ว่าด้วยประเด็น Hyprocrisy จากกรณี มิน ไมค์ ทนายอานนท์ ชวนคุยเรื่องความไม่คงเส้นคงวาของฝั่งประชาธิปไตยไทย กับความหวังหากทำผิดต้องยอมรับเรียนรู้และแก้ไขให้ดีขึ้น


จากเมื่อคืนนี้จนตอนนี้ เกิดการเรียกร้องในทวิตเตอร์ให้คนฝ่ายประชาธิปไตยมีความคงเส้นคงวา ในแก่นสาระของความเท่าเทียมของมนุษย์ (Ideological Consistency) เนื่องจากมีการวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นอคติและความรุนแรงทางเพศ ที่มีอยู่ใน นักกิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตย คือ: คุณ ‘ไมค์’ – ภาณุพงศ์ จาดนอก, คุณ ‘มิน’ – ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ และ คุณ ‘อานนท์’ – อานนท์ นำพา

#เหตุการณ์1 – เริ่มจากข้อความของคุณไมค์ ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “october แล้ว เมื่อไรจะได้ oct เธอบ้าง…” ซึ่งนำมาสู่การโต้เถียงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม: โดยกลุ่มนึงมองว่าเป็นคำพูดประเภทที่ไม่ควรจะทำให้เป็นเรื่องปกติ เพราะมีนัยยะของการขออยากไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่อาจจะยังไม่หรือไม่อยากพร้อมมีด้วย แต่อีกกลุ่มหนึ่งก็แสดงความเห็นว่าโพสต์ของคุณไมค์ ไม่ใช่การคุกคามซะทีเดียว เพราะว่าไม่ได้มีเป้าหมายชัดเจน แต่เป็นในเชิงของการระบายความรู้สึกมากกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณไมค์ได้ออกมาทวิตว่า “อย่าดราม่ากันเยอะ ชีวิตมนุษย์คนนึง มันมีหมดแหละ รัก โลภ โกธร หลง เป็นธรรมดา ธรรมชาติ สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นอะไรยังไง ก็มนุษย์เดินดินเหมือนกันทุกคน” 
#เหตุการณ์2 – ตามมาด้วยการขุดข้อความที่ส่อไปในทาง sexual harrassment ของ ‘มิน นักเรียนเลว’ เมื่อปีถึงสองปีก่อน ที่ส่งถึงรุ่นน้องคนนึงทางแชทอินสตาแกรมซึ่งทางคุณมินเองก็ได้ออกมาโพสวีดีโอ ยอมรับ ติดต่อขอโทษตัวคนที่ไปคุกคามแล้ว พร้อมตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้ในเวลาถัดมาแล้ว ซึ่งมินก็ได้ออกมาชี้แจงโดยยอมรับว่าตนได้ทำสิ่งที่ถูกกล่าวหาจริง โดยตอนนั้นยังไม่มีความเข้าใจว่าสิ่งที่ทำไปเป็น sexual harassment ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด ตอนนี้ได้เรียนรู้ว่าเป็นไม่สมควรทำ สุดท้ายได้ขอโทษทุกคนที่สนับสนุนตนและทักไปขอโทษน้องคนที่เป็นเหยื่อเป็นการส่วนตัวแล้ว (ดูวีดีโอ: https://bit.ly/2SrCoWL)
#เหตุการณ์ 3 – พร้อมๆ กับเรื่องของคุณมิน ก็ได้มีการเปิดเผยข้อความทางเฟซบุ๊ค ของ ‘คุณอานนท์’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ทนายอานนท์’ อย่างโพสต์เมื่อคราวที่เข้าเรือนจำที่คุณอานนนท์ที่คอมเมนต์ติดเล่นว่า “วันจะออกผมได้กินถั่วดำครับ” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็น ‘มุก’ ที่เหยียดรสนิยมทางเพศ และตอกย้ำการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นในเรือนจำ ในดูเป็นเรื่องปรกติธรรมดา
โดยคุณอานนท์ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค หลังเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนว่า “ผู้หญิงในโลกนี้แม่ง ใจร้ายกันทุกคน” และได้ลบออกไป  ก่อนออกมาทวิตอีกครั้งเมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้วว่า “มีดราม่าอะไรกานนนนนน ?” ซึ่งก็ได้ถูกตักเตือนจากผู้เล่นทวิตเตอร์เป็นจำนวนมาก ทำให้ออกมาทวิตล่าสุดในเชิงยอมรับผิดว่า “ตอนโพสต์ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอมีคนมาเตือนว่ามันผิดหลักการ แล้วกลับมาอ่านอีกที ผมเห็นด้วยกับคำติติงครับ และสัญญาว่าจะระมัดระวังการแสดงออก ช่วยกันติเพื่อให้ผมปรับตัวนะครับ และขอโทษเพื่อนมิตรทุกท่านครับ” 
เหตุการณ์นี้ชวนให้เราย้อนคิดถึงกระบวนการของ ‘Cancel Culture’ หรือการรณรงค์ไม่ให้คนที่มีส่วนร่วมในการกดขี่มีพื้นที่สาธารณะอีกต่อไป ซึ่งมักเกิดขึ้นให้เห็นบ่อยครั้งในต่างประเทศ ในฐานะการออกเสียงของคนชายขอบ (Marginalized groups) อย่างการต่อต้านดาราตลกชาวอเมริกัน ‘Kevin Hart’ ที่เล่นมุกเหยียดเกย์จนเขาต้องถอนตัวออกจากการเป็นพิธีกรออสการ์ สำหรับกรณีนี้เองที่เกิดขึ้นในไทย ฝ่ายหนึ่งบอกว่าเมื่อนักเคลื่อนไหวเหล่านี้มีบทบาทสำคัญกับการเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ก็ควรเรียนรู้ที่จะมองข้ามข้อเสียของเขาว่าเป็น “เรื่องเล็กน้อย” และเราก็ไม่สามารถคาดหวังที่จะให้ทุกคนบนโลกนี้มีความบริสุทธิ์ทางศีลธรรมได้ แต่อีกฝ่ายหนึ่งที่ออกมาวิจารณ์และจะแบน (หากไม่มีการกลับตัว) ก็ยืนกรานว่ากลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและเสรีภาพนั้น จำเป็นที่จะต้องต่อสู้เพื่อล้มล้างระบอบชายเป็นใหญ่ซึ่งกดขี่ผู้หญิงด้วย ไม่ใช่ทำพฤติกรรมที่สืบสานระบอบของความไม่เท่าเทียมนี้
  
ที่สำคัญคือ การกระทำที่เป็นพิษที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่จะ “ไม่คิดมาก” ได้ แต่มันคือความย้อนแย้งทางอุดมการณ์ (Ideological Inconsistency) ที่แก่นหลักของความเป็นประชาธิปไตยโดยตรง เพราะหากการเคลื่อนไหวของฝ่ายซ้ายครั้งนี้ ทำเพื่อเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของทุกคน ทุกเพศ ทุกชนชั้น ผู้หญิงและกลุ่มคนหลากหลายทางเพศก็ไม่ควรจะเป็นข้อยกเว้นของการปลดแอกครั้งนี้
โดย Cancel Culture ก็เป็นกลไกหนึ่งที่เปิดทางให้คนกลุ่มน้อยซึ่งโดนกดทับมาโดยตลอด ได้มีสิทธิมีเสียงในการวิจารณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และเพื่อให้สังคมและผู้มีอิทธิพลตระหนักว่า ชุดความคิดและพฤติกรรมแบบนี้มีปัญหาและควรหมดไป ในทางเดียวกันนั้นเมื่อมีการออกมาขอโทษ ยอมรับว่าทำผิดไปตรงไหน และแสดงความสำนึกผิด ก็ควรจะให้โอกาสบุคคลนั้นในการพิสูจน์ตัวเอง เพราะสุดท้าย เราต้องการ ‘Ideological Consistency’ ในแบบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อร่วมกันผลักดันประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของคนทุกคน
#CancelCulture #AntiPatriarchy
#IdeologicalConsistency
#Apology #Accountability 
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน