“ม็อบนักศึกษาทอมกะเทยทั้งแก๊ง ไปไล่ดูเลย พวกนี้จะเป็นคนเพี้ยนๆ” คนในกลุ่มไทยภักดี จ.เพชรบุรี ปราศรัยด้วย Hate Speech ตะโกนก้องบนรถสาดคำอคติเหมารวมเพศใส่ม็อบนักศึกษา


มีการดิสเครดิตการชุมนุมของนักศึกษาด้วยการใช้ถ้อยคำเกลียดชังผู้อื่นจากเพศ

การปราศรัยเพื่อโต้เถียงทางการเมืองมีอยู่หลายวิธีที่สร้างสรรค์ – แต่การปราศรัยนี้ใช่เหรอ?

เพราะเมื่อวานนี้เพจ ‘พันธมิตรนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ปล่อยคลิปลงบนเฟซบุ๊กกับการปราศรัยของคุณ ‘บุญเกื้อ ปุสสเทโว’ อตีตผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่ได้ร่วมขึ้นปราศรัยบนรถกระจายเสียงของกลุ่มไทยภักดี จังหวัดเพชรบุรี ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (26 ก.ย. 63) ที่ผ่านมา พร้อมด้วยถ้อยคำที่หลายๆ คนต่างบอกว่า เต็มไปด้วยการเหยียดหยาม ดิสเครดิตโดยใช้ข้อมูลเท็จ (Hate Speech) ที่แฝงไปด้วยเรื่องของอคติทางเพศ (Sexism) โดยมีคำพูดดังนี้:
“เด็กพวกนี้นะครับ อเมริกามันหมายมั่นปั้นมือ มันคอยมอง ไอ้เด็กคนไหนหัวแข็ง ไอ้เด็กคนไหนเป็นคนเลว ไม่ชอบเรียนหนังสือ ชอบด่ารัฐบาล ไม่เคารพพ่อแม่นะครับ ต่อต้านการเรียนหนังสือ แล้วปากจัดๆ หน่อยนะครับ เน้นนิดนึงส่วนใหญ่พวกนี้จะกะเทยนิดนึง ปากจัดๆ นะ”
“จริงๆ แล้วไอ้พวกม็อบนักศึกษา เอากันอย่างนี้เลยดีกว่า กะเทยทั้งแก๊ง กะเทยทั้งหมด ไปไล่ดูได้เลยนะครับ ตั้งแต่หัวขบวนยันหางขบวนเนี่ย ผู้หญิงไม่รู้จะเป็นทอมด้วยหรือเปล่านะครับ พวกนี้จะเป็นคนเพี้ยนๆ แล้วก็เป็นเด็กเกเร เป็นเด็กหลังห้อง”

คำถามคือ:  อเมริกาล้างสมองเด็ก? ด่ารัฐบาล=ไม่ชอบอ่านหนังสือ? กะเทย=ปากจัด? ม็อบศึกษา=กะเทยหมด? ผู้หญิงไปม็อบ=ทอม? กะเทยทอมแล้วจะทำไม?

แล้วคำพูดทั้งหมดที่เขาพูดมาสะท้อนอะไรได้บ้าง? – ประการแรกเลยคือ: เหมือนกับการที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมหลายๆ คน มักเคยชินกับการที่รัฐบาลอเมริกาแทรกแซงการเมืองในประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศที่มองว่าด้อยพัฒนา ตามความเชื่อแบบ ‘White Savior’ คือคนขาวที่มี “ความเจริญ” มากกว่าต้องช่วยคนที่ยังไม่มีอารยธรรม จึงเอามาเชื่อมโยงว่ากลุ่มนักศึกษาไม่สามารถคิดเองได้ ต้องโดนชักจูงโดยอเมริกา (แต่ไม่คิดเลยเหรอว่านักศึกษากำลังเรียกร้องหลักสิทธิมนุษยชนสากล?)
ประการต่อมา: นักเรียนไทยไม่ได้ถูกปลูกฝังให้มีความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมทางการเมือง กลุ่มคนที่กุมอำนาจแบ่งแยกจัดสรรหน้าที่ให้กับเด็ก และคาดหวังว่าต้องทำ “สิ่งที่ควร” ทำตามวัย เมื่อนักเรียนนักศึกษาเริ่มเคลื่อนไหวเพราะกังวลถึงความก้าวหน้าของประเทศ คนรุ่นก่อนก็คิดว่ายังเด็กเกินไปและไม่มีวุฒิภาวะมากพอ มักจะไล่กลับไป “ทำหน้าที่เด็ก” ตามที่รัฐกำหนดให้
ประการสุดท้าย: อคติทางเพศเด่นชัดมากในคำพูด โดยผู้ปราศรัยใช้อคติที่สังคมมีต่อกลุ่ม LGBT+ และภาพเหมารวมผิดๆ โดยเฉพาะกลุ่มทอมและผู้หญิงข้ามเพศ เพื่อทำให้การเคลื่อนไหวของนักศึกษาเสียความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก  ซึ่งนี่เป็นวาทกรรมที่เห็นกันบ่อยครั้งกับการโทษเหตุการณ์ที่หลายคนมองว่า “ไม่ปกติ” หรือ “ไม่สงบ” ในสังคมให้เป็นความผิดของกลุ่มคนชายขอบที่เดิมทีก็ถูกตีตราอยู่แล้ว (Scapegoating)
โดยมีหลายต่อหลายคนที่สนับสนุนแนวคิดในชุดวาทกรรมเหล่านี้อยู่ เช่น “กะเทยส่วนใหญ่​ดีเก่งน่ารัก แต่ที่มาม็อบ​ หรือ​ สส.เรียงเบอร์หลายคน เป็นเพศทางเลือกที่ไม่เลือกทำดี​ ทำให้เขามองแย่​” “เขาเรียกมนุษย์สองเพศ” “มันทำในสิ่งที่แปลก” “เอาพวกมันไปให้ผู้ชายตกมันจะดีกว่า จะได้สะใจดี” “ถึงว่าสิคะ มีเพศอื่นเยอะ บอลนี่ก็เพศ 3 แรกนึกว่าผู้ชาย กะปิบูดอีกคนไม่รู้แอบจิตไหม”
#StopHateSpeech #SexismInPolitics
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน