การแข่งขันวิ่งขึ้นตึกใบหยก ผู้ชายได้เงินเยอะกว่าผู้หญิง เกิดการวิจารณ์โครงการวิ่งของทาง ปตท. ว่ามีอคติทางเพศ เพราะทั้งค่าสมัคร ระยะทางก็เท่ากัน แต่รางวัลทำไมไม่เท่ากัน


“เงินรางวัลชายหญิงต่างกันน่าเกลียดมาก” –  ข้อความจากการวิพากษ์วิจารณ์เงื่อนไขในใบปิดประกาศของกิจกรรม ‘การแข่งขันวิ่งขึ้นตึกใบหยก’ – “PTT BAIYOKE RUN-UP INTERNATIONAL 2020” ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 นี้โดยในข้อมูลที่แนบมานั้นให้เงินรางวัล ผู้ชาย และ ผู้หญิง แตกต่างกันทั้งๆ ที่วิ่งเส้นทางเท่ากัน
โดยในประกาศกฎกติกาและการตัดสินนั้น รางวัลสำหรับนักวิ่งผู้หญิงและนักวิ่งผู้ชายแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด รางวัลชนะเลิศของผู้ชายได้เงิน 5,000 บาท ในขณะที่รางวัลชนะเลิศของผู้หญิงได้เงินเพียง 3,000 บาท ซึ่งเท่ากับรางวัลรองชนะเลิศของผู้ชาย จึงเห็นได้ชัดว่าในรางวัลที่หนึ่งเหมือนกัน ผู้หญิงกลับได้เงินน้อยกว่า อีกทั้ง นักวิ่งผู้หญิงยังไม่มีรางวัลรองชนะเลิศเหมือนกับที่นักวิ่งผู้ชายมี ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่า เพราะเหตุใดผู้หญิงถึงได้เงินน้อยกว่า ทั้งที่ก็จ่ายเงินค่าสมัครเท่ากัน กติกาเหมือนกัน และระยะทางเท่ากัน? 
ข้อความบางส่วนที่แสดงความไม่พอใจต่อความแตกต่างในรางวัล เช่น: “ไม่เข้าใจกับการให้เงินรางวัล ผู้หญิงไม่ใช้เงินซื้ออาหารหรือคะ?! เราก็ใช้ขาวิ่งเหมือนกันกับผู้ชายนะ ไม่ได้ขึ้นลิฟต์ไปรอที่เส้นชัย” “เงินรางวัลชายหญิงต่างกันน่าเกลียดมาก!” “ความเท่า(แบบ)เทียม(ๆ)ทางเพศในประเทศไทย… ทำไมนักวิ่งหญิงถึงได้เงินรางวัลน้อยกว่า ในขณะที่ทำสิ่งเดียวกัน เท่ากันกับนักวิ่งชาย งงค่ะ”
ในขณะเดียวกันก็มีบางคนที่ออกมาให้ความชอบธรรมกับความไม่เท่าเทียมทางกติกานี้ว่า “ผู้หญิงสมัครเข้าแข่งขันน้อยกว่า จึงได้เงินรางวัลน้อยกว่าเป็นปกติอยู่แล้ว” หรือ “ผู้ชายใช้แรงมากกว่าเลยได้เงินมากกว่า” แต่เหตุผลเหล่านี้ดูอย่างไรก็เป็นเพียงการสะท้อนอคติทางเพศที่ไม่เคยหายไปจากสังคมไทย โดยเฉพาะภาพจำแบบเหมารวมที่มองว่า ผู้หญิงมีความพยายามและความอดทนน้อยกว่าผู้ชาย หรือผู้หญิงไม่สนใจในกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหรือการแข่งกีฬาเท่ากับผู้ชาย อีกทั้งการที่มีผู้เข้าแข่งขันหญิงน้อยกว่าเลยได้เงินรางวัลน้อยกว่าผู้ชายนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยุติธรรมกับผู้หญิงที่เข้าแข่งขันเลย
ผู้หญิงสูงอายุไม่ได้อ่อนแอกว่าผู้ชายสูงอายุ: อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกต คือ ผู้แข่งขันผู้ชายแยกรุ่นอายุ 50-59 ปี และ 60 ปีขึ้นไป ส่วนผู้แข่งขันผู้หญิงให้อายุ 50 ปีขึ้นไปทั้งหมดถือเป็นรุ่นเดียวกัน แต่สำหรับผู้หญิงนั้น ถ้าอายุ 50 ขึ้นไปก็มีสภาพร่างกายที่เหมือนกันหมดเหรอ ถึงไม่มีการแยกกลุ่มที่เหมือนกัน? ซึ่งตรงนี้ก็ยิ่งไปลดจำนวนรางวัลในส่วนของผู้หญิงลง นำมาซึ่งการตั้งคำถามของหลายๆ คนว่า ผู้จัดงานมีความเข้าใจว่าผู้ชายรุ่นอายุ 50-59 ปี มีความแข็งแรงไม่เท่ากับรุ่นอายุมากกว่า 60 ปี จึงต้องแยกกลุ่ม?
คนข้ามเพศอยู่ตรงไหนของการแข่งขันกีฬา?: นี่คือสิ่งหนึ่งที่ถกเถียงกันในวงการกีฬา ในขณะนี้ เพราะหากโลกกีฬาจะแบ่งเป็นสองเพศแล้ว คนข้ามเพศควรอยู่ฝั่งไหนของระบบไบนารี่นี้ของกีฬา เพราะความรู้ความเข้าใจของหลายคนในปัจจุบันที่ว่าผู้ชายมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าผู้หญิงนั้น ทำให้ประเด็นของ ‘นักกีฬาข้ามเพศ’ เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในแวดวงกีฬาระดับโรงเรียนและระดับอาชีพ ซึ่งแบ่งแยกชายกับหญิง ขณะที่องค์กรเคลื่อนไหวสิทธิ LGBT+ เน้นย้ำว่า การยอมรับคนข้ามเพศโดยให้แข่งกีฬาตามเพศสภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่คนบางกลุ่มก็กังวลว่านักกีฬาผู้หญิงข้ามเพศจะได้เปรียบทางร่างกายมากกว่า เนื่องจากเพศกำเนิดที่เป็นชายทำให้มีมวลกล้ามเนื้อมากกว่าและโครงสร้างทางกระดูกใหญ่กว่า ตลอดจนการตั้งคำถามว่าการเทคฮอร์โมนส์ของทรานส์มีผลต่อร่างกายไหมในการเล่นกีฬา?
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีข้อมูลไม่มากพอที่จะสรุปได้ว่าผู้หญิงข้ามเพศได้เปรียบกว่า “ผู้หญิง” (ในการแบ่งแบบชีววิทยา) ในการแข่งขันกีฬาจริงหรือไม่? คำถามที่มากไปอีกคือ วิธีคิดแบบให้ความชอบธรรมในการอ้างงานวิจัยในทางวิทยาศาสตร์และสถิตินั้น จะสามารถให้คำตอบกับประเด็นนี้ได้เสมอไปหรือไม่? ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นอีกปัญหา เช่น ‘Michel Foucault’ และ ‘Donna Haraway’ ก็ได้เสนอแล้วว่าทั้งสองศาสตร์ก็เป็นเพียงวาทกรรมหลักของสังคมเช่นกัน ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น “ความจริง” เสมอไป รวมถึงที่ผ่านมาก็ชัดเจนว่าวิทยาศาสตร์มักจะศึกษาโดยยึดกลุ่มคนที่มีอภิสิทธิ์มากกว่า อย่างเช่นกลุ่มคนผิวขาวและกลุ่มคนชอบเพศตรงข้าม แต่กลับตกสำรวจกลุ่มคนชายขอบ อย่างเช่นคนผิวสีและ LGBT+ ทำให้ต้องโดนกดทับ 
และเมื่อมองย้อนกลับมาที่ข่าวเรื่องรางวัลที่ไม่เท่ากันนี้ ยิ่งเปิดให้เห็นว่ามายาคติเรื่องเพศในวงการกีฬานั้น ยังคงมีอยู่อย่างเข้มข้นและกดทับคนในวงการนี้อยู่

#GenderInequality #BinarySports
#TransgenderinCompetitiveSports                                       
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน