วิจัยเผยคน ‘ชายขอบ’ และ ‘จน’ ถูกกระทบจาก โควิด19 หนักกว่า ชวนอ่านวิจัยล่าสุด MAP สหรัฐฯ สะท้อนความยากลำบาก ของมนุษย์ในปัญหาเกี่ยวกับ อัตลักษณ์ และ ความเหลื่อมล้ำ

ปัญหาระหว่างชนชั้นเผยออกมาชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงหลาย ๆ ปีเมื่อมีการระบาดของไวรัสครั้งนี้

เราชวนมาอ่านอีกหนึ่งวิจัยจากงานวิจัยจากกลุ่มองค์กรอิสระของอเมริกาที่ไม่แสวงผลกำไร ‘Movement Advancement Project’ หรือ ‘MAP’ ที่ทำงานศึกษาร่วมกับหลายองค์กรโดยเผยว่า ‘กลุ่มบุคคลที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงการบริการทางสุขภาพมากที่สุดมีตั้งแต่ คนผิวดำ คนละติน คนที่มีรายได้ต่ำ และ กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ’ อันเนื่องมาจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียม การกีดกัน และการเลือกปฏิบัติทางเพศและทางชาติพันธุ์ที่ยิ่งชัดมากขึ้นในช่วงโควิด

#คนผิวดำ – ในสหรัฐอเมริกา ชาวแอฟริกัน-อเมริกันมีอัตราการเสียชีวิตจาก Covid-19 สูงกว่าส่วนแบ่งประชากร (Population Share) เกือบ 2 เท่า โดยใน 4 รัฐ อัตราดังกล่าวยังพุ่งสูงไปถึง 3 เท่าหรือมากกว่านั้นอีกด้วย หนึ่งในรัฐดังกล่าวก็คือ Wisconsin ที่มีอัตราการเสียชีวิตของชาวแอฟริกัน-อเมริกันอย่างต่ำ 141 ราย คิดเป็น 27% จากผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ ในขณะที่มีเพียง 6% ของรัฐ Wisconsin เท่านั้นที่เป็นคนผิวดำ ‘National Public Radio’ ยังได้เผยอีกว่า โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเทียบกับทุกกลุ่มประชากรในประเทศ ชาวแอฟริกัน-อเมริกันถือว่ามีภาวะสุ่มเสี่ยงทางด้านสุขภาพที่มากกว่า รวมไปถึงโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคปอดซึ่งได้เชื่อมโยงถึงความรุนแรงจากการติดเชื้อ Covid 19 มากกว่ากรณีทั่วไปอย่างมีนัยยะสำคัญอีกด้วย สาเหตุดังกล่าวก็เนื่องมาจากการที่กลุ่มคนดำมีอัตราการเข้าถึงการให้บริการทางด้านสุขภาพได้น้อยกว่าคนกลุ่มอื่น รวมไปถึงการที่คนดำมักได้รับมอบหมายให้ประกอบอาชีพจำพวกที่ต้องไปที่ทำงานและไม่สามารถทำจากที่บ้านได้ (Frontline Job) มากกว่าอาชีพอื่น จึงเป็นสาเหตุให้มีโอกาสติดเชื้อ Covid 19 มากกว่าคนทั่วไปด้วยเงื่อนไขของงาน

#คนละติน – อัตราการติดเชื้อของคนละตินและฮิสแปนิกอยู่ที่ประมาณ 2 เท่าและมากกว่า 4 เท่าจากส่วนแบ่งของประชากรใน 30 รัฐและ 8 รัฐตามลำดับ หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็น Virginia ที่มากกว่า 12,000 เคสหรือ 49% เป็นคนละตินและฮิสแปนิก ทั้งที่ส่วนแบ่งประชากรของคนละตินและฮิสแปนิกคิดเป็น 10% เพียงเท่านั้น สาเหตุของการติดเชื้อดังกล่าวก็คล้ายกันกับคนผิวดำที่มาจากลักษณะงาน งานที่คนละตินและฮิสแปนิกจำนวนมากทำนั้นล้วนเป็นงานที่ต้องไปในที่ทำงานเท่านั้นและส่วนมากงานดังกล่าวมักจะเป็นงานในลักษณะที่ต้องใช้แรงงาน โดยจะเห็นได้ว่าจากการรายงานของ ‘Centre of Economic Policy Research’ อัตราส่วนของคนที่ทำงานประเภทเช็ดล้างและทำความสะอาดตึกอาคารเป็นชาวละตินและฮิสแปนิกถึง 40.2% เลยทีเดียว

#LGBT+ – นอกจากชาติพันธุ์แล้ว เพศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำจากการเลือกปฏิบัติในทุกยุคโดยเฉพาะช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้ จะเห็นได้ว่า อัตรากลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องสูญเสียประกันสุขภาพสูงถึง 13% ในขณะที่เมื่อเทียบกับกลุ่มบุคคลทั่วไป กลับพบว่ามีอัตราเพียงแค่ 6% เท่านั้นที่ประสบปัญหาเดียวกัน ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาทางด้านการประกันสุขภาพเท่านั้น ในส่วนของปัญหาค่าใช้จ่ายที่ตามมาจากการดูแลสุขภาพเนื่องจากพิษโควิดก็พบว่า มากกว่า 25% ของกลุ่ม LGBT+ ต้องประสบกับความลำบากในการจ่ายค่ารักษาทางการแพทย์ในช่วงสภาวะนี้ โดยเทียบเป็น 2 เท่าของกลุ่มบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ ในขณะที่กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศกว่า 1 ใน 4 กำลังประสบปัญหาที่ว่าไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางด้านสุขภาพได้ และต้องจบลงกับการโดนรายงานว่า “มีผลเสียต่อสุขภาพ” กลับมีเพียง 10% เท่านั้นในกลุ่มบุคคลซึ่งนิยามตัวเองว่าไม่ใช่ LGBT+ ที่ประสบกับปัญหาแบบเดียวกัน

#Intersectionality – #เมืออำนาจทับซ้อนและกดทับผู้คน เมื่อมนุษย์คนหนึ่งไม่ได้มีแค่อัตลักษณ์เดียว และยิ่งเมื่อเกิดการทับซ้อนหลายอัตลักษณ์ คน ๆ นั้นยิ่งโดนกดทับไปอีก เช่น: กลุ่ม ‘LGBT+ ชาวละติน’ ถึง 70% และประมาณ 95% ของกลุ่ม ‘LGBT+ ผิวดำ’ ต้องประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจติดขัดอันเป็นผลพวงจากโรคระบาดนี้ กลุ่ม ‘LGBT+ ผิวดำ’ มากกว่าครึ่งไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางด้านสุขภาพได้เลย โดย ‘LGBT+ ชาวละติน’ ถึง 71% ต้องสูญเสียงานเพราะโควิด ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากหากเทียบกับอัตราการสูญเสียงานในกลุ่ม LGBT+ ทั่วไปและกลุ่ม non-LGBT+ ซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 64% และ 45% ตามลำดับ

“หลายสิบปีที่มีการกีดกันด้านการทำงานและการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ เมื่อผนวกรวมกับการคุ้มครองทางด้านกฏหมายที่ไม่เป็นธรรมในประเทศแล้ว ก็ยิ่งทำให้กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องตกอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคงต่อสถานการณ์โควิด และปัญหาเดียวกันก็หนักยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเกิดกับกลุ่ม LGBT+ ผิวสี” – ‘Inueke Mushovic’ ผู้อำนวยการบริหารองค์กรที่ทำวิจัยนี้ที่ชี้ให้ถึง #ความเหลื่อมล้ำทับซ้อน หรือ #DoubleOppression

โดยจะเห็นได้ว่าภายใต้ระบบทุนนิยมนี้ ชีวิตเราถูกขีดเส้นตายด้วย ‘เงิน’ ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนการที่ผู้กุมอำนาจของแต่ละประเทศนั้นไม่มีนโยบายเอื้อให้ประชาชนเข้าถึงสิ่งที่ควรจะได้ คนชายขอบและคนจนจึงต้องทนทุกข์มากกว่า

#Covid19 #Discrimination
#LGBT#Black #Latin
#Hispanic #Intersectionality

Content by Tobita P. Faith
Graphic by Napaschon Boontham
อ่านคอนเทนต์เรื่องเพศอื่นๆ: https://bit.ly/3hhRUzp

อ้างอิง
American Progress: https://ampr.gs/3b8b6PM
Health City: https://bit.ly/3pXcSqW
LGBTMAP: https://bit.ly/38ngwV2
Michigan.Gov: https://bit.ly/3hQwCty
National Public Radio: https://n.pr/2Xosibr
National Public Radio: https://n.pr/3omXPXk
Vice News: https://bit.ly/2XccaKi
Centre for Economic Policy Research: https://bit.ly/38mId0p
ภาพ (Representative): https://bit.ly/2JUDJEU
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer