นักการเมือง LGBTQ+ ในสภาอเมริกา 2020

‘สภาการเมืองสหรัฐอมริกา 2020 มี LGBTQ+ กว่า 160 คน’

ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่า ‘โจ ไบเดน’ (Joe Biden) ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดของสหรัฐอเมริกา และได้เป็นผู้นำคนที่ 46 ของประเทศแทน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ (Donald Trump) แต่ชัยชนะที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน คือความสำเร็จของกลุ่ม LGBTQ+ ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรในจำนวนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทั้งในสภาคองเกรสระดับประเทศและในสภาของแต่ละรัฐเอง จนสื่อทุกสำนักต่างเรียกปรากฎการณ์นี้กันว่า “Rainbow Wave”

SPECTROGRAM: นักการเมือง LGBTQ+ ในสภาอเมริกา 2020

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสมัยที่มีผู้สมัคร LGBTQ+ ลงเลือกตั้งมากที่สุดตั้งแต่เคยมีการเลือกตั้งมาทุกครั้ง รายงาน ‘Out on The Trail’ ของ ‘Victory Fund’ องค์กรที่ช่วยฝึก สนับสนุนและเคลื่อนไหวเพื่อแคนดิเดตหลากหลายทางเพศ เผยว่ามีคนที่เป็น LGBTQ+ อย่างเปิดเผยอย่างน้อย 1,006 คนที่ลงเลือกตั้งในปี 2020 นี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าการเลือกตั้งกลางสมัยเมื่อปี 2018 ถึง 41% อีกทั้งยังคาดว่ามีชื่อของผู้ลงสมัคร LGBTQ+ ปรากฎในบัตรลงคะแนนเลือกตั้งประมาณเกือบ 600 รายชื่อทั่วประเทศด้วยกัน และในจำนวนนี้ก็มีผู้ที่ได้รับชัยชนะไปเมื่อวันที่ 3 พ.ย.กว่า 160 คน ซึ่งผลเลือกตั้งก็ทำให้ตอนนี้มี LGBTQ+ ถึง 9 คนในสภาคองเกรส ประกอบด้วยสมาชิกฯ ที่เลือกเข้าไปใหม่ 2 คน ชนะการเลือกตั้งอีกสมัย 7 คน

สิ่งที่น่าเฉลิมฉลองในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานี้ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขผู้สมัคร LGBTQ+ ที่สูงลิ่ว แต่ยังเป็นความหลากหลายในด้านชาติพันธ์และด้านเพศเองด้วย ทั้งนี้ก็เพราะกลุ่มผู้ลงสมัคร LGBTQ+ มีสัดส่วนคนผิวสีและชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธ์มากกว่าผู้ลงสมัครเลือกตั้งในอเมริกาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนผิวดำ (African American) คนเชื้อสายเอเชีย (Asian American) เชื้อสายลาตินอเมริกัน (Latino) หรือชนพื้นเมืองอเมริกัน (Native American) ก็ได้เข้าไปมีสิทธิมีเสียงในสภาจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ตลอดจนคนข้ามเพศ นอนไบนารี่ และเจนเดอร์เควียร์ก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้แทนประชาชนในจำนวนที่ทำลายกำแพงเดิมไปในหลายพื้นที่ 

นักกิจกรรมเพื่อสิทธิ LGBTQ+ เชื่อว่า ‘Rainbow Wave’ หรือการเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลามของผู้แทน LGBTQ+ นี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากนโยบายของทรัมป์ในช่วง 4 ปีระหว่างที่เขาอยู่ในทำเนียบขาว ซึ่งริดรอนสิทธิของคนหลากหลายทางเพศเป็นอย่างมาก เช่น ห้ามไม่ให้คนข้ามเพศเข้าสมัครเป็นทหาร หรือยกเลิกการคุ้มครองคนหลากหลายทางเพศจากการเลือกปฏิบัติในหลายๆ ด้าน คนอเมริกันที่เป็น LGBTQ+ จึงออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการผู้แทนที่จะสามารถส่งเสียงให้เขาและปกป้องสิทธิของเขาได้จริงๆ ด้วยการโหวตคนที่เหมือนกับพวกเขาเข้าสภานั่นเอง
และนี่คือ 25 ผู้แทน LGBTQ+ ในสภาของอเมริกาทั่วประเทศที่ต่างสร้างประวัติศาสตร์เป็น ‘คนแรก’ ไม่ว่าจะเป็นด้านเพศ ด้านสีผิว หรือด้านอาชีพ และเป็นตัวแทนของความหลากหลายของมนุษย์ได้อย่างดี

‘ซาราห์ แมคไบรด์’ (Sarah McBride) – ส.ว.ข้ามเพศคนแรกของประเทศ

การชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้แมคไบรด์กลายเป็นนักการเมืองหญิงข้ามเพศที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในอเมริกาตอนนี้ และยังเป็นคนข้ามเพศคนแรกที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นวุฒิสภาระดับรัฐในประวัติศาสตร์ของอเมริกาอีกด้วย ก่อนหน้านี้ เธอก็ได้สร้างประวัติศาสตร์มาแล้วหลายครั้งด้วยกัน กับการที่เธอได้เป็นคนข้ามเพศคนแรกที่ทำงานในทำเนียบขาวระหว่างยุคของประธานาธิบดีบารัค โอบามาและเป็นคนข้ามเพศคนแรกที่ได้พูดในการประชุมใหญ่ระดับประเทศของพรรคเดโมแครต (Democratic National Convention) เมื่อปี 2016 ด้วย
“มันเป็นความหวังอันแรงกล้าของฉันที่คืนนี้เด็กสักหนึ่งคนในรัฐเดลาแวร์…หรือในที่ใดก็ตามในประเทศนี้จะนอนหลับคืนนี้…พร้อมกับสาส์นที่มีพลังแต่เรียบง่าย: ว่าระบอบประชาธิปไตยของเรานั้นก็ใหญ่พอสำหรับพวกเขาด้วย”

‘ริทชี่ ทอร์เรส’ (Ritchie Torres) – ส.ส.เกย์ผิวดำคนแรกของประเทศ

จากการชนะการเลือกตั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้ ส่งผลให้ทอร์เรสได้เป็นส.ส.ในคองเกรสของสหรัฐฯ คนแรกที่เป็นคนผิวดำ-ลาตินอเมริกา (Afro-Latin) และเป็นเกย์อย่างเปิดเผย โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาหรือช่วงที่มีการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary election) ทอร์เรสก็ได้รับคะแนนโหวตนำผู้อยู่ในตำแหน่งคนก่อนหน้า อย่าง ‘Rubén Diaz Sr.’ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเหยียดหยามคน LGBTQ+ อยู่บ่อยครั้ง เมื่ออายุ 25 ปี ทอร์เรสก็ยังเป็นเกย์คนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเข้าไปทำงานในสภาเทศบาลเมืองนิวยอร์คด้วย

“ดูสิ แคนดิเดตคองเกรส LGBTQ+ เอาชนะคนเหยียดเกย์อันดับต้นๆ ในการเมืองระดับรัฐ…จะมีวิธีเฉลิมฉลองเดือนไพรด์วิธีไหนที่ดีไปกว่าความพ่ายแพ้ของการเมืองแห่งความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันนี้อีก” – เสียงของริทชี่ ทอร์เรส เกี่ยวกับชัยชนะของเขา

‘มอนแดร์ โจนส์’ (Mondaire Jones) – ส.ส.เกย์ผิวดำคนแรกของประเทศ

โจนส์ก็เป็นตัวแทนจากรัฐนิวยอร์คอีกหนึ่งคนที่จะได้เข้าไปเป็นส.ส.ในสภาคองเกรสปีหน้าในฐานะคนผิวดำที่เป็นเกย์คนแรกของประวัติศาสตร์อเมริกา โดยโจนส์นั้นจบจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และโรงเรียนกฎหมายของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อีกทั้งยังเคยเป็นหนึ่งนักกฎหมายที่ทำงานให้กระทรวงยุติธรรมของรัฐบาลโอบามาอีกด้วย เหตุผลที่เขาตัดสินใจลงเลือกตั้งในครั้งนี้ก็เพราะอยากกระตุ้นให้ชุมชนชายขอบที่รู้สึกว่าผิดหวังกับการเมืองแบบที่เป็นอยู่ให้มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น และให้คนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรายได้น้อย คนผิวสี และคน LGBTQ+ รู้สึกว่ามีคนที่เข้าใจและเป็นตัวแทนของพวกเขาจริงๆ ทำงานอยู่ในสภาด้วย
“การโตมาเป็นคนจน ผิวดำ และเป็นเกย์ ผมไม่เคยจินตนาการว่าคนแบบผมจะสามารถลงสมัครเลือกตั้งสภาคองเกรส ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะชนะ…จริงๆ แล้ว ในประวัติศาสตร์ 244 ปีของสหรัฐอเมริกา ยังไม่เคยมีผู้แทนในคองเกรสที่เป็นคนดำและเป็นเกย์ และนั่นเปลี่ยนไปแล้วในปีนี้”

‘จาบาริ บริสพอร์ท’ (Jabari Brisport) – ส.ว.เกย์ผิวดำคนแรกในสภาของรัฐนิวยอร์ค

“Alexandria Ocasio-Cortez คนต่อไป” คือฉายาที่หลายๆ คนมอบให้กับจาบาริ บริสพอร์ท ผู้ชนะการเลือกตั้งได้เป็นตัวแทนหน่วยที่ 25 ของเขตบรูคลิน เมืองนิวยอร์ค ในสภาออกกฎหมายระดับรัฐของนิวยอร์ค ด้วยความที่เขาเป็นเกย์อเมริกันเชื้อสายแคริบเบียนรุ่นที่ 3 ทำให้บริสพอร์ทสนใจในการต่อสู้เพื่อกลุ่มคนที่โดนกดขี่จากหลายมิติที่ทับซ้อนมากเป็นพิเศษ รวมถึงกลุ่มหลากหลายทางเพศผิวสี ซึ่งเขาเห็นว่ามีโอกาสจะต้องเจอกับปัญหาด้านการงาน สวัสดิการสุขภาพ เศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มอื่น เขาจึงผลักดันนโยบายหัวก้าวหน้า และได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองฝ่ายสังคมนิยมที่มีชื่อเสียงอย่าง ส.ว. เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) และส.ส. อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ
“เวลาคนได้ยินว่า สิทธิหลากหลายทางเพศเขาจะนึกถึงการแต่งงานเพศเดียวกันทันที แต่สิทธิของ LGBTQ+ เป็นการต่อสู้ที่ผนวกรวมหลากหลายชาติพันธ์และเชื้อชาติด้วยกัน”

‘ชีฟริน โจนส์’ (Shevrin Jones) – ส.ว.เกย์คนแรกในสภาของรัฐฟลอริดา

รัฐฟลอริดามี ส.ว. ระดับรัฐ LGBTQ+ เป็นคนแรกเมื่อชีฟริน โจนส์ชนะการเลือกตั้งได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาของรัฐ อีกทั้งเขายังเป็นหนึ่งในส.ว.เพียงสองคนในอเมริกาที่เป็นเกย์และผิวดำอีกด้วย ภูมิหลังของโจนส์คือถูกเลี้ยงมาโดยพ่อที่เป็นบาทหลวง และเคยเข้ารับตำแหน่งเป็นส.ส.ในฟลอริดามาตั้งแต่เมื่อปี 2012 ระหว่างนั้นก็เปิดเผยตัวตนกับสาธารณะว่าเป็นเกย์ตอนปี 2018 ด้วย

‘เดวิด โอติซ’ (David Ortiz) – ส.ส.ไบเซ็กชวลและผิวสีคนแรกในสภาของรัฐโคโลราโด 

นอกจากที่จะเป็นส.ส.ไบเซ็กชวลคนแรกในรัฐโคโลราโดแล้ว เดวิด โอติซยังเป็นคนผิวสี คือเป็นคนอเมริกันเชื้อสายลาตินอเมริกา และเป็นตัวแทนของคนที่มีความพิการ จากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ชนระหว่างที่เป็นทหารในอัฟกานิสถาน ขณะที่ทำงานกับสำนักนายกเทศมนตรีของเมืองฮิวส์ตัน เดวิด โอติซเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนสวัสดิการสำหรับทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บ

‘สเตฟานี ไบเออรส์’ (Stephanie Byers) – ส.ส.ระดับสภาของรัฐที่เป็นคนข้ามเพศผิวสีคนแรก

สเตฟานี ไบเออรส์สร้างประวัติศาสตร์ถึงสองเรื่องด้วยกันกับการชนะครั้งนี้ อย่างแรกคือเธอเป็นคนข้ามเพศคนแรกในแคนซัสที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นส.ส.ในสภาระดับรัฐ อย่างที่สองคือเธอเป็นคนข้ามเพศผิวสี (ชนพื้นเมืองอเมริกัน) คนแรกของประเทศที่ได้เข้าทำงานในสภาระดับรัฐ สเตฟานี ไบเออรส์เป็นครูเกษียณที่เคยได้รางวัลครูแห่งปีจาก GLSEN องค์กรเพื่อสิทธิความเท่าเทียมของ LGBTQ+ อีกด้วย
“สำหรับหลายๆ คน ถ้าแคนซัส รัฐที่มีความรีพับลิกันมากๆ สามารถเลือกคนข้ามเพศเข้าทำงานเป็นผู้มีอำนาจออกกฎหมายได้ ประตูก็เปิดออกในหลายๆ พื้นที่อื่นๆ สำหรับหลายๆ คนด้วยเหมือกัน…และนี่ช่วยคนที่เป็นทรานส์เจนเดอร์กับการที่จะตอกย้ำว่าพวกเขาก็มีความหมาย พวกเขาก็สำคัญ และเขาคือคนที่สามารถจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้

‘มิเชล เรย์เนอร์’ (Michele Rayner) – ส.ส. LGBTQ+ ผิวดำคนแรกในฟลอริดา

มิเชล เรย์เนอร์ เป็นผู้หญิงเควียร์ผิวดำคนแรกที่ชนะการเลือกตั้งเก้าอี้ส.ส.ในสภาของรัฐฟลอริดา เธอโด่งดังในฐานะทนายที่ทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมที่สนับสนุนการแก้ปัญหาความไม่ยุติธรรมทางสังคม

‘ชาริซ เดวิดส์’ (Sharice Davids) – สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐแคนซัส

ชาริซ เดวิสด์ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 หลังจากที่เมื่อปี 2018 เธอคว้าชัยชนะไปในฐานะชนพื้นเมืองอเมริกัน (Native American) หนึ่งในสองคนแรกของสหรัฐฯ ที่ได้เข้าไปทำงานในสภาคองเกรส และยังเป็นกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันที่เป็นเลสเบี้ยน LGBTQ+ คนแรกได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.อีกด้วย ระหว่างหาเสียง เดวิดส์เรียกร้องเรื่องปัญหาการกราดยิงและกฎหมายควบคุมการซื้อขายปืน รวมถึงสวัสดิการสุขภาพ และยังวิจารณ์นโยบายลดภาษีคนรายได้สูงของทรัมป์ด้วย

“นี่เป็นที่ที่ยากมากในการที่จะเป็นผู้หญิง ฉันเคยถูกทำให้รู้สึกไร้ค่า ถูกเมินเฉย ถูกทำให้พ่ายแพ้…มันชัดเจนว่าทรัมป์และพรรคริพับลิกันไม่สนใจคนแบบฉันหรือใครก็ตามที่ไม่ได้คิดเหมือนฉัน”

‘บรีอันนา ทิโทน’ (Brianna Titone) – ส.ส.ข้ามเพศคนแรกในโคโลราโด 

บรีอันนา ทิโทนชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สองในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับรัฐของโคโลราโด เธอกลายเป็นผู้หญิงข้ามเพศคนแรกในสภาของรัฐนี้เมื่อเธอชนะเลือกตั้งไปครั้งแรกเมื่อปี 2018 ในฐานะนักธรณีวิทยา เธอเคยเป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมมาก่อน นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้หญิงข้ามเพศที่เป็นเลสเบี้ยน ซึ่งเพิ่มพื้นที่ทางการเมืองให้กับคนกลุ่มนี้ด้วย

‘ชีฟริน โจนส์’ (Shevrin Jones) – ส.ว.เกย์คนแรกในสภาของรัฐฟลอริดา

รัฐฟลอริดามี ส.ว. ระดับรัฐ LGBTQ+ เป็นคนแรกเมื่อชีฟริน โจนส์ชนะการเลือกตั้งได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาของรัฐ อีกทั้งเขายังเป็นหนึ่งในส.ว.เพียงสองคนในอเมริกาที่เป็นเกย์และผิวดำอีกด้วย ภูมิหลังของโจนส์คือถูกเลี้ยงมาโดยพ่อที่เป็นบาทหลวง และเคยเข้ารับตำแหน่งเป็นส.ส.ในฟลอริดามาตั้งแต่เมื่อปี 2012 ระหว่างนั้นก็เปิดเผยตัวตนกับสาธารณะว่าเป็นเกย์ตอนปี 2018 ด้วย

‘ทอร์รีย์ แฮร์ริส’ (Torrey Harris) – ส.ส.เกย์คนแรกในเทนเนสซี

ไม่เพียงแค่ ทอร์รีย์ แฮร์ริสเป็นคนอายุน้อยที่สุดที่ชนะการเลือกตั้งส.ส.ระดับรัฐในปีนี้เท่านั้น แต่เขายังเป็นเกย์คนแรกที่ได้เข้ารับตำแหน่งในสภาของรัฐเทนเนสซีอีกด้วย โดยชัยชนะครั้งนี้เป็นการแย่งชิงตำแหน่งจาก ‘John DeBerry’ (จอห์น เดอเบอร์รี่) สมาชิกพรรคเดโมแครตอีกคนที่อยู่ในตำแหน่งมาก่อนกว่า 26 ปี คู่แข่งคนนี้ถูกให้ออกจากพรรคเดโมแครตไปเมื่อปีที่แล้วเพราะโหวตสนับสนุนกฎหมายทำแท้งที่เข้มงวด

‘มาร์ค ทาคาโน’ (Mark Takano) – ส.ส.เกย์เชื้อสายเอเชียนอเมริกันคนแรกในแคลิฟอร์เนีย

เมื่อปี 2012 ทาคาโนชนะการเลือกตั้งตำแหน่งส.ส.จากเขต 41 รัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้เขากลายเป็นเกย์ผิวสี (เชื้อสายญี่ปุ่น) คนแรกที่ได้รับเลือกเข้าไปในสภาคองเกรสของอเมริกา ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ เขาชนะการเลือกตั้งอีกครั้งและทำหน้าที่ติดต่อกันมา 7 ปีแล้ว อาชีพก่อนที่จะเป็นส.ส.คือครู และทำอยู่นานถึง 20 ปี

‘เทย์เลอร์ สมอลล์’ (Taylor Small) – ส.ส.ข้ามเพศคนแรกในสภาของรัฐเวอร์มอนต์

จากการที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.ของรัฐเวอร์มอนต์ ทำให้เทย์เลอร์ สมอลล์กลายเป็นคนข้ามเพศคนที่ห้าที่ได้เข้าไปอยู่ในสภาระดับรัฐของประเทศอเมริกา เธอหาเสียงด้วยนโยบายที่มีความหัวก้าวหน้า (Progressive) โดยให้ความสำคัญกับสวัสดิการสุขภาพที่ทั่วถึงและเข้าถึงได้ ค่าแรงขั้นต่ำที่เพียงพอ กฎหมายเพื่อสิ่งแวดล้อม และการปฏิรูปตำรวจ เธอเคยมีประสบการณ์ทำงานด้านสุขภาพจิตและช่วยเหลือสนับสนุนเยาวชน LGBTQ+ ที่ไร้บ้าน ปัจจุบันเธอทำงานเป็นผู้อำนวยการที่ Pride Center of Vermont ซึ่งเป็นศุนย์เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนหลากหลายทางเพศ
“ฉันเชื่อว่าด้วยการให้พื้นที่ การให้การศึกษา และความรัก เราสามารถที่จะสร้างรัฐที่โอบรับและความความเห็นใจมากกว่านี้ได้”

‘คิม แจ็คสัน’ (Kim Jackson) – บาทหลวงและส.ว. LGBTQ+ คนแรกในสภาของรัฐจอร์เจีย

ในปัจจุบัน ทั่วประเทศอเมริกามีส.ว.ระดับรัฐเพียงสามคนเท่านั้นที่เป็นคนผิวดำและเป็น LGBTQ+ ด้วย ซึ่งนั่นรวมถึงแจ็คสัน นักบวชเลสเบี้ยนนิกาย Episcopal และนักเคลื่อนไหวด้านความยุติธรรมทางสังคม ประเด็นที่เธอทุ่มเทให้เป็นพิเศษ ได้แก่ ระบบการศึกษาของรัฐ การปฏิรูประบบนักโทษและเรือนจำ การหยุดโทษประหาร และความเท่าเทียมของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ

‘คาร์ลอส สมิธ’ (Carlos Smith) – ส.ส. เกย์เชื้อสายลาตินอเมริกันคนแรกสภาของรัฐในฟลอริดา

สมิธชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง หลังจากที่ชนะไปครั้งแรกเมื่อปี 2016 และได้กลายเป็นสมาชิกสภาของออร์แลนด์โดที่เป็นเกย์และมีเชื้อสายละตินอเมริกาคนแรก ซึ่งเขาเป็นที่โด่งดังไปทั่วประเทศเพราะออกมาเรียกร้องความชอบธรรมให้กับเหยื่อในการกราดยิงคลับ Pulse ที่ทำให้มีคนตายมากถึง 49 คน สมิธเห็นถึงความสำคัญทั้งในเรื่องของการชดเชยให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และการผลักดันกฎหมายคุมควบการซื้อขายปืน อีกทั้งตัวสมิธเองก็เคยเป็นเหยื่อของการโดนทำร้ายร่างกายเพราะความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันด้วย

‘เทียร่า แมค’ (Tiara Mack) – ส.ว.เควียร์ผิวดำคนแรกในสภาของรัฐโรดส์ไอแลนด์

หลังจากที่เธอเอาชนะส.ว.จากพรรครีพับลิกันผู้อยู่ในตำแหน่งก่อนหน้า ซึ่งต่อต้านสิทธิคน LGBTQ+ และสิทธิในการทำแท้งเสรี เทียร่า แมคก็กลายเป็นส.ว. LGBTQ+ (เลสเบี้ยน) คนแรกที่ได้เข้าไปในสภาของรัฐโรดส์ ไอร์แลนด์ พื้นเพของส.ว.คนนี้คือเธอเคยเป็นครูสอนวิชาเพศศึกษามาก่อน และต่อมาก็ทำงานเป็นผู้ช่วยสรรหาครูในโรงเรียนรัฐให้มีความหลากหลายมากขึ้น ที่สำคัญคือเธอสนับสนุนสิทธิเรื่องอนามัยเจริญพันธ์ของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นการทำแท้ง การคุมกำเนิด หรือการวางแผนครอบครัว

‘ชาร์เมน แมคกูฟฟี’ (Charmaine McGuffey) – นายอำเภอเลสเบี้ยนคนแรกในโอไฮโอ

เมื่อปี 2017 ชาร์เมน แมคกูฟฟีถูกไล่ออกจากสำนักงานนายอำเภอหลังจากทำงานมากว่า 33 ปี และเธอเชื่อว่าเหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอเป็นเลสเบี้ยน เธอจึงตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งแข่งกับนายอำเภอสังกัดพรรครีพับลิกันคนที่ทำให้เธอต้องออกจากงาน และเธอก็ชนะไปด้วยคะแนน 52% กลายเป็นนายอำเภอหญิงและ LGBTQ+ คนแรก พร้อมๆ กับทำให้อคติทางเพศต้องพ่ายแพ้ไป ผลงานที่ผ่านมาของเธอก็อย่างเช่นปรับปรุงเรือนจำของเขตจากที่อยู่ลำดับเกือบท้ายให้กลายเป็นเรือนจำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐ
“บทบาทของฉันคือเป็นตัวอย่างของสิ่งที่คุณสามารถจะทำได้ในฐานะคนที่เป็น LGBT คนหนึ่ง เพราะว่าในโลกนี้มันมีการเลือกปฏิบัติอยู่เยอะมาก…มีหลายครั้งมากที่ฉันพยายามจะเก็บเพศวิถีของฉันไว้กับตัวเอง เพราะว่าฉันรู้ว่าถ้าคนอื่นรู้ มันจะมีผลต่ออาชีพของฉัน”

‘เอเดรียน แทม’ (Adrian Tam) – ส.ส.เอเชียนอเมริกันและเกย์คนเดียวในฮาวาย

ชัยชนะของแทมด้วยคะแนนโหวต 63% ทำให้เขากลายเป็นส.ส.ผู้มีอำนาจออกกฎหมายในสภาของฮาวายคนเดียวที่เป็นเกย์ตอนนี้ ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาได้รับชัยชนะอย่างล้นหลามอาจเป็นเพราะคู่แข่งของแทมนั้นเป็นหัวหน้าของกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายขวาสุดโต่งชื่อ ‘Proud Boys’ ก่อนหน้าที่จะลงเลือกตั้งครั้งนี้ เอเดรียม แทมเคยเป็นผู้ช่วยด้านนิติบัญญัติของ ‘Stanley Chang’ ส.ว.ในฮาวายมาก่อน และระหว่างนั้น แทมก็มีส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันให้ฮาวายมีการออกกฎหมายห้ามการบำบัดคนรักเพศเดียวกัน ตัวเขาเองเกิดที่โฮโนลูลู ส่วนพ่อแม่เป็นผู้อพยพมาจากฮ่องกงและไต้หวัน 
“ผมบอกตลอดว่ากลุ่มคนที่ออกกฎหมายควรจะสะท้อนลักษณะของรัฐนั้น ผมที่ดีใจที่ได้เป็นแค่หนึ่งคน (ที่เป็น LGBTQ+) แต่ผมหวังว่าผมจะไม่ใช่คนสุดท้าย”

‘อเล็กซ์ ลี’ (Alex Lee) — ส.ส.ไบเซ็กชวลคนแรกในสภาของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ชัยชนะของลีในเขต 25 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้เขาไม่เพียงกลายเป็นสมาชิกสภาของรัฐที่อายุน้อยที่สุด (25 ปี) แต่เขายังเป็นคนแรกที่เป็นไบเซ็กชวลอย่างเปิดเผยอีกด้วย เขาดึงดูดเหล่าผู้มีสิทธิโหวตระหว่างแคมเปญหาเสียงด้วยนโยบายแบบหัวก้าวหน้า และปฏิเสธที่จะรับเงินสนับสนุนที่มาในนามของบริษัท เขาจึงสัญญาไว้ว่ากฎหมายแรกที่จะเสนอเข้าสภาแคลิฟอร์เนียคือห้ามไม่ให้แคนดิเดตเลือกตั้งรับเงินโดยตรงจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

‘สก็อต วีเนอร์’ (Scott Wiener) — ส.ว.เกย์ในสภาของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ส.ว.ระดับรัฐของแคลิฟอร์เนียคนนี้ชนะการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2016 ทำให้ได้เป็นผู้แทนของเขต 11 ซึ่งรวมพื้นที่ของเมืองซานฟรานซิสโกอยู่ด้วย เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แทนที่สนับสนุนเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการคุ้มครองคน LGBTQ+ เหมือนกับตัวเขาเอง อย่างล่าสุด เขามีส่วนผลักดันกฎหมายที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่ม LGBTQ+ ในแคลิฟอร์เนีย คือหนึ่ง นักโทษทรานส์เจนเดอร์จะได้อยู่ในเรือนจำตามเพศสภาพของตัวเอง และ สอง ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโลกติดต่อในแคลิฟอร์เนีย จะต้องมีการคำนึงถึงเพศภาพและเพศวิถี เพื่อที่จะได้สะท้อนผลกระทบที่คนเหล่านี้ต้องเจอจริงๆ ก่อนที่เขาจะชนะในปี 2020 วีเนอร์ต้องแข่งกับ ‘Jackie Fielder’ ผู้ที่วิจารณ์นโยบายของเขาว่าหัวก้าวหน้าไม่มากพอ และไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่หลากหลายในเขตเขา

‘แซม พาร์ค’ (Sam Park) – ส.ส.เกย์เชื้อสายเอเชียในสภาของรัฐจอร์เจีย

เมื่อแซม พาร์คชนะเลือกตั้งเป็นครั้งแรกตอนปี 16 เขาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทั้งเกย์คนแรกและคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียนคนแรกจากพรรคเดโมแครตที่ได้รับเลือกให้เข้าทำงานในสภาของรัฐจอร์เจีย พาร์คเล่าว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากลงสมัครเลือกตั้งคือแม่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง เขาเลยอยากผลักดันนโยบายเกี่ยวกับสวัสดิการสุขภาพจากรัฐ นอกจากนี้ เขายังเคยทำงานเป็นนักกฎหมายที่องค์กรบริการด้านเอดส์ที่ใหญ่ที่สุดในจอร์เจียเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเอดส์ในเมืองแอตแลนตา
“ผมรู้สึกว่า จากการที่ผมเป็นตัวเอง ผมมีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนที่อาจจะไม่ลงรอยกัน หรือชุมชนที่อาจจะไม่ได้รู้จักอีกกลุ่มหนึ่ง”

‘แอนน์ จอห์นสัน’ (Ann Johnson) – ส.ส.เลสเบี้ยนในสภาของเท็กซัส

จอห์นสันชนะเลือกตั้งในการเป็นตัวแทนเขต 134 ในสภาผู้แทนราษฎรของรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นแค่เขตเดียวในรัฐที่แคนดิเดต ส.ส.จากพรรคเดโมแครตได้ชัยชนะไปในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ ก่อนหน้าที่เธอเป็นอัยการดำเนินคดีค้ามนุษย์ ปัจจุบันเป็นครูและเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ที่ช่วยหาทนายให้กับคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะจ้างทนายเองได้ เธอยืนหยัดเพื่อต่อสู้กับปัญหาการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานเด็กมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง อีกทั้งเธอรักษาจนยังหายจากโรคมะเร็งได้สำเร็จ ทำให้เธอใส่ใจเคลื่อนไหวเพื่อสวัสดิการสุขภาพ สิทธิเสรีภาพของผู้หญิง และระบบการศึกษาของรัฐ

‘โรเจอร์ มอนโตย่า’ (Roger Montoya) – ส.ส.เกย์ที่ใช้ชีวิตกับ HIV ในสภาของรัฐนิวแม็กซิโก

ความน่าสนใจของมอนโตย่าไม่ได้มีเพียงแค่การที่เขาเป็นสมาชิก LGBTQ+ คนแรกในสภาของรัฐนิวแม็กซิโก แต่เขายังเคยได้รับยกย่องจากสำนักข่าว CNN ให้เป็น CNN Hero เมื่อปี 2019 จากการที่เขาใช้ความรู้ความสามารถในฐานะจิตรกรและนักเต้นอาชีพมาเปิดศูนย์ ‘Moving Arts Española’ เพื่อที่จะช่วยบรรเทาปัญหาการติดยาเสพติดให้เยาวชนด้วยการสอนยิมนาสติก วาดรูป ร้องเพลง และเล่นดนตรี อีกทั้งเขายังเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตกับเชื้อ HIV มาเกือบ 40 ปีแล้ว และใช้ประสบการณ์ของเขามาเปิดคลาสให้ความรู้เกี่ยวกับการอยู่กับ HIV ด้วย ระหว่างการหาเสียง เขาก็ยังต้องเจอกับแคมเปญต่อต้านอย่างหนักจากฝั่งพรรคริพับลิกันที่พยายามจะทำลายชื่อเสียงของเขาด้วยการเปิดโปงว่าเขาเคยแสดงหนังโป๊มาก่อน แต่มอนโตย่าก็ออกมายอมรับและกล่าวว่ามันผ่านมานานมากแล้ว เขาทำไปด้วยความจำเป็นด้านการเงิน และประสบการณ์ตอนนั้นก็ไม่สะท้อนตัวตนของเขาตอนนี้แล้ว
“ขณะที่ผมกำลังเตรียมตัวที่จะทำงานในสภาผู้แทนฯ ของรัฐนิวแม็กซิโก ผมสัญญาว่าจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างผมกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเห็นต่างทางการเมืองอย่างไรก็ตาม รัฐของเราสมควรที่จะมีความอัธยาศัยเอื้อเฟื้อ วิสัยทัศน์ และความก้าวหน้า”

‘เวอร์เนตต้า อัลสตัน’ (Vernetta Alston) – ส.ส.เลสเบี้ยน ผิวดำในสภาของรัฐนอร์ทแคโรไลนา

ก่อนหน้าที่จะชนะเลือกตั้งครั้งล่าสุด อัลสตันเคยได้รับเลือกให้เข้าทำงานในสภาของเมือง Durham City ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ปัจจุบันเธอทำงานเป็นนักกฎหมายที่ช่วยเหลือนักโทษที่โดนตัดสินโทษประหาร เนื่องจากเธอเชื่อว่าระบบโครงสร้างกฎหมายของประเทศอเมริกามีความไม่ยุติธรรมทางสีผิวอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาอัตราการคุมขังที่มากเกินและนักโทษล้นเรือนจำ (Mass Incarceration) อัลสตันแต่งงานแล้วกับภรรยา และมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน

อ้างอิง:
The Conversation: https://bit.ly/35ewpff
Buzzfeed News: https://bit.ly/32qkb1h
ปรียนันท์ ธำรงค์ธนกิจ
ปรียนันท์ ธำรงค์ธนกิจ
นักเขียนและนักอ่านที่จบเอกอังกฤษ โทปรัชญา จากอักษรฯ จุฬา นอกจากทุกอย่างที่เกี่ยวกับ LGBTQ+ สนใจในประวัติศาสตร์และการเมืองอเมริกาเป็นพิเศษ เวลาว่างชอบถ่ายรูปกล้องฟิล์มและหากาแฟแปลก ๆ มาลองดริป (queer, she/her)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer