50 Best LGBT+ Movies หนังความหลากหลายทางเพศที่ต้องดูให้ได้สักครั้งในชีวิต

SPECTROSCOPE: 50 Best LGBT+ Movies 

หากใครกำลังหาหนังดูในวันหยุดนี้ นี่คือ ‘เพลย์ลิสต์รวมภาพยนตร์เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ’ – กับ 50 ภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศที่สอดแทรกประเด็นทางเพศให้ได้ขบคิด ผ่านภาษาทางภาพยนตร์ที่ทรงพลังและมีเสน่ห์เฉพาะ ในหลากหลายประเภททั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้ง ตลก แอคชั่น สั่นขวัญ ตลอดจนให้แรงบันดาลใจและความหวังที่สามารถเติมเต็ม สร้างความรู้สึกที่แตกต่างในการดูหนังของคุณได้

“หนูไม่ต้องการใครทั้งนั้น นอกจากคุณ”

Dohee-Ya (A Girl At My Door) (2006)

6.9 IMDb 
93% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ในระหว่างที่ ‘ยังนัม’ ตำรวจสาวเดินตรวจประจำการในหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลอยู่ เธอก็ได้พบกับ ‘โดฮี’ เด็กสาวอายุ 14 ที่ถูกทำร้ายทารุณโดยพ่อของเธอ แต่ไม่มีใครกล้าเอาผิด เธอเลยตัดสินใจปกป้องเด็กสาวจนกระทั่งเด็กสาวเริ่มตกหลุมกับตำรวจสาว 
Dohee-ya (a girl at my door) คือ หนังเกาหลีที่เล่าเรื่องของคนรักเพศเดียวกันในเกาหลีใต้ที่ยังไม่เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศ ทำให้หนังถูกจำกัดงบในการสร้างและทำให้สองนักแสดงหลักเลือกไม่รับค่าตัวแสดง นี่คือหนังที่ผสมผสานระหว่างความระทึกขวัญและการสืบสวนออกมาได้ลงตัว ทั้งความกดดันปัญหาการทารุณ ปัญหาการติดเหล้าและความเหงาเปลี่ยวของคนออกมาได้ดีมากๆ หนังไม่ได้เน้นไปที่ความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิงในมุมโรแมนติกมากนัก ถึงแม้จะมีตัวเอกยังนัมเป็นเลสเบี้ยนก็ตาม (เพราะตัวละครอีกคนนั้นยังเด็กอยู่) แต่หนังเรื่องนี้ได้นำเสนอถึงการต่อสู้ของผู้หญิงภายใต้สังคมที่กดขี่ และความโหยหาความรักที่อ่อนโยนของผู้หญิงออกมาได้อย่างนุ่มนวล
“เราควรแชร์สิ่งที่เรารู้สึก การไม่แชร์มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย”  

The Way He Looks (2014)

7.9 IMDb 
93% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘ลีโอนาร์ด’ วัยรุ่นผู้พิการทางสายตากำลังรู้สึกมีความรักกับ ‘กาเบรียล’ เพื่อนของเขาเอง
The Way He Looks เป็นหนังโรแมนติก Coming Of Age สัญชาติบราซิล กับการนำเสนอความรักความรู้สึกของการเติบโตของวัยรุ่นการรับรู้เพศวิถีของตัวเองของผู้พิการทางสายตา
“แกเริ่ดจะตาย ทำไมต้องหลงผู้ชายห่วยๆ อย่างนี้ เขามีอะไรดี”

Tangerine (2015)

7.1 IMDb
 96% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘ซินดี้’ สาวข้ามเพศผิวสีเพิ่งออกมาจากคุกและได้ยินข่าวจาก ‘อเล็กซานดร้า’ เพื่อนสนิทของเธอ ว่า แฟนของเธอนอกใจไปคบกับผู้หญิง เธอและเพื่อนสนิทจึงเดินทางตามล่าผู้หญิงและแฟนของเธอในเมือง LA 
Tangerine ถ่ายทำทั้งเรื่องด้วย iPhone5 และใช้งบเพียงแค่หนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น โดยถ่ายทำตามท้องถนนของเมือง LA บรรยากาศในเรื่องจึงมีสีสันจัดจ้านสมจริงและมีชีวิตชีวา ผสมไปกับเรื่องราวดูเพลินๆ สนุกสนานของเพื่อนสนิทข้ามเพศที่เดินตามตรอกเมือง LA เพื่อเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์ที่ Toxic และยังเล่าถึงความงดงามของความสัมพันธ์ระหว่างมิตรภาพของคำว่า ‘เพื่อน’
“ถ้าหากมีรักก็ย่อมมีหวัง” 

รักแห่งสยาม (2007)

7.8 IMDB
87% Rotten Tomatoes (Audience Score)
Synopsis: ‘โต้ง’ และ ‘มิว’ เพื่อนสมัยเด็กที่เคยอยู่ข้างบ้านกัน ได้กลับมาพบกันอีกครั้งตอนทั้งคู่อยู่มัธยม 6 เนื่องจากโต้งต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นหลังจากพี่สาวโต้ง ‘แตง’ หายตัวไปตอนไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ในขณะเดียวกัน มิว นักร้องนำวงออกัสก็ได้เจอ ‘จูน’ ผู้จัดการของวงที่หน้าเหมือนแตงอย่างน่าประหลาดใจ 
รักแห่งสยามเป็นหนังแห่งความรักและหนังครอบครัว ที่ครอบคลุมความรักในทุกรูปแบบความสัมพันธ์ รวมถึงยังเป็นหนังรักไทยที่ฉายภาพความรักความสัมพันธ์ของคนรักเพศเดียวกัน เป็นเรื่องแรกๆ ของประเทศไทยอีกด้วย และได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนหลายๆ คนเข้าใจตัวเอง คนรอบข้าง เพื่อน และยังเป็นหนังเปิดทางให้กับเรื่องราวความสัมพันธ์ที่หลากหลายมากขึ้น ตลอดจนเป็นภาพยนตร์ที่จะเติมความอบอุ่นในหัวใจให้กับคนดูได้เสมอ
“ผมเบื่อการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นตัวเอง ผมคู่ควรกับเรื่องราวรักที่ยิ่งใหญ่ และผมอยากจะแชร์ความรักกับใครสักคน”

Love Simon (2018)

IMDb 7.6 
91% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘ไซม่อน’ เกย์วัยรุ่นที่พยายามซ่อนว่าเขาเป็นเกย์จากทั้งครอบครัวและเพื่อนของเขา เรียนรู้ที่จะหาทาง come out พร้อมๆ กับตามหาว่า ‘บลู’ เกย์อีกคนหนึ่งที่เขาตกหลุมรักผ่านการคุยทางอีเมลในโรงเรียนนั้นเป็นใคร 
Love Simon เป็นหนังที่ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือ Coming of age ของวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับเพศของเขา และความรักรอบๆ ตัวตั้งแต่เพื่อนฝูง ครอบครัว และ คนรักในชื่อ ‘Simon vs. the Homo Sapiens Agenda’ ซึ่งเขียนโดย ‘Becky Albertalli’ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดูได้สำหรับทุกคน มันมีวิธีเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา เรียบง่าย สบายใจ และอบอุ่นกินใจ ด้วยกระแสตอบรับที่ดีมากๆ จึงนำไปสู่การผลิตซีรีส์ที่เป็นเหมือนภาคต่อของไซม่อนที่มีตัวละครเอกใหม่ในชื่อ ‘Love Victor’

“เป็นตัวของตัวเองเถอะ มันสนุกที่สุดแล้ว”

สตรีเหล็ก (2000)

6.4 IMDb 
56% Rotten Tomatoes 
Synopsis: สร้างจากเรื่องจริงของทีมนักกีฬาวอลเลย์บอลชาย (เพศทางชีววิทยา) ที่ผู้เล่นทั้งทีมนิยามอัตลักษณ์ทางเพศในฐานะกะเทย
สตรีเหล็ก คือหนังที่ถูกจัดให้อยู่ในมรดกภาพยนตร์แห่งชาติครั้งที่ 6 และเป็นหมุดหมายการเปิดทางสร้างพื้นที่สื่อที่มีความหลากหลายทางเพศในสื่อภาพยนตร์ไทยมากขึ้น แม้จะผ่านมาเป็น 20 ปี แต่เรื่องราวของสตรีเหล็กก็ยังสดใหม่อยู่และมันเป็นหนังที่จะทำให้หัวใจของคุณอบอุ่น ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมันจะเป็นหนังที่ทำให้คุณรักตัวเองและภูมิใจในตัวเองได้ เป็นหนังที่เฉลิมฉลองการมีชีวิตอยู่ได้อย่างสนุกสนาน
ความมหัศจรรย์ของสตรีเหล็ก คือ การเล่าเรื่องราวของคนหลากหลายทางเพศออกมาได้หลายมิติ แล้วในช่วงยุคเวลานั้นผ่านตัวละครหลายตัวละคร ที่ต้องก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคชีวิตที่ไม่มั่นใจในการแสดงออกทางเพศของตัวเอง นอกจากจะเป็นกระแสที่ดีในไทยแล้ว สตรีเหล็กยังถือว่าเป็นหนังความหลากหลายทางเพศฟีลกู้ดในเอเชีย ที่นักวิจารณ์ต่างประเทศก็ชื่นชอบมากๆ 
“ความรักมันยุ่งเหยิง มันแย่ เห็นแก่ตัว รักคือการที่คุณตั้งใจทำลายภาพวาดที่ดีเพื่อจะวาดภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม” 

The Half Of It (2020)

7.0% IMDb 
96% Rotten Tomatoes
Synopsis: เมื่อสาวที่เขียนจดหมายรักถึงหนุ่มที่เธอชอบกลับพบว่า ภายหลังเธอนั้นได้ตกหลุมรักกับผู้หญิงคนเดียวกันกับหนุ่มที่เธอส่งจดหมายให้
The Half Of It เล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการรักข้างเดียวไปสู่การค่อยๆ เริ่มตกหลุมรักของช่วงวัยรุ่นออกมาได้อย่างเรียบง่ายและอบอุ่น มันเป็นหนังรักที่เข้าถึงหัวใจของคนได้อย่างรวดเร็วด้วยเรื่องราวน่ารักๆ โมเมนต์เล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เราตกหลุมรักใครสักคน และบทเรียนของทุกความรักที่ทำให้เราโตขึ้นกว่าเมื่อวาน เป็นทั้งหนังรักและหนัง Coming of Age วัยรุ่นที่ใครๆ ที่ได้ชมก็ต่างหลงรักในความเรียบง่ายของความรักที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตของเราทุกคน แถมยังเป็นหนังที่เล่าความเป็นเอเชียออกมาผ่านตัวเอก และกำกับโดยผู้หญิงคนเอเชียเองที่ดีมากๆ ด้วย
ถ้าเรารักใครสักคนมากๆ แล้วรักไม่สมหวังคงจะเจ็บปวดแต่ไม่ว่าอย่างไร ความรักมันก็คือการเสี่ยงเพื่อโอกาสที่จะสมหวังต่อไปเรื่อยๆ อยู่ดี และหนังเรื่องนี้ก็เป็นเหมือนหนังในดวงใจของคนหลายคนที่ได้แอบรัก บอกรัก และยังคงรักต่อไป
“ผมอยากให้คุณกลับมา อยากอยู่กับคุณ นี่คือสิ่งที่ผมควรจะพูดตั้งนานแล้ว”

God’s Own Country (2017)

7.7 IMDB 
98% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘จอหน์นี่’ ต้องรับผิดชอบฟาร์มแกะของครอบครัวพร้อมๆ กับดูแลพ่อที่ป่วยกับย่าของเขาในตอนเหนือของประเทศอังกฤษ แต่ชีวิตเขาก็เปลี่ยนแปลงไป เมื่อพ่อเขาตัดสินใจจ้าง ‘จอร์จี้’ แรงงานชาวโรมาเนียเข้ามาช่วยงานในฟาร์ม  
God’s Own Contry คือหนังที่มีความละเอียดอ่อนในการเล่าเรื่อง ทั้งบรรยากาศหนังที่งดงามของธรรมชาติในแถบตอนเหนือของอังกฤษ ที่ร่มเย็นและเหงากับธรรมชาติที่ห่างไกลเมือง ในการดำเนินเรื่องที่ค่อยๆ เผยให้เห็นความอ่อนแอ ความเหงา และความรักของมนุษย์ได้อย่างงดงาม  
“ถึงจุดหนึ่งแกต้องตัดสินใจว่าแกจะเป็นใคร อย่าให้ใครมาตัดสินให้แกว่าแกควรจะเป็นใคร” 

Moonlight (2016)

7.4 IMDb 
98% Rotten Tomatoes 
Synopsis: สามช่วงชีวิตตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น และ ผู้ใหญ่ – ‘ไชรอน’ เกย์ผิวดำชาวอเมริกาที่ต้องรับมือกับปัญหา ทั้งเรื่องนอกบ้านกับการถูกกลั่นแกล้งและเหยียดเพศ และต้องดูแลแม่ที่ติดยาภายในบ้าน ด้วยภายในจิตใจตัวเองที่ทั้งเหงาและสับสนว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ 
Moonlight คือหนังที่สร้างประวัติศาสตร์ชนะภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของ Oscar ในปี 2016 ในฐานะหนังที่สร้างโดยผู้กำกับผิวดำและนักแสดงผิวดำ ที่ร่วมกันออกมาสร้างงานเพื่อคนชายขอบของเกย์ผิวดำในสังคมอเมริกาออกมาได้อย่างงดงาม ทั้งภาพที่สวย เสียงเพลงประกอบที่ไพเราะ แถมนักแสดงยังเล่นได้สมจริงสุดฝีมืออีกด้วย เป็นหนังเพียงไม่กี่เรื่องที่เลือกจะเล่าประเด็นของคนเหล่านี้ และยังถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงและงดงามเจ็บปวดอย่างสะเทือนอารมณ์ 
“วันหนึ่งฉันก็อยากทำบายศรีให้เธอสักครั้ง”

มะลิลา (2017)

6.7 IMDb
78% Rotten Tomatoes
Synopsis: ‘เชน’ กลับมาบ้านเกิดและได้เจอกับ ‘พิช’ เพื่อนเก่าที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง
มะลิลาเป็นหนังที่รักโดยผู้กำกับหญิงข้ามเพศ ‘อนุชา บุญยวรรธนะ’ ที่สร้างประวัติศาสตร์กวาดรางวัลสุพรรณหงส์ครั้งที่ 28 ไปหลายรางวัลตั้งแต่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงยอดเยี่ยม และอีกหลายต่อหลายรางวัลในเวทีนานาชาติอีกด้วย โดยมะลิลาดำเนินเรื่องเพื่อเสนอมุมมองความรักและความหมายของชีวิตของคนทั้งคู่ พร้อมบรรยากาศความงามของศิลปะวัฒนธรรรมไทย
“ฉันจะไม่โกหก นั่นแหละคือความรัก”

The Favorite (2018)

7.6 IMDb 
93% Rotten Tomatoes
Synopsis: สงครามชิงเล่ห์เหลี่ยมภายในวังประเทศอังกฤษ ว่าใครจะได้นางกำนัลคนโปรดของสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์ ระหว่าง ‘เลดี้’ ที่พึ่งมาใหม่ในวังกับ ‘อบิเกล ฮิลล์’ และเจ้าของผู้ครองตำแหน่งคนโปรดของราชินีซาราห์ ‘เซอร์ซิล’ 
The Favorite เป็นหนังที่มีจังหวะตลกร้ายสุดฉลาดในการชิงเล่ห์เหลี่ยมในฉากวังสุดสวยหรูสไตล์อังกฤษ พร้อมกับนำเสนอความสัมพันธ์รักเชิงสามเส้าที่ไม่น้ำเน่าและไม่น่าเบื่อ หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณมองเห็นความรักในมิติใหม่ที่คุณคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน และในบางทีความรักอาจจะไม่ใช่อะไรที่ต้องหวานหอมเสมอไปก็เป็นได้ บางทีการพูดกันตรงๆ แค่ไม่โกหกนั้นแหละคือการแสดงความรักที่จริงใจที่สุด 
“ฉันอยากเป็นใครสักคนที่มีเงินเยอะๆ”

Paris Is Burning (1990)

8.2 IMDb 
97% Rotten Tomatoes
Synopsis: สารคดีที่ถ่ายทอดชีวิตแดร็กควีน วัฒนธรรม บ้าน และงานบอลของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศใน New York ช่วงยุคปี 80s ที่ต้องเจอตั้งแต่ปัญหาโดนไล่ออกจากบ้าน ปัญหาฆาตกรรม การโดนเลือกปฏิบัติ และต้องอยู่กับความยากจนในช่วงที่สังคมกีดกัน หวาดกลัวคนหลากหลายทางเพศ คนดำ คนละติน ถูกมองว่าเป็นพวกคนอันตราย
Paris Is Burning คือ สารดีคลาสสิกที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมความหลากหลายทางเพศออกมาได้อย่างจริงใจและงดงาม กับเรื่องราวของผู้คนที่ตามหาครอบครัวใดสักแห่งที่จะได้รู้สึกปลอดภัย ตลอดจนการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในความเป็นคน และนำเสนอวัฒนธรรมงานบอลของคนชายขอบ ณ เวลานั้น
“อีตอแหล…”
“เจ้ด่าหนูหรอ เปล่า ด่าตุ๊กตา”

หอแต๋วแตก (2007) 

5.1 IMDB 
Synopsis: ‘เจ๊แต๋ว’ ‘เจ๊การ์ตูน’ และ ‘เจ๊มดดำ’ สามกะเทยรุ่นใหญ่อดีตเจ้าของค่ายมวยร่วมตัวลงทุนสร้างหอพัก ทั้งสามคนต้องจัดการปัญหาผีนักศึกษาที่ถูกฆ่าข่มขืนตายในห้องพัก เพื่อให้คนในหอพักไม่ย้ายออกด้วยความช่วยเหลือผีกะเทยนักศึกษาที่ชื่อว่า ‘แพนเค้ก’
หอแต๋วแตก เป็นหนังแนวตลกที่หลายๆ คนก็วิจารณ์ว่า ทำให้ภาพของผู้หญิงข้ามเพศตลกโปกฮา แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นหนังที่แหกขนบและเปิดทางให้ความหลากหลายทางเพศในหลายมิติ ตั้งแต่กะเทยที่เป็นพ่อมีลูกชาย กะเทยที่ในบทบาทที่หลากหลาย ผู้ชายที่ไม่สมบูรณ์แบบและไม่ใช่พระเอก นางเอกที่ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์ เรื่องสมหวังของกะเทย นี่ไม่ใช่หนังที่นำเสนอแต่ภาพกะเทยเป็นตัวตลก แต่ในหนังเรื่องนี้เรายังได้เห็นความหลากหลายของชีวิตกะเทยว่ามันมีความหวังและความสุขได้ หนังตลกสนุกสนานที่เป็นต้นกำเนิดของวลีฮิตมากมายและวัฒนธรรมความหลากหลายทางเพศในไทยมาตั้งแต่ช่วงปี 2007 ถึงปีปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ใครฆ่าพะยูน กู… ไม่ได้ฆ่า อีกทั้งความตลกร้ายยังถูกเอามาใช้ในการต่อสู้กับม๊อบต่อต้านเผด็จการอีกด้วย
 
“ถ้าเธออยู่กับฉัน จะเป็นที่ไหนฉันก็อยู่ได้”

The Handmaiden  (2016)

8.1 IMDb 
95% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘ซุคี’ หญิงชาวเกาหลีใต้ในช่วงปี 90s ได้ปลอมเป็นโจรเพื่อหวังควบคุมและหลอกให้คุณหญิง ‘ฮิเดโกะ’ อยู่ในแผนยอมแต่งงานกับเจ้านายของเธอ แต่แผนของพวกเขากลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อซุคีและฮิเดโกะเริ่มมีความรู้สึกต่อกันและกันมากกว่าสาวใช้และคุณหญิง
The Handmaiden เป็นหนังที่มีความอีโรติก (Erotica) และระทึกขวัญที่เล่าเรื่องราวออกได้อย่างมีชั้นเชิงจังหวะที่ตื่นเต้น พร้อมกับฉายภาพความงดงามของประเทศเกาหลีใต้ช่วงปี 1930 ออกมาได้อย่างประณีต
ทั้งสถาปัตยกรรมและการแต่งกายที่สมจริง และองค์ประกอบแสงสีนั้นราวภาพวาด โดยหนังที่นำเสนอความสัมพันธ์ลึกซึ้งของผู้หญิงและผู้หญิงเอเชียออกมาได้อย่างตราตรึงใจ แต่สำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้ คือความรักมันเกิดขึ้นได้ไม่เลือกจังหวะ แต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะทำยังไงกับความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้นผิดที่ผิดเวลาขึ้นมาได้
“เราควรจะเลือกได้ว่าเราอยากมีครอบครัวแบบไหน”

Gayby Baby (2015)

6.5 IMDb
89% Rotten Tomatoes
Synopsis: ภาพยนตร์สารคดีเล่าชีวิตของเด็ก 4 คน เอโบนี่ / กัส / แกรห์ม / แม็ตต์ วัย 11-12 ปีที่มีผู้ปกครองเป็นคู่รักเพศเดียวกัน ที่จะมาบอกเล่าความหมายใหม่ที่งดงามของคำว่าครอบครัวที่หลากหลาย มากไปกว่าคำว่าพ่อและแม่
Gayby Baby คือ สารคดีสัญชาติออสเตรเลียที่เล่าให้เห็นถึงครอบครัวรูปแบบใหม่ และชีวิตของเด็กที่เติบโตมากับการเลี้ยงดูของคู่รักเพศเดียวกันว่า มันเป็นยังไงบ้างจากเสียงของเด็กๆ เอง ตั้งแต่การโตมากับการโดนบอกว่าครอบครัวไม่สมบูรณ์แบบ และโดนบอกว่าครอบครัวพวกเขาไม่ปกตินั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง นี่เป็นสารคดีครอบครัวที่อบอุ่นหัวใจที่เล่าประเด็นขับเคลื่อนสังคม ไปสู่ภาพครอบครัวที่หลากหลายสำหรับคนทุกเพศ
“เรียกฉันโดยชื่อนาย แล้วฉันจะเรียกนายด้วยชื่อฉันนะ”

Call Me By Your Name (2017)

7.9 IMDb 
95% Rotten Tomatoes 
Synopsis:  ‘เอลิโอ’ ชาวอิตาลีวัย 17 ปี ได้ตกหลุมรักกับ ‘โอลิเวอร์’ นักศึกษาปริญญาเอกจากอเมริกาในประเทศอิตาลีช่วงฤดูร้อนปี 1983 
Call Me By Your Name คือหนังรักที่มีคนมากมายแนะนำว่าชีวิตนี้ต้องดูสักครั้ง กับเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ และการเติบโตจากวัยรุ่นไปสู่ผู้ใหญ่ หนังเรื่องนี้มีบรรยากาศที่ยั่วยวนชวนฝันชวนเพ้อ เป็นหนังที่เวลาดูเหมือนได้ไปพักร้อนจากความวุ่นวายและความเครียดในชีวิต และเมื่อดูจบแล้วคุณจะจดจำหนังเรื่องนี้และบอกต่อคนอื่นๆ ไปอีกนานแสนนานแน่นอน โดยเป็นหนังที่มีคุณ ‘สยมภู มุกดี’ เป็นผู้กำกับภาพชาวไทยด้วย นอกจากนี้ยังเป็นหนังแจ้งเกิดสัญลักษณ์ ‘ลูกพีช’ หนังยังสร้างปรากฏการณ์ประโยคบอกรักที่ไม่ต้องใช้คำว่ารัก
“คนเรามักตกหลุมรักในสิ่งที่เราจะเอื้อมไม่ถึงเสมอเลยหรือเปล่า”

Carol (2015)

7.2 IMDb 
94% Rotten Tomatoes
Synopsis: ในเมืองแมนฮัตตัน ปี 1952 ‘เทเรซ เบลิเว็ท’ เสมียนประจำห้างสรรพสินค้าได้พบและเริ่มตกหลุมรักกับ ‘แครอล’ ในขณะที่เธอกำลังหาซื้อตุ๊กตาให้ลูกสาวของตัวเอง 
Carol นำเสนอความรักของหญิงรักหญิงได้ในจังหวะที่ดูเพลิดเพลิน กับการเดินทางของความรักที่ค่อยๆ เป็นค่อยไปกับการดีไซน์ซีนที่แสนจะธรรมดาให้มีความน่าสนใจและมีพลัง ถ้าต้องการหนังโรแมนติกอบอุ่นหัวใจที่ดูแล้วได้ทั้งแรงบันดาลใจและอบอุ่นหัวใจต้องดูเรื่องนี้เลย แถมการแสดงของทั้งสองนักแสดงนำทั้งสองยังยอดเยี่ยมสุดๆ อีกด้วย 
“พูดอะไรหน่อย อะไรก็ได้จากหัวใจ”  

Happy Together (1997)

7.8 IMDb
79 Rotten Tomatoes 
Synopsis: ความรักความสัมพันธ์เลิกๆ รักๆ ของ ‘เยี่ยฟา’ กับ ‘หวังเป่า’ ที่เคยตั้งเป้าหมายด้วยกันว่าจะย้ายจากประเทศฮ่องกงไปอยู่อาร์เจนติน่า
Happy Together เป็นหนังที่กำกับโดยผู้กำกับที่ถูกให้ชื่อว่าเป็น ‘ผู้กำกับแห่งความเหงา’ – ‘หว่อง กาไว’ โดยหนังเรื่องนี้นำเสนอความสัมพันธ์ของคนรักเพศเดียวกันที่อาจจะไม่สมหวังให้คนดูได้รู้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังในความรักความสัมพันธ์ แต่เราก็ต้องหาทางที่จะอยู่กับความเหงาและจัดการตัวเองอย่างไรต่อไปในวันที่รักอันยิ่งใหญ่ของเราไม่เป็นไปอย่างที่คิด นี่คือหนังสุดเหงาสุดเจ็บปวดแต่งดงามมากๆ เรื่องหนึ่งของความรัก นอกจากนี้ยังเป็นหนังที่แสดงให้เห็นฝีมือการแสดงชั้นยอดของ เลสลี่จาง และ เหลียง เฉาเหว่ย นักแสดงฮ่องกงที่กลายเป็นตำนานในยุค 90 อีกด้วย
“อย่าเสียใจ แต่จงจดจำ”

Portrait Of Lady On Fire (2019)

8.2 IMDb 
98% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ปี 1770 ในฝรั่งเศส ‘จิตรกร มาริยานน์’ เธอได้ถูกจ้างไปวาดภาพเหมือนของ ‘เอลูอิส’ เพื่อใช้เป็นภาพดูตัวสำหรับการแต่งงาน ก่อนความรู้สึกดีๆ ซึ่งกันและกันจะก่อตัวขึ้น
Portarit Of Lady On Fire เป็นหนังฉายภาพวาดที่มีชีวิต โดยทุกฉากของหนังเรื่องนี้งดงาม แปลก แตกต่างจากหนังหลายๆ เรื่อง และเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาอย่างละเอียดอ่อนและงดงาม ทุกอย่างมีจังหวะดำเนินไปอย่างคงที่ กับเรื่องราวความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิงในสมัยที่การรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องต้องห้าม ในสังคมชายเป็นใหญ่ที่ผู้หญิงมีบทบาทอันน้อยนิด น้อยเกินกว่าที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง 
“ผมมีเชื้อ HIV อยู่หรอ ถึงมันจะห่วย แต่จะทำยังไงได้ ผมก็ต้องอยู่กับมันให้ได้อยู่ดี” 

Dallas Buyer Club (2013)

8.0 IMDb 
93% Rotten Tomatoes 
Synopsis: สร้างจากชีวประวัติของ ‘รอน วู้ดรูฟ’ (Ron Woodroof) ผู้ติดเชื้อ HIV ช่วงยุค 80s ที่ลักลอบนำยาสหรัฐในนาม ‘ดาลาส บายเยอร์ คลับ’
Dallas buyer club เป็นหนังแห่งหัวใจที่เล่าถึงความเป็นมนุษย์ เมื่อคนต้องเผชิญความทุกข์ในช่วงเวลาที่คนยังคิดว่า HIV เป็นโรคของคนรักเพศเดียวกัน โดยหนังมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักและเล่าเรื่องถึงอารมณ์ มันหดหู่แต่สะท้อนให้เห็นว่ากว่าเราจะมากันได้ถึงยุคนี้ มันผ่านอะไรมาบ้างและสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ คือ การรู้ว่ามันยังต้องมีหวังและเราไม่ได้สู้มันอยู่คนเดียว 
“มันจำเป็นหรือเปล่าที่ฉันต้องตามหาคู่แท้ ความรักจะทำให้คนสองคนเป็นหนึ่งเดียวกันจริงหรือ”

Hedwig And The Angry Inch (2001)

7.7 IMDb 
92% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ชีวิตของ ‘เฮดวิก โรบินสัน’ นักร้องวงพังค์ร็อคเจนเดอร์เควียร์ที่ออกเล่นทัวร์ทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมๆ กับการตามล่าอดีตคนรักเก่า ‘ทอมมี่’ ที่ขโมยเพลงของเธอไปเล่นจนดังเป็นร็อคสตาร์
Hedwig and the Angry Inch เป็นหนังมิวสิคคัลดราม่าสุดเปรี้ยวซ่า ที่กวาดรางวัลชนะในสาขาการกำกับยอดเยี่ยมในเทศกาลภาพยนตร์ Sundance ในปีนั้น โดยหนังเล่าให้เห็นการตะโกนก้องต่อสู้ชีวิตเพราะรู้สึกแปลกแยกในความคลุมเครือเรื่องเพศของตนมาตลอดชีวิต การตามหาตัวเองผ่านดนตรีร็อคและตามล่าคนรักเก่าเพื่อหาคำตอบว่า ตนนั้นมีอะไรบกพร่องไปทำไมถึงไม่สมบูรณ์และไม่พอดีสักที ทำไมคนที่ควรจะเป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตจึงไม่รักตนกลับ นี่คือหนังที่รุนแรงสุดดุเดือดที่ดูแล้วจะฮึกเหิมและตราตรึงใจไปในชีวิตคุณอีกนาน
“ธรรมชาติของข้าคือผู้หญิงมิใช่ผู้ชาย”

Farewell To My Concubine (1993)

8.1 IMDb 
86% Rotten Tomatoes 
Synopsis: เรื่องราวชีวิตของ ‘โตวจื่อ’ นักแสดงงิ้วที่มีชื่อเสียงในสมัยเปลี่ยนผ่านของจีน ตั้งแต่ยุคสงครามจีน- ญี่ปุ่น กับการโค่นล้มพรรคก๊กมินตั๋งโดยพรรคคอมนิวนิสต์จีน เขามีชื่อเสียงเพราะถูกฝึกบังคับให้เล่นงิ้วเป็นบทนางสนมตั้งแต่เด็ก โดยฝึกไปพร้อมๆ กับ ‘ซือโถว’ เพื่อนรุ่นพี่ที่รับบทเป็นท่านอ๋อง คนรักของนางสนม 
Farewell to my Concubine ถูกยกย่องให้เป็นหนังเควียร์คลาสสิกและถูกแบนโดยรัฐบาลจีน เนื่องจากมีเนื้อหาเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกัน แถมยังเป็นตำนานการแสดงของเลสลี่ จาง นักแสดงฮ่องกงชื่อดัง โดยเรื่องราว เล่าถึงความซับซ้อนความคลุมเครือของเพศในสังคมที่กดทับได้อย่างลึกซึ้ง
“มันไม่มีคำพูดในภาษาของเราที่จะบรรยายความรู้สึกที่เรามีต่อกันได้”

Fire (1996)

7.2 IMDb 
88% Rotten Tomatoes
Synopsis: ‘สิต้า’ และ ‘รดา’ เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างกันและกัน ขณะที่ต่างคนต่างอยู่ในความพังทลายกับความสัมพันธ์กับคนรักเก่า
Fire กำกับโดยผู้กำกับหญิง ‘Deepa Mehta’ หนังสัญชาติอินโดแคนาดาอีโรติกดราม่าโรแมนซ์ เล่าความสัมพันธ์หญิงอินเดียที่รักผู้หญิงด้วยกันออกมาได้อย่างมีเสน่ห์และรุ่มร้อน นำเสนอบทบาทความเป็นผู้หญิงที่ไม่เท่าเทียมซึ่งแหกขนบและตั้งคำถามกับประเพณีดั้งเดิมของอินเดีย ที่กดทับเรื่องเพศออกมาได้อย่างชัดเจนและกล้าหาญ 
“ฉันคือคนข้ามเพศแต่งหญิงสุดน่ารักจากทรานเซเวเนีย”

The Rocky Horror Picture Show (1975)

7.4 IMDb
85% Rotten Tomatoes 
Synopsis: คู่รัก ‘แบรด’ และ ‘เจแนต’ รถเสียในกลางป่าพวกเขาเลยไปขอความช่วยเหลือจากผู้คนในปราสาทที่เต็มไปด้วยผู้คนประหลาดที่มางานรวมตัวเพื่อบางอย่างในนั้น
The Rocky Horror Pictre Show คือหนังมิวสิคคัลคอมเมดี้สุดคัลท์และประหลาด ที่มีตัวละครดังอย่าง ‘ดร.แฟรงค์ เอ็น ฟาเธอร์’ นักวิทยาศาสตร์ข้ามเพศที่ผู้คนหลายๆ คนหลงรัก นี่เป็นหนังที่นำไปสู่การแสดงโชว์มิวสิคคัลมากมายในเวลาต่อมา เพราะมันเต็มไปด้วยเพลงไพเราะติดหูและสนุกสนานมากๆ แถมยังมีเรื่องราวที่ต้องคาดเดาคอยเซอร์ไพรส์คนดู ที่ถ้าบอกแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะเสียอรรถรสในการรับชมได้
“ผมรักใครสักคนได้โดยที่เขาไม่ต้องจ้างผมนะ ผมรักคุณถึงแม้คุณจะไม่ได้จ้างผม”

My Own Private Idaho (1991)  

7.1 IMDb  
79% Rotten Tomatoes 
Synopsis: หนังที่เล่าความสัมพันธ์และการเดินทางของ ‘ไมค์’ และ ‘สก็อต’ Sex Worker ที่เดินทางตั้งแต่ Portland, Oregon และกลับไปบ้านเกิดของไมค์ที่ Idaho .
My Own Private Idaho คือหนังที่ได้รับการกล่าวขานว่า มีงานภาพที่งดงามที่สุดเรื่องหนึ่ง ทั้งสไตล์การเล่าเรื่องและบรรยากาศในหนังมีสไตล์ศิลปะมากๆ ของผู้กำกับ ‘Gus Van Sant’ หนังเรื่องนี้เป็นหนังหมุดหมายของ ‘New Queer Cinema’ และถูกจัดเป็นหนังคัลท์คลาสสิกนอกกระแสที่ LGBT+ หลายๆ คนหลงรัก นอกจากนี้หนังเรื่องนี้ยังนำแสดงโดยดาราดังอย่าง River Phoenix และ Keanu Reeves 
“ถ้าเป็นในฝันพวกเราคงจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานแล้ว”

Mulholland Drive (2001)

8.0 IMDb
83% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘เบตตี้’ นักแสดงหน้าใหม่ที่ย้ายมา Hollywood ได้เจอกับ ‘ริต้า’ เธอผู้ที่สูญเสียความทรงจำไป เบตตี้เลยหาทางช่วยริต้าให้ได้ความทรงจำของเธอกลับมา
Mullholland Drive คือหนังที่เล่นกับความคาดหวังได้อย่างแยบยลด้วยสไตล์การกำกับของ ‘David Lynch’ ที่เล่นกับความคาดหวังคนดู และเล่าเรื่องราวการตามหาความทรงจำออกมาได้น่าติดตาม ในความสัมพันธ์ของคนแปลกหน้าที่บังเอิญมาอาศัยอยู่ด้วยกัน และเริ่มมีความสัมพันธ์ในบรรยากาศแบบชวนฝันลึกลับในแบบเฉพาะของผู้กำกับนี้
“แกจะไม่มีวันเลวไปกว่าฉันได้หรอก”

Pink Flamingos (1972)

6.1 IMDb 
80% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘ดีไวน์’ แดร็กควีนอาชญากรที่ได้รับขนานนามว่า “คนที่ลามกที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่” และเธอต้องต่อสู้กับคู่รักคู่หนึ่งที่พยายามจะทำให้เธอสูญเสียตำแหน่งนี้ไป
หนังคัลท์คลาสสิกนอกกระแสที่กำกับโดย ‘John Waters’ ชาวอเมริกัน นำแสดงหลักโดย Divine แดร็กควีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ค่อนข้างตลกร้าย สนุกสนาน ทำให้หัวเราะจนท้องแข็งไปกับความประหลาดที่คาดไม่ถึงในเรื่องที่จะมาพร้อมกับอาร์ทไดเร็คชั่นกึ่งเหนือจริง และคอสตูมสุดเปรี้ยวของตัวละคร เป็นหนังตะโกนก้องเพื่อขบถต่อสังคม เพื่อเรียกร้องเสรีภาพออกจากขบวนการเคลื่อนไหวที่บังคับให้เกย์หลายคนต้องทำตัวเรียบร้อย ไม่เรียกร้องสิทธิ ติดอยู่ในกรอบสังคมในช่วงยุค 70s
“ไม่ว่าเป็นใคร ทุกคนก็มีความรักที่สวยงามได้”

Beautiful Thing (1996) 

7.5 IMDb 
91% Rotten Tomatoes 
Synopsis : ความสัมพันธ์ในแฟลตแห่งหนึ่งระหว่าง ‘เจม’ วัยรุ่นขี้อายที่มักจะถูกแกล้งอยู่บ่อยครั้งที่โรงเรียน กับ ‘สตู’ ที่มีปัญหากับที่บ้าน จนวันหนึ่งสตูทนไม่ไหวได้มาขอนอนอยู่แฟลตของเจมบ่อยๆ จนกระทั่งทั้งสองเริ่มรู้สึกมากกว่าเพื่อน
Beautiful Thing เป็นหนังบรรยากาศอบอุ่นที่ดูแล้วสบายใจ ทุกอย่างในหนังดำเนินไปอย่างเรียบง่ายผ่านบทสนทนาและเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่ถูกออกแบบมาอย่างดี เป็นหนังที่เล่าความสัมพันธ์ของวัยรุ่นและการเติบโต เหมาะแก่การดูเพื่อผ่อนคลายและเติมพลังใจให้หายเหนื่อย แถมยังมีเพลงประกอบเพราะๆ ที่ติดหูหลายเพลงด้วยในเรื่อง
“ฉันจะต้องรอด ฉันจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปได้” 

The Adventures of Priscilla, Queen of the Desert (1994)

7.4 IMDb
95% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ทริปการเดินทางแสดงทัวร์ทั่วออสเตรเลียของแดร็กควีนสองคน และสาวข้ามเพศอีกหนึ่งคนที่เต็มไปด้วยเรื่องมหัศจรรย์สุดคาดไม่ถึง
The Adventures of Priscilla, Queen of the Desert เป็นหนังสัญชาติออสเตรเลียแนวมิวสิคคัลคอมเมดี้และดราม่า โดยหนังการเดินทางที่สนุกสนานสีสันจัดจ้านกับการแสดงต่างๆ ของเหล่าแดร็กควีนในเรื่องที่แสดงเพลงคลาสสิกด้วยชุดแฟนตาซีสวยงามมากมาย พร้อมทั้งยังมีความมหัศจรรย์ประหลาดๆ ในเรื่องให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา 
“คนหลากหลายทางเพศเขาก็เป็นคนเหมือนเรานั้นแหละ ไม่มีอะไรที่ผิดปกติเกี่ยวกับพวกเขาหรอก”

Circus Of Books (2019)

7.1 IMDb 
98% Rotten Tomatoes 
Synopsis: สารคดีที่เล่าต้นกำเนิดของร้าน ‘Circus of Books’ ร้านหนังสือขายนิตยสารและหนังโป๊เกย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะปิดกิจการลงในช่วงปี 2019
Circus of Books เป็นสารคดีนี้ย้อนไปช่วงยุครุ่งเรืองของนิตยสารและหนังโป๊เกย์ พร้อมกับการบันทึกเรื่องเชื้อ HIV ที่คร่าชีวิตหลายคนช่วงปี 1960 ในสหรัฐฯ ผ่านมุมมองของสามีภรรยา ‘คาเรน’ และ ‘แบรี่ เมสัน’ ที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของความหลากหลายทางเพศตั้งแต่ยุคนั้นมาจนถึงปัจจุบัน สารคดีเรื่องนี้ถ่ายทำโดย ‘เรเชล เมสัน’ ลูกสาวของพวกเขาเอง
“แค่รักมันก็อาจจะไม่มากพอที่จะช่วยคนที่คุณรักได้หรอก”

Pain And Glory (2019)

7.6 IMDb
96% Rotten Tomatoes
Synopsis: อดีตผู้กำกับหนังสเปน ‘ซัลวาดอร์ มอโล’ (Salvador Mallo) นั่งหวนรำลึกถึงอดีตของเขาทั้งชีวิต กับความเจ็บปวดของชีวิตทั้งด้านสุขภาพกายและใจ 
Pain and Glory เมื่อเราแก่เราคงนึกย้อนเวลามากมายที่ผ่านมา หนังมาในอารมณ์ดราม่าและหวนหาอดีตในวันที่เหนื่อยล้ากับโรคภัย ความทรงจำดีๆ และคนรักที่จากกันมาคงช่วยให้มีกำลังใจขึ้นมาได้ เรื่องนี้เป็นหนังที่เล่าเรื่องได้ประณีตและงดงามมากๆ มันดำเนินเรื่องแบบช้าๆ พาเราดำดิ่งไปสัมผัสกับความรู้สึกของตัวละคร
“ไม่ว่าจะให้ผมรอเขานานแค่ไหน มันก็คุ้มค่าที่จะรอเขาเสมอ”

My Beautiful Laundrette (1985)

6.8 IMDb 
97% Rotten Tomatoes
Synopsis: เรื่องราวของ ‘โอมาร์’ ชาวปากีสถานได้กลับมาพบกับ ‘จอห์นนี่’ คนรักเก่าสมัยมัธยมของเขาอีกครั้ง พวกเขาได้มาดูแลร้านซักรีดที่ได้รับเป็นมรดกด้วยกัน 
My Beautiful Laundrette เป็นหนึ่งใน 50 อันดับหนังอังกฤษยอดเยี่ยมในศตวรรษที่ 20 เล่าเรื่องราวสภาพสังคมประเทศอังกฤษช่วงปี 80s กับการพลัดพรากคนรักภายใต้เงื่อนไขความขัดแย้งทางค่านิยม ประเพณี เชื้อชาติ และปัญหาความต่างทางชนชั้น ประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้นในอังกฤษช่วงปี 80 หนังเรื่องนี้เป็นแนวดราม่าคอมเมดี้ แม้จะมีประเด็นที่ค่อนข้างหนักแต่ก็มีความตลกในเรื่องที่ช่วยให้ดูหนังได้เพลินและสนุก 
“ทุกคนคู่ควรที่จะได้รับการตัดสินคดีอย่างเป็นธรรม โดยไม่เกี่ยงเรื่องเพศ”

Philadelphia (1993)

7.7 IMDb 
80% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ทนายความ ‘แอนดรูว์ แบคเก็ท’ ถูกไล่ออกหลังจากบริษัทกฎหมายพบว่าเขาเป็นเกย์และป่วยเป็นเอดส์ เขาเลยไปหาทนายความผิวดำมากฝีมือชื่อ ‘โจ มิลเลอร์’ ซึ่งตัวทนายคนนี้ก็มีอคติต่อคนรักเพศเดียวกัน
Philadelphia คือหนังที่จะทำให้คุณต้องเสียน้ำตาได้ มันเป็นหนังที่ดราม่าหนักกับการเล่าเรื่องการถูกกีดกันและเลือกปฏิบัติเพราะความต่างแตกทางเพศ การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ที่ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไรคนก็ยังรักหนังเรื่องนี้อยู่ และมันยังเป็นหนังที่ทำให้เห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้นด้วย 
“ผมเป็นเกย์และผมก็ยังเป็นลูกของพ่อ” 

Boy Erased (2018)

6.9 IMDb 
74% Rotten Tomatoes  
Synopsis: หนังสร้างจากหนังสือบันทึกชีวิตของ ‘จาร์เร็ด โคนลี่’ (Garrard Conley) ที่เขียนถึงชีวิตของเขาในช่วงที่ถูกพ่อตนเองส่งเขาไปค่ายบำบัดรักษาให้หายจากการเป็นเกย์ 
Boy Erased ได้สร้างความเข้าใจใหม่เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดๆ เรื่องเกย์ ตั้งแต่ที่ว่า การเป็นเกย์หายได้ การเป็นเกย์คือทางเลือก ถ้าเป็นเกย์จะมีครอบครัวไม่ได้ โดยเล่าออกมาผ่านประสบการณ์ของตัวละครหลักที่ต้องเผชิญกับค่ายที่อ้างว่า จะช่วยให้เขาหายจากเป็นเกย์และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ หนังเรื่องนี้ช่วยให้คนเข้าใจความกดดัน ความเครียดที่คนเป็นเกย์ต้องเผชิญจากทั้งในครอบครัว สังคม และอคติทางเพศได้ แถมมันยังให้ประสบการณ์ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจตนเองและครอบครัวคุณได้มากขึ้นด้วย 
“แค่เด็กอยากจะดูเหมือนผู้ชาย แต่มันก็ไม่ได้หมายความเธออยากเป็นผู้ชาย”

Tomboy (2011)

7.4 IMDb
95% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘ไมเคิล’ เด็กผู้หญิง (เพศชีววิทยา) ชาวฝรั่งเศสอายุ 10 ขวบ กำลังสับสนกับเพศของตนเองในขณะที่กำลังปรับตัวให้เข้ากับที่ใหม่ที่เขาเพิ่งย้ายมาอยู่
TomBoy เล่าเรื่องการตามหาและเข้าใจในเพศวิถีของตวเอง โดยเป็นเรื่องราวในจิตใจเด็ก 10 ขวบที่เล่าออกมาได้อย่างเรียบง่ายสนุกสนานและงดงาม โดยนำเสนอว่าการค้นหาเพศของเด็กนั้นเป็นเรื่องของจิตใจของเขา
“เธอทำให้ฉันสวยที่สุดและเข้มแข็งที่สุด”

The Danish Girl (2016)

7.1 IMDb 
67% Rotten Tomatoes 
Synopsis: หนังเล่าถึงประวัติของ ‘ไอนาร์ เวเกเนอร์’ ผู้ชายเดนมาร์กที่เริ่มแปลงเพศเป็นผู้หญิงไปเป็น ‘ลิลี่ เอลบี’ ที่มีชีวิตอยู่จริงช่วงปี 1882-1931 จากหลังจากได้เป็นแบบภาพวาดผู้หญิงให้กับภรรยาของเธออย่าง ‘เกอร์ด้า เวเกเนอร์’
หนังเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเส้นทางการเริ่มต้นข้ามเพศเป็นผู้หญิงในอดีตของยุค 80s กับเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ที่ตราตรึงใจและซับซ้อนหลายมิติ ภายใต้กลิ่นอายที่กรุ่นไปด้วยการนึกถึงวันเวลาในอดีต และหนังยังสร้างกระแสให้คนได้ถกเถียงว่าให้นักแสดงชายเล่นเป็นผู้หญิงข้ามเพศได้ไหม?
“แค่นี้ก็ดีแล้ว”

Present Perfect (2017)

6.1 IMDb
Synopsis: ‘เต้ย’ ตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวเมืองฮิงาชิกาวา ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเยียวยาแผลใจหลังจากเพิ่งอกหักมา และในระหว่างทริปนั้นเขาก็ได้พบกับ ‘โอ้ต’ คนไทยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นเหมือนกัน
Present Perfect เป็นหนังไทยกำกับโดย ‘อนุสรณ์ สร้อยสงิม’ ที่มีบรรยากาศน่ารัก อบอุ่น สบายๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นกับภาพเรียบง่ายดูแล้วสบายตา กับเรื่องราวความรักของคนไทยสองคนที่เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์อย่างจริงใจและ ‘ธรรมดา’
“เธอดีกว่าผู้ชายอย่างแก เพราะเธอรักฉันในแบบที่แกไม่มีวันทำได้”

Bound (1996)

7.3 IMDb 
88% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘ไวโอเลต’ ภรรยาลับของหัวหน้าแก็งค์มาเฟียอเมริกัน ‘เซซ่าร์’ กำลังมีชู้ลับกับ ‘คอร์กี้’ พวกเธอทั้งสองคนเลยวางแผนที่จะปล้นเงินจากแก็งค์มาเฟีย แล้วโยนความผิดให้เซซ่าร์เพื่อที่จะได้หนีไปใช้ชีวิตด้วยกัน
Bound เป็นผลงานกำกับของสองพี่น้อง ‘Wachowski’ (ที่ตอนนี้เป็นผู้หญิงข้ามเพศ) โดยหนังเรื่องนี้เป็นแนวอาชญากรรมสืบสวนที่สุดเย้ายวน ดำเนินเรื่องได้รวดเร็วเร้าใจ เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงมากมายที่ทำให้คนตกหลุมรักเสน่ห์ของหนัง หากต้องการดูอะไรที่แนวมาเฟียอีโรติก น่าตื่นเต้น และมีตัวละครหลักเป็นหญิงรักหญิง นี่คือหนังที่คุณอาจจะหลงรักเลย
“ผมไม่คิดว่าผมคู่ควรที่จะมีแม่”

I Killed My Mother (2009)

7.5 IMDb 
83% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ความสัมพันธ์รัก-เกลียดระหว่างเกย์วัยรุ่น ‘ฮิวเบิร์ต’ และแม่ของเขา 
I Killed my Mother เป็นหนังความสัมพันธ์ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้กำกับ ‘Xavier Dolan’ ที่เล่นและกำกับเองออกมาได้อย่างทรงพลัง หนังเล่าถึงทั้งความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่รักๆ เกลียดๆ กัน กับความเก็บกด และการเก็บซ่อนตัวตนที่เป็นเกย์ เพราะไม่อยากให้แม่ผิดหวัง 
“อะไรที่ไม่ฆ่าเราจะทำให้เราแกร่งขึ้น” 

A Fantastic Women (2017)  

7.2 IMDb
94% Rotten Tomatoes
Synopsis: ‘มารีน่า’ นักร้องสาวข้ามเพศชาวชิลีที่เพิ่งสูญเสียแฟนที่เธอรัก และถูกครอบครัวของคนที่เธอรักกีดกันขัดขวางไม่ให้เธอได้บอกลากับคนที่เธอรัก เพียงเพราะเธอเป็นสาวข้ามเพศ
 Fantastic Women เป็นหนังประเทศชิลีที่เล่าชีวิตของสาวข้ามเพศ กับการเผชิญกับอคติทางเพศรอบๆ ตัว และปัญหาในชีวิตทั้งความตายของคนรัก โดยหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่มุ่งไปสู่ความหวังของชีวิตคนข้ามเพศที่ดีขึ้น ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้ชนะรางวัลหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมใน Oscar ปี 2018
“ผมคือผู้ชายมาตลอดชีวิต ผมแค่เพิ่งได้แสดงให้โลกเห็นตัวผมจริงๆ”

Boys Don’t Cry (1999)

7.5 IMDb 
88% Rotten Tomatoes 
Synopsis: หนังที่สร้างมาจากชีวประวัติจริงของ ‘แบรนดอน ทีน่า’ ผู้ชายข้ามเพศอเมริกันที่ตกหลุมรักกับ ‘ลาน่า’ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในรัฐเนแบรสกา 
Boys Don’t Cry เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่นำเสนอเรื่องราวของผู้ชายข้ามเพศว่ามันเป็นอย่างไร โดยสร้างจากเหตุการณ์จริงในสหรัฐกับอาชญากรรมของความเกลียดชังที่กำลังครุกรุ่น โดยเปิดให้เห็นเรื่องชีวิตและความสัมพันธ์ของคนข้ามเพศที่ต้องเจอว่ามันเป็นอย่างไร แม้มันจะเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดและหดหู่ แต่หนังเรื่องนี้ได้ยกย่องเฉลิมฉลองชีวิตของคนที่มีความหลากหลายเพศที่ต้องต่อสู้กับความเกลียดชังได้อย่างมีพลัง
“ถ้าเส้นสองเส้นเป็นรูปสุพรรณหงส์ แปลว่าจะไปด้วยกันได้”

สัตว์ประหลาด – Tropical Malady (2004)

7,3 IMDb 
78% Rotten Tomatoes
Synopsis: เรื่องรองความรักความสัมพันธ์ระหว่าง ‘โต้ง’ ลูกจ้างโรงน้ำแข็ง และ ‘เก่ง’ พลทหารหนุ่ม ที่สัมพันธ์กับพื้นที่และเวลาในป่าดงพงพรี และเรื่องลี้ลับแฟนตาซีของการตามล่าเสือสมิงของนายพรานป่า
สัตว์ประหลาด – Troical Malady เป็นหนังกำกับโดย ‘อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นหนังเรื่องแรกที่ชนะรางวัล ‘Jury Prize’ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประเทศฝรั่งเศสปี 57 และเป็นหนังที่ได้รับอันดับที่ 57 จากการจัดอันดับโพล BBC หนังยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษที่ 21 
“ผมหวังว่าผมจะรู้วิธีที่ทำให้เลิกติดคุณ”Brokeback Mou

Brokeback Mountain (2005)

7.7 IMDb
87% Rotten Tomatoes
Synopsis:  ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างคาวบอยสองคนที่รับจ้างเลี้ยงแกะ ‘แจ็ค’ และ ‘เอนนิส’ ที่เกิดขึ้นในหุบเขาห่างไกลจากผู้คน ขณะที่ทั้งสองคนแต่งงานมีภรรยาแล้ว
Brokeback Mountain เป็นหนังเกย์คลาสสิกที่ชนะรางวัล Oscar ในสาขาการกำกับยอดเยี่ยมที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับ ‘Ang Lee’ ในฐานะผู้กำกับเอเชียคนแรกที่ชนะออสการ์รางวัลนี้ โดยหนังเล่าเรื่องราวความรักของทั้งสองคนที่ต่างปฏิเสธว่าตนไม่ใช่เกย์ เพราะสภาพสังคมและเงื่อนไขของชีวิตในยุคสมัยนั้น
“หายใจเข้าลึกๆ นึกภาพของคุณตอนที่สำเร็จ แล้วมองลงมาถึงคนที่คิดว่าคุณจะทำไม่ได้ 
และก็ช่างหัวพวกเขาให้หมด” 

Booksmart (2019)

7.2 IMDb 
97% Rotten Tomatoes 
Synopsis: ‘เอมี่’ และ ‘มอลลี่’ เพื่อนสนิทสองคนที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองพลาดชีวิตวัยมัธยมไป เพราะมัวแต่สนใจเรื่องการเรียนด้านวิชาการ พวกเธอจึงพยายามจะใช้ชีวิตวัยรุ่นมัธยมให้เต็มที่ในช่วงก่อนพิธีจบการศึกษา 
Booksmart เป็นหนังวัยรุ่นที่เปรี้ยวซ่าสนุกแสนแสบที่เต็มไปด้วย ความตลกในแทบทุกๆ ฉากและในทุกๆ ตัวละคร ดูได้เพลินๆ กับเนื้อหาใส่ใจในเรื่องความหลากหลายทั้งเพศ เชื้อชาติ ผู้คนและความแตกต่างออกมาได้ดีเป็นอย่างมาก เป็นหนังวัยรุ่นตลกที่คอยแซะสังคมอย่างมีชั้นเชิงในหลายๆ ประเด็น อย่างคนไม่ตั้งใจเรียนก็ทำตามฝันได้ ปัญหาความรักวัยรุ่นแอบชอบ ปัญหาเรื่องเพื่อน โดยรวมแล้วมันเป็นหนังที่ใครๆ ก็จะอินและสนุกไปกับมันได้
“ครอบครัวคือคนที่อยู่ด้วยแล้วเราสบายใจ”

The Kids Are Alright (2010)

7.0 IMDb 
93% Rotten Tomatoes
Synopsis: ‘โจนี่’ และ ‘เลเซอร์’ ลูกของคู่รักหญิงรักหญิงซึ่งพวกเขาออกตามหาพ่อผู้ให้บริจาคสเปิร์ม แล้วพาเขากลับมาพบแม่ทั้งสองของพวกเขา
The Kids Are Alright เป็นหนังครอบครัวดราม่าคอมเมดี้ที่ดูได้อย่างสบายใจ เล่าถึงความสงสัยของเด็กๆ ที่เกิดจากการบริจาคสเปิร์มหรือเด็กที่มีผู้ปกครองเป็นคู่รักเพศเดียวกันว่าใช้ชีวิตอย่างไร ซึ่งเปิดมิติความรักความเข้าใจที่เกิดขึ้นได้ในครอบครัวที่ผู้ปกครองเป็นเพศเดียวกัน
“จะต้องใช้เวลาอีกนานกี่ปี คนถึงจะรู้ตัวว่าเราต่างพี่น้องเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกกัน”

The Death and Life of Marsha P. Johnson (2017)

7.2 IMDb 
96% Rotten Tomatoes 
Synopsis: สารคดีที่เล่าชีวิตและคดีการตายปี 1992 ที่ไม่ถูกสืบสวนของ ‘มาร์ช่า พี จอหน์สัน’ คนข้ามเพศและนักกิจกรรมผู้ต่อสู้บุกเบิกสิทธิอิสรภาพให้ความหลากหลายทางเพศ
The Death and Life of Marsha P. Johnson คือ สารคดีเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของคนสำคัญแก่การต่อสู้สิทธิความหลากหลายทางเพศกับการเป็นแนวหน้าตั้งแต่เหตุการณ์ Stonewall ในปี 1969 กับประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ส่งต่อพลังและแรงบันดาลใจในการเรียกร้องเรื่องความเท่าเทียมทางเพศทั่วโลก
“ฉันสวยและฉันรู้ว่าฉันสวย”

The Queen (1968)

7.3 IMDb 
96% Rotten Tomatoes 
Synopsis: นี่คือสารคดีก่อน Paris Is Burning ก่อนการแข่งขัน Rupaul Dragrace ที่ติดตามการแข่งขันประกวดความงาม Miss All-America Camp Beauty Contest ของแดร็กควีนในปี 1968 
The Queen เล่าถึงการประกวดแดร็กเรื่องแรกๆ ของเหล่าควีนที่แข่งขันประกวดความงามในประเภทต่างๆ เล่าถึงเรื่องความหลากหลายของตัวตนเพศสภาพ เพศวิถี ปัญหาทางสังคมของเหล่าแดร็กควีนที่ต้องเผชิญ ตลอดจนเสนอความบันเทิงและความสนุกสนานของการแต่งแดร็กของควีนเหล่านี้ออกมาได้อย่างมีสีสันสุดแซ่บ นี่คือสารคดีที่เป็นตำนานและควรดูอย่างยิ่งหากสนใจเรื่องของแดร็ก 
“ฉันทั้งจนทั้งดำและอาจจะน่าเกลียด แต่ขอบคุณพระเจ้า ที่ให้ฉันได้มีชีวิตอยู่ และได้อยู่ที่นี้”

The Color Purple (1985)

7.8 IMDb
81% Rotten Tomatoes
Synopsis: หนังที่สร้างจากหนังสือรางวัล ‘Pulitzer Prize-winning’ ที่เล่าเรื่องราวของหญิงผิวดำ ‘ซีเลีย’ ที่ถูกบังคับให้แต่งงาน เธอใฝ่ฝันที่จะได้พบกับ ‘เน็ตตี้’ น้องสาวของเธอที่พลัดพรากไปอีกครั้งที่แอฟริกา   
The Color Purple เล่าทั้งปัญหาทางเชื้อชาติกับการตกเป็นทาสที่คนผิวดำทต้องเผชิญ และการกดขี่เพศหญิง กับแก่นการต่อสู้เพื่ออิสรภาพในโครงสร้างที่เจ็บปวดต่อชีวิตทั้งทางกายภาพและจิตใจหนังเรื่องนี้ประกอบไปด้วยนักแสดงผิวดำมีชื่อเสียงมากมายตั้งแต่ Whoopi Goldberg, Oprah Winfrey, Danny Glover และเป็นหนังที่ได้รับการเสนอชื่อรางวัล Oscar กว่า 14 รางวัล
“พวกเราภูมิใจในคนแบบที่เราเป็น” 

Pride (2014)

7.8 IMDb
91% Rotten Tomatoes 
Synopsis: หนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของกลุ่มกิจกรรมที่ชื่อว่า Lesbians and Gays Support the Miner’s ที่ได้ออกมาช่วยเหลือ ยืนเคียงข้างชาวเหมืองในการประท้วงต่อสู้คำสั่งปิดเหมืองของ The National Union of Mineworkers ที่จะทำให้คนกว่า 20,000 คนตกงาน
Pride เป็นหนังพลังบวกสุดสดใสที่ช่วยสร้างความเข้าใจแก่ความหลากหลายทางเพศ เมื่อกลุ่มเกย์และเลสเบี้ยนตัดสินใจมาช่วยเหลือคนงานเหมืองแร่ เพราะพวกเขารู้ตัวว่าคนกลุ่มนี้ก็เป็นคนชายขอบเหมือนกัน ถ้าคนชายขอบไม่ช่วยเหลือกันเอง ใครจะช่วยพวกเขา หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดูได้ทุกคน มันจะช่วยสร้างความเข้าใจว่า ไม่ว่าจะมีเพศหลากหลายแบบไหนก็ยังเป็นคนเหมือนกัน
Milk (2008)

7.5 IMDb
93% Rotten Tomatoes

Synopsis: เรื่องราวของ ‘ฮาร์วี่ย์ มิลค์’ (Harvey Milk) นักการเมืองเกย์และนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนคนสำคัญในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งในฐานะที่ปรึกษาในสภาของเมืองซานฟรานซิโกในปี ค.ศ. 1977

สำหรับภาพยนตร์เรื่องมิลค์นั้นถือว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในวัฒนธรรมความหลากหลายทางเพศ เพราะมันคือเรื่องราวของชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของสิทธิความหลากหลายทางเพศ นี่คือเรื่องราวของการต่อสู้กับการถูกกดขี่ที่เล่าผ่านภาษาภาพยนตร์ออกมาอย่างมีคุณภาพ และเป็นหนังการต่อสู้อีกเรื่องที่ได้คะแนนสูงในเกือบทุกเวทีที่มีการให้รางวัล จึงเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่สามารถดูแล้วสร้างความเพลิดเพลินและอบอุ่นหัวใจซึ่งจะเติมพลังบวกได้เสมอ

#LGBTQFILMS 🎬🏳‍🌈
#WatchGoodMoviesInYourFreeTime
#Spectrum #พิ้นที่ความคิดของทุกสีสัน
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
ภัทรดล วีระชัยณรงค์
นักเขียนที่อยากเขียนให้คนรู้สึกและเข้าใจ ความหลากหลายของมนุษย์ ศิลปะ สังคม และ วัฒนธรรม ผู้เชื่อในความลื่นไหลของมนุษย์สุดหัวใจ ในเวลาว่างเป็นหมอดู
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer