ใครเป็น LGBT+ ไปบริจาคเลือด แล้วเคยโดนห้ามเพราะเพศบ้าง? ขณะนี้สภากาชาดไทยขาดแคลนโลหิตและจำเป็นต้องใช้ในช่วงโควิด จึงออกแคมเปญ ‘รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย’ แต่ยังมีกฎเหยียดเพศอยู่

‘รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย’ – “ชวนคนไทยช่วยกันรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทยบริจาคโลหิตฝ่าวิกฤติ COVID-19 รอบ 2 ไปด้วยกัน”

นี่คือข้อความแคมเปญล่าสุดของทาง ‘สภากาชาดไทย’ ที่ออกมาในช่วงนี้ เนื่องจากมีการขาดแคลนโลหิตสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เพราะผู้บริจาคลดลงถึง 50% วันนี้เราอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจไปร่วมช่วยเหลือทางสภากาชาดไทยในการบริจาคโลหิตด้วย ตลอดทั้งอยากจะมาส่งเสียงว่า ขาดเลือดขนาดนี้แล้ว เมื่อไหร่กันที่กฎตีตราว่าเลือดกลุ่ม LGBT+ จะถกมองอย่างไร้อคติทางเพศสักที? 

ยื่นแล้วยื่นอีก LGBT+ ก็ยังโดนมองว่าเลือดเสี่ยง – เสียงแล้วเสียงเล่าที่เรียกร้องกลุ่มความหลากหลายทางเพศที่ไปบริจาคเลือดก็ยังรู้สึกว่าตัวเองแปลกปลอมอยู่ดี โดยล่าสุดเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา มีการรณรงค์ออนไลน์โดย ‘ศิริศักดิ์ ไชยเทศ’ ร่วมกับ ‘สมาคมฟ้าสีรุ้ง’ ให้เกิดความเท่าเทียมในการรับบริจาคเลือด ทว่าจนถึงตอนนี้การเหยียดเพศและเลือกปฏิบัติในการบริจาคเลือดของประเทศไทยก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไป กฎก็ยังเป็นเช่นเดิม

4 กลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศจากเว็บไซต์ปัจจุบันของสภากาชาดไทย ระบุว่า:
“ท่านมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่ใช่คู่ของท่าน
ท่านมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน(ตอบเฉพาะชาย)
คู่ของท่านมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น
คู่ของท่านมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน (ตอบเฉพาะหญิงที่มีคู่เป็นชาย)”

ด้วยความสงสัยในกฎและนโยบายปัจจุบันโดยเฉพาะช่วงขาดแคลนเลือด ทางเราจึงสอบถามทางสภากาชาดและเขาโอนสายให้ไปคุยกับคุณหมอท่านหนึ่งและเขาให้ข้อมูลมาว่า :

“ถ้าเป็นเกย์ไม่มีแฟนก็บริจาคเลือดได้ แต่ถ้ามีแฟนก็ไม่ได้ เนื่องจากเรานับตั้งแต่เกิดเลยว่า ‘เคยมีเซ็กซ์กับผู้ชายไหม’ ถ้าเคยแม้แต่ครั้งหนึ่งก็ไม่ได้ นี่เป็นกฎขององค์กรอนามัยโลก เพราะว่าชายรักชายมีความเสี่ยงมากกว่าหญิงรักหญิงและหญิงชาย ผู้หญิงข้ามเพศก็นับเป็นชายรักชายอยู่ดีเพราะเพศกำเนิดเป็นชาย มันเป็นเรื่องของช่องทางการมีเซ็กซ์ของเขาถึงแม้ว่าเขาจะแปลงเพศแล้วก็ตาม ส่วนกลุ่มที่เป็นผู้หญิงกับผู้ชายรักต่างเพศก็ต้องเป็นคู่เดียว ถ้ามีเซ็กซ์กับคนที่ไม่ใช่คู่ก็ต้องทิ้งระยะเวลาการมีเซ็กซ์อย่างน้อยปีหนึ่ง” 

#เมื่ออัตลักษณ์ทางเพศถูกมองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง – แม้จะเป็นคนที่ถูกจัดประเภทอยู่ในพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเหมือนกันแต่กลับถูกปฏิบัติต่างกันผ่านอัตลักษณ์ทางเพศ หากเป็นหญิงและชายรักต่างเพศ​ เจ้าหน้าที่คัดกรองจะซักถามก่อนว่า ‘ป้องกันหรือไม่’ ‘ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่’ เพื่อตัดสินว่าจะยอมรับเลือดไหม แต่ถ้าเป็นกลุ่ม LGBT+ เจ้าหน้าที่คัดกรองนั้นจะเหมารวมว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ไมม่ว่าจะเป็น ‘หญิงรักหญิง’, ‘ผู้หญิงข้ามเพศ’ หรือ ‘เกย์ที่ไม่เคยมีเซ็กซ์’ เนื่องจากขาดความเข้าใจในความหลากหลายทางเพศ แม้ในเว็บไซต์ทางการของสภากาชาดปัจจุบันจะเขียนว่า #งดรับบริจาคเลือดถาวร  เหมือนกัน

#อ้างสถิติแบนLGBTไทยไม่ให้บริจาคเลือดตลอดชีวิต – ถึงสภากาชาดจะอ้างสถิติว่าเกย์-กะเทย-ผู้หญิงข้ามเพศมีการติดเชื้อเอชไอวีมากกว่ากลุ่มอื่น จึงต้องงดรับเลือดถาวร ทว่าด้วยเทคโนโลยีของไทยนั้น เราสามารถตรวจเชื้อเอชไอวีเจอได้หลังจาก 3 เดือน นั่นหมายความว่า ถ้าหากปรับกฎลงมา หรือประเมินตามพฤติกรรมเสี่ยง โดยคัดกรองแบบเดียวกับผู้หญิงและผู้ชายรักต่างเพศก็ย่อมทำได้ นอกจากนี้ยังเคยมีงานวิจัยจากออสเตรเลียในปี 2010 ที่สนับสนุนว่า “การรับเลือดกลุ่มชายที่มีเซ็กซ์กับเพศเดียวกันหากละเว้นเซ็กซ์ในช่วงขณะหนึ่ง ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการได้รับเลือดที่ติดเชื้อเอชไอวี”  -นั่นนำมาสู่คำถามที่สำคัญคือ เรามั่นใจได้แค่ไหนว่าสถิติและข้อมูลต่างๆ ที่สภากาชาดกล่าวอ้างนั้นปราศจากอคติทางเพศ?

ต่างประเทศเริ่มปรับกฎแล้ว – ในเดือนเม.ย. ปีที่ผ่านมา อ.ย. ของอเมริกา ได้มีการปรับกฎรับบริจาคเลือดของกลุ่มผู้ชายที่มีเซ็กซ์กับเพศเดียวกันโดยจากเดิมที่ต้องละเว้นเซ็กซ์ 1 ปี เหลือเพียง 3 เดือน เช่นเดียวกันในฝั่งอังกฤษก็ปรับเกณฑ์ที่ใช้โดยคัดกรองผ่านพฤติกรรมเสี่ยงรายบุคคล ทั้งหมดเพื่อตอบสนองต่อการขาดแคลนเลือดในช่วงวิกฤติโควิด-19 ถึงแม้ว่าจะเคยมีการเรียกร้องสิทธิการบริจาคเลือดโดยกลุ่ม LGBT+ อยู่ตลอดและมีงานวิจัยสนับสนุนจาก UCLA ตั้งแต่ปี 2014 ที่เสนอว่า การยกเลิกกฎห้าม LGBT+ บริจาคเลือด จะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดเกินครึ่งล้านยูนิตต่อปี ซึ่งจะทำให้มีปริมาณเลือดที่ใช้ได้เพิ่มขึ้น 2 – 4 % 

อย่างไรก็ตามหลายงานวิจัยของอเมริกาในปีที่ผ่านมา มองว่า แม้นโยบายการบริจาคเลือดของ LGBT+ จะผ่อนปรนลงมา แต่ก็ยังเลือกปฏิบัติและแฝงไปด้วยอคติโดยที่ไม่ได้อ้างอิงตามหลักการวิทยาศาสตร์อยู่ดี เนื่องจากการคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงรายบุคคลนั้นให้ประสิทธิภาพที่ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติการณ์ขาดแคลนเลือดอย่างนี้ที่ไม่ควรจะสูญเสีย ‘เลือด’ ที่ปลอดภัยจากการเหยียดเพศเลย

ใครที่เป็น LGBT+ แล้วเจอประสบการณ์แย่ๆ
จากการบริจาคเลือดมาแล้วมาแชร์เรื่องราวกันได้นะ

#สภากาชาดไทย
#BloodDonation #GenderEquality
#GenderIdentity #StopDiscrimination
Content by Va/Waranya Buranakarn
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย: https://bit.ly/38AKXYj, https://bit.ly/3nD1ZJi
NBC: https://nbcnews.to/3oEhzWt
Workpoint Today: https://bit.ly/3i2uDCG
The Conversation: https://bit.ly/39DJhwv, https://bit.ly/2MNkxd8
HIV.gov: https://bit.ly/2Xzpjxg
Zenodo: https://bit.ly/2LF2eGK
AJPH: https://bit.ly/3oAmOGE
NCBI: https://bit.ly/3saIhrU
ภาพ:ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน