‘พุทธกับการเมืองเรื่องเดียวกัน ถ้าการเมืองดีLGBT+ ก็บวชได้’ พูดคุยกับ‘ภิกษุชาย วรธัมโม’นักเคลื่อนไหวสมรสเท่าเทียม ให้พุทธไทยไปกันได้กับความหลากหลายทางเพศในสังคม


‘ศาสนาพุทธกับการปรับตัวให้ทันกับสังคม’– หลายๆ ศาสนาที่เคยเกลียดชัง LGBT+ นั้นเริ่มมีการปรับเปลี่ยนและโอบรับความหลากหลายมากขึ้น เป็นที่น่าตั้งคำถามว่าแล้วศาสนาพุทธในประเทศไทยล่ะ? จะมีโอกาสเปลี่ยนแม่บทในการ กำหนดกฎเกณฑ์ที่ไม่ทำให้พื้นที่ของศาสนานั้นเป็นเพียงพื้นที่แค่ของ ‘เพศชาย’ หรือไม่? “ภิกษุผูกกับการเมืองทันทีที่บวช เพราะว่าถูกพ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.2505 ควบคุมและพ.ร.บ.นี้คือกฎหมายที่ถูกออกแบบมาสำหรับพระสงฆ์ พุทธจึงมีอำนาจในเชิงภาครัฐ ในเชิงกฎหมายจึงเปลี่ยนแปลงยาก พระธรรมวินัยบอกว่าต้องมีอวัยวะเพศชายถึงบวชได้ ดังนั้นหากรัฐกับศาสนาพุทธแยกออกจากกัน คนก็จะมีอิสระมากขึ้น ใครจะบวชก็ได้ LGBT+ ก็บวชได้”
‘ศาสนาพุทธกับการเมืองคือเรื่องเดียวกัน’ – “ศาสนาพุทธบ้านเราเป็นองค์กรที่สัมพันธ์กับอำนาจของรัฐ ฉะนั้นเวลาที่พระสักรูปหนึ่งที่พูดอะไรที่’นอกกรอบ’พูดเรื่องการเมือง หรือว่าพูดอะไรที่มันนอกกรอบพระไตรปิฎก นอกกรอบพระธรรมวินัย พระรูปนั้นก็จะถูกเพ่งเล็ง แล้วก็อาจจะถูกพิจารณาให้ยุติการเคลื่อนไหวนั้นหรือว่ารวมทั้งยุติการเป็นนักบวชด้วย
หลายคนบอกว่าพระสงฆ์จะต้องเป็นผู้ละแล้วซึ่งกิเลสและความต้องการทางโลก ไม่ควรออกมาเรียกร้องอะไรและพื้นที่การเมืองไม่ใช่พื้นที่ของ ‘พระ’ แต่ในมุมมองของภิกษุชายมองว่า “มันคือหน้าที่ของภิกษุที่จะต้องทำและต้องมองเห็น หากมองไม่เห็นเท่ากับว่าคุณเพิกเฉยและไม่ใส่ใจ หากคุณไม่ใส่ใจเราคิดว่ามันเป็นความบกพร่องของความเป็นนักบวช เพราะคุณต้องกินข้าวของคนทุกข์ยากเหล่านั้น ประชาชนคนที่นับถือคุณ แต่คุณกลับมองไม่เห็นความทุกข์ของเขา หรือว่าคุณไม่ใส่ใจ เพราะฉะนั้นถ้าคุณมองไม่เห็นการกดขี่ตรงนี้ ก็ถือว่าคุณเป็นนักบวช เป็นภิกษุ ภิกษุณี ที่ใช้ไม่ได้เลย”
‘ภิกษุ’ กับ ‘พระ’ ไม่เหมือนกัน? – “ ภิกษุไม่ได้แปลว่าพระ การแปลคำว่า​ ภิกษุ​เท่ากับพระ​ ทำให้พระกลายเป็น​กลุ่มบุคคลที่รู้สึกว่าตนเองดีกว่าคนอื่น​ ประเสริฐ​กว่าคนอื่น​ เป็นเหมือนการสวมชฎาให้พระ คือสวมอะไรบางอย่างที่เหนือคนธรรมดาสามัญเขาไม่สวมกัน การใช้คำว่า ‘พระ’ เป็นการเพิ่มอำนาจ ให้คุณอยู่เหนือกฎหมาย เหนือศีลธรรม เพราะว่าคุณเป็นบุคคลที่ดีเลิศประเสริฐศรี ทำให้บุคคลที่เป็นพระจะทำอะไรไม่ได้ จะไปประท้วงก็ไม่ได้ ไปทำอะไรที่มันนอกกรอบไม่ได้”
‘ภิกษุ​แปลว่าผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร เห็นในทุกข์ที่เกิดจากความเป็นเพศ’“เราในฐานะที่เป็นภิกษุ เราเห็นทุกข์ของคน ทุกข์ที่มาจากระบบโครงสร้างอันอยุติธรรม ทุกข์ที่มาจากระบบกฎหมาย ทุกข์ที่มาจากการกดขี่ผ่านระบบความเป็นชาย ความเป็นหญิง ทำให้คนที่ไม่ใช่ชาย คนที่ไม่ใช่หญิง เขาก็เป็นทุกข์ ทุกข์ตรงที่ว่าฉันเกิดมาเป็นเพศที่แตกต่างจาก 2 เพศที่สังคมกำหนดแต่ คำนำหน้ามันมีให้เท่านี้ แล้วพอจะไปแต่งงานกับคนที่มีคำนำหน้าเดียวกันก็ไม่มีกฎหมายรองรับให้ พอจะไปเรียกร้องก็ไม่ได้ให้ง่ายๆ ก็ต้องต่อรองแล้วต่อรองอีก อันนี้เป็นทุกข์ที่เกิดจากความเป็นเพศที่กฎหมายไม่มีพื้นที่ให้”
“ในที่สุดแล้วเราคิดว่าภิกษุทุกรูปจะต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายหรือเรื่องสิทธิของตัวเอง ภิกษุทุกคนต้องสนับสนุนความเท่าเทียมของมนุษย์นั่นถือว่าเป็นหน้าที่ของภิกษุที่ต้องกระทำ และศาสนาจะต้องถูกดึงออกมาไม่ให้มีอำนาจในทางรัฐเลย เมื่อศาสนาเชื่อมโยงกับรัฐ ศาสนามีอำนาจมาก เลยไปจำแนกคนว่าใครสามารถบวชได้บ้าง ใครจะพูดอะไรได้บ้างในศาสนา ถ้าศาสนามีอำนาจน้อยลง คนจะมีความสุขมากขึ้น คนจะมีอิสระในตัวเองมากขึ้น
#LGBT #Buddhism 
#Human #ภิกษุชายวรธัมโม
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
Da-dar Siwat Sakpech
Da-dar Siwat Sakpech
#ดาด้าทำได้ ทำได้ทุกอย่างค่ะ (อยากทำรายการผี)
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer