คุณคิดว่าควรต้อง #แบนF4 ไหม? รวม 8 ฉากที่หลายๆ คนไม่ชอบ กับการเขียนบทที่สะท้อนความรุนแรงและอคติทางเพศ นำไปสู่คำถามทำมาเพื่ออะไร หรือเพื่อแค่ความบันเทิง


คิดว่า F4 เวอร์ชั่นไทยจะทำออกมาดีขึ้นไหม?
หรือจะเต็มไปด้วยความรุนแรงแบบที่ผ่านมา

หลังจากมีการเปิดตัวนักแสดงที่จะเล่นในซีรีส์เวอร์ชั่นใหม่ #F4Thailand ที่คาดว่าจะถูกนำมาฉายในปีหน้า (2563) นำมาสู่การมีแฮชแท็ก #แบนF4 ที่เกิดขึ้นเพื่อวิจารณ์ความรุนแรงของซีรีส์ชุดนี้
ซีรีส์เรื่องนี้ดั้งเดิมถูกดัดแปลงมาจากต้นฉบับมังงะที่ชื่อว่า Hana Yori Dango’ หรือ ‘สาวแกร่งแรงเกินร้อย’ เรื่องราวเกิดขึ้นในสถานศึกษาของชนชั้นสูง ที่มีแต่เหล่านักเรียนมีเงินเรียนอยู่ โดยนางเอกเป็นนักเรียนชนชั้นกลางที่จับพลัดจับผลูได้มาเรียนที่นี่ และต้องเจอกับกลุ่มผู้ชายชื่อ “F4” ทายาทมหาเศรษฐีประจำโรงเรียน ที่มีทั้งเงินและอำนาจ ทุกคนต่างเกรงกลัวในชายสี่คนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีฉากสรรเสริญเยินยอให้เห็นว่าผู้หญิงแทบทุกคนในมหาวิทยาลัยหลงใหลในตัวพวกเขา และเนื่องจากมังงะต้นฉบับนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก จึงถูกนำมาต่อยอดเป็นซีรีส์ในหลายประเทศด้วยกัน
โดยประเด็นที่ถกเถียงกันนี้ หลายๆ คนก็เห็นด้วยว่า #ไม่แบนก็ต้องปรับ เพราะพล็อตเรื่องนั้นนำเอาความรุนแรงมาฉาบทับด้วยความบันเทิง อย่างเช่น การบูลลี่ในโรงเรียน พฤติกรรมของตัวละครเอกที่กดขี่คนอื่นอย่างไร้เหตุผล เป็นต้น ซึ่งถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะค่อยๆ บอกเล่าถึงภูมิหลังที่ดูเหมือนจะเป็นที่มาของการกระทำต่างๆ ของตัวละคร (ที่เป็นไปได้ว่าเกิดมาจากปัญหาการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมที่บิดเบี้ยว) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าพล็อตเรื่องโดยรวมนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้กดขี่หรือผู้ที่มีปมในใจ รวมทั้งความเลื่อมล้ำทางสังคม ออกมาดูดีและโรแมนติกเกินกว่าที่ควรจะเป็น
ในขณะที่ #ฝ่ายสนับสนุน ก็บอกในเชิงว่า ‘ซีรีส์ไหม’ ‘อย่าซีเรียสมาก’ ‘ไปดูละครอีสปไหม’ ‘ตอนจบพระเอกก็เป็นคนดีขึ้นนะ’ ซึ่งถือเป็น ‘ซีรีส์ที่สามารถถ่ายทอดความเป็นจริงของความอยุติธรรมได้ด้วย ต้องเรียนรู้หาแง่มุมดีๆ’ – วันนี้จึงชวนมาพูดคุยเพิ่มเติมต่อเรื่องนี้ ว่าควรสนับสนุนไหม ถ้าไทยจะผลิตซ้ำฉากคลาสสิก 8 ฉากเหล่านี้?

ฉาก: หมายหัวเพื่อบูลลี่

‘เปิดมาก็บูลลี่’ – นี่คือฉากแรกๆ ของเกือบทุกภาค ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน เกาหลี หรือ จีน จะมีฉากเปิดตัวที่แสดงถึงบทบาทของกลุ่ม F4 ที่ใช้อิทธิพลในการคุกคามคนในโรงเรียนที่ขัดใจพวกเขา โดยการแปะใบแดงไว้ที่ล็อคเกอร์ของคนๆ นั้น เป็นนัยว่าถูกหมายหัวจากกลุ่ม ให้ทุกคนช่วยกันรุมแบน กลั่นแกล้ง โดยห้ามไม่ให้ใครในโรงเรียนช่วยเหลือโดยเด็ดขาด (มิฉะนั้นจะโดนเพ่งเล็งด้วยเช่นกัน) 
ซึ่งใน F4 ภาคเกาหลี หรือ ‘รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง’ (2552) การกลั่นแกล้งนี้รุนแรงไปถึงขั้นที่ว่า คนที่ถูกบูลลี่ เกือบจะฆ่าตัวตายแล้วถ้า ‘นางเอก’ ของเรื่องไม่ทันเข้ามาช่วยไว้ได้ก่อน ซึ่งปัญหาหลักๆ นั้นอยู่ตรงพฤติกรรมพวกนี้ของเหล่า F4 (โดยเฉพาะ ‘พระเอก’ ที่เป็นหัวหน้าแก๊ง) โดยหลายคนก็วิจารณ์เหตุการณ์เปิดเรื่องนี้เหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อให้พระเอกได้รู้จักกับนางเอกเท่านั้น เพราะไม่ซีนที่คนที่ถูกบูลลี่เกือบฆ่าตัวตายได้รับความยุติธรรมเลย

ฉาก: บังคับเดี๋ยวก็รักกันไปเอง

คงน้อยคนที่จะไม่รู้จักฉากแบบนี้ กับการ ‘ขโมยจูบ’ หรือ ‘จูบปิดปาก’ ซึ่งก็มีอยู่ในซีรีส์ F4 หลายๆ ภาคด้วยกัน โดยเฉพาะใน F4 เวอร์ชั่นไต้หวัน หรือ ‘รักใสๆ หัวใจ 4 ดวง’ (2544) ที่ ‘พระเอก’ ของเรื่อง กระชาก ‘นางเอก’ มาคุกคามด้วยการจูบอย่างรุนแรง ซึ่งกระชากเสื้อผ้าจนฉีกขาด ตัวซีรีส์พยายามแสดงให้เห็นว่าพระเอกรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง และเปลี่ยนท่าทีที่แข็งกร้าวเป็นอ่อนลง แต่ก็ไม่ได้มีคำขอโทษใดๆ ออกมา เพียงแต่บอกว่า “อย่าร้องไห้สิ” เมื่อเห็นนางเอกร้องไห้เสียขวัญ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคำพูดเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง และไม่ได้รับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองเท่าไร ซึ่งก็จะมีการกระทำซ้ำๆ ย่ำยีจิตใจไปเรื่อย โดยทั้งเรื่องจะมีการออกแบบเพื่อโชว์ฉากลักษณะนี้ซ้ำๆ แล้วค่อยมาล้างมลทินด้วยความรักในที่สุด

ฉาก: ผู้ชายคุกคามทางเพศผู้หญิง

ใน F4 ภาคเกาหลี เมื่อ ‘นางเอก’ มีเรื่องขัดใจกับหัวหน้ากลุ่ม F4 ‘พระเอก’ ของเรื่องก็ตั้งใจจะแก้เผ็ดเธอ โดยใช้ให้กลุ่มรุ่นน้องไป ‘ทำให้กลัว’ โดยเขาได้พูดลอยๆ กับเพื่อนกลุ่ม F4 ระหว่างรอรุ่นน้องทำ ‘ภารกิจ’ ที่เขาให้ไว้ว่า “ป่านนี้เสื้อผ้าเธอคงหลุดไปแล้วสินะ” – เหล่ารุ่นน้องไปฉุดนางเอกมาเพื่อจะคุกคามทางเพศ แต่มีหนึ่งคนในกลุ่ม F4 ที่รู้เรื่องจากพระเอกเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน โดยหลังจากเหตุการณ์นี้จบลง พระเอกกลับโมโหและต่อว่าเหล่ารุ่นน้องของตัวเองอย่างรุนแรงว่า “ทำเกินกว่าเหตุมากไป” (?) ซึ่งน่าสนใจว่าบทนี้ดูเหมือนจะถูกสร้างมาให้ความผิดของพระเอกดูเล็กลง ทั้งที่จริงๆ แล้วเจตนาในตอนแรกก็คือ การคุกคามทางเพศอยู่ดีหรือเปล่า 

ฉาก: ฟาดหน้านางเอกด้วยกล่องข้าว

ในซีรีส์ F4 เวอร์ชั่นจีนภาคล่าสุด ‘รักใสใส หัวใจ 4 ดวง’ (2561) ที่ควรจะมีการปรับบทให้เท่าทันยุคสมัยนั้นก็ยังคงมีฉากการใช้ความรุนแรงอยู่ อย่างฉากที่พระเอกตั้งใจสั่งข้าวกล่องที่บ้านของนางเอกทำขาย เพื่อจะนำมาพูดจาดูถูกอย่าง “นี่ข้าวกล่องบ้านเธอเหรอ ไม่เห็นดูน่าอร่อยเลย” “ฉันจ่ายเงินซื้อมาแล้ว จะทำยังไงกับข้าวกล่องนี่ก็ได้” นางเอกที่โมโหเพราะแม่ของเธอโดนดูถูกความตั้งใจในการทำอาหารขายเพื่อทำมาหากิน จึงต่อว่าถึงนิสัยเสียของพระเอกว่าเป็นคนที่ไม่เห็นใจความยากลำบากของคนอื่นเหมือนกับ “ขยะสังคมดีๆ นั่นเอง” ซึ่งทำให้พระเอกโมโห และฟาดกล่องข้าวใส่หน้าของนางเอก

ฉาก: ขอโทษด้วยการเลียรองเท้า

กลับมาที่ F4 เวอร์ชั่นเกาหลี มีฉากหนึ่งที่เพื่อนของนางเอกบังเอิญสะดุดล้มและทำไอติมตกใส่เท้าของพระเอก เธอก็ได้ขอโทษเขา แต่เขากับปฏิเสธคำขอโทษและตอบกลับมาด้วยประโยค “ถ้าขอโทษแล้วหาย ตำรวจจะมีไว้ทำไม”— เมื่อเพื่อนนางเอกพยายามประนีประนอมด้วยการบอกว่า จะยอมทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษ พระเอกจึงบอกให้เธอ ‘เลียรองเท้า’ ของเขาเพื่อไถ่โทษ  

ฉาก: ทำแท้ง = สำส่อน

ใน F4 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในช่วงที่ ‘นางเอก’ (ซึกุชิ) ถูกคนในโรงเรียนแบน ได้มีคนนำสีแดงไปเขียนข่าวปลอมประจานนางเอกไว้ที่กลางโรงอาหารว่า ‘ซุกิชิทำแท้งมาแล้วห้าครั้ง’ ‘สำส่อนสุดๆ’ ซึ่งหลายๆ คนเห็นว่าฉากนี้สะท้อนการเขียนบทให้ตัวละครผลิตซ้ำเรื่อง ‘Slut Shaming’ ตลอดจนการตีกรอบ ‘ผู้หญิงที่ดี’ ในค่านิยมเก่าๆ ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งการโทษว่าการทำแท้งเป็นสิ่งที่ผิด หรือการที่เคยมีเซ็กซ์แล้ว มีเซ็กซ์บ่อย ถือว่าเป็นผู้หญิงสำส่อน 

ฉาก: เงินซื้อผู้หญิงได้?

ใน F4 เวอร์ชั่นไต้หวัน (และหลายๆ เวอร์ชั่น) พระเอกสั่งให้คนไป ‘ลักพาตัว’ นางเอกมา นอกจากวิธีการที่บิดเบี้ยวเข้าข่ายอาชญากรรมแล้ว เหตุผลของการกระทำก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไร นอกจากพานางเอกมาแปลงโฉม แต่งตัวให้ใหม่ด้วยชุดและเครื่องประดับราคาแพง ตลอดจนพูดจาในเชิงว่านางเอกชอบตนเอง ต้องการที่จะคบด้วย และคงจะดีใจถ้าถ้าถูกสปอยด้วยเงินทองและข้าวของมากมาย แสดงให้เห็นถึงความคิดที่ฝังหัวว่าผู้หญิงสามารถถูกซื้อได้ด้วยเงิน และมองผู้หญิงเป็นแค่วัตถุที่สามารถทำจะอะไรก็ได้ อย่างในเวอร์ชั่นเกาหลีก็มีประโยคพูดคล้ายๆ กันว่า “เห็นหรือยังว่าเงินน่ะ ทำได้กระทั่งเปลี่ยนลูกเป็ดขี้เหร่ให้เป็นนกกระสา” 
 

ฉาก: เพิกเฉยต่อความรุนแรง

ฉากสุดท้ายขอพูดถึงพฤติกรรมของคนรอบตัวพระเอก ถึงแม้จะมีพฤติกรรมรุนแรงป่าเถื่อนเกิดขึ้นแค่ไหน โดยเพื่อนๆ สมาชิกคนอื่นในกลุ่ม F4 นั้นก็รู้เห็นกับแทบทุกเหตุการณ์แย่ๆ ที่พระเอกทำ แต่กลับไม่เคยต่อว่าจริงจัง แถมให้ท้าย ปล่อยผ่าน หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือ สร้าง ‘Bystander Effect’ ให้แก่คนหมู่มาก ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ถูกทำร้าย และทำให้เห็นว่าความรุนแรงในโรงเรียนต่างๆ เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ซึ่งฉากรุนแรงที่หลากหลายนี้นำมาซึ่งการถกเถียงมากมาย 

#F4Thailand #แบนF4
#PerpetuationofViolenceinMedia
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
ปณิตา ศิริวงศ์วานงาม
Visual Designer, Content Creator & Occult lover https://ppapuru.com/
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer