Zumrat Dawut – หญิงลี้ภัยชาวอุยกูร์ผู้ถูกกักกันในเมือง ซินเจียงประเทศจีนกว่า 2 เดือน และถูก ‘บังคับ’ ให้ทำหมัน

“หลังจากที่ฉันหนีออกมาจากจีน
ฉันตั้งใจที่จะเป็นกระบอกเสียงของพวกเรา”

นี่คือเสียงของหญิงชาวอุยกูร์ที่รอดมาได้ “ค่ายปรับทัศนคติ” (re-education camps) ที่เมืองซินเจียง ประเทศจีน ค่ายที่พวกเขาพยายามปิดบังข้อมูลกับการนำชาวอุยกูร์จำนวนมากไป ล่วงละเมิดสิทธิ ทำร้ายร่างกาย ล้างสมอง รวมถึงครอบงำอัตลักษณ์และทำลายวัฒนธรรมโดยการจับชาวอุยกูร์มาทำหมัน

SPECTRUM OF HUMAN: Zumrat Dawut – หญิงลี้ภัยชาวอุยกูร์ ผู้ถูกกักกันในซินเจียงกว่า 2 เดือน และถูก ‘บังคับ’ ให้ทำหมัน

“ฉันเข้าไปในตึกแห่งหนึ่ง ภายในมีโถงทางเดินยาว และมีห้องตลอดทั้ง 2 ฝั่ง ถ้ามองจากด้านนอกจะดูไม่ออกเลยว่าที่นี่เป็นคุก มันดูเหมือนตึกออฟฟิศเสียมากกกว่า พวกเขาดัดแปลงสภานที่ให้เป็นคุกโดยติดตั้งแท่งเหล็กตามประตูและหน้าต่าง”

ดาวุทบรรยายสภาพในห้องกักกันอันป่าเถื่อนของจีนแห่งนี้ กับความหลังอันเจ็บปวดที่ผ่านไปหมาดๆ ในวันนั้นของปี 2018 ดาวุทถูกเรียกตัวไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในซินเจียง หลังจากนั้นเธอถูกนำตัวไป ‘ค่ายปรับทัศนคติ’ สถานที่ที่เธอและชาวอุยกูร์อีกหลายคนถูกปฏิบัติราวกับนักโทษอันตราย

“บางคนต้องยืน เพื่อที่บางคนจะได้มีที่นอน” ดาวุทเล่าว่าภายในห้องมีผู้หญิงประมาณ 40 คน อายุตั้งแต่ 16-80 ปี และห้องมีกลิ่นจากร่างกายที่ไม่ได้ผ่านการอาบน้ำมานาน เนื่องจากน้ำประปาไหลเป็นเวลาสั้นมากในตอนเช้า ดาวุทเล่าเสริมว่า เธอถูกบังคับให้เปลี่ยนเสื้อต่อหน้าผู้ชาย ซึ่งถือเป็นการคุกคามทางเพศแบบหนึ่ง (sexual harassment) ที่อาจก่อให้ผู้หญิงรู้สึกละอาย หรือเป็นการลดคุณค่าของผู้หญิงลง

“พวกเขาอธิบายว่าศาสนาของเรามาจากประเทศอื่น… และเป็นความเชื่อที่เหมือนโรคร้าย” ดาวุทกล่าวว่า ทุกๆ วันผู้ถูกกักกันจะโดนล้างสมองให้เกลียดศาสนาของตน อีกทั้งโดนบังคับให้ท่องจำ อ่านออกเสียง บทสรรเสริญผู้นำของจีน ‘สี จิ้นผิง’ (Xi Jinping) นโยบายชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์ และเรียนภาษาจีนอย่างเคร่งครัด นอกจากนั้น ระหว่างการเรียนก็มีเสียงผู้ถูกกักกันคนอื่นๆ ที่ถูกลงโทษเล็ดลอดผ่านผนังมาเรื่อยๆ

“เขาเตะฉันเข้าที่หลัง ระหว่งที่ใช้มือทุบตีฉันด้วยไม้กระบองอย่างไม่ยับยั้ง ผู้หญิงคนอื่นกรีดร้องห้าม และขอร้องให้เขาหยุด เพราะฉันพึ่งเข้ามาใหม่และยังไม่รู้กฎเกณฑ์ต่างๆ แต่เขาไม่หยุด เมื่อฉันร้องขอให้พระเจ้าช่วย เขากล่าวกับฉันว่า ‘ถ้าพระเจ้าของแกยิ่งใหญ่จริง เขาก็คงลงมาช่วยแกต่อหน้าฉันแล้ว’ ”

“ฉันคิดแค่ว่าจะเอาชีวิตรอดในแต่ละวันอย่างไรไม่ให้โดนจับไปฆ่าทิ้ง” – เธอร้องไห้ระหว่างการสัมภาษณ์ เมื่อหวนถึงการโดนทุบตีทรมานครั้งหนึ่ง ขณะถูกกักกันเป็นเวลา 62 วัน ในค่ายแห่งนี้ โดยทุกๆ 2 อาทิตย์ดาวุทเล่าว่าผู้หญิงที่ถูกคุมขังจะโดนจับฉีดยา และทุกๆวันพวกเธอถูกบังคับให้ทานยาเม็ด โดยที่ไม่รู้ส่วนประกอบภายในยาดังกล่าวเลย

“หลังจากทานยา พวกเราจะรู้สึกชาไปหมด แม้กระทั่งครอบครัวที่เราจากมา เราก็ไม่สามารถนึกถึงพวกเขาได้ ตอนนั้นฉันมีลูกสาวที่กำลังอยู่ในวัยน่ารัก อายุ 5 ขวบ แต่ฉันไม่สามารถนึกถึงเธอขณะถูกกักกันได้เลย รวมทั้งพ่อ สามี ลูกทั้ง 3 คน ฉันก็ไม่ได้นึกถึงพวกเขาแม้แต่ครั้งเดียว”

ประสบการณ์อีกอันที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตเธอ เกิดเนื่องจากเธอละเมิดนโยบายมีลูกไม่เกิน 2 คนของจีน เธอจึงต้องเสียค่าปรับและถูก ‘บังคับ’ ให้เข้ารับการทำหมันฟรี “ฉันไม่มีทางเลือก ฉันรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกนำไปโรงเชือด” เมื่อดาวุทฟื้นจากการผ่าตัด เธอเล่าว่า

“มีเสียงผู้หญิงคนอื่นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ครึ่งชั่วโมงต่อมาฉันรู้สึกเจ็บแปลบภายในช่องท้อง ฉันเริ่มร้องไห้เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ มันเป็นความเจ็บปวดที่สาหัสมาก” ดาวุทให้สัมภาษณ์เสริมภายหลังว่า “พวกเขาอยากให้ชาวอุยกูร์สูญพันธุ์” และเธอเสียใจที่ไม่สามารถมีลูกอีกคนได้ตามที่วาดฝัน

’อาชญากร’ ‘กลุ่มเสี่ยงเป็นผู้ก่อการร้าย’ – อคติต่อชาวอุยกูร์เหล่านี้เป็นเครื่องมือชั้นดีที่รัฐบาลจีนนำมาอ้างการทรมาน กักกันชาวอุยกูร์ หรือทำให้คำพูดของพวกเขาไม่น่าเชื่อถือ ชาวอุยกูร์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นชนกลุ่มน้อย และคนชนชั้นล่างในสังคมจีน รัฐบาลจีนจึงตีตราว่าชาวอุยกูร์เป็นพวกนิยมความรุนแรง และพยายามเข้าควบคุมสิทธิ เสรีภาพ และอัตลักษณ์ที่แตกต่างของพวกเขา

สามีของดาวุทเคยทำธุรกิจที่สหรัฐ และมีวีซ่านักท่องเที่ยวสำหรับทั้งครอบครัว ในปี 2019 ดาวุทและครอบครัวจึงทำการลี้ภัยไปสหรัฐ แต่รัฐบาลจีนยังคงข่มขู่ความปลอดภัยของครอบครัวพวกเขา ดังนั้นดาวุทจึงตั้งใจว่า “หลังจากที่ฉันหนีออกจากจีนได้ ฉันจะเป็นกระบอกเสียงของพวกเขา (ชาวอุยกูร์)” ปัจจุบันในวัยที่กำลังย่างเข้าสี่สิบปี เธอยังอยากย้ำเตือนว่านอกจากกรณีของเธอแล้ว ยังมีเรื่องราวโหดร้ายอีกมากมายภายในค่ายกักกันที่ไม่ได้นำมาสู่ที่แจ้ง

จากการคาดคะเนว่าตั้งแต่ปี 2017 มีชาวอุยกูร์และชาวมุสลิมกว่า 1.8 ล้านคนถูกส่งตัวไปค่ายกักกันที่เมืองซินเจียงนี้ ซึ่งนอกจากถูกบังคับให้ทำสิ่งต่างๆ เพื่อล้างสมองให้เกลียดชังสถาบันศาสนาและเชื้อชาติของตนแล้ว บางรายงานยังกล่าวอีกว่า พวกเขาถูกช็อตไฟฟ้า อดอาหาร ทรมานร่างกาย ล่ามโซ่ตรวน บางครั้งถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้หญิงยังคงถูกข่มขู่โดยรัฐบาลให้คุมกำเนิด และเข้ารับการทำหมันอย่างต่อเนื่อง

เราสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้โดยการเซ็นต์คำร้องเรียน (petition) หรือกดดันนักการเมืองในประเทศให้พูดถึงปัญหานี้มากขึ้น สิ่งที่ชาวอุยกูร์พบเจอจะไม่จบสิ้นหากทั้งโลกเลือกที่จะมองพวกเขาด้วยอคติและละเลยปัญหามนุษยชนที่เกิดขึ้นกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ลิ๊งค์รวมเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลและช่วยเหลือชาวอุยกูร์ https://bit.ly/38Bz4Bl

#Human #ZumratDawut
#UyghurRefugee #InEquality
อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ: www.spectrumth.com/

Content by Sarisa Pokawattana
Graphic by Napaschon Boontham

อ้างอิง

South China Morning Post: https://bit.ly/2LNmtli
Washington Post: https://wapo.st/38EqPoa
PBS: https://to.pbs.org/3nDOQQ8
Vox: https://bit.ly/39uA2yB
The Momentum: http://bit.ly/3bxIks7
Amaliah: http://bit.ly/3qhv4M2
NBC news: http://nbcnews.to/35zedN0
BBC Newsnight : https://bit.ly/3i5Q1a5
ภาพ: https://nbcnews.to/3oCnknE
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

สาริศา โภคาวัฒนา
สาริศา โภคาวัฒนา
นักเขียนที่ชื่นชอบการดูซีรี่ย์ และภาพยนตร์ สนใจประเด็นปัญหาความเท่าเทียมกันทางเพศ และ LGBTQ+ กำลังฝึกทำอาหารให้อร่อยๆ และเริ่มกลับมาอ่านหนังสือมากขึ้น
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer