หมอทุกคนจะต้องได้รับโทษ ถ้าออก ‘ใบรับรองพรหมจรรย์’ รัฐบาลฝรั่งเศสร่างกม. แบนการระบุเยื่อขาดหรือไม่ขาดในผู้หญิง เพื่อคุ้มครองและลบล้างมายาคติที่ว่า เวอร์จิ้น = บริสุทธิ์ไร้มลทิน


ยังซิง/บริสุทธิ์อยู่ไหม? = คำถามที่แฝงอคติ

‘รัฐบาลฝรั่งเศส’ เล็งปรับและจำคุกแพทย์ที่ออก “ใบรับรองพรหมจรรย์” ให้กับผู้หญิง โดยร่างกฎหมายนี้เน้นย้ำการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงอิสลามและอาหรับที่มักถูกบังคับให้ไปหาหมอ เพื่อยืนยันความเชื่อ “การสงวนพรหมจรรย์ไว้ให้ชายที่เป็นสามี” 

ทำไมผู้หญิงมุสลิมต้อง ‘ตรวจพรหมจรรย์’? – กลุ่มมุสลิมบางกลุ่มยังมีค่านิยมของการโชว์ ‘ผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือด’ จากการมีเซ็กซ์คืนแรกของการแต่งงานให้กับครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว เพื่อยืนยันว่าผู้หญิงนั้นยัง “บริสุทธิ์” อยู่ ทั้งนี้ก็เพราะเชื่อกันว่าเมื่อมีเซ็กซ์ครั้งแรก เยื่อพรหมจรรย์จะขาดและมีเลือดออก ซึ่งหากครอบครัวพบว่าไม่เวอร์จิ้นแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม อาจนำไปสู่การลงโทษถึงขั้น ‘ทำร้ายร่างกาย’ หรือหากข่าวเรื่องความไม่เวอร์จิ้นกระจายไปในวงกว้าง อาจทำให้ถูกตีตราจนผู้หญิงบางคนเลือกที่จะฆ่าตัวตายจากความอายนั้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายๆ คนจำเป็นต้องให้หมอออกใบรับรองนี้ให้ 
 
การให้หมอตรวจ ‘เยื่อพรหมจารี’ (Hymen) ทำยังไง? – ส่วนใหญ่ดูได้ด้วยการเอาสองนิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอด (Vagina)  ซึ่งเป็นการตรวจที่แพร่หลายในชุมชนมุสลิมแถบแอฟริกาเหนือ ชุมชนอาหรับแถบตะวันออกกลาง และประเทศอินเดีย โดยงานวิจัย จาก ‘องค์กรอนามัยโลก’ (WHO) ก็ได้ออกมาบอกแล้วว่า การตรวจสอบเช่นนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้หญิง (เพศกำเนิด) คนหนึ่งเคยมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่มาแล้วหรือไม่ ตลอดจนการเลือดออกนั้นก็บอกไม่ได้เช่นกัน
“หากขาดก็เย็บซ่อม” – การผ่าตัดซ่อมแซมเยื่อพรหมจารีย์ หรือ ศัพท์เทคนิคคือ “Hymenoplasty” กำลังเป็นที่แพร่หลาย ณ ขณะนี้ในธุรกิจศัลยกรรมทั่วโลก ส่วนหนึ่งก็เพราะมีค่านิยมเรื่องความบริสุทธิ์ที่กดดันให้ผู้หญิงหลายวัฒนธรรมต้องไปผ่าตัดแบบนี้ ซึ่งการเย็บซ่อมเยื่อพรหมจรรย์ก็คือ การที่หมอเย็บเนื้อเยื่อที่อยู่ตรงปากช่องคลอดที่เคยฉีกขาดให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม โดยในประเทศอังกฤษนั้น ผู้หญิงต้องจ่ายเงินถึงแสนกว่าบาท หรือ ราคาในประเทศไทยเองก็อยู่ที่ประมาณหลักหมื่นถึงหลักแสน และเป็นการผ่าตัดที่เจ็บอย่างใช่เหตุ
โดยในไทยนั้นถึงแม้จะไม่ได้มีธรรมเนียมที่สุดโต่งดังกล่าวมา แต่อคติเกี่ยวกับประเด็นนี้ยังมี ซึ่งก็สะท้อนผ่านคำว่า “พรหมจรรย์” ซึ่งมาจากคำว่า “พรหม” แปลว่า “ประเสริฐ” และคำว่า “จริยา” แปลว่า “ความประพฤติ” รวมแล้วจึงหมายถึง “ความประพฤติที่ประเสริฐ” นำมาสู่มายาคติมากมาย สะท้อนออกมาผ่านคำพูดเช่น “ยังบริสุทธิ์อยู่ไหม?” “ผู้หญิงที่ผู้ชายอยากได้คือผู้หญิงที่ซิง” “ไม่มีใครอยากได้ผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาแล้วหรอก” เป็นต้น
“เพราะความดี-ไม่ดี ประเสิร์ฐ-ไม่ประเสริฐ ไม่ได้ติดอยู่ที่เจ้าเส้นนี้ในจิ๋ม” – เรื่องการรณรงค์ยกเลิกการตีตราความบริสุทธิ์เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก โดย ‘องค์กรสหประชาชาติ’ (UN) ก็ออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกแบนการตรวจพรหมจรรย์ และชี้ว่าจะต้องทำควบคู่กับ ‘การให้การศึกษา’ กับชุมชนมุสลิมเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของพรหมจรรย์ และปรับเปลี่ยน ‘บรรทัดฐานทางเพศ’ (Gender norms) ที่ควบคุมร่างกายและพฤติกรรมทางเพศของผู้หญิงในทางที่ละเมิดความเป็นมนุษย์ไป ให้สิทธิเหนือร่างกายผู้หญิง ไม่ต้องให้ผู้หญิงเป็น ‘ทรัพย์สิน’ ของใคร
ANCIC’ องค์กรแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดและการทำแท้งของฝรั่งเศสก็บอกด้วยว่า ถ้าไม่มีการสร้างความตระหนัก “การตรวจพรหมจรรย์ก็จะไม่ได้หายไป แต่จะเป็นเพียงแค่การไม่ยอมรับการมีอยู่ของสิ่งนี้อย่างเปิดเผย” และทำให้มีการลักลอบทำโดยผู้ที่ไม่มีความรู้ นอกการดูแลของแพทย์ ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงมุสลิมตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิมด้วย
โดยร่างกฎหมายแบนเรื่องนี้ นอกจากจะนำมาเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิของผู้หญิง และช่วยลบล้างอคติต่อเรื่องเวอร์จิ้นแล้วนั้น มันยังเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกฎหมายในเรื่องของ ‘การแยกศาสนาออกจากรัฐ’ และเน้นย้ำการเป็น ‘รัฐโลกวิสัย’ (Secular state) ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งยึดหลักความเป็นกลางศาสนา ไม่ให้ความเชื่อของศาสนาใดอยู่เหนือกฎหมายของรัฐทั้งสิ้น
#StopVirginShaming
#Virginity #Hymenoplasty
#France #SecularState 
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน