“เหมือนกะเทย อะรูปนี้” “แกงมาก..เหมือนยังไม่แปลงเพศ” บีน่า – ผู้ประกวด MU TH ถูกตั้งคำถามสู่การวิจารณ์ ว่าด้วยการประกวดความงามที่งามแค่แบบ “ผู้หญิง”


เมื่อเวทีประกวดนางงามพยายามเปลี่ยนให้ทันโลก 

แล้วแฟนนางงามหลายๆ คนตามทันด้วยไหม? 

เพราะรู้สึกว่าคนที่ไปประกวดนั้นจะถูกตัดสินด้วยอคติโดยตลอด “อ้วนไป” “เตี้ยไป” “หน้าไม่ไทย”  ซึ่งล่าสุดที่เกิดขึ้นและน่านำมาถกเถียงคือ “หน้าเหมือนกะเทย ไม่เหมือนผู้หญิง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เข้าประกวด Miss Universe Thailand 2020 หมายเลข 59 คุณ ‘บีน่า’ – พิมพ์ณดา กิตติวิศาลวงศ์  โดนผู้คนคอมเมนต์ใส่ วันนี้เราจึงอยากมาชวนถกเถียงพูดคุยในมิติต่างๆ ในการประกวด “ความงาม” บนเวทีที่งามแค่แบบ “ผู้หญิง” นี้ 
ว่าด้วยการประกวดเวทีที่นำหน้าด้วย ‘Miss’ กับภาพสะท้อนการแช่แข็งเพศด้วยคำนำหน้า การประกวด ‘นาง’ งามหลายต่อหลายที่ ล้วนสรุปแค่เพศทางชีววิทยาว่าต้องเป็น ‘เพศหญิง’ โดยกำเนิด หรือแม้จะเปิดกว้างหน่อยให้ผู้หญิงข้ามเพศเข้าได้ ส่วนมากก็ต้องมีคำนำหน้าชื่อเป็นผู้หญิงในทางกฎหมาย ซึ่งหลายๆ ประเทศที่แก้ไขได้ ก็มักกำหนดความเป็นผู้หญิงจากอวัยวะเพศหญิงเท่านั้น ดังนั้นจะต้องมีการผ่าตัด ‘Sex Reassignment Surgery’ ซึ่งวิธีคิดแบบนี้สัมพันธ์กับการผูกโยงความเป็นหญิงไว้แค่ที่อวัยวะเพศ ซึ่งสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นมาคือความคิดแบบเกลียดกลัวคนข้ามเพศ หรือ ‘Transphobia’ หากดูในเหตุการณ์นี้ก็ชัดเจนมากในคอมเมนต์ที่เกิดขึ้นเช่น “แกงมาก เหมือนยังไม่แปลงเพศ” “แกงหม้อใหญ่มาก ช่างแต่งหน้าควรฆ่าตัวตาย” “เหมือนกะเทยเลยค่ะ ลงทิฟฟานี่ดีไหม” “เทคฮอร์โมนยังไม่เสร็จหรอ สงสารนางเด้อ อย่าแกงนาง นางเหมาะกับผมทรงฟาร่า” “ฟีโรเน่ ต้องมาแล้วล่ะ”  “รูปนี้ไม่ได้เกิดค่ะ เหมือนกะเทยขนาดเจ้า”  “น้องชายมาก คือมาแนวผู้ชายเลยอะ”
‘Binary Beauty’ ความงามแบบจำกัดความเชื่อแค่สองเพศ สังเกตไหมว่าการประกวดความงามที่แม้แต่คนข้ามเพศจะประกวดได้ หรือตลอดจนเวทีการประกวดความงามของคนข้ามเพศ จะชนะด้วยความ “สวย” ได้ ความ “สวย” นั้นก็จะต้องมีความเป็นหญิงแบบสุดโต่ง (Hyperfemininity) เท่านั้น ห้ามมีลักษณะของผู้ชายเลย สิ่งนี้คือกระบวนการสร้างทางสังคมสู่ค่านิยมที่ว่า จะเป็นผู้หญิงข้ามเพศได้ต้องมีลักษณะเหมือนผู้หญิงเท่านั้น (Passing) เป็นการกดกันเองในกลุ่มทรานส์  และ กดทับความงามแบบอื่นนอกระบบขั้วสองเพศ ซึ่งหากบุคคลนั้นมีความงามแบบผสมผสานนอกระบอบชายหญิง ก็มักจะถูกมองว่าเป็นสิ่งแปลกอยู่เสมอๆ
อะไรคือความงามแบบผู้หญิง? และอะไรคือคุณสมบัติของหญิงไทยที่สมควรได้รับมงกุฏ?ถ้าอยากรู้ ก็ต้องไปดูกฎการคัดเลือกของคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้แข่งขัน ซึ่งมันจะสะท้อนวิธีคิดคำตอบออกมา เช่น “โสด ไม่เคยผ่านการสมรส ไม่เคยตั้งครรภ์หรือมีบุตร” “ไม่เคยประกอบอาชีพหรือมีความประพฤติผิดเสื่อมเสียต่อศีลธรรม จารีตประเพณี” “ไม่เคยถ่ายภาพศิลป์กึ่งเปลือย/โป๊เปลือย หรืออนาจารขัดต่อจารีต ขนบธรรมเนียม ศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย” “เป็นผู้มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่สูบบุหรี่หรือยาเสพติด ไม่เป็นโรคสังคมรังเกียจ” “ต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165 เซนติเมตร” – แค่อ่านประโยคเหล่านี้มันก็สะท้อนอะไรหลายๆ อย่าง
Capitalist Beauty ความงามเพื่อการโฆษณาแน่นอนความงามที่ควรสวมมงกุฏ มักเป็นความงามที่ต้องส่งเสริมสายพานของโลกทุนนิยมได้ด้วย สะท้อนออกมาเข้าใจง่ายๆ ผ่านคำพูด เช่น “อ้วนไปสำหรับเป็นแบบชุดว่ายน้ำ” “ดำไปสำหรับผลิตภัณฑ์ผิวขาว” “ผมหยิกไปสำหรับโฆษณาเครื่องยืดผม” “ฟันเหยินไปที่จะให้คลินิกเข้า” “หน้าตาไม่แพงเท่าเครื่องเพชร” “เตี้ยไปที่จะโฆษณาชุดบนรันเวย์” “หน้าแก่ไปสำหรับชุดนี้” นำมาสู่เรื่องที่ใครหลายๆ คนคิดว่ามากไป น้อยไป จากอะไร? Standard ความงามที่ถูกย้ำซ้ำในโลกทุนนิยม จนกลายเป็นค่านิยมความงามที่เรายึดถือโดยไม่รู้ตัว (Internalization of Beauty Standards)
เมื่อคนจัดเวทีรู้ ปรับตัวยังไงล่ะไม่ให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ นี่เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่หนักหนาพอสมควรกับเวทีการประกวดความงามทั่วโลก ว่าในวันที่สังคมมีการเคลื่อนไหวเรื่อง ‘การไม่ตัดสินคนจากภายนอก’ (Judgement by Appearance) ‘การส่งเสริมความหลากหลายทางเพศและอัตลักษณ์’ (Identity Politics) ‘การต่อต้านอภิสิทธิชนบนการตัดสินหน้าตา’ (Beauty Privilege) เวทีนางงามจะทำยังไงให้มีสิทธิชอบธรรมในธุรกิจนี้ต่อไป? การปรับตัวก็มีบ้าง เช่น ไม่ให้คะแนนโจ่งแจ้งบนเวที ให้คนผิวดำชนะบ้าง ให้คนที่งามแบบโลกทุนนิยมมีมุมมองสนับสนุนความงามแบบอื่นบ้าง สิทธิมนุษยชนบ้าง นำเสนอความเป็นชาติพันธุ์บ้าง เป็นต้น ซึ่งหลายๆ เวทีก็พยายามปรับเปลี่ยน คำถามต่อไปคือแฟนคลับที่ติดภาพความงามแบบอนุรักษ์นิยมจะรับได้ไหม? และมีความอดทนพอไหมที่จะให้ความงามในความหมายเดิมของตนถูกเปลี่ยนไป? 
อนาคตเวทีนางงามควรจะมีไหม?ประเด็นนี้เสียงก็แตกกันออกไป ที่มีให้เห็นคือ “มีต่อไปสิมันเป็นสิทธิ” กับ “ยกเลิกไปเถอะ” – ก็ต้องมาตั้งคำถามว่าเราเชื่อพลังของสื่อไหม เราเชื่อว่าการประกวดในลักษณะนี้มีอิทธิพลไหม อาจรู้สึกว่าก็แค่รายการบันเทิง จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ หรือคุณเชื่อว่ามันมีประโยชน์หรือมีผลต่อสังคม (เห็นหลายๆ คนอ้างเรื่องกระบอกเสียงด้วย) ก็ต้องมาดูกันว่าเวทีความงามต่างๆ ในอนาคตจะปรับตัวอย่างไรบ้าง ที่ไม่ใช่ในลักษณะที่เป็นแค่การ “ย้อมแมว” เพื่อขายเท่านั้น
#BeautyPageant #BinaryBeauty 
#Transphobia #InternalizationofBeautyStandards                                                    
อ้างอิง
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
SPECTRUM
SPECTRUM
พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน