10 เหตุผลทำไมหลายๆ คนอยากให้ แบนเพจผู้ชายใส่แว่น

แฮซแท็ก #ผู้ชายใส่แว่น ขึ้นติดเทรนด์อันกับต้นๆ ของทวิตเตอร์เมื่อคืนนี้

ผู้ชายใส่แว่นคือ? – เพจเฟซบุ๊กที่มีคนติดตามถึง 1.3 ล้านคนจากการเผยแพร่คอนเทนต์ภาพวาดการ์ตูนแก๊กที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ชายหญิงที่มักจะมีเรื่องเซ็กซ์มาเกี่ยวข้อง โดยรูปล่าสุดที่เป็นที่มาของ #แท็กผู้ชายใส่แว่น ในครั้งนี้คือรูปวาดผู้ชุมนุมม็อบนักเรียนเลวผู้ถือป้าย “หนูถูกทำอนาจาร โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย” ที่มีแคปชั่นว่า “ขอบคุณที่เธอออกมาสู้เพื่อให้ใครๆ เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ” โดยชาวเน็ตต่างให้ความเห็นถึงความย้อนแย้งของเพจว่า ออกมาพูดเรื่องประเด็นการคุกคาม ทั้งๆ ที่เนื้อหาในเพจผู้ชายใส่แว่นนั้นมีชุดความคิดที่เป็น ‘ปัญหา’ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นตอของความรุนแรงในสังคมเหล่านี้

SPECTROGRAM: รวม 10 เหตุผล ทำไมหลายๆ คนอยากให้แบนเพจผู้ชายใส่แว่น
(หมายเหตุ: เนื้อหามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืน การคุกคามทางเพศ อาการใคร่เด็ก)
#SexualAbuse (ความรุนแรงทางเพศ) – กรณีที่ถือว่ารุนแรงมากที่สุดกรณีหนึ่งของผู้ชายใส่แว่นคือ การผลิตซ้ำข่าวคดีผู้ชายรุมข่มขืนเด็กอายุ 12 เมื่อปี 2018 ด้วยการ ‘วาดภาพเหตุการณ์การข่มขืน’ ออกมา พร้อมใส่ข้อความว่า ‘คดีนี้ควรประหาร’ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเจตนาที่ดี หากแต่ว่าวิธีการที่แสดงออกมาถือเป็นการกระทำที่ขาดความเห็นใจ (Empathy) และความตระหนักถึงบาดแผลทางจิตใจ (Trauma) รวมถึงความรู้สึกด้านลบที่อาจถูกกระตุ้นขึ้นมาได้ถ้าเห็นภาพของเหยื่อหรือผู้ที่มีประสบการณ์ร่วม โดยผู้ชายใส่แว่นได้ออกมาขอโทษ ลบรูปดังกล่าวออก และบอกว่าเจตนาคือการออกมาต่อต้านความรุนแรง และไม่ได้ตั้งใจจะตอกย้ำเหยื่อแต่อย่างใด แต่หลังจากนั้นก็ยังคงมีคอนเทนต์ที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมออกมาอยู่เรื่อยๆ 
#DomesticViolence (ความรุนแรงในครอบครัว) – ผู้ชายใส่แว่นยังเคยใช้การ์ตูนเพื่อสร้างความชอบธรรมในการทำร้ายร่างกายคู่รักผู้หญิงและความรุนแรงในครอบครัว โดยรูปหนึ่งแสดงให้เห็นผู้หญิงที่ถูกทำร้ายซึ่งมีแผลเลือดออกจากการถูกแทง พร้อมกับผู้ชายถือมีดที่มีแผลเลือดออกที่ใจ ซึ่งพยายามชี้ให้เห็นว่าที่ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงไปนั้นก็เพราะตัวเองโดนทำร้ายจิตใจ และถึงผู้ชายที่เป็นผู้กระทำจะไม่มีแผลเหมือนที่ผู้หญิงมีบนร่างกาย แต่ก็มีความรู้สึกเจ็บปวดที่มองไม่เห็นจากสิ่งที่ตัวเองทำเหมือนกัน ซึ่งการส่งเมสเสจแบบนี้เป็นการลดความสำคัญและระดับความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องเจออยู่ทุกวัน และสร้างความเข้าใจว่าผู้ชายสามารถจัดการกับความเจ็บปวดของตัวเองหรือปัญหาที่ต้องเจอผ่านการทำร้ายร่างกายผู้หญิงได้

#RelationshipAbuse (การคุกคามคู่รัก) – คอนเทนต์ที่มีเป็นประจำของผู้ชายใส่แว่นคือเนื้อหาที่ทำให้การใช้เซ็กซ์แก้ปัญหาในคู่รักเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะประเด็นอย่าง Make-up sex (เพศสัมพันธ์เพื่อคืนดี) ที่ผู้ชายใส่แว่นพยายามแสดงออกมาว่าถ้าอีกฝ่ายจะกำลังโกรธ หรือไม่พอใจอยู่ การมีเซ็กซ์ก็จะช่วยให้ผู้หญิงหายโกรธและกลับมาดีกันได้ง่ายๆ ซึ่งถือว่าเป็นการมองข้ามความรุนแรงของการมีเซ็กซ์โดยอีกฝ่ายไม่ยินยอม ตลอดจนทำให้การข่มขืนดูมีน้ำหนักและผลกระทบน้อยลง อีกทั้งยังส่งเสริมค่านิยมการใช้การบังคับขืนใจในการแก้ปัญหาแทนการพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ ซึ่งมีแต่จะก่อปัญหาในระยะยาวและทำให้ความสัมพันธ์เกิดความเป็นพิษ 
#Pedophilia (อาการใคร่เด็ก) – มีหลายครั้งที่คอนเทนต์ของผู้ชายใส่แว่นแสดงทัศนคติเชิง ‘ใคร่เด็ก’ ผ่านการทำให้ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่และเด็ก (หรือแม้กระทั่งเด็กด้วยกัน) เป็นไปในทางเพศ โดยการวาดรูปที่เป็นไปในทางรักๆ ใคร่ๆ หรือมีอารมณ์ทางเพศกับเด็ก(วาดอวัยวะเพศที่แข็งตัวเมื่ออยู่กับเด็ก) ยกตัวอย่างเช่น กรณีรูปเด็กผู้ชายวัยประถมนอนตักรุ่นพี่ม.3 ที่เป็นไวรัลเมื่อหลายปีก่อน ผู้ชายใส่แว่นได้นำมาวาดโดยแสดงสีหน้าของเด็กประถมให้เป็นในทางเขินอาย และพึงพอใจที่จะได้ใกล้ชิดกับผู้ชายที่โตกว่า รูปนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากจนผู้ปกครองของเด็กต้องมาบอกให้ลบรูปนั้นออกไป หลังจากครั้งนั้น ก็ยังคงมีรูปที่แสดงออกในเชิงที่ผู้มีอายุมากกว่าพยายามสร้างความสัมพันธ์กับเด็กที่ต่ำกว่าวุฒิภาวะ เพื่อที่หล่อหลอมให้เด็กถูกเอาเปรียบได้ง่ายขึ้นและมีความยินยอมที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วยมากขึ้น (Child grooming) เช่น รูปที่ผู้ชายที่โตแล้วให้ของขวัญกับเด็กผู้หญิงอายุไม่เกินวัยมัธยมต้นเป็นถุงยางอนามัย โดยพูดจาชักชวนให้มาเปิดกล่องที่ห้องของตนเอง เป็นต้น 
#GenderStereotypes (ภาพเหมารวมเกี่ยวกับเพศ) – เนื้อหาหนึ่งที่ผู้ชายใส่แว่นมักจะนำเสนออยู่เสมอจนกลายเป็นแพทเทิร์นก็คือการตอกย้ำภาพจำเหมารวมที่ผูกติดอยู่กับเพศหนึ่ง โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งรูปวาดทำนองว่าผู้หญิงชอบแต่ผู้ชายฐานะดี หน้าตาดี เลี้ยงดูได้ ซื้อของขวัญให้ มักจะมีออกมาให้เห็นอยู่เสมอ งานของผู้ชายใส่แว่นที่เรียกได้ว่าทำให้เกิดการถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคงเป็นงานที่วาดผู้หญิงที่สนใจแต่ผู้ชาย ‘มีเงิน’ ‘หล่อดูดี’ ‘ไม่ลำบาก’ เป็นผู้หญิงพิการนั่งอยู่ในรถเข็น เพื่อจะสื่อว่าผู้หญิงเหล่านี้ ‘ไม่ทำอะไรเหมือนคนพิการ’ รอแต่ให้ผู้ชายมาดูแล ซึ่งนี่ไม่เพียงแต่ทำให้ความพิการเป็นสิ่งที่เอามาล้อเล่นได้ แต่ยังส่งเสริมภาพทางลบเกี่ยวกับเพศหญิง ว่าไม่สามารถใช้ชีวิตหาเลี้ยงตัวเองได้ ต้องพึ่งพาผู้ชายด้านการเงินไปตลอด 
#TraditionalGenderRoles (บทบาททางเพศแบบดั้งเดิม) – นอกจากจะตอกย้ำภาพเหมารวมทางเพศแล้ว ผู้ชายใส่แว่นยังเล่าเรื่องที่ผลิตซ้ำบทบาททางเพศแบบเก่า คือ ผู้หญิงเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ส่วนผู้ชายเล่นเกมส์ ต้องการอิสระของตัวเอง ทำงานบ้านอย่างไม่เต็มใจเพราะโดนผู้หญิงสั่ง โดยภาพที่แสดงออกมาว่าผู้ชายที่ถูบ้านเป็น ‘ทาสเมีย’ เช่นนี้ มีนัยยะว่างานบ้านเป็นเพียงสิ่งที่ผู้ชายถูกบังคับให้ทำ ไม่ใช่ภาระหน้าที่ที่ควรแบ่งกันทำระหว่างคู่รักอยู่แล้ว งานวาดแบบนี้จึงสะท้อนความคิดว่ายังมีหน้าที่บางอย่างซึ่งควรสงวนไว้สำหรับแค่เฉพาะเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ล้าหลังและขัดต่อเสรีภาพในการเลือกของคนทุกเพศ ส่วนบางคอนเทนต์ที่วาดให้ผู้ชายทำส่ิงที่ปกติเป็นหน้าที่ผู้หญิง ผู้หญิงในความสัมพันธ์ก็ถูกทำให้ดูเหมือนเอาเปรียบผู้ชายและไม่ทำอะไร (บอกให้ลูกสาว “เลือกคนที่แบบโง่ๆ และยอมเรา”) เป็นการสร้างภาพจำผิดๆ เกี่ยวกับผู้หญิงมากขึ้นไปอีก
#SexualObjectification (ทำให้ผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ) ในรูปต่างๆ ของผู้ชายใส่แว่นมักแสดงทัศนคติที่มองผู้หญิงว่าเป็นเหมือนเครื่องสนองความต้องการทางเพศของผู้ชายผ่านเนื้อหาที่เล่าอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปผู้ชายอุ้มตุ๊กตาผู้หญิง พร้อมเขียนคำอธิบายว่า “เมื่อโตพอ จะรู้ว่าการ “รักษา” มันมีค่ากว่าการ “หาใหม่” “ ซึ่งในรูปนั้นวาดผู้หญิงให้เป็นตุ๊กตาของเล่นที่อยู่ในกล่อง สามารถถูกเลือก แกะทิ้ง หรือจับจองเป็นเจ้าของ และดูแลโดยผู้ชายได้ ซึ่งทำให้แง่มุมความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงหายไปอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงกลายเป็นเหมือนสิ่งของที่ผู้ชายครอบครองได้แทน หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์หลายๆ คอนเทนต์ก็โฟกัสไปที่เรื่องร่างกายของผู้หญิง อย่างเรื่องขนาดความ ‘เล็ก’ ‘ใหญ่’ ของหน้าอกผู้หญิง รวมถึงเอาผู้หญิงที่หน้าอกเล็กมาเป็นมุกตลกอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำมาตราฐานความสวยแบบที่สังคมประกอบสร้างและยังลดคุณค่าของผู้หญิงให้เหลือแค่เครื่องเพศ 
#ConsentViolation (ละเลยความยินยอม) – ‘No means no’ ดูเหมือนจะเป็นแนวคิดอีกอย่างที่ผู้ชายใส่แว่นไม่เข้าใจ เพราะนอกเหนือไปจากการลดทอนคุณค่าความเป็นคนของผู้หญิงแล้ว เพจผู้ชายใส่แว่นก็ยังสอดแทรกความคิดที่ลดทอนการให้ความยินยอมและอำนาจเหนือร่างกายตัวเองของผู้หญิง หลักๆ คือไม่เคารพการตัดสินใจของผู้หญิงเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ โดยมักเล่าในเชิงว่าท่าทีปฏิเสธหรือไม่พูดอะไรของผู้หญิง อาจจะไม่ได้หมายความว่า ‘ไม่’ เสมอไป แต่เป็นการอิดออดเพื่อถือตัว ให้ดูมี ‘อะไร’ มากขึ้น ซึ่งตัวละครผู้ชายใส่แว่นมักแสดงพฤติกรรมการลวนลาม จับหน้าอก ควัก ล้วงส่วนต่างๆ ของผู้หญิงโดยไม่มีการไต่ถามถึงความยินยอมก่อน เดาไปว่าไม่พูดอะไรคือโอเค
.#EmptyApology (ออกมาขอโทษหลายรอบ แต่ไม่เคยปรับปรุง) – จากกรณีตัวอย่างทั้งหลายที่ยกมา เพจผู้ชายใส่แว่นได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียอยู่หลายครั้งหลายคราวด้วยกัน ซึ่งทางแอดมินเพจผู้ชายใส่แว่นได้ออกมาแถลงการขอโทษถึงการกระทำของตัวเองอยู่หลายรอบ และรับผิดชอบด้วยการลบรูปที่เป็นปัญหาออกไป แต่เนื้อหาของเพจก็ไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นสักเท่าไร ในขณะเดียวกันก็มีกรณีที่แอดมินเพจออกมาปฏิเสธที่จะยอมรับคำวิจารณ์ และยืนยันว่า ‘นี่คือสิ่งที่เขาเป็น’ คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน อย่างในกรณีที่ชี้ถึงความย้อนแย้งในการวาดรูปผู้ชุมนุมที่ถือป้ายว่าถูกทำอนาจารของผู้ชายใส่แว่นล่าสุด ทางเพจผู้ชายก็ได้ออกมาตอบกลับกระแสนี้ในเชิงตัดพ้อประมาณว่าพยายามที่จะสร้างความตระหนักแก่คนอ่าน แต่กลับได้รับการต่อว่ากลับมาแทน (อ่านข้อความเต็ม: https://bit.ly/35X891t)

#FemTwitAreTrash (เฟมทวิต = ขยะสังคม) – เพจผู้ชายใส่แว่นนั้นไม่เพียงแต่นำเสนอการ์ตูนที่มีเนื้อหาที่รุนแรงหรือแฝงไปด้วยอคติทางเพศเท่านั้น แต่ยังต่อต้านการพยามสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องเพศจากกลุ่มเฟมินิสต์หรือผู้ที่เคลื่อนไหวเรื่องเพศออนไลน์อีกด้วย โดยเมื่อใดก็ตามที่มีการนำเนื้อหาของเพจนี้ออกไปพูดในวงกว้างว่ามันไม่ดีอย่างไรหรือควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร เจ้าของเพจนักวาดก็จะออกมาแสดงความไม่พอใจต่อกลุ่มเฟมทวิตที่พยายามสร้างความตระหนักเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น เฟมทวิต “ขยะแขยงคนอื่นไปทั่ว…ไม่เคารพสิทธิคนอื่น” และยังเคยบอกว่าคำวิจารณ์ที่ตัวเองโดนคือการ “คุกคาม” ทั้งที่เขาไม่สมควรได้รับคำพูดเหล่านั้น ซึ่งความจริงแล้ว สิ่งที่ผู้ชายใส่แว่นทำอยู่เป็นประจำคือการไป ‘กดทับ’ ‘สนับสนุนการคุกคาม’ และ ‘ไม่เคารพสิทธิของคนอื่น’ ก่อน การที่คนที่ถูกกดทับจะออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมและบอกว่าการเอาเปรียบคนอื่นแบบนั้นไม่เหมาะสมก็ไม่ใช่การ ‘คุกคาม’ อย่างที่กล่าวมา
#ผู้ชายใส่แว่น #Patriarchy
#MaleGaze #GenderOppression
#Spectrogram #DataDigest

อ้างอิง
เพจผู้ชายใส่แว่น: https://bit.ly/2UYLg7z, https://bit.ly/3nT7x2U,
Twitter: https://bit.ly/3m0QFXJ, https://bit.ly/3o4H2b9
Kapook: https://bit.ly/2UT4vzr
Catdumb: https://bit.ly/371XKRj
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
ปรียนันท์ ธำรงค์ธนกิจ
ปรียนันท์ ธำรงค์ธนกิจ
นักเขียนและนักอ่านที่จบเอกอังกฤษ โทปรัชญา จากอักษรฯ จุฬา นอกจากทุกอย่างที่เกี่ยวกับ LGBTQ+ สนใจในประวัติศาสตร์และการเมืองอเมริกาเป็นพิเศษ เวลาว่างชอบถ่ายรูปกล้องฟิล์มและหากาแฟแปลก ๆ มาลองดริป (queer, she/her)
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer