คิ้วแบบไหนที่ใช่คุณ? – ประวัติศาสตร์การเขียนคิ้ว

จะคิ้วหนาเหมือนปลิง หรือ จะโค้งแบบคันศร ชอบแบบไหนกัน?
เพราะคิ้วไม่ใช่แค่มงกุฏของหนัา แต่คิ้วสามารถสะท้อน ‘ประวิติศาสตร์’ ได้ด้วยเพราะการเขียนคิ้วมีคู่อารยธรรมมนุษย์มาแล้วกว่า 5,000 ปีและถูกปรับเปลี่ยนรูปทรงหรือแม้โกนทิ้งออกไป ตามค่านิยมเกี่ยวกับสถานะทางสังคมและความงามแต่ละยุกแต่ละสมัย
SPECTROGRAM: คิ้วแบบไหนที่ใช่คุณ? – ประวัติศาสตร์การเขียนคิ้ว
คิ้วบูชาเทพอียิปต์
อียิปต์โบราณ (3500 ก่อนคริสตกาล) – ชนชั้นสูงของสังคมอียิปต์โบราณนั้นเปิดรับการใช้เครื่องสำอางอย่างมาก ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย (เพศทางชีววิทยา) ล้วนต่างก็แต่งหน้ากันทุกวัน เพราะเชื่อว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพเจ้า โดยจะเน้นการเขียนด้วยผงคาร์บอนและสสารออกไซด์ ให้คิ้วมีลักษณะสีดำสนิท โค้ง ยาว และเส้นหนา
คิ้วพรหมจรรย์
กรีกโบราณ (800 ก่อนคริสตกาล) – คนกรีกโบราณนั้นให้ความสำคัญกับ “ความบริสุทธิ์” และเชื่อว่าหน้าที่หลักของผู้หญิงคือ ‘การถือครองตัวเป็นพรหมจรรย์’ จึงนิยมแต่งหน้าแบบไม่ให้เห็นเครื่องสำอางชัดเจน มักจะทิ้งคิ้วโล่งๆ หรือเขียนคิ้วบางๆ ด้วยผงกำยานดำโดยยึดตามรูปทรงธรรมชาติ
คิ้วราชวงค์ถัง
ค.ศ.618-907 – การเขียนคิ้วในยุคนี้เป็นอะไรที่โดดเด่นมาก โดยจะเน้นการทาผิวหน้าให้ ‘ขาวเหมือนสีน้ำนม’ ด้วยแป้งที่ทำจากข้าว ทาคิ้วให้หนาและสูงด้วยถ่านไม้ เพื่อให้มองเห็นใบหน้าเด่นชัด และแสดงสถานะทางสังคมเพราะคนมีเงินเท่านั้นถึงจะแต่งหน้า หรือใช้กับผู้หญิงที่ไปทำการแสดงในวัง
คิ้วลอย
ค.ศ.794-1185 – แฟชั่นของขุนนาง ชนชั้นสูงทั้งชายและหญิงในสมัยเฮอัน จะนิยมกันคิ้ว และใช้ผงแป้งสีดำเขียนคิ้วหนาๆ เป็นรูปวงรีขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายการยกคิ้วให้สูงขึ้นไปถึงบริเวณช่วงกลางหน้าผาก หรือสูงกว่าตำแหน่งคิ้วเดิมประมาณหนึ่งนิ้ว
คิ้วโล่งเตียน
ยุคกลาง (ค.ศ.1066-1485) – ยุคนี้ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในสังคมยุโรป ส่งผลให้การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่ ‘ไร้รสนิยมและเป็นบาป’ ผู้ชายในยุคนี้จึงไม่แต่งหน้าแล้ว แต่ผู้หญิงยังแต่งแบบอ่อนๆ อยู่บ้าง โดย ‘หน้าผาก’ เป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดในยุคกลาง ทำให้ผู้หญิงมักถอนขนตาและถอนขนคิ้วจนเตียนโล่งเพื่ออวดโหนกหน้าผากอันโค้งมน ซึ่งต่อมาช่วงศตวรรษที่ 15มีการย้อมคิ้วเฉดสีแดงเพิ่มด้วยเพราะ
‘Queen Elizabeth’ นั้นเป็นคนริเริ่ม
คิ้ววิกตอเรีย
ค.ศ.1837-1901 – เป็นที่รู้กันดีว่าผู้หญิงวิกตอเรียรที่แต่งหน้าจัดจ้านในยุควิกตอเรียนั้น มักถูกกล่าวหาว่ามีอาชีพ ‘โสเภณี’ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้หญิงด้วยกันในยุคนั้นยังรับไม่ได้ โดยผู้หญิงส่วนมากที่ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด จึงมีการไว้คิ้วไม่ถอนไม่กันปล่อยให้ขนคิ้วดกๆ
คิ้วบางหางตก
ค.ศ.1920s – ยุคนี้เป็นยุคแรกที่ผู้หญิงเลือก ‘แต่งตัวแต่งหน้าตามดาราแทนชนชั้นสูง’ โดยมี ‘Clara Bow’ นักแสดงหนังเงียบชื่อดังเป็นผู้นำเทรนด์ความงามกับ ‘การถอนขนคิ้วจนหมด’ + ‘ใช้ดินสอวาด’เป็นเส้นตรง เรียวบาง หางคิ้วตก ยาวจรดหางตา ทำให้ดินสอเขียนคิ้วกลายเป็นเครื่องสำอางติดอันดับขายดีควบคู่ไปกับแหนบถอนขนคิ้ว นอกจากนี้ยังใช้ปิโตรเลียมเจลหรือวาสลีน เพื่อเสริมความเงางามและเน้นคิ้วที่เรียวอีกด้วย
คิ้วซุ้มโค้ง
ค.ศ.1930s – ความนิยมเรื่องการถอนคิ้วแล้ววาดใหม่ด้วยดินสอยังคงอยู่ แต่ที่เปลี่ยนคือเส้นคิ้วซึ่งโก่งเหมือนซุ้มประตูโค้งยิ่งขึ้น โดยยังเน้นสีดำขลับและเงางาม ตามดาราฮอลลีวู้ดอย่าง ‘Jean Harlow’
คิ้วอุดมสมบูรณ์
ค.ศ.1950s – เมื่อมาถึงยุคเฟื่องฟูหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแบรนด์ ‘Dior’ ก็เป็นผู้สร้างนิยามการแต่งกายแบบ “ครบเครื่อง” (Total Look) ด้วยเสื้อผ้า ทรงผม แต่งหน้าจัดเต็ม คิ้วต้องหนาเข้ม เต็มรูปทรง โค้งสูง หักมุมชัดเจน ปลายคิ้วแหลม โดยเชื่อว่าเป็นการแสดงออกของ ‘ความเป็นผู้หญิง’ ที่มีทั้งความแข็งแกร่งและอ่อนช้อย
คิ้วฮิปปี้
ค.ศ.1970s – ลักษณะของคิ้วในยุคนี้จะต้องหนาและมีความเป็นธรรมชาติ สีคิ้วต้องเข้ากับสีผม การแต่งเติมรูปทรงต้องไม่ต่างจากกรอบคิ้วเดิมมากนัก มีความเชื่อว่ายิ่งคิ้วหนาก็ยิ่งดูดี เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ออกจากกรอบการปฏิบัติความงามกระแสหลัก โดยบางคนจึงนิยมเพิ่มความหนาให้ส่วนหัวคิ้วด้วย
คิ้ว Less is More
ค.ศ.1990s – ภาพคิ้วที่เห็นจนชินตาในยุคนี้คือ คิ้วบางเฉียบ โดยจะถอนหรือแว็กซ์ขนคิ้วออกให้หมดและวาดขึ้นใหม่ให้มีลักษณะเป็นเส้นโค้งบางๆ ยาวไม่เกินหางตา ซึ่งมีคนดังอย่าง ‘Drew Barrymore’ และ ‘Pamela Anderson’ เป็นผู้นำเทรนด์
คิ้วยุคโซเชียล
ค.ศ. 2000 ถึงปัจจุบัน – ยุคนี้เป็นยุคที่เปิดกว้างทางวัฒนธรรมทำ การแชร์วัฒนธรรมความงามที่แตกต่างจึงเกิดขึ้น เป็นคิ้วสไตล์ใครมัน เราจะเห็นชัดว่าสังคมไทยเริ่มมีคิ้วแบบต่างๆมากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมก็เข้ามามีส่วน เช่น การสักคิ้ว การยอมขนคิ้วแฟนซีหลากสี หรือ ค่านิยมการเขียนและดูแลคิ้วก็ไม่ใช้แค่เท่ากับผู้หญิงอีกต่อไป
คิ้วอนาคต?
‘ความกังวลของคนไม่มีคิ้วจะเพิ่มขึ้น’ – นี่คือการคาดการณ์จากหลายๆ คน เพราะในกระแสโลกทุนนิยมกำลังมีผลิตภัณฑ์มากมายเกี่ยวกับคิ้ว ตั้งแต่ดินสอเขียนคิ้ว แหนบถอนขนคิ้ว ที่กันคิ้ว หวี แปรงแต่งคิ้ว เจลแต่งสีคิ้ว หรือ การสักคิ้ว น้ำยาปลูกคิ้ว ซึ่งโฆษณาเหล่านี้จะเป็น ‘Soft Power’ ที่จะให้คนนั้นคิดว่า คิ้วย่อมสำคัญต่อไป ไม่ว่าจะเป็นคิ้วแบบไหนก็ตาม
#HistoryOfEyebrows
#Spectrogram #DataDigest
อ้างอิง
    • Marie Claire: https://bit.ly/3jP4R5h
    • Style Caster: https://bit.ly/3fd20PY
    • Alleyebrows: https://bit.ly/3hR71zz
#Spectrum #พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน
นภัสชล บุญธรรม
นภัสชล บุญธรรม
Illustrator & Graphic Designer