เมื่อ IG เซนเซอร์ร่างกาย ของ “คนอ้วน” มากกว่า รู้จักแฮชแท็ก #dontdeletemybody ที่ถูกใช้ต่อเนื่องจนตอนนี้ เพื่อรณรงค์หยุดเรื่อง Body – Shaming Standard ที่สื่อนั้นผลิตซ้ำ

“#DontDeleteMyBody” – ถูกใช้เพื่อตั้งคำถามกับอินสตาแกรม เมื่อมีเหตุการณ์ที่อัลกอริทึมไปเซนเซอร์ไม่ให้โพสต์ภาพนู้ดคนอ้วนและคนดำ ในขณะที่ภาพนู้ดของคนขาวและคนผอมกลับไม่โดนเซนเซอร์ จนเกิดเป็นประเด็นถกกันไปทั่วโลกออนไลน์อย่างหนักตั้งแต่ปีที่แล้ว จนตอนนี้ก็มีการใช้แฮชแท็กนี้เพื่อรณรงค์หยุดเรื่อง Body-Shaming Standard ที่โดนผลิตซ้ำไปมาโดยสื่อ

จุดเริ่มต้นของแฮชแท็กนี้ – เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักแสดงชาวออสเตรเลียชื่อดังอย่าง ‘Celeste Barber’ ได้โพสต์ภาพตัวเองในลักษณะนั่ง ร่างกายแทบเปลือยเปล่า มีเพียงมือข้างซ้ายกุมหน้าอกและเสื้อสูทขนาดใหญ่คลุมไหล่อย่างหลวมๆ เพียงข้างเดียวเท่านั้น ล้อเลียนกับภาพของอดีตนางแบบค่าย Victoria’s Secret แบรนด์ชุดชั้นในระดับโลกอย่าง ‘Candice Swanepoel’ ซึ่งโพสต์ที่ว่าก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่กลายเป็นว่าภาพของ Barber ไม่สามารถจะถูกแชร์ไปได้ ด้วยเหตุผล (ที่ทางอินสตาแกรมให้) ที่ว่า “ภาพดังกล่าวขัดกับกฎของชุมชนในด้านภาพโป๊เปลือยหรือกิจกรรมทางเพศ”

“เฮ้! อินสตาแกรมจ้ะ กลับไปเช็กมาตรฐานเรื่องเหยียดร่างกายได้แล้วนะจ้ะ” นักแสดงชาวออสเตรเลียกล่าวไว้ ก่อนจะปิดทิ้งท้ายว่า “นี่ปี 2020 แล้วนะ ตามให้ทันเนาะ”

Barber ได้โพสต์ข้อความเพื่อสะท้อนความย้อนแย้งเพราะภาพของเธอนั้นไม่ต่างจากภาพของ Candice แต่อย่างใดเลย แต่ภาพของ Candice กลับสามารถถูกแชร์ไปได้โดยอิสระ เกิดอะไรขึ้น? และก่อนหน้านี้มีโมเดลพลัสไซซ์ผิวดำด้วยที่โดนเซนเซอร์ภาพในลักษณะเดียวกัน

‘Nyome Nicholas’ ได้โพสต์ภาพเปลือยท่อนบนของตัวเองโดยมีแขนปิดหน้าอกไว้ ก่อนจะโดนอินสตาแกรมนำภาพนั้นออกในเวลาถัดมา เกิดเป็นการตั้งคำถามไปทั่วทุกที่ถึงมาตรฐานการโพสต์รูปของอินสตาแกรมที่เมื่อเป็นหญิงสาวตาม ‘ความงามแบบขนบ’ โชว์เรือนร่างตัวเอง จะไม่ต้องโดนเซนเซอร์แบบเดียวกันกับทั้ง Nyome หรือ Barber นั่นทำให้เกิดการติดแฮชแท็กเหล่านี้เพื่อทวงถามประเด็นนี้ต่อทางอินสตราแกรม

#dondeletemybody #IWantToSeeNyome และ #Celestechallengeaccepted และแคมเปญก็ดังขึ้นอีกเมื่อ ‘Kayla Logan’ อินฟลูเอนเซอร์และบล็อกเกอร์ชาวอเมริกันที่รณรงค์เรื่อง ‘Body Positivity’ ร่วมใช้แฮชแท็กนี้ ตามมาด้วยอินฟลูเอนเซอร์ที่ต่อต้านเรื่องความเกลียดชังในคนอ้วนได้ทำการโพสต์รูปตัวเองต่างกันไปตามอิริยาบถ ทั้งในแบบเปลือย และเกือบเปลือย พร้อมคาดแถบค้นหาที่เขียนว่า “ทำไมอินสตาแกรมเซนเซอร์ภาพร่างกายฉัน แต่ไม่เซนเซอร์ร่างกายผอมๆ ล่ะ”

อินสตราแกรมถูกควบคุมโดยการใช้ AI เพื่อเฟ้นหาภาพที่มีแนวโน้มจะเข้าข่ายละเมิดกฏต่างๆ ของอินสตาแกรม นอกจากนี้ อินสตาแกรมยังได้จ้างพนักงานเข้ามาอีกมากกว่า 15,000 คนทั่วโลกที่ร่วมทำหน้าที่ตรวจสอบอีกด้วย ฉะนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่สามารถฟันธงได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการกระทำที่แน่นเต็มไปด้วยอคตินี้

ส่งเสียงความเปลี่ยนแปลงเกิดได้ – เหตุการณ์นี้นำไปสู่การลงชื่อกว่าในเว็บ Change.org เพื่อรณรงค์ให้มีการตรวจสอบมาตรฐานการเซนเซอร์รูปเปลือยที่ไม่เป็นธรรมในอินสตาแกรม อินสตาแกรมจึงได้ออกนโยบายใหม่ให้ภาพนั้นยังคงอยู่ต่อในแอพพลิเคชั่นได้ในขณะที่รอการตรวจสอบ แทนที่จะลบภาพไปเลย

และถึงแม้อินสตาแกรมจะผ่อนผันมาตรการลงและให้ความเป็นธรรมต่อเหตุการณ์ในลักษณะนี้มากขึ้น แต่ hashtag ดังกล่าวก็ยังคงถูกใช้อยู่เพื่อเป็นอนุสรณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อสื่อถึงการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางด้านความแตกต่างของทุกอัตลักษณ์ต่อไป
.
#DontDeleteMybody
#StopBodyShamingStandard

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
Griot: https://bit.ly/38Tm8Xy
The Guardian: https://bit.ly/2Kqs3tR
ABC News: https://ab.co/3bMIP1l
ภาพ: curvynyome
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน