10 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับการทำแท้ง รวมเหตุผลของคนที่มาชุมนุมเรียกร้องที่รัฐสภา เพื่อผลักดันให้ไทยได้มีสิทธิการทำแท้งที่ปลอดภัยและเสรี

“จะแท้งหรือจะรอคลอด เลี้ยงไหวไหม ใครช่วยกู
จะแท้งหรือจะรอคลอด เลี้ยงไหวไหม ใครช่วยกู
จะแท้งหรือจะรอคลอด เลี้ยงไหวไหม ใครช่วยกู”

เมื่อเพลง ‘ทำแท้งลุยไฟ’ ถูกร้องขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2563 จากเสียงของผู้ชุมนุมที่หน้า ‘รัฐสภาเกียกกาย’ เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้อง ให้ประเทศไทยทำแท้งได้เสรีและปลอดภัย’

#กิจกรรมที่เกิดขึ้น – มีการปราศรัยเรียกร้องให้ไทยได้มี ‘สิทธิในการทำแท้งอย่างปลอดภัยไปจนถึงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ และต้องไม่มีการลงโทษตามกม.อาญา ม. 301 ที่ว่าด้วยความผิดฐานทำแท้ง’  ตลอดจนการเปิดให้ผู้คนที่มาร่วมออกมาแสดงความคิดของตนด้วย และมีการแสดงเพลง ‘ทำแท้งลุยไฟ’ ที่ดัดแปลงจาก ‘สีดาลุยไฟ’ พร้อมการแสดงเชิงสัญลักษณ์เกิดขึ้น

#การต่อสู้เรื่องทำแท้ง – ที่ผ่านมาในกระบวนการพิจารณาแก้ไขกฎหมาย กลุ่มทำทางได้เข้ายื่นหนังสือ และนำเสนอข้อมูลต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกม. 301 และม. 305 ที่เอาผิดการทำแท้ง และเพื่อให้แพทย์สามารถยุติการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิงได้ถึงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ หรืออายุสูงกว่านั้นหากมีเหตุผลจำเป็น โดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่มีการยื่นเข้าไปในสภานั้น ให้ผู้หญิงทำแท้งถูกกฎหมายได้แค่ภายใน 12 สัปดาห์ ซึ่งนี่จะไม่สอดคล้องกับสถิติความเป็นจริงที่ผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 20 มาทำแท้งที่มีอายุครรภ์มากกว่านั้น และทั้งนี้ทั้งนั้น การแก้ไขพ.ร.บ.ก็ยังคงไม่ใช่การยกเลิกมาตรา 301ที่เอาความผิดทางอาญาต่อผู้หญิงที่ทำแท้ง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มที่เคลื่อนไหวเพื่อการทำแท้งเสรี

สำหรับกิจกรรมวันนี้เป็นการร่วมมือจัดโดย: ‘@กลุ่มทำทาง’ ‘กลุ่มอาสาสมัครที่ร่วมผลักดันกฎหมายทำแท้ง ร่วมกับ ‘เครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม’ ‘@มูลนิธิมานุษยะ’ ‘@เฟมินิสต์ปลดแอก’ ‘@กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี’ ‘@เครือข่ายสลัม 4 ภาค’ และ ‘องค์กรกองทุนเพื่อการทำแท้งปลอดภัย’

เราจึงรวบรวมเสียงของผู้คนที่ได้มาร่วมแสดงจุดยืนในวันนี้มาให้ฟังกัน เพื่อลบล้างความเชื่อที่กดทับสิทธิของผุ้อื่นอยู่กับ ‘10 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำแท้ง’ ที่คนไทยหลายๆ คนนั้นยังมีอยุ่

“เวลาเราดูริวจิตสัมผัสเนี่ย ผีเด็กก็จะตามผู้หญิงกับคนที่แนะนำให้ไปทำแท้งใช่ไหม เราส่งผู้หญิงไปทำแท้งเป็นพันแล้วนะก็ไม่เคยเจอผีเด็กมาหา คือถ้าตัดประสบการณ์ส่วนตัวออกไป มีตั้งเป็นพันๆ เคสที่เราแนะนำ มันก็ต้องมีผีเด็กหลายพันที่มันแค้นจัดแล้วตามมาหักคอเราดิ แต่ก็ไม่เห็นมีเลย ทุกวันนี้ชีวิตก็โอเคอยู่”

“คือสังคมบอกให้เธอเจอผีเด็ก เธอเลยเจอ เราเชื่อแบบนั้น”

“จริงๆ หลังจากทำแท้ง เราก็จิตตกมาก ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไรแต่หลังจากนั้นก็เริ่มฝันถึงเด็กผู้หญิง เราคิดว่าเราฝันถึงลูกแหล่ะ นี่คือผีเด็กของเราแล้วและมันหลอนขึ้นเรื่อยๆ เวลานอนก็สะดุ้งตื่นและรู้สึกเหมือนมีอะไรมาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้กลัวนะ”

“ผ่านไปสองสามปีหลังจากมาทำงาน NGO อาการเจอผีเด็กก็ค่อยๆ หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ กลายเป็นว่าผีเด็กคือความเชื่อของเราที่ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองตอนนั้นอย่างไร เรารู้สึกผิดและรู้สึกว่าต้องชดใช้ พอทำงานด้านนี้มากขึ้นก็รู้สึกว่า เฮ้ย เราไม่เห็นต้องชดใช้อะไรนี่หว่า สถิติคนทำแท้งก็มีเยอะ เขายังไม่เคยเจอผีเด็กเลย หลังจากนั้นผีเด็กก็หายไป เราก็ไม่ได้ฝันถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นอีก”

“ไม่ใช่ผู้หญิงเท่านั้นที่มีความต้องการในการทำแท้ง คนที่เกิดมามีมดลูกและรังไข่ที่ผลิตไข่ได้ก็สามารถมีความต้องการทำแท้งได้เหมือนกัน อย่างผู้ชายข้ามเพศ หรือ อินเตอร์เซ็กส์ พวกเขาก็มีโอกาสท้องได้เหมือนกัน นั่นหมายความว่าเขาก็มีโอกาสที่จะทำแท้งได้เช่นเดียวกัน”

“คือกฎหมายไม่ได้มีพื้นที่ให้กับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้ครอบคลุมทำให้เวลาที่กลุ่มคนเหล่านี้อยากจะทำแท้งก็เข้าถึงได้ยากกว่า และอาจมีเรื่องอคติทางเพศที่จะโดนเหยียดอีก อย่างผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่คนอื่นๆ หรืออินเตอร์เซ็กส์ก็สามารถท้องไม่พึงประสงค์ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอินเตอร์เซ็กส์แทบจะไม่เคยถูกยกมาในบทสนทนาเกี่ยวกับเพศในไทยเลย เป็นอีกเลเวลหนึ่งไป”

“ตอนนี้กฎหมายยังใช้คำว่า ‘หญิงใด..’ อยู่เลย ไม่ได้ครอบคลุมเป็นบุคคลใด กฎหมายไทยไม่ได้รับรู้การมีอยู่ของทรานส์อยู่ดี ถึงแม้ว่าเราจะถือบัตรประชาชนเป็นนางสาวอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่ความเป็นจริงเท่าไหร่ คือกฎหมายอาจให้สิทธิเขานะ แต่มันก็ยังแฝงไปด้วยอคติทางเพศอยู่ดี”

“มองอีกด้านหนึ่งกลับกัน อย่างคนที่แทนตัวเองว่าเป็นผู้หญิงนี่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาแล้วมีร่างกายพร้อมจะท้องได้ อย่างเช่นผู้หญิงข้ามเพศเป็นต้น”

“เวลาคนพูดว่า ‘ก็ป้องกันสิ’ แต่บางครั้งใช้ถุงยางก็แล้ว กินยาคุมก็แล้ว มันก็หลุดได้ หรือถ้ากินยาคุมไม่เป็น ยาคุมไม่ทำงาน ป้องกันก็แล้ว รับผิดชอบทุกอย่างก็แล้ว มันไม่ได้เรียกว่าใจแตกได้เลยนะ คือคุณมั่นใจได้ไงว่าคนที่มาทำแท้งไม่รู้จักป้องกัน”

“หรือพอจะมีคนให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิด ต้องกินยาคุมอย่างไร ใส่ถุงยางอย่างไร ก็จะโดนด่าว่าพวกเธอชี้โพรงให้กระรอกเหรอ พอเด็กไม่ได้รับความรู้ทางด้านคุมกำเนิดมาก เด็กก็จะใช้ไม่ถูก เอายาคุมไปเหน็บช่องคลอด กินยาคุมพร้อมกันสองเม็ด กินบ้างไม่กินบ้าง”

“คือแล้วเรื่องความเข้าใจในเพศศึกษาในไทยมันต่ำมาก ขนาดครั้งหนึ่งเราไปหาหมอสูตินรีเวช ถามเรื่องว่าจะป้องกันอย่างไร หากมีเซ็กส์กับเพศเดียวกัน หมอสูฯ ถามว่า ‘จะป้องกันไปทำไม’ เราก็คิดในใจ ‘เอ้า แล้วไม่คิดว่าเราจะกลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กันเลยเหรอ’ นี่ขนาดเป็นหมอนะ”

“พอความเข้าใจในเรื่องการคุมกำเนิดหรือการป้องกันมันไม่ค่อยมีอ่ะ หลายครั้งที่ก็ป้องกันแล้วแต่ก็เกิดปัญหาอย่างท้องไม่พร้อมเกิดขึ้น คือไม่มีเด็กคนไหนตั้งใจท้องเพื่อไปทำแท้งอยู่แล้วอ่ะ”

“เอาจริงเจ็บไหมเนี่ยมันขึ้นอยู่กับคนนะ บางคนก็ อ้าว! นี่แท้งแล้วเหรอ คือเขาไม่ได้เจ็บเลยก็มี บางคนก็รู้สึกเหมือนเป็นประจำเดือนตามปกติ บางคนอาจเจ็บมากกว่าตอนเป็นประจำเดือนเล็กน้อย”

“โดยคอมมอนเซ้นส์ ตามขนาดของตัวอ่อนมันไม่น่าจะเจ็บกว่านะ เพราะตอนคลอดเด็กก็ 2 กิโลไปแล้วแต่ตัวอ่อนก่อน 24 สัปดาห์น้ำหนักยังไม่ถึง 1 กิโล ยิ่งถ้าได้รับการทำแท้งปลอดภัยก็ไม่น่าจะเจ็บมากนะ”

“ที่แน่ๆ คือมีตัวเลขชัดเจนว่าการทำแท้งปลอดภัยกว่าการคลอดลูก มีคนเสียชีวิตจากการคลอดมากกว่าการทำแท้ง อ้างจากเว็บไซต์ Women on Web อัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงที่คลอดบุตรอยู่ที่ 1 ต่อ 10,000 คน ขณะที่ผู้หญิงที่ใช้ยาทำแท้งเองมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 1 ต่อ 100,000 คน”

“มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนะ การที่คนบอกว่าการทำแท้งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมันเป็นการตัดสินผู้หญิงมากกว่า แบบคนตัดสินผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ทั้งๆ ที่การท้องไม่พร้อมมันคือการแก้ปัญหาในจุดวิกฤติของผู้หญิงแต่ละคน”

“ประเด็นท้องไม่พร้อมจึงต้องทำแท้งมันเป็นปัญหาระดับโครงสร้าง เพราะที่มาของการท้องไม่พร้อมนั้นมีหลากหลาย เท่าที่เราทำงานวิจัยมา สาเหตุมันมีหลากหลายมาก ถ้าบอกว่าการทำแท้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ก็ต้องไปดูว่าสาเหตุมันคืออะไร”

“ถ้าเรามองว่าสาเหตุเกิดจากการไม่ยอมคุมกำเนิด เราก็บอกได้เลยว่า ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือทั่วโลก การคุมกำเนิดไม่มีวิธีการไหนที่คุมกำเนิดได้ 100% ถ้ามองว่าคนท้องไม่พร้อมเพราะการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาไม่พอ คือการเรียนรู้เพศศึกษามันเข้าถึงคนและครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน หรือแม้กระทั่งการเข้าถึงอุปกรณ์คุมกำเนิด อุปกรณ์การป้องกันต่างๆ ก็มีเรื่องทัศนคติของคนเข้ามาเกี่ยวข้อง มีเรื่องที่อุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่นถุงยาง หรือ ยาคุมมีราคาที่แพง คนเข้าไม่ถึงอีก”

“ถ้าจะให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ เราก็ต้องแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับไปดูที่ว่ามันไม่มีวิธีการไหนที่สามารถคุมกำเนิดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

“การพูดว่าการทำแท้งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเป็นเพียงแค่การโยนความผิดและความรับผิดชอบทั้งหมดไปที่ผู้หญิง โดยไม่ฟังเสียงของผู้หญิงเลยว่าเขาทำอะไร ทำไมถึงท้องไม่พร้อม”

“เราสนับสนุนให้สามารถทำแท้งได้จนกว่าจะถึง 24 สัปดาห์ เพราะในทางการแพทย์ก็ยังทำได้อยู่ มากกว่านั้นก็อาจอันตรายเกินไป แล้วกว่าเราจะรู้ว่าเด็กมีความพิการหรือมีความเสี่ยงต่อโรคที่อันตรายต่อชีวิตรึเปล่าก็ต้องห้าเดือนเข้าไปแล้ว”

“คือเด็กเลือกเกิดไม่ได้ว่าจะเกิดมาด้วยความเสี่ยง เป็นธาลัสซีเมียแต่กำเนิด หรือโรคที่อันตรายต่อชีวิต แต่พ่อแม่ที่เขาให้กำเนิดก็อยากจะเลือกนะ ถ้าคุณไม่ยอมให้ทำแท้งหลัง 5 เดือน คนกลุ่มนี้จะต้องทำอย่างไร ก็อาจต้องตัดสินใจไปทำแท้งเถื่อนไม่งั้นก็ปล่อยให้เด็กเกิดมาทรมานตลอดชีวิต ถามว่าตรงนี้ เราให้ความเป็นธรรมกับพ่อแม่หรือเปล่า”

“บางคนอาจบอกว่าเลี้ยงได้ แต่ถ้าครอบครัวคุณไม่ได้มีสถานะทางเศรษฐกิจดีขนาดนั้น เด็กคนหนึ่งอาจหมายถึงการล่มสลายของครอบครัวเลยนะ โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคที่จะรักษาไม่หายตลอดชีวิต การตัดสินใจจะเอาเด็กอยู่หรือไม่ คือการตัดสินใจของครอบครัวไม่ใช่ของคนอื่น ถ้าเราไม่ให้เขาไปทำแท้งปลอดภัยในโรงพยาบาล เขาก็อาจต้องไปทำแท้งเถื่อน ซึ่งก็จะเสี่ยงด้วยอายุครรภ์ที่เยอะแล้ว”

“เราว่าสุดท้ายคือควรคุยกันด้วยเหตุผลทางการแพทย์ และสำคัญที่สุดคือเคารพการตัดสินใจของผู้ที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์”

“คำถามว่าการทำแท้งคือการฆ่าคนไหม เราต้องตอบคำถามหลักๆ ว่า อะไรคือการฆ่าและอะไรคือความเป็นคน ซึ่งถ้าเราอ้างว่าความเป็นคนคือต้องมีความรู้สึกนะ ตัวอ่อนอายุน้อยกว่า 24 สัปดาห์ก็ไม่น่าจะนับว่าเป็นคนนะ”

“คือเวลาเรามองเป็นลอจิกอย่างง่ายๆ ว่าการทำแท้งเป็นบาป ก็อาจมาจากข้ออ้างที่ว่า เพราะตัวอ่อนเป็นมนุษย์ที่บริสุทธ์ และการฆ่ามนุษย์ผิดเพราะเขามีสิทธิในชีวิต ดังนั้นการทำแท้งเป็นความผิด แต่ปัญหาคือข้ออ้างที่สองนั้นไม่ได้แยกระหว่างมนุษย์ในฐานะสิ่งมีชีวิตหรือ ‘ความเป็นคน’ ซึ่งเวลาเราพูดถึงมนุษย์ในฐานะสิ่งมีชีวิต มันก็แค่สัตว์โลกอีกสปีชีส์หนึ่งอ่ะ ความเป็นคนต่างหากที่ทำให้เรามีสิทธิในการมีชีวิตอยู่ ดังนั้นคำถามเลยไปตกอยู่ที่ว่าความเป็นคนคืออะไร และ ตัวอ่อนถือว่าเป็นคนหรือยัง”

“ซึ่งอย่างที่บอก ถ้าเราอ้างว่า เป็นคนต้องเจ็บได้นะ เป็นคนต้องมีความรู้สึก เป็นคนต้องรับรู้ได้ว่าสิ่งรอบตัวคืออะไร เป็นคนต้องคิดได้มีเหตุมีผลแล้ว สมมติเราอ้างอย่างนี้ เราก็ยังไม่สามารถรู้ได้อยู่ดีว่าตัวอ่อนเป็นอย่างนั้นได้หรือไม่ แต่ที่รู้ๆ คือตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์ที่อายุน้อยกว่า 24 สัปดาห์ยังต้องการพึ่งพิงร่างกายของแม่อยู่ ในแง่หนึ่งการที่เราไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองก็เหมือนกับเราเป็นปรสิตในท้องแม่เหมือนกันนะ เป็นแค่เซลล์ๆ หนึ่งที่แม่เราเลี้ยงดูอ่ะ อาจไม่ได้ต่างกับเซลล์ไขมันก็ได้ แต่นี่แค่พูดเปรียบเปรยนะ ไม่ได้มีความรู้การแพทย์เยอะขนาดนั้น คือถ้าเราพยายามลดไขมันเราก็พอจะลดได้ไง ทำแท้งก็แค่เอาเซลล์อีกเซลล์ออก แค่ถ้านานก็เป็นเซลล์ที่ใหญ่นิดนึง เรียกว่าเนื้องอกก็ได้เอ้า”

“ส่วนของการฆ่ามองตามความหมายของการฆ่าคือการฆ่าคนโดยคิดไว้ก่อนก็ต้องกลับไปดูเรื่องความเป็นคนของตัวอ่อนอยู่ดี”

“สังคมกำหนดให้ผู้หญิงที่มีเซ็กซ์ก่อนแต่ง ชิงสุกก่อนห่าม ต้องเป็นผู้หญิงร่านหรือใจแตก ทั้งที่จริงๆ มันก็สิทธิในร่างกายของเรา พอท้องไม่พร้อมก็เป็นผู้หญิงที่ท้องโดนด่าว่าใจแตก แต่ผู้ชายก็ไม่มีใครมาด่าว่าผู้ชายใจแตก”

“อย่างเราเรียนหญิงล้วนมา ครูก็จะเข้มงวดมากๆ แค่อ่านนิยายรักก็หาว่าเป็นเด็กใจแตกแล้ว”

“เราว่าใจแตกเป็นวาทกรรมที่กำหนดขึ้นมาว่าผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว ตีกรอบผู้หญิงและเด็กว่ามีเซ็กซ์ไม่ได้ พอมีเซ็กซ์ปุ๊ปกลายเป็นผู้หญิงร่าน เป็นเด็กใจแตกทันที กลายเป็นเรื่องน่าอาย พอสังคมไทยไม่เปิดให้พูดเรื่องเซ็กซ์ เราไม่ได้รับความรู้เรื่องเซ็กซ์มากพอ การที่เราออกมาพูดเรื่องนี้ คุณก็เอาศีลธรรมมาครอบไว้ เราก็ถูกมองว่าเป็นเด็กใจแตกหรือร่านนะ”

“ถ้าเป็นการทำแท้งปลอดภัย ได้รับยาดีมีประสิทธิภาพตรงตามอายุครรภ์ มีข้อมูลเรื่องการใช้ยา ผู้ให้บริการเป็นบุคลากรทางการแพทย์ มดลูกก็ไม่พังหรอกค่ะ”

“ต้องบอกก่อนว่าเราต้องแยกกันนะ ระหว่างการทำแท้งปลอดภัยและไม่ปลอดภัย เพราะการทำแท้งไม่ปลอดภัยเนี่ย คุณอาจได้รับยาไม่ถูกต้อง ได้รับข้อมูลไม่ถูกต้อง อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ก็หลากหลายมาก จะบีบก็ได้ ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นก็ได้ แล้วพอคุณเอาไม้เสียบลูกชิ้นเสียบเข้าไปก็อาจติดเชื้อ มดลูกทะลุ แบบนั้นก็แน่นอนว่าบาดเจ็บ”

“แต่ถ้าถามว่าการทำแท้งปลอดภัยจะทำให้มดลูกแตก มดลูกเน่าไหม รู้ไหมว่าการทำแท้งปลอดภัยกว่าการคลอดอยู่แล้วนะ เพราะการคลอดในแง่หนึ่งก็คือการยุติการตั้งครรภ์เหมือนกัน แล้วเป็นการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงท้ายสุดคือ 40 สัปดาห์ แต่การยุติการตั้งครรภ์ที่พวกเราเสนอคือ 24 สัปดาห์ซึ่งตัวอ่อนยังไม่สามารถดำรงอยู่ได้นอกครรภ์มารดา คือดูจากตัวเลขง่ายๆ เวลามันห่างกันเกือบครึ่ง”

“พอพูดถึงระยะเวลา เราก็จะเห็นขนาด ถ้าไปถึง 40 สัปดาห์ซึ่งเราเรียกว่าการเกิดแล้วเนี่ย เด็กก็จะมีขนาด 3,500 กรัมหรือก็คือ 3กิโลครึ่ง ใช่ไหม ถ้า 24 สัปดาห์ อย่างเก่งก็ 1,000 กรัม อาจไม่ถึงด้วยซ้ำ ขนาดต่างกันมดลูกก็ต้องขยายต่างกันใช่ไหมคะ นึกภาพมดลูกที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเหมือนกับลูกโป่ง พอยิ่งบางมันก็จะยิ่งแตก จริงๆ แล้วการคลอดก็อันตรายเยอะนะ โอกาสตกเลือดก็เยอะกว่า ขณะที่อายุครรภ์น้อยๆ อาจเกิดขึ้นได้น้อยกว่า”

“การตกเลือดเนี่ยมาจากการที่รกมันออกมาไม่หมด พอยุติการตั้งครรภ์ทุกอย่างที่อยู่ในมดลูกก็ควรจะต้องออกมาให้หมดใช่ไหม ทีนี้ถ้าครรภ์มีขนาดเล็ก รกมันก็ออกมาง่ายขึ้น เพราะรกก็จะเล็กกว่า แต่ถ้าตอนคลอดรกก็อาจออกมายากกว่า คือเวลาทำแท้งแล้วตกเลือดก็คือการที่แท้งไม่ครบ มดลูกต้องบีบรกออกมา อันที่จริงการตกเลือดก็เกิดขึ้นเยอะสำหรับแม่หลังคลอด ขนาดรกที่แตกต่างกันทำให้อันตรายในการยุติการตั้งครรภ์แตกต่างกัน”

“มองง่ายๆ ว่ากระบวนการการคลอดกับการแท้งไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่ว่าการคลอดคือการยุติการตั้งครรภ์ในช่วงที่ตัวอ่อนเจริญเติบโตเต็มที่พร้อมที่จะออกมา และการทำแท้งคือการยุติการตั้งครรภ์ก่อนที่ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตเต็มที่ แต่ตอนเราไปคลอด ไม่มีใครคิดว่ามดลูกจะเน่าหรือจะพังใช่ไหมคะ แต่พอเป็นการทำแท้งปุ๊ป คนก็จะคิดไปต่างๆ นานา ทั้งที่เป็นกระบวนการแบบเดียวกัน”

“การทำแท้งมันถูกมองว่าเป็นอาชญากรรมก็เพราะมันมีกฎหมายที่ห้ามการทำแท้งไว้ แต่การทำแท้งมันไม่ใช่อาชญากรรมในตัวมันเอง”

“ถ้าจะบอกว่าทำแท้งควรผิดกฎหมายเพราะเป็นการฆ่าคน ก็ต้องย้อนกลับไปถามอีกว่า ตัวอ่อนในท้องเนี่ยมีสถานะเป็นบุคคลหรือยัง หากไปดูตามหลักการแพทย์ ตัวอ่อนที่อายุไม่ถึง 16 สัปดาห์ หรือบ้างก็ว่า 20 สัปดาห์ ไม่ถือว่าเป็นมนุษย์ หรือหากไปดูตามหลักปรัชญาบางสาย จะให้เหตุผลว่าความเป็นปัจเจกไม่เริ่มต้นจนกว่าจะบุคคลนั้นมีเสรีภาพเหนือตนเอง กล่าวคือตราบใดที่ยังต้องพึ่งพาหรือเกี่ยวข้องกับตัวคนที่ตั้งครรภ์อยู่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นปัจเจกและยังไม่มีสิทธิในการมีชีวิต ซึ่งถ้าเรามานั่งตอบคำถามเรื่องนี้ แล้วสุดท้ายเราเห็นว่าตัวอ่อนนั้นไม่ได้มีสถานะเป็นบุคคล กลุ่มที่สนับสนุนการทำแท้งก็ไม่สามารถบอกได้ว่าการทำแท้งเป็นอาชญากรรมเพราะเป็นการฆ่าคน”

“แล้วถามว่า ใครที่เป็นคนกำหนดกฎหมายที่ทำให้การทำแท้งเป็นอาชญากรรม ก็คือผู้แทนที่เป็นผู้ชายใช่ไหม เพราะมันเป็นกฎหมายที่อยู่ในสังคมไทยมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคที่ไม่มีผู้หญิงในสภาเลย เพราะฉะนั้นคนที่ผ่านกฎหมายควบคุมร่างกายของคนที่มีเพศกำเนิดหญิงก็คือผู้ชาย แล้วทำไมเราถึงอยากให้ธรรมเนียมเก่าและผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่ก็ไม่ได้เข้าใจประสบการณ์ของผู้หญิงและก็อาจจะไม่มีความรู้เรื่องมุมมองการแพทย์ของการทำแท้งเลย มาตัดสินกำหนดว่าสิทธิในการทำแท้งเป็นอาชญากรรม?”

“ที่สำคัญคือการทำแท้งไม่ควรทำให้เป็นอาชญากรรมแต่แรกอยู่แล้ว เพราะถึงทำให้ผิดกฎหมายไป ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการทำแท้งเกิดขึ้น คนที่มีความจำเป็นต้องทำแท้งก็ต้องไปทำแท้งเถื่อน หรือหาช่องทางนอกระบบที่มีความเสี่ยงสูง ก็เพราะการทำแท้งตอนนี้ตามกฎหมายยังถือว่าเป็นอาชญากรรมนี่แหละ ความปลอดภัยของคนที่ต้องการทำแท้งคือเหตุผลหลักว่าทำไมเราถึงต้องยกเลิกม. 301เพื่อที่หมอจะได้ไม่โดนดำเนินคดี เพราะให้ความช่วยเหลือกับคนที่ประสงค์จะทำแท้ง เพราะแค่เขาคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก เนื่องจากตอนนี้ยังมีหมอที่ไม่อยากทำแท้งเพราะกลัวโดนเอาผิดอยู่ บวกกับถ้าทำให้การทำแท้งเลิกเป็นอาชญากรรมตามกฎหมาย คนที่อยากจะยุติการตั้งครรภ์ก็จะมีช่องทางที่ปลอดภัย และได้ข้อมูลที่ครบถ้วน การทำแท้งจะได้เป็นเรื่องที่คุยกันในที่โล่งแจ้งได้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคุยอย่างหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป”
“ถ้ายกเลิกม. 301 ได้ เราก็จะไม่ต้องเห็นคนที่ต้องเสี่ยงชีวิต เพียงแค่เพราะเขาไม่ต้องการหรือไม่สามารถที่จะตั้งครรภ์และเลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้ด้วยเหตุผลจำเป็นทั้งหลาย และผู้หญิงก็จะได้สิทธิเหนือร่างกายของตัวเองมากขึ้นไปอีกขึ้นหนึ่ง”

#ทำแท้งต้องปลอดภัยและเสรี
#AbortionLegalization #ProChoice
อ่านข่าวเรื่องเพศเพิ่มเติม: https://spectrumth.com/
.
Content by Va/Waranya Buranakarn
Graphic by Napaschon Boontham
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
วา/วรัญญา บูรณากาญจน์
Self-proclaimed visual artist, part-time journalist, full-time bullshit. Meet me virtually at @vavantgarde (instagram)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer