เด็กดอยใจดี และ มีแคร์รอต? ภาพจำผิดๆ ของคนเมืองต่อ ‘Hill Tribes’

จากกรณีของ ‘พิมรี่พาย’ นั้นสามารถกระตุ้นให้คนจำนวนมากหันมาสนใจปัญหาเกี่ยวกับ ‘Hill Tribes’ หรือที่คนไทยหลายๆ คนมักเรียกว่า “ชาวเขา” หรือ “ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย” มากขึ้น นี่จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะมานั่งพิจารณาปัญหานี้อย่างจริงจังมากขึ้นว่าปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยนั้นมันแย่แค่ไหน อีกทั้งตัวเรานั้นยังมีภาพจำผิดๆ อะไรที่ติดมาบ้าง ลองมาคุยเรื่องนี้กันโดยหยิบเพลง ‘เด็กดอยใจดี’ มาร่วมเผยให้เห็นอคติทางชาติพันธุ์ที่คนเมืองมีให้กับชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย

SPECTROGRAM: เด็กดอยใจดี และ มีแคร์รอต? – ภาพจำผิดๆ ของคนเมืองต่อ ‘Hill Tribe’


#ใสซื่อบริสุทธิ์ – “แก้มของเธอจะแดง แดงเหมือนสีแคร์รอต…พูดจริงจังทุกครั้งที่เจอ ฟังเสียงเธอน่ารักจริง…” ถึงแม้แคร์รอตจะไม่ได้สีแดง แต่แก้มแดงซึ่งมักปรากฏอยู่ในเด็กจนมักถูกหยิบยกมาสื่อถึงความเดียงสาในแบบของเด็กก็กลายมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของภาพลักษณ์ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย การยัดเยียดความใสซื่อว่าเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของกลุ่มคนนอกเขตเมืองไม่ได้มีอยู่แค่ในเพลงสำหรับเด็กอย่าง “เด็กดอยใจดี” เท่านั้น แต่ในเพลงรักอย่าง “ภูมิแพ้กรุงเทพ” ก็พูดกลายๆ ว่าคนในเขตเมืองนั้นเป็นคนไม่จริงใจและมีแนวโน้มจะนอกใจ การปรากฏตัวของสื่อเหล่านี้ยิ่งกลายเป็นการตอกย้ำภาพจำที่ลบความหลากหลายของอัตลักษณ์นิสัยให้กับคนนอกเขตเมืองหรือชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย อย่างไรก็ตาม เรื่องที่จะคาดหวังให้ทุกคนที่ไม่ใช่คนเมืองเป็นคนใสซื่อนั้นเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากนิสัยเป็นเรื่องการประกอบสร้างของแต่ละปัจเจกบุคคล

#พูดไม่ชัด – จากเนื้อเพลงที่ว่า “โพะ ออ แค เหราะ มา ฝะ (ผมเอาแคร์รอตมาฝาก) หยะ ฮะ เธอ ด๊ะ กิ (อยากให้เธอได้กิน)” จะเห็นได้ว่า ฐานคิดที่ว่าภาษาไทยแบบกรุงเทพถือเป็นภาษาไทยแบบมาตรฐานนั้นเป็นความคิดในแบบอำนาจนิยมที่มองว่า ตนกุมอำนาจเหนือผู้ใช้ภาษาเดียวกันในแบบอื่น ความคิดดังกล่าวสืบเนื่องมาจาการที่ภาษาไทยในแบบกรุงเทพได้สะท้อนว่าผู้ใช้มีถิ่นฐานที่เมืองหลวงซึ่งมีความเจริญเชิงวัตถุมากกว่าถิ่นฐานอื่น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยทุกคนที่ไม่สามารถสมาทานภาษาไทยในแบบกรุงเทพได้ และก็ไม่ใช่ทุกคนต้องมีความจำเป็นที่จะพูดให้ชัดได้ ความชัดในแบบภาษาไทยกรุงเทพอาจจะไม่ใช่ความชัดแบบเดียวกับที่ปรากฏในถิ่นอื่น ฉะนั้น การบอกว่า ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยทุกคนพูดไม่ชัดทุกคนจึงเป็นการเหมารวมที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

#ด้อยสติปัญญา – เรื่องนี้สามารถอนุมานได้โดยง่ายว่า คนทั่วไปมักมองว่าชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยไม่สามารถเข้าถึงความรู้ได้เท่ากับกลุ่มคนในเมืองที่มีแหล่งเอื้อต่อการรับข้อมูลต่างๆ ได้มากกว่า เหตุผลนี้จึงกลายมาเป็นสติปัญญาที่ด้อยกว่าของชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย อย่างไรก็ตาม วิธีคิดดังกล่าวเป็นวิธีคิดแบบไม่ครอบคลุมถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด กล่าวคือผู้ที่เชื่อในความคิดนั้นมักยึดติดอยู่กับความเชื่อที่ว่าความรู้เชิงวิชาการเท่านั้นที่ถือเป็นความรู้ที่แท้จริง แต่หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนจะพบว่า แม้ความรู้ในเชิงวิชาการอาจจะเข้าถึงได้ยากในพื้นที่นอกเมือง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความรู้ประเภทอื่นเช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น จะด้อยค่ากว่าความรู้เชิงวิชาการแต่อย่างใด อีกประการก็คือ หากความรู้ในเชิงวิชาการเข้าถึงได้ยากจริงในพื้นที่นอกเมือง สิ่งที่รัฐจะต้องทำก็คือการผลักดันให้ชุมชนเหล่านั้นสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่จะนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนได้ ไม่ใช่การตอกย้ำซ้ำไปมาว่าตนผู้มีโอกาสมากกว่าได้รุดหน้าเชิงความคิดหรือสติปัญญามากกว่าผู้อื่นแต่อย่างใด

#รุกล้ำผืนป่า – หากได้อ่านงานเขียนของ ‘สุมิตรชัย หัตถสาร’ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น จะพบว่า ความเชื่อเรื่อง “กะเหรี่ยงเผาป่า ตัดไม้ ทำไร่เลื่อนลอย” เป็นความเชื่อที่มีไว้เพื่อปัดความรับผิดชอบจากผู้อยู่เบื้องหลังวาทกรรมดังกล่าวจริงๆ อย่างผู้ที่รับสัมปทานป่าไม้ โดยในงานเขียนนั้น สุมิตรชัยได้ยกข้อมูลของเนื้อที่ป่าไม้ตั้งแต่ปี 2504-2551 ขี้นมาโดยเมื่อประเทศไทยปิดไม่ให้มีการสัมปทานป่าไม้ เนื้อที่ป่าไม้ก็เริ่มคงตัว จึงเป็นที่น่าสนใจว่าการให้สัมปทานป่าไม้ในแต่ละครั้งนั้นอาจส่งผลไปถึงเนื้อที่ป่าไม้ที่ค่อยๆ ลดลงตามข้อมูลที่ปรากฏได้ (สามารถอ่านงานเขียนเต็มได้ข้างล่าง) และที่น่าสังเกตก็คือ คนพื้นเมืองเขาอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่การแบ่งเขตรัฐชาติเสียอีก อีกทั้งรุกล้ำผืนป่าก็ล้วนมาจากอภิสิทธิ์ชนคนรวยทั้งนั้น

#ต้องขนยาเสพติด – ถึงแม้จะมีการทำข่าวเรื่องชาวเขาขนยาเสพติดบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่อยู่พื้นที่นั้นจะทำอาชีพเดียวกัน เช่นเดียวกับทุกมายาคติอื่น เราไม่สามารถเหมารวมทุกคนจากคนกลุ่มหนึ่งได้ อย่างไรก็ตาม มายาคตินี้กลับสะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐที่จะช่วยเหลือให้ทุกคนในประเทศสามารถเข้าถึงโอกาสในการเลี้ยงชีพได้อย่างเท่าเทียมกันจนผลักให้คนที่ไม่มีโอกาสเท่ากับคนอื่นต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในอาชีพที่ถูกทำให้ผิดกฏหมายและเสี่ยงต่ออันตรายเช่นนี้ เหตุการณ์นี้ไม่ต่างกับเหตุการณ์การก่อการร้ายในภาคใต้ที่ผู้คนเห็นเพียงผู้กระทำผิด แต่ไม่ได้มองเห็นสาเหตุที่ดันให้มนุษย์คนหนึ่งกลายเป็นผู้กระทำผิด รัฐประเภทไหนที่ปล่อยให้ประชาชนของตนกลายเป็นแพะรับบาปต่อความล้มเหลวทางเศรษฐกิจและช่องว่างทางสังคม หากรัฐอุ้มชูได้เพียงคนไม่กี่กลุ่มเท่านั้น รัฐนั้นก็ถือเป็นรัฐที่ล้มเหลวยิ่ง

#รักความพอเพียง – จากเนื้อเพลงที่ว่า “ที่โรงเรียนฉันมีเมฆลอย ปุยน้อยๆล่องลอยตามลม มีลมพัดไม่ต้องมีพัดลม น้ำค้างพรมเย็นฉ่ำยามเช้า เพื่อนฉันเป็นชาวเขาชาวดอย ตัวน้อยๆหน้าตาขาวๆ ถึงอยู่ไกลสุดตาป่าเขา แต่หมู่เฮามีน้ำใสใจจริง” – นี่คือสิ่งหนึ่งที่คนเมืองชอบทำ คือการเข้าไป บอกชื่นชมไปในไลฟ์สไตล์กับสายลม แสงแดด ไม่คิดถึงว่ามนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้เพราะธรรมชาติเท่านั้น แต่ต้องการเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐไม่เคยทำให้พวกเขาเข้าถึงได้ คนเราไม่ได้อยู่ในถ้ำ ชมดาว ชมพระอาทิตย์ขึ้นกับสายหมอก การใช้ชีวิตของคนท้องถิ่นไม่ใช่การไปท่องเที่ยวมันไม่ได้สะดวกสบายแบบที่คนเมืองหลายๆ คนคิด

ตลอดจนวาทกรรมที่มักตามมาคือ การไม่ตระหนักถึงปัญหาการล้มเหลวของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและการไม่กระจายรายได้ของให้รัฐไปช่วยเขา แล้วยังทำให้ปัญหาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์เป็นเรื่องของปัจเจก บีบบังคับให้ช่วยตัวเองให้ได้ภายใต้คำว่าพอเพียง เลี้ยงสัตว์ ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้

ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยรักความพอเพียงจริงหรือเพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นให้รักอีกแล้ว เป็นเรื่องน่าสนใจที่หลายนักวิชาการมองว่า ภาพชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยที่รักความพอเพียงนั้นเป็นกระบวนการ romanticise ของชาวเมืองเพื่อสะท้อนภาพตรงข้ามเมืองใหญ่ของตน และเพื่อเป็น “ที่พักทางใจชั่วคราว” เท่านั้น การพยายามอนุรักษ์ให้พื้นที่ตรงนั้นยังคง “ความเป็นธรรมชาติ” อยู่เพื่อเหตุผลดังที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงความเห็นแก่ตัวของชนชั้นกลางและการละเลยต่อคุณภาพชีวิตของทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่ความรื่นรมย์จากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของชนชั้นใดชนชั้นหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือพื้นที่ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นที่เราต้องตระหนักและร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

#Spectrogram #DataDigest
#Minority #HillTribe
#Diversity #Myth

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
บทความของสุมิตรชัย หัตถสาร: https://bit.ly/3sbNuQh
มูลนิธิชีวิตไทย: https://bit.ly/2Lmjqkn
CMUIR: https://bit.ly/3i2hARv
Line Today: https://bit.ly/35teqBt
VoiceTV: https://bit.ly/3nADf4m
The Standard: https://bit.ly/2XukMvV
ภาพ: RURO photography
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

ปณต ศรีนวล
ปณต ศรีนวล
ไม่ใช่นักเขียนประจำแต่เป็นนักคิดประจำที่เขียนบ้างบางครั้งเมื่องานประจำไม่ข้องแวะเวียน ไม่กินอาหารตะวันตกแต่ถ้าหลังตะวันตกก็ยังกินอาหารได้อยู่ ไม่ฝักใฝ่อำนาจนิยมเพราะสิ่งที่นิยมคือไม่ฝักใฝ่ในอำนาจ (she/her)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer