่กว่าที่เข้าชมเกมฮอคกี้ของพวกเขาเพื่อเข้าหาผู้เล่นด้วยเรื่องทางเพศ อย่างไรก็ตามหลักฐานที่เป็นชิ้นเป็นอันที่สุดคือ ในปี 1999 ที่มีเว็บไซต์หาคู่สัญชาติแคนาดา ชื่อ cougardate.com โดยตั้งใจช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างสาวแก่กับเด็กหนุ่มเว็บไซต์ดังกล่าวกลายเป็นเรื่องเด่นในสำนักข่าว Toronto Sun ปี 2001 ทำให้คำศัพท์นี้เริ่มเป็นที่นิยมในสื่อกระแสหลัก จนกระทั่งกลายเป็นอีกประเภทหนึ่งในภาพยนตร์โป๊ไป

จากสาวแก่กินหญ้าอ่อนสู่การทลายกรอบทางเพศ – นักสังคมวิทยา Milaine Alarie ได้ศึกษาปรากฏการณ์ดังกล่าว พบว่าหากเป็น ‘การแต่งงาน’ ผู้หญิงมักจะแต่งงานกับคู่ที่อายุเยอะกว่าตัวเองตามขนบ ทว่าหากเป็น ‘ความสัมพันธ์อื่นๆ’ นั้นผู้หญิงจำนวนนึงจะสนใจคู่ที่เด็กกว่าตนเอง เธอเสนอว่าเพราะความสัมพันธ์แบบนี้ถูกมองในแง่ลบ จากการทำลายขนบของสังคมเดิม โดยเฉพาะในวัฒนธรรมตะวันตกที่ผู้ชายให้คุณค่ากับความสวยงามและสดใหม่ และผู้ชายเองก็ถูกมองว่ามีความต้องการทางเพศมากกว่าจึงต้องเป็นผู้เลือกก่อน ผู้หญิงเป็นเพียงผู้ถูกเลือก ดังนั้นการกระทำแบบนี้จึงเป็นทางเลือกอีกทางของผู้หญิงในยุคปัจจุบันที่ไม่ยึดโยงกับคุณค่าตามขนบอีกต่อไป

อ้างอิง
Live About.com: https://bit.ly/38JmWhD
Wikipedia: https://bit.ly/3idALbg
ภาพ: https://bit.ly/3bF9gWP

เทนทาเคิลอีโรติก้า เป็นที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นลูกผสมระหว่างการมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ แฟนตาซี สยองขวัญและไซไฟ โดยเป็นการแสดงภาพสัตว์ประหลาดที่มีหนวดรยางค์นั้นมีเซ็กซ์กับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่และในหลายต่อหลายครั้งที่มีลักษณะเป็นการข่มขืน ถึงแม้ว่าจะเป็นการสมยอมได้

สัตว์ประหลาดที่มีหนวดรยางค์นั้นเป็นที่นิยมในสื่อโป๊ของญี่ปุ่น โดยมีภาพวาดที่เป็นที่รู้จักในปี 1804 ชื่อว่า ‘The Dream of the Fisherman’s Wife’ ซึ่งคนตะวันตกมองว่าเป็นการข่มขืน ทว่าคนญี่ปุ่นในยุคเอโดะจะมองว่าเป็นการสมยอม เนื่องจากเป็นภาพพิมพ์ที่แสดงถึงตำนานของ ‘ทามาโทริ’ นักดำหอยเป่าฮื้อสาว โดยในตำนานกล่าวว่าเธอได้ขโมยอัญมณีจากราชามังกร ระหว่างที่เธอหลบหนีราชามังกรและสมุนของเขา รวมถึงปลาหมึกยักษ์ที่ไล่ตามเธอไป ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านักดำน้ำสาวและปลาหมึกยักษณ์กำลังแสดงความสนุกสนานร่วมกัน

ไม่เพียงแค่นั้นการใช้ส้ตว์ประหลาดหนวดรยางค์นั้นยังนำมาใช้เนื่องจากการเซ็นเซอร์ในญี่ปุ่นที่ห้ามเห็นอวัยวะเพศ ดังนั้นภาพยนตร์โป๊เทนทาเคิลจึงมาจากการบิดนโยบายดังกล่าว โดยนักแอนิเมเตอร์ ‘Toshio Maeda’ กล่าวว่า “ในยุคหนึ่งนั้นการสร้างฉากบนเตียงนั้นผิดกฎหมาย ฉันเลยต้องสร้างสิ่งอื่นขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการวาดฉากบนเตียงแบบปกติ จึงได้วาดสิ่งมีชีวิตที่มีหนวดรยางค์ขึ้นมา เพราะว่าหนวดของมันไม่ใช่อวัยวะเพศชาย เพื่อเป็นข้ออ้างและแน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตนั้นไม่มีเพศ ดังนั้นมันจึงไม่อนาจารและผิดกฎหมาย”

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/3oLgJaF
Glamour: https://bit.ly/3bH1gEE
ภาพ: freepik

การใช้สายตาโลมเลีย

หลายคนชอบเพียงแค่ได้จ้องมองผู้อื่นมีการกระทำทางเพศ แล้วตัวเองจึงจะกระตุ้นอารมณ์ ในทางประวัติศาสตร์พบว่ามีการจ่ายเงินเพื่อดูโสเภณีมีเซ็กซ์ในซ่องที่ปารีสตั้งแต่ปี 1857 จนกระทั่งกลายเป็นที่โจษจันในช่วงปี 1880s โดยมีทฤษฎีทางจิตวิเคราะห์ที่เชื่อว่าการเกิดของเฟติชในการถ้ำมองนั้นมาจากความล้มเหลวในการยอมรับความวิตกกังวลที่อวัยวะเพศของตัวเองจะหายไปหรือถูกทำร้าย

ความชื่นชอบในการถ้ำมองถูกจัดเป็นหนึ่งในความไม่ปกติทางเพศโดยสมาพันธ์จิตแพทย์อเมริกัน อย่างไรก็ตาม การที่จะถึงขั้นเป็น ‘โรค’ ที่ไม่ปกตินั้น มันจะต้องเป็นปัญหาเรื้อรังและยาวนานเกินกว่า 6 เดือน เนื่องจากหากเป็นโรคชื่นชอบการถ้ำมองนั้นจะส่งผลให้เกิดการถ้ำมองคนที่เขาไม่ยินยอมด้วย ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมทางเพศ โดยมักจะเชื่อมโยงกับกลุ่มอาการ OCD ทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นสตอล์กเกอร์ได้ง่ายด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดีการถ้ำมองนั้นเป็นประเภทของหนังโป๊ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากความรู้สึกที่ได้เหมือนกับการแอบถ่ายหรือการแอบมองโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปแอบถ้ำมองด้วยตัวเอง โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้สมยอมด้วย อันที่จริงเรื่องของนักถ้ำมองก็ปรากฎในภาพยนตร์ดังอย่าง Rear Window ของ Alfred Hitchcock ซึ่งแสดงให้เห็นมุมมองอันดำมืดของความชื่นชอบในการถ้ำมองว่า ‘อันที่จริงเราคงมีความต้องการอยากเห็นสิ่งที่แย่เกิดขึ้นกับคนอื่น เพื่อทำให้เรารู้สึกดีและเพื่อปลดปล่อยภาระอันหนักอึ้งของเราในการตรวจสอบชีวิตตัวเอง’

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/3sqwUwk
Healthline: https://bit.ly/3qrfb69
Perry, Dennis (2003). Hitchcock and Poe: the Legacy of Delight and Terror.
ภาพ: https://bit.ly/35HpwTA

ประจำเดือนกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน

ประเภทนี้ของภาพยนตร์โป๊นั้นจำกัดอย่างชัดเจนว่าต้องมีผู้หญิง แม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นหนังโป๊เลสเบี้ยนที่เราสามารถเห็นเลือดประจำเดือนได้สักเท่าไหร่ ผู้หญิงบางคนอาจไม่ชอบการมีเซ็กซ์ตอนช่วงมีประจำเดือน แต่บางคนก็ชอบ เพราะว่าช่วยลดความเจ็บปวดจากการบีบรัดของช่องคลอด รวมถึงอาจเป็นเพราะฮอร์โมนที่ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศมากขึ้นก็ได้

ทว่าผู้ชายมักจะไม่ชอบการมีเซ็กซ์ในช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนนัก เพราะพวกเขาเชื่อมโยงมันกับความสกปรกและยุ่งเหยิง รวมถึงยังมองว่าประจำเดือนเป็นสิ่งที่สกปรกทั้งๆ ที่ผู้หญิงก็มีมันอยู่ทุกเดือนซึ่งอาจมาจากความเชื่อในสังคมที่ตีตราเลือดประจำเดือน

แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่มีเฟติชกับ ‘เลือด’ และความยุ่งเหยิง ซึ่งทำให้หนังโป๊ประเภทนี้พอจะขายได้อยู่ โดยกลุ่มที่เฟติชกับเลือดนั้นมักจะตื่นเต้นและมีอารมณ์ทางเพศจากการเห็น ได้กลิ่น หรือสัมผัสเลือด โดย Galen Fous นักบำบัดเซ็กซ์และนักการศึกษาด้านเฟติชมองว่า การกระตุ้นเร้าทางเพศผ่าน ‘เลือด’ นั้นมีรากมาจากสัญชาตญาณดิบและความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเลือดเชื่อมโยงกับหัวใจ สีแดง และแรงปรารถนาดิบ รวมถึงความเป็นความตาย

อ้างอิง
Yahoo: https://yhoo.it/2XGdy8g
Urban Dictionary: https://bit.ly/2XHxB6d
Refinerary: https://r29.co/3soNMmR
Yahoo: https://bit.ly/3qgWhPd
ภาพ: https://bit.ly/38KYAUR

ขนปุกปุยน่าขยุ้ม

แน่นอนว่า ‘เฟอรี่’ ไม่ได้หมายถึงแค่แฟนตาซีทางเพศเท่านั้น แต่มักจะมีความหมายกว้างๆ ถึงแฟนด้อมใหญ่ที่เป็นวัฒนธรรมย่อยซึ่งชื่นชอบตัวการ์ตูนสัตว์ที่มีท่าทางเลียนแบบคน โดยคนที่อยู่ในด้อมนี้มักจะชื่นชอบผ่านศิลปะมากกว่า อย่างเช่นฟิกชั่นและภาพวาดการ์ตูน

แต่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โป๊แล้ว คำนี้ถูกนำไปใช้ในเชิงทางเพศที่ดูเหมือนว่าจะทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นพวกชอบมีเซ็กซ์กับสัตว์ไปปริยาย โดยในภาพยนตร์โป๊ประเภทนี้นั้นจะแสดงภาพการมีเซ็กซ์ของคนที่แต่งตัวเป็นสัตว์ หรือการ์ตูนพาโรดี้ต่างๆ แต่ความเป็นจริงแล้วคนกลุ่มที่อยู่ในแฟนด้อมนี้นั้นก็ปกติทั่วไป ไม่ได้แม้กระทั่งมีเซ็กซ์ในชุดบอดี้สูทขนสัตว์

อ้างอิง
Vox: https://bit.ly/3skeFIR
Urban Dictionary: https://bit.ly/2XHDuA9
New York Post: https://bit.ly/3oWO0Ql
ภาพ: DireHeartbeat

‘สัตว์ป่า ดิบเถื่อนและเป็นไปไม่ได้จริง’

ภาพยนตร์โป๊ส่วนใหญ่ในประเภทนี้ อาจหมายถึงสัตว์ประหลาดก็ได้หรือแม้กระทั่งความเป็นสัตว์ป่า อย่างหากเสิร์ชไปในเว็บเอ็กซ์วิดีโอจะเห็นคลิปโป๊ที่นำคนมาแต่งเป็นสัตว์ประหลาดในเรื่องเล่าของ H.P. Lovecraft อย่าง Cthulhu หรือออกมาในรูปแบบของการ์ตูนที่มีสัตว์ป่าหรือสัตว์ประหลาด โดยส่วนมากจะมีลักษณะของอวัยวะเพศชายที่ใหญ่เกินกว่าความเป็นจริง

การนำสัตว์ประหลาดเข้ามาข้องเกี่ยว อาจเป็นเพราะว่าเป็นภาพแทนของสัญชาติญาณดิบและความป่าเถื่อนที่ไม่สามารถแสดงออกในความเป็น ‘มนุษย์’ ได้ เนื่องจากมนุษย์เชื่อว่าตัวเองต้องมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถแสดงออกถึงความไร้เหตุผลได้ ในขณะที่หากเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่ได้อยู่บนโลกความเป็นจริงนั้นสามารถกระทำได้

อ้างอิง
เอ็กซ์วิดีโอและพอร์นฮับ
ภาพ: rule34

หุ่นดี กล้ามหนา ร่างใหญ่

คำนี้มักจะหมายถึงผู้ชายที่มีแรงดึงดูดทางเพศสูงในแบบความเป็นชาย มีหุ่นที่ฟิตเต็มไปด้วยกล้าม แต่ยังดูสมส่วน ถ้าหากจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือพวกที่ดูมีความเป็นชายสูงและมักจะโชว์กล้ามเนื้อ พบเห็นได้ตามนิตยสารเกย์

คำนี้ถูกใช้บ่อยในภาพยนตร์โป๊ ทั้งในภาพยนตร์ของรักต่างเพศและเกย์ ในภาพยนตร์โป๊ญี่ปุ่นนั้นมีการสร้างช่องและโปรดักชั่นที่ชื่อว่า ‘ฮังก์ แชนแนล’ เพื่อรวมดารา AV ชายที่มีลักษณะเดียวกับที่บรรยายไว้ข้างต้น ซึ่งจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ชมที่เป็นชายรักเพศเดียวกัน แต่ยังมีบางครั้งที่เป็นวิดีโอคู่ชายหญิง

โดยคำในความหมายนี้ถูกใช้ครั้งแรกเป็นศัพท์ของกลุ่มแอฟริกันอเมริกันช่วงปี 1945 แต่พบว่าคำดังกล่าวเป็นแสลงที่ใช้ในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 1941 โดยในวิกิพีเดียอ้างถึงคำศัพท์ที่มีความหมายเดียวกัน ‘บีฟเค้ก’ ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบของการถ่ายภาพแบบกลามัวร์ ฉายภาพชายหนุ่มที่มีร่างหนาเต็มไปด้วยกล้าม หรือมองง่ายๆ ก็คือผู้ชายแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของเพศชายที่มีแรงดึงดูดทางเพศสูงนั่นเอง

อ้างอิง
Quora: https://bit.ly/2XH7Brr
Urbandictionary: https://bit.ly/35GcyFw
EtymOnline: https://bit.ly/35FeT3E
Wikipedia: https://bit.ly/2LMYJxR
ภาพ: https://bit.ly/38GCu5C

“เกย์ขบเผาะ มัธยมผมสั้นตั้งค่ะ” – ความเห็นจากเว็บ T-Pageant

นี่คือคำอธิบายแบบสั้นๆ ของคำนี้ โดยแหล่งที่มาของศัพท์นั้นยังเป็นที่ถกเถียงกัน บางคนเชื่อว่าอาจเพี้ยนมาจากศัพท์เก่าแก่ของชาวเกย์บริติช Twank ที่แปลว่า โสเภณีชาย (ฝ่ายรับ) หรือผู้ชายที่พร้อมเป็นคู่ให้ฝ่ายรุก บางที่บอกว่าเป็นคำที่มาจากอเมริกาในช่วงปี 1968 ทว่า Paul Baker นักภาษาศาสตร์ชาวอังกฤษมองว่า อาจมีที่มาจาก Twinkies ขนมประจำบ้านของชาวอเมริกา เนื่องจาก “มีประโยชน์ทางโภชนาการต่ำ ทว่ามีรสชาติหวานและเต็มไปด้วยครีม” ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าครีมนั้นเป็นแสลงของน้ำอสุจิ

อย่างไรก็ตามความหมายของคำนี้กว้างขึ้นกว่าการเป็นฝ่ายรับ แต่เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่มีลักษณะตัวบาง อายุประมาณวัยรุ่นตอนปลายจนถึง 20 ตอนต้น การใช้คำศัพท์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเหยียดผ่านอายุและชาติพันธุ์ เนื่องจากในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โป๊นั้น เมื่อเสิร์ชคำนี้จะพบแต่เด็กหนุ่มผิวขาว นั่นหมายความว่า ‘ความเป็นคนขาว’ และ ‘ความเป็นหนุ่ม’ กลายเป็นเฟติชที่ถูกทำให้เป็นที่ต้องการทางเพศเกินจริง เพื่อการบริโภคโดยเฉพาะ

ด้วยเหตุผลที่เมื่อนึกถึงคำนี้ เราจะนึกถึงเกย์ที่มีลักษณะความเป็นหญิงมากกว่าเกย์กลุ่มอื่นๆ จึงทำให้เกย์บางพวกใช้คำนี้ในเชิงเหยียดหยามเพราะสังคมเกย์ตะวันตกที่มีลักษณะความเป็นชายเหนือชาย (hypermasculinity) ทว่าบางกลุ่มก็มองเพียงแค่เป็นคำตรงข้ามของคำว่า Bear ที่หมายถึงเกย์หนุ่มใหญ่ร่างหมีที่เต็มไปด้วยขน

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/3nEjFEp
T-Pageant: https://bit.ly/3bImCBB
Urban Dictionary: https://bit.ly/3oK7yHr
Eric Partridge (2 May 2006) and Baker, Paul (2002)
ภาพ: gayteenboylinks

WAP and WAM

รสนิยมทางเพศแบบนี้นั้นมาจากความชอบในสัมผัสที่เปียกและเหนียวเหนอะจากของเหลวบนร่างกายของตัวเอง หรือบางคนอาจชอบภาพคนอื่นเปียกและเหนียวเหนอะ โดยส่วนใหญ่จะใช้ครีมละเลงไปบนตัว หรือใช้สี หรือแม้กระทั่งการนั่งบนเค้กเป็นต้น บางครั้งก็จะใช้วิธีนำของเหลวเทลงไปบนเสื้อที่คู่ใส่ซึ่งอาจเป็นเสื้อว่ายน้ำ ชุดชั้นในหรือชุดปกติ

ของเหลวที่ใช้อาจเป็นไปได้ทั้งวิปครีม ไข่ดิบ นม โลชั่น สี น้ำมัน ดินเหนียว พุดดิ้ง ซอสช็อคโกแลต ไอศครีม เนยถั่ว เค้ก และอื่นๆ แต่จะไม่ใช่ของเหลวที่มาจากร่างกาย บางครั้งวิดีโอของเฟติชนี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเพศและภาพโป๊เลยก็ได้ ทว่าในเว็บไซต์ภาพยนตร์โป๊นั้น สิ่งนี้ก็เป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยมีความเชื่อว่า เพราะคนมักจะถูกห้ามไม่ให้เล่นเละเทะในสมัยเด็ก จึงรู้สึกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทลายกฎในวัยเด็กของพวกเขา ทำให้รู้สึกได้รับอิสรภาพส่วนตัว

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/35X1KDd
ภาพ: เอ็กซ์แฮมสเตอร์

‘Let’s swing’

คำนี้มาจากคำว่า Orgia หมายถึง พิธีกรรมแห่งความสุข เป็นลักษณะเฉพาะของลัทธิลึกลับในยุคกรีกโบราณ โดยพิธีกรรมดังกล่าวเป็น ‘ความลับ’ ที่จะเปิดเฉพาะคนที่เข้าหาเท่านั้น เนื่องจากความลึกลับดังกล่าว ทำให้ Orgia เป็นที่สงสัยสำหรับชาวโรมันที่บุกยึดครองพื้นที่ใน 186 ปีก่อนคริสตกาลและถูกเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็อาจเป็นไปได้ เนื่องจากเรื่องเพศและความอุดมสมบูรณ์นั้นเป็นเป้าหมายหลักของลัทธิกลุ่มนี้ เพราะมันจะนำไปสู่การบรรลุความสุขเพื่อเข้าถึงพระเจ้า

การเปรียบเปรยดังกล่าวทำให้คำนี้กลายเป็นคำที่พูดถึงเซ็กซ์หมู่และปาร์ตี้เซ็กซ์ แต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามสำหรับหลายคนคือ ‘คนมากเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าเซ็กซ์หมู่’ เนื่องจากมีศัพท์ว่าทรีซัมและโฟร์ซัม ดังนั้นการมีเซ็กซ์หมู่จึงต้องมีคนมากกว่าห้าคนขึ้นไป

อ้างอิง
Wikipedia: https://bit.ly/3sqwUwk
Refinery29: https://r29.co/3qezEL8
ภาพ: https://bit.ly/3bGglGO

#Sexology #Pornography

Content by Va/Waranya Buranakarn
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Silpa-Mag: https://bit.ly/39AeL6m
Greek Dictionary Headword Search Results: https://bit.ly/39uq0gF
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

- Advertisement -
วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
Self-proclaimed visual artist, part-time journalist, full-time bullshit. Meet me virtually at @vavantgarde (instagram)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer