เปิดตัวสีแดงเลือดประจำเดือน เฉลิมฉลอง Period Positivity Pantone เปิดตัวเฉดใหม่ต่อต้านการตีตราเมนส์ว่าชั่วร้าย ต้องไม่ยึดติดแค่เพศชีววิทยา และผ้าอนามัยนั้นควรฟรี


ใครเคยถูกทำให้รู้สึกแย่ เพียงแค่มี “ประจำเดือน” หรือ “เมนส์”  ไหม?

นี่คือเฉด ‘สีแดงประจำเดือน’  (Period Red)  ที่คนกำลังพูดถึงอย่างมาก เมื่อทาง ‘Pantone’ (แพนโทน) บริษัทจับคู่และคิดโค้ดสีชื่อดังของประเทศอเมริกาได้ร่วมกับ ‘Intimina’ บริษัทสุขอนามัยของสวีเดนได้คิดค้นแคมเปญนี้เพื่อรณรงค์ให้คน ‘หยุดการตีตราเกี่ยวกับการมีประจำเดือน’  และ ทำให้ประจำเดือนเป็น ‘เรื่องปกติ’ ในที่สาธารณะ ไม่ใช่อยู่แบบหลบซ่อนหรือเป็นเรื่องต้องห้ามตลอดจนมุกขำขันเพื่อทำให้คนมีเมนส์นั้นอับอาย
Period Stigma เมื่อเมนส์ถูกทำให้น่ารังเกียจ – ในหลายๆ วัฒนธรรม ประจำเดือนเป็นเรื่องที่สังคมพูดไม่พูดถึงอย่างเปิดเผย ต้องเลี่ยงไปใช้คำอื่นที่เป็นชื่อเล่น เช่น “Aunt Flo” “Code Red” หรือภาษาไทยก็ “ช่วงนั้นของเดือน” อีกทั้งการที่ผู้ชายไปซื้อผ้าอนามัยถือเป็นเรื่องน่าอาย หรือในหลายๆ บ้านถือเป็นเรื่องไม่ควรที่จะให้พ่อซื้อผ้าอนามัยให้ลูกสาว (เพศทางชีววิทยา) เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนลึกๆ ถึงอิทธิพลของศาสนาที่ชายเป็นใหญ่ในการกำหนดบทคำสอนก็ตีตราผู้หญิงที่มีประจำเดือน และปลูกฝังแนวคิดแง่ลบเกี่ยวกับเลือดเมนส์ ตัวอย่างเช่นในศาสนาอิสลาม ก็ห้ามผู้หญิง (เพศทางชีววิทยา) มีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีประจำเดือน และห้ามร่วมการอดอาหารและสวดมนต์ในช่วงรอมฎอน เพราะถือว่าประจำเดือนเป็นสิ่ง “สกปรก” และ “คำสาป” ทำให้ผู้หญิง “ไม่บริสุทธิ์” ส่วนในศาสนาพุทธเอง ก็มีการตีความห้ามคนมีเมนส์ขึ้นพระธาตุ ห้ามสรงน้ำพระในวัด ห้ามร่วมประกอบพิธีกรรม บวงสรวง หรือทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจจะทำให้สกปรกเลอะเทอะได้ (ทั้งที่ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์มากมายที่ทำให้ประจำเดือนไม่เลอะออกมาแล้ว) หรืองานศพก็มีแนวคิดห้ามให้ผู้หญิงมีประจำเดือนไป เป็นต้น
ดังนั้นการรณรงค์ ให้คนมีมุมมองที่ดีต่อการมีประจำเดือน หรือ ‘Period Positivity’ ต้องเกิดขึ้น ตลอดจนเรื่องนี้ต้องร่วมกับการมองเรื่องประจำเดือนให้เป็นสาธารณะ สู่การเรียกร้องสวัสดิการผ้าอนามัยฟรี ย่างในสกอตแลนด์และออสเตรเลียก็ได้ยกเลิกภาษีผ้าอนามัยหรือที่เรียกกันว่า Pink Tax (ภาษีที่ผู้หญิงต้องจ่ายมากกว่าผู้ชาย) แล้วและโรงเรียนทั่วสหราชอาณาจักรก็มีผ้าอนามัยจัดไว้ให้ฟรีในโรงเรียนของรัฐทุกแห่งด้วย เพราะมีคนมากมายที่ต้องทนกับปัญหาด้านการเงินกับค่าใช้จ่ายในการซื้อผ้าอนามัย ทั้งซื้อได้ไม่พอจำนวนที่ควรจะใช้เปลี่ยนในแต่ละวัน หรือไม่มีเงินซื้อจนต้องหันไปใช้อย่างอื่นแทน เช่น หนังสือพิมพ์ กระดาษทิชชู่ ถุงพลาสติก หรือเศษผ้า จนทำให้มีคำเรียกปัญหานี้ว่า ‘Period Poverty’ (ความจนด้านประจำเดือน) หรือเหตุการณ์ในมิติการศึกษาที่มีเด็ก 137,000 ต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีผ้าอนามัยใช้ในประเทศอังกฤษเมือปี 2018 
“เฉดสีแดงประจำเดือนที่ตื่นตัว ผจญภัย กล้าหาญ จะทำให้คนที่มีประจำเดือนมีความมั่นใจ รู้สึกภูมิใจกับการเป็นตัวของตัวเอง โอบรับประจำเดือนด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อที่จะยืนขึ้นและเฉลิมฉลองพลังชีวิตที่น่าตื่นเต้นและมีพลังอย่างกระตือรือร้นที่เกิดมาพร้อมกับพวกเขา เพื่อที่จะสนับสนุนให้ทุกคน ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม รู้สึกสะดวกใจที่จะคุยอย่างเปิดเผยทุกที่ทุกเวลาเกี่ยวกับหน้าที่ของร่างกายที่เป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ผุดผ่องนี้” – แพนโทนกล่าวกับการทำแคมเปญสีในครั้งนี้
Inclusive Language: การมีเมนส์ไม่ได้แทนแค่ความเป็นหญิง – จากในโพสต์ของแพนโทนจะเห็นได้ว่ามีการใช้คำว่า “คนที่มีประจำเดือน” หรือ “คน” (ไม่ระบุเพศ) แทนคำว่า “ผู้หญิง” (Women) หรือ “เด็กผู้หญิง” (Girl) เพื่อให้ครอบคลุมถึงผู้ชายข้ามเพศหรือคนนอนไบนารี่ที่มีประจำเดือนด้วย ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่หลายองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนเริ่มรณรงค์ให้ทำในการพูดถึงเรื่องของประจำเดือน แต่การโปรโมทความเท่าเทียมเช่นนี้กลับโดนต่อต้านโดยหลายคนที่เชื่อว่าผู้ชายข้ามเพศที่มีเพศกำเนิดเป็นหญิงก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ และอ้างว่าการไม่ใช่คำว่า “ผู้หญิง” กำลังทำให้พื้นที่และความสำคัญของผู้หญิงลดลงไป “ผู้หญิงไม่ใช่คำสกปรก” “เรามีคำเรียกคนที่มีประจำเดือน นั่นคือคำว่า ผู้หญิง” “จะหยุดการตีตราประจำเดือนด้วยการทำให้คำว่า ผู้หญิง เป็นคำที่น่าอายเนี่ยนะ” JK Rowling ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเฟมินิสต์ที่ต่อต้านสิทธิของผู้หญิงข้ามเพศก็เคยล้อเลียนภาษาแบบนี้เช่นกันซึ่งสิ่งนี้ควรหมดไป
#Pantone #PeriodRed 
#Menstruation #PeriodPoverty
#PeriodPositivity #EndPeriodStigma
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน