Alexandria Ocasio-Cortez ส.ส.หญิงอเมริกันผู้จะทำให้ชายเป็นใหญ่ในการเมืองประชาธิปไตยปั่นป่วนอีกครั้ง

 

Alexandria Ocasio-Cortez’ ส.ส. หญิงจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สองแล้ว
‘ฉะฉาน’ ‘ชัดเจน’ ‘ตรงประเด็น’ – คงเป็นสามคำที่จะบอกได้ดีที่สุดถึงวาทศิลป์อันเฉียบคมในสภาสหรัฐฯ ของ ‘Alexandria Ocasio-Cortez’ (อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ) หรือที่หลายๆ คนรู้จักในนาม ‘AOC’ ผู้ที่ยืนโดดเด่นในฐานะผู้หญิงซึ่งอุทิศหน้าที่เพื่อผลักดันนโยบายของฝ่ายเสรีนิยมหัวก้าวหน้า พร้อมกันนั้นก็ยังต้องเผชิญหน้ากับอุดมการณ์ชายเป็นใหญ่และการเกลียดเหยียดผู้หญิง (Misogyny) ในระบอบการเมืองอเมริกา แต่เธอคนนี้ก็ไม่ได้ย่อท้อถดถอยจากกระแสต่อต้านเหล่านั้นแต่อย่างไร
SPECTRUM OF HUMAN: Alexandria Ocasio-Cortez – ส.ส.หญิงอเมริกันผู้จะทำให้ชายเป็นใหญ่ในการเมืองประชาธิปไตยปั่นป่วนอีกครั้ง
“Bitch” – เสียงจาก Ted Yoho ส.ส.ชาย สังกัดพรรคริพลับลิกัน (พรรคฝั่งตรงข้าม) ที่ตะโกนต่อหน้า AOC ซึ่งทำให้หลายๆ คนก็บอกว่าเขาเหยียดเพศ แต่เขาก็โต้แย้งกลับด้วยเหตุผลว่า เขาไม่มีทางพูดแบบนั้นแน่นอน เพราะเขาทั้งแต่งงานมานานและมีลูกสาวสองคน นำไปสู่การชี้แจงประเด็นนี้ต่อหน้าสภาของ AOC ว่า “ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของเหตุการณ์เดียว” แต่เป็น “วัฒนธรรม…ที่มีโครงสร้างทางอำนาจที่สนับสนุนอยู่… ฉันเชื่อว่าการมีลูกสาวไม่ได้ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งเป็นคนดี การมีภรรยาไม่ได้นำไปสู่การเป็นผู้ชายที่ดี การให้เกียรติผู้อื่นทำให้ผู้ชายคนหนึ่งเป็นคนดี”
“สวยแต่โง่” – โอคาซิโอ-คอร์เทซมักจะโดนดูถูกสติปัญญาและความรู้ความสามารถอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุน ‘สังคมนิยมแบบประชาธิปไตย’ ของเธอ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์เองก็เคยพูดว่าแผนเศรษฐกิจ Green New Deal ที่เสนอโดย AOC เหมือน “รายงานม.ปลายที่ได้คะแนนต่ำ” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือคำวิจารณ์พวกนี้ก็มักจะมาพร้อมกับคำชมรูปร่างหน้าตา แม้แต่พิธีกรผู้หญิงของช่อง Fox คนหนึ่งก็กล่าวถึงโอคาซิโอ-คอร์เทซว่า “ความสวยมันจางหายไปได้ แต่ความโง่อยู่ตลอดไป” ซึ่งคำพูดลักษณะ “คนโง่รูปงาม” (Pretty Idiots) นี้ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับนักการเมืองผู้หญิง ควบคู่กับชุดความคิดอีกแบบคือ “ตัวร้ายแสนอัปลักษณ์” (Hideous Harpies) ที่ Hillary Clinton โดนอยู่บ่อยๆ
“อันตรายและบ้าคลั่ง” – ด้วยทั้งบุคลิกของเธอที่ฉะฉานมั่นใจ ไม่เกรงกลัวอำนาจชายเป็นใหญ่ในสภาและไม่ยอมรับการโดนวิจารณ์อย่างไม่ธรรมอยู่ฝ่ายเดียว ผนวกกับนโยบายที่แตกต่าง และมีแนวโน้มสั่นคลอนอำนาจเดิม ทำให้เธอถูกแปะป้ายว่า “บ้า” อยู่บ่อยครั้ง เช่น Sean Hennity นักข่าวชื่อดังช่อง Fox ก็ให้ชื่อเล่นเธอว่า “O-crazy-o” ล้อกับนามสกุล โอคาซิโอ ของเธอด้วย ซึ่งสะท้อนการพยายามดิสเครดิตของนโยบายแบบประชาธิปไตยสังคมนิยมของเธอ และตอกย้ำภาพจำที่ว่าผู้หญิงไม่มีเหตุผล เป็นโรคประสาท ไม่ควรมาเป็นเข้าทำงานในสภา
“แต่งตัวเยอะไป” – ฝ่ายขวาก็ยังเคยวิจารณ์โอคาซิโอ-คอร์เทซด้วยว่า “รสนิยมแพงจังสำหรับคนที่นิยมตัวเองว่าเป็นนักสังคมนิยม” (ที่ต่อสู้เพื่อชนชั้นแรงงาน) ซึ่งการจดจ้องจับผิดเสื้อผ้าของผู้หญิงก็เป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่ที่ผู้หญิงเริ่มเล่นการเมือง แต่กลับเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับนักการเมืองผู้ชายที่อยู่ในพื้นที่สักเท่าไหร่ นี่ก็เป็นการตอกย้ำว่าผู้หญิงยังถูกมองว่าเป็นได้เพียงเครื่องประดับของผู้ชายที่มีดีแค่ความสวย และไม่เหมาะสมกับสภาผู้แทนประชาชน อีกทั้งยังถูกใช้ลดความน่าเชื่อถือของอุดมการณ์หรือนโยบายที่นักการเมืองหญิงเหล่านั้นกำลังเสนอ กรณีนี้ก็เด่นชัดในไทยเช่นกัน อย่างคุณ ‘ช่อ’ – พรรณิการ์ วานิช’ อดีต ส.ส. โฆษกพรรคอนาคตใหม่ถูกจับจ้องแต่การแต่งตัว ไม่โฟกัสที่ข้อเสนอแต่ไปสปอตไลท์ยกให้เป็น ‘ไอคอนด้านแฟชั่น’ แทน
“ชนชั้นต่ำ” – ก่อนที่ AOC จะลงสมัครเป็นสมาชิกผู้แทนฯ ในสภา เธอเคยเป็นบาร์เทนเดอร์มาก่อนระหว่างที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย นี่จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เธอโดนกระแสโจมตีโดยการลดค่าอาชีพ (Job Shaming) ไล่ให้กลับไปทำงานที่ใช้แรงงานแบบเดิม ไม่ต่างกันกับการไล่นักการเมืองหญิง หรือผู้หญิงที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงไปเป็น ‘กะหรี่’ หรือ ‘แม่บ้าน’ เท่าไหร่นัก เธอจึงออกมาทวิตข้อความเพื่อให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้กดทับเย้ยหยันชนชั้นแรงงาน (Classism) โดยการตอกย้ำภูมิหลังที่ไม่เหมือน ‘ชนชั้นกลาง’ ก็เป็นวิธีที่ฝ่ายขวา ตลอดจนสื่อ ใช้เพื่อลดคุณค่านโยบายของเธอที่จะทำให้พวกเขาเสียประโยชน์ อย่างเช่น การเก็บภาษีคนรวยและบริษัทยักษ์ใหญ่เพิ่มเพื่อหนุนสวัสดิการสุขภาพจากรัฐสำหรับทุกคน (Medicare for All)
การเมืองในสภาที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเพศ – AOC นั้นถูกกดขี่เหยียดหยามโดยหลายมิติที่ทับซ้อนกัน ทั้งนี้ก็เพราะเธอเป็นคนผิวสี เชื้อสายลาตินอเมริกา (Latina) และยังเป็นส.ส.อายุน้อยที่สุดที่เคยชนะการเลือกตั้ง (29 ปี) ซึ่งล้วนเป็นลักษณะที่คนขาวชาตินิยมฝั่งขวาไม่ชอบใจและไม่อยากเห็นขึ้นมาบริหารประเทศอยู่แล้ว เธอจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคลื่นลูกใหม่ในการเมืองอเมริกาที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทดแทนที่นั่งที่แต่เดิมเคยเป็นของผู้ชายผิวขาวอายุมาก การที่เธอได้รับความนิยมขึ้นมาและเป็นที่สนใจของสื่อต่าง ๆ จึงเหมือนเป็นการสั่นคลอนสถานภาพปัจจุบัน (Status Quo) ที่ผู้มีอำนาจเดิมต้องการคงไว้
การพยายามสกัดอิทธิพลของ AOC ในฐานะนักการเมือง จึงถือได้ว่าเป็นอคติต่อเพศหญิงรูปแบบหนึ่งที่ถูกทำให้เข้มข้นขึ้นด้วยการแปรผันของอำนาจหลักนั่นเอง
ปัจจุบัน AOC อยู่ในตำแหน่งส.ส. มา 2 ปี เธอสร้างผลงานอย่างโดดเด่น ตัวอย่างเช่น ซักถามมาร์ค ซักเกอร์เบิร์กเกี่ยวกับบทบาทของเฟสบุ๊คในการแทรกแซงการเลือกตั้งของอเมริกาโดยอนุญาตให้มีโฆษณาที่ข้อมูลเท็จเมื่อปี 2016 เปิดโปงคอรัปชั่นในกองทัพ โดยเผยราคาค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่โก่งราคาเกินจริง และต่อต้านการเปิดสำนักงานใหญ่ของอเมซอนในเมืองควีนส์ นิวยอร์ค ที่จะทำให้ค่าเช่าบ้านแพงขึ้น โดยล่าสุดเธอก็เพิ่งชนะการเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งเป็นสมัยที่สอง แย่งชิงเก้าอี้จากคู่แข่งพรรครีพลับลิกันที่ลงเงินหาเสียงไปกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (~300 ล้านบาท) เป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งว่าประชาชนกำลังต้องการเสียงใหม่ๆ ที่เป็นเข้าใจและต่อสู้เพื่อกลุ่มคนที่รัฐเคยละเลยมาตลอด
#Human #AOC
#AlexandriaOcasioCortez
#Misogyny #WomeninPolitics
อ้างอิง
Vice: https://bit.ly/35Ynoro
Huffpost: https://bit.ly/36nL8Fk
Jezebel: https://bit.ly/33PUuHe
New Yorker: https://bit.ly/3kK53T3
Newsweek: https://bit.ly/2Hpyknz
NPR: https://n.pr/32VEYKH
VoiceTV: https://bit.ly/3kJrOq5
Vox: https://bit.ly/2Gf4dyG
ภาพ: https://bit.ly/3jWLqWQ
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

ปรียนันท์ ธำรงค์ธนกิจ
ปรียนันท์ ธำรงค์ธนกิจ
นักเขียนและนักอ่านที่จบเอกอังกฤษ โทปรัชญา จากอักษรฯ จุฬา นอกจากทุกอย่างที่เกี่ยวกับ LGBTQ+ สนใจในประวัติศาสตร์และการเมืองอเมริกาเป็นพิเศษ เวลาว่างชอบถ่ายรูปกล้องฟิล์มและหากาแฟแปลก ๆ มาลองดริป (queer, she/her)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer