SPECTROSCOPE: 摩梭 – มูซอ สังคมมาตาธิปไตย

อีกเรื่องราวในดินแดนแถบเทือกเขาหิมาลัยในประเทศจีน ดินแดนแห่งหนึ่งที่ถูกนิยามว่าเป็นแห่งหนเดียวที่นักมานุษยวิทยาระบุไว้ว่าเป็น ‘สังคมมาตาธิปไตย’ (Matriarchal Society) แหล่งสุดท้ายของโลก ซึ่งปัจจุบันนั้นมีผู้คนมากมายเดินทางไปเยี่ยมชมในฐานะแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนเดินทางไปศึกษารู้จักโมเดลความสัมพันธ์ของรูปแบบครอบครัวที่มีเพียง “แม่” และ “ลูก”

SPECTROSCOPE: 摩梭 – มูซอ สังคมมาตาธิปไตย

ชนเผ่ามูซอมีประชากรประมาณ 40,000 คน พวกเธอมีวัฒนธรรมที่ผู้หญิงเป็นผู้นำทางครอบครัว มีการส่งต่อมรดกผ่านสายเลือดผู้หญิงและอยู่กันมาได้โดยไม่พึ่งพาบทบาทของพ่อในโครงสร้างในครอบครัว โดยบทบาทของผู้ชายในชนเผ่ามูซอนั้นจะมีบทบาทเป็นเพียง น้า หรือ ลุงเท่านั้น ตลอดจนผู้หญิงนั้นจะมีอภิสิทธิ์ชนมากกว่าผู้ชายในด้านต่างๆ เช่น พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นผู้หญิงจะได้ห้องนอนส่วนตัวในขณะที่วัยรุ่นชายจะไม่ได้ห้องส่วนตัวในบ้านพักอาศัย ตลอดจนผู้หญิงได้เป็นช้างเท้าหน้าในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและการออกแบบโครงสร้างของเมืองมากกว่าผู้ชายที่ส่วนมากต้องล่าสัตว์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหมู่บ้านนี้ได้ขึ้นชื่อว่า ‘ผู้หญิงเป็นใหญ่’

“คนข้างนอกคิดว่าพวกเราไร้พ่อผู้ให้กำเนิด คิดว่าเราไม่รู้ว่าเราเกิดมาได้ยังไง แต่พวกเรารู้สึกสบายใจกับโครงสร้างครอบครัวแบบนี้ที่มี ลุง มีน้า มีพี่สาวน้องสาวหลายคน ฉันรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรที่ใหญ่และมันสนุกมาก สำหรับผู้หญิงมูซอเราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร ผู้หญิงเราช่วยเหลือตัวเองและช่วยเหลือกันเองได้โดยไม่ต้องรอผู้ชายมาช่วย ถ้าเมื่อพวกเราต้องการอะไร พวกเราจัดการเองได้โดยจำเป็นต้องรอความช่วยเหลือจากผู้ชาย” – นี่คือเสียงของ ‘ซึ จี ม่า’ (Si Ge Ma) หนึ่งในผู้หญิงมูซอที่เล่าถึงมุมมองการโตมาในสังคมมูซอ

ก็มีหลายๆ คนกล่าวว่าความสัมพันธ์อันปกติของครอบครัวของมูซอ นั้นก็ได้ให้คำนิยามใหม่ของครอบครัวที่มักมากับเลข 3 บนฐานของบทบาทเรื่องเพศคือ พ่อ แม่ ลูก แต่มูซอกับลดลงเหลือแค่สอง ซึ่งสะท้อนถึงความรักในมิติของบุตรและผู้ปกครองที่เกิดขึ้นได้อย่างปกติ และเปิดทางให้สังคมคิดถึงประเด็น ‘ผู้ปกครองเดี่ยว ≠ เลี้ยงลูกไม่ได้’ หรือเป็นเรื่องผิดปกติ นอกจากนี้ในเผ่ามูซอยังเปิดให้เห็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ลื่นไหลสับเปลี่ยนคู่รักได้เสมอผ่านวัฒนธรรมที่เรียกว่า ‘อาเซีย (axia)’ กับพิธีเฉลิมฉลองเต้นระบำรอบกองไฟเพื่อมองหาคนที่ถูกตาต้องใจในการไปสานสัมพันธ์กันต่อในตอนกลางคืน โดยที่ทั้งคู่ไม่จำเป็นที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตลอด พอรุ่งเช้าก็แยกย้ายกันไปได้

ความเป็นใหญ่ไม่ว่าในเพศไหนก็ไม่ดี – คนรุ่นใหม่และผู้ชายมูซอหลายคนที่รู้สึกไม่ดี ก็มีการเลือกจะออกไปแต่งงานในวัฒนธรรมอื่นมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องการความสัมพันธ์และการได้รับการมองสิทธิที่เท่าเทียมกันกับผู้หญิง ไม่มีผู้หญิงได้ห้องนอนส่วนตัวก่อนผู้ชายหรือผู้ชายต้องถูกจำกัดเส้นทางชีวิตว่าต้องทำตามบทบาทที่ผู้หญิงเลือกให้ และได้โอกาสทำงานที่มากขึ้น ผู้หญิงมูซอบางคนก็เลือกที่จะออกไปแต่งงานด้านนอกเพราะเชื่อว่าจะได้ความมั่นคงที่มากกว่าจากสิทธิหลายๆ อย่างที่มาจากการแต่งงานตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามแม้มูซอจะเรียกว่าเป็นสังคมผู้หญิงเป็นใหญ่แต่ทว่า นักมานุษยวิทยา ‘Tami Blumenfield’ จากมหาวิทยาลัย Furman University ก็ได้ออกบอกว่า สังคมมูซอก็ไม่ได้ผูกขาดให้ผู้หญิงมีอำนาจไปหมดทั้งหมด เพราะในปัจจุบันนี้ สังคมมูซอเองก็กำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มมีการเคารพบทบาทสถานะของผู้ชายให้เท่าเทียมกับผู้หญิงมากขึ้นเพื่อให้สังคมวัฒนธรรมดำรงต่อไปได้ แต่การมีอยู่ของพื้นที่ที่ให้อิสระผู้หญิงกำหนดชีวิตตัวเองได้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างพื้นที่ของความเท่าเทียมทางเพศที่ให้ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้มากขึ้นในสังคม

#Mosuo #MatriarchalSociety
#Spectroscope #WeScopeForYou

อ่านข่าวเรื่องเพศอื่นๆ: www.spectrumth.com/

อ้างอิง

The Guardian: https://bit.ly/3mbA4kc

Refinery29: https://r29.co/3ihtwyk

ภาพ: https://bit.ly/3kLWBCF

#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
นักเขียนที่อยากเขียนให้คนรู้สึกและเข้าใจ ความหลากหลายของมนุษย์ ศิลปะ สังคม และ วัฒนธรรม ผู้เชื่อในความลื่นไหลของมนุษย์สุดหัวใจ ในเวลาว่างเป็นหมอดู